<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.คาดการณ์ถ้าไม่มีล็อกดาวน์ต้นเดือนก.ย.ตัวเลขพุ่งถึง 7 หมื่น-ตาย 800 รายต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23,418 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 23,021 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 17,642 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 5,379 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 388&amp;nbsp; ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 863,189 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 20,083 ราย หายป่วยสะสม&amp;nbsp; 643,884 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 212,179 ราย อาการหนัก 5,565 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,111 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 184 ราย เป็นชาย 100 ราย หญิง 84 ราย มากสุดอยู่ใน กทม. 71 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ที่ จ.ชัยนาท และอุดรธานี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 7,126 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 12ส.ค. มีการฉีดไป 219,840 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 22,508,659โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 206,236,181ราย เสียชีวิตสะสม4,347,999 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 5,140 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงสุดหรือนิวไฮตั้งแต่มีการติดเชื้อมา โดยข้อมูลของกทม.ชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อวันที่ 13 ส.ค.มาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 1,072 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,992 ราย ข้อมูลของ กทม.พบว่าการลงตรวจพื้นที่เชิงรุกของ กทม.วันที่ 13 ส.ค. พบผู้ติดเชื้อ 3,992 ราย และจากการสอบสวนโรคพบว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงสุดถึง 15.78% ดังนั้น หากใครสงสัยขอให้แยกตัวออกมาและตรวจหาเชื้อ ขณะที่ จ.สมุทรปราการ 1,936 ราย สมุทรสาคร 1,847 ราย ชลบุรี 1,408 ราย นนทบุรี 731 ราย อุบลราชธานี 537 ราย นครปฐม 532 ราย บุรีรัมย์ 530 ราย สระบุรี 485 ราย พระนครศรีอยุธยา 484 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มีคลัสเตอร์ ในต่างจังหวัด 11 แห่งง โดยพบที่จังหวัดสมุทรสาคร 3 แห่ง ใน อ.เมือง 2 แห่ง คือบริษัทผลิตกระป๋อง พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ พบผู้ติดเชื้อ 14 ราย และโรงงานทอผ้า อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย บริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อ 21 บริษัทเสื้อผ้า อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 58 ราย บริษัทเครื่องกีฬา อ.สามพราน จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย โรงงานอาหารทะเล อ.แกลง จ.ระยอง พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย โรงงานน้ำแข็ง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พบผู้ติดเชื้อ 17 ราย โรงานผลไม้กระป๋อง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ติดเชื้อ 14 ราย หอพักนักเรียน อ.พบพระ จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย และค่ายตากสิน อ.เมือง จ.จันทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา มีการนำผู้ป่วยกลับไปรักษายังพื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 129,771 ราย ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.กรมควบคุมโรค ได้แสดงแผนภูมิการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงปลายเดือนส.ค.ถึงต้นเดือนก.ย. หากเราไม่มีการล็อกดาวน์ใดๆ เกิดขึ้น จะมีผู้ติดเชื้อวันละ 6-7 หมื่นคน ผู้เสียชีวิต 800 กว่าคน แต่ถ้ามีการล็อกดาวน์แบบมีประสิทธิ ภาพ 20 เปอร์เซ็นต์ เหมือนที่เป็นอยู่จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 45,000 คน เสียชีวิตประมาณวันละ 500 คน และถ้าล็อกดาวน์อย่างมีประสิทธิภาพ 25 เปอร์เซ็นต์ นาน 2 เดือน รวมถึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเป้าหมาย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2 หมื่นคน และเสียชีวิตต่ำกว่า 200 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคยังแสดงสถานการณ์การติดเชื้อของหญิงตั้งครรภ์ ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.ถึง 11 ส.ค. โดยมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 185 เสียชีวิต 29 ราย โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และยังมีการรายงานข้อมูลของผู้มีอาชีพขนส่งสาธารณะ ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-12 ส.ค.พบผู้ติดเชื้อ 353 ราย เสียชีวิต 104 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเช่นเดียววัน จึงอยากขอให้บุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้น ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ นำคนเหล่านี้มาฉีดวัคซีน เนื่องจากสิ่งที่ป้องกันการเสียชีวิตได้คือการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113173</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มาตรการล็อกดาวน์, ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116278a6a187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบแรงงานกลับภูมิลำเนาทำตัวเลขป่วยโควิดพุ่ง ปรับการสื่อสารเน้นทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,345 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 16,656 ราย&amp;nbsp; มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,823 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,833 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 681 ราย มาจากต่างประเทศ 8 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 578,375 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 10,678 ราย หายป่วยสะสม 381,170 ราย อยู่ระหว่างรักษา 192,526 ราย อาการหนัก 4,595 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 1,012 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 117 ราย เป็นชาย 62 ราย หญิง 55 ราย กระจายตัวในหลายจังหวัด โดยมากสุดอยู่ใน กทม.55 ราย นอกจากนี้ พบผู้เสียชีวิตที่บ้าน 9 ราย อยู่ที่ กทม.8 ราย และปทุมธานี 1 ราย ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 29 ก.ค. มีจำนวน 420,148 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม 17,011,477 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 197,365,402 ราย เสียชีวิตสะสม 4,214,617 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 30 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,331 ราย สมุทรปราการ 1,386 ราย สมุทรสาคร 1,186 ราย ชลบุรี 914 ราย นนทบุรี 587 ราย ฉะเชิงเทรา 479 ราย นครปฐม 378 ราย อุบลราชธานี 350 ราย ปทุมธานี 330 ราย สงขลา 324 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่ 6 แห่ง บริษัทระบบกำลังไฟฟ้า อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย จ.สมุทรสาคร 2 แห่ง ใน อ.เมือง คือ บริษัทยางรถยนต์ 14 ราย บริษัทผลิตภัณฑ์ปลา 13 ราย โรงงานเครื่องปรับอากาศ อ.เมือง จ.ชลบุรี 15 ราย บริษัทยางรถยนต์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 25 ราย โรงงานแม่แบบเซรามิค อ.สะเดา จ.สงขลา 13 ราย อย่างไรก็ตาม หากดูภาพรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขต่างจังหวัดจะมีสูงกว่า กทม.และปริมณฑล โดยวันที่ 30 ก.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดรวมกัน 57% กทม.และปริมณฑล 43% เป็นผลมาจากกรณีแรงงานเดินทางกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา ที่เห็นได้ชัดมีหลายจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อในบุคคลที่เดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานการระบาดในพื้นที่โรงงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 29 ก.ค. พบว่ามีการระบาดในโรงงาน 518 แห่ง ผู้ติดเชื้อ 36,861 ราย ครอบคลุม 49 จังหวัด 5 อันดับแรกได้แก่ เพชรบุรี 4,464 ราย เพชรบูรณ์ 3,487 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 2,538 ราย สมุทรสาคร 2,496 ราย สงขลา 2,209 ราย ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp; อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมโลหะ และอุตสาหกรรมพลาสติก นอกจากนี้ ได้มีการรายงานผลการตรวจสอบประเมินตัวเองผ่านระบบออนไลน์ ไทยสตอปโควิดพลัสของโรงงาน โดยข้อมูลระบุว่า โรงงานทุกขนาดมีทั้งสิ้น 64,038 แห่ง ประเมินแล้ว 18,005 แห่ง หรือคิดเป็น 28% ผ่านเกณฑ์ 12,256 แห่ง หรือ 68% ไม่ผ่านเกณฑ์ 5,749 แห่ง หรือ 31% จัดทำแผนสุ่มตรวจประเมินทั้งสิ้น 955 แห่ง ขณะนี้ตรวจสอบครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การสื่อสารข้อมูลข่าวสารขณะนี้ไปเร็วมาก มีการรายงานข้อมูลทั่วทั้งโลกในลักษณะเรียลไทม์สามารถเข้าไปดูได้ทุกเวลา ดังนั้น การแถลงข่าวศบค.จะปรับเปลี่ยนมาเป็นทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี โดยนำสาระสำคัญการประชุมต่างๆมาเผยแพร่ ทั้งนี้จะเน้นการสื่อสารทางเฟซบุ๊กมากขึ้น โดยผอ.ศบค.จะสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์ดูแลศูนย์ข้อมูลโควิด ที่มีคนติดตามประมาณ 1.2 ล้านคน ประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ตั้งแต่เวลา 07.00น.ที่จะอัพเดทข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ สามารถติดตามเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการรักษา การให้วัคซีนฯผ่านการแถลงของกระทรวงสาธารณสุขได้ทุกวันในเวลา13.30 น. ส่วนกระทรวงต่างๆจะเสนอชุดข้อมูลผ่านระบบการทำงานของแต่ละกระทรวงให้ประชาชนเข้าไปดูได้ หากประเด็นใดสำคัญจะบูรณาการข้อมูลร่วมกันก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมปก.ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111633</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fefd81c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ตั้งเงื่อนไข3ข้อภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ลั่นเปิดได้ก็ปิดได้ ตอบข้อสงสัยทำไมกล้าเปิดประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า เรื่องการเปิดพื้นที่นำร่องรับการท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) โดยเน้นหนักที่ จ.ภูเก็ตเนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า โดยหลักการแล้วทางนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้เน้นย้ำว่าเป็นเรื่องที่ได้ให้นโยบายเชิงของทิศทางของประเทศไทยเพื่อเปิดประเทศ โดยมีการเปิดพื้นที่นำร่องและมีการเรียนรู้กันไปทุกภาคส่วน ดังนั้น ต้องมีการจัดสมดุลการป้องกันคนไทยในการติดเชื้อ โควิด-19 ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำเสนอต่อที่ประชุม ถึงหลักการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายละเอียดตั้งแต่ก่อนเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึง ขณะพำนัก กระทั่งเดินทางออกจากประเทศ โดยให้ความสำคัญถึงกลุ่มคนที่เราจะรับเข้ามาจะต้องเป็นมาจากประเทศที่ทางกระทรวงสาธารณะสุขกำหนดว่าเป็นประเทศเสี่ยงต่ำ หรือเสียงปานกลาง และจะต้องได้รับวัคซีนมาแล้วซึ่งกำหนดว่าเป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้กำหนด 5 ตัว ได้แก่ ซิโนแวค แอสตราเซเนกา ซิโนฟาร์ม โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน หรือถ้าไฟเซอร์ หรือ ยี่ห้ออื่นๆ ก็รอให้ WHO รองรับด้วย ดังนั้น ต้องได้รับมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็มหรืออย่างน้อย 14 วัน เมื่อลงเครื่องบินแล้วต้องทำนักอยู่ที่ภูเก็ต 14 คืน ถ้าอยู่น้อยกว่านั้นจะต้องเป็นการเดินทางกลับออกนอกราชอาณาจักรไทยเท่านั้น แต่ยกตัวอย่างถ้าจะบินไปเกาะสมุยก็ต้องอยู่ที่ภูเก็ตให้ครบ 14 คืนก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมีข้อห่วงใยจึงขอให้มีมาตรฐานกำกับเพิ่มอีก 3 ข้อ คือ 1. ต้องมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเรื่องสถานการณ์ โควิด-19 เพื่อให้มีการติดตามข้อมูล การติดเชื้อ การดูแลทรัพยากรบุคลากรด้านสาธารณสุขและด้านการท่องเที่ยวรวมไปถึง ภาคประชาสังคม 2. การเตรียมความพร้อมของประชาชนโดยต้องมีการจัดเวทีความคิดเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงการสื่อสารเพราะหากสอดคล้องกันทั้งจังหวัดก็จะเป็นเรื่องที่ดี ก่อนที่จะนำเสนอมาเป็นแนวทางในภาพรวมของจังหวัด เพื่อให้เกิดความยอมรับร่วมกัน เป็นความเห็นตั้งต้นจากทางจังหวัด เพื่อนำเสนอให้ทางศบค.ได้อนุมัติ และ3. การเตรียมความพร้อมมาตรการการเฝ้าระวังซึ่งจะต้องมีอยู่ตลอดเวลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;และเมื่อมีเปิดได้ก็ต้องมีปิดได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องพูดกันเนื่องจากจะต้องเตรียมทรัพยากรด้านการแพทย์สาธารณสุขกำลังคน การกำกับติดตามและทรัพยากรอื่นๆอย่างเต็มที่ โดยมีการพิจารณาว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจึงจะมีการปิด ซึ่งมีการพูดถึงการติดเชื้อรายใหม่ มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ ลักษณะการกระจายโรคในจังหวัด ทั้ง 3 อำเภอมากกว่า 6 ตำบล และมีการระบาดเกินกว่า 3 คลัสเตอร์ มีการระบาดในวงกว้าง หรือหาสาเหตุของความเชื่อมโยงไม่ได้ หรือความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย อัตราการครองเตียงมีมากตั้งแต่ 80% ขึ้นไป แสดงว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดี และเป็นการระบาดในวงกว้างที่ควบคุมไม่ได้ โดยมาตรการจะต้องปรับลดกิจกรรมลง ทำให้เกิดระบบปิด และที่สุดคือทบทวนหรือยุติ แซนด์บอกซ์ที่ภูเก็ตนี้ ถ้ามีการ ระบาดโดยที่ไม่ตรงตามที่วางหลักการไว้ เน้นย้ำว่าในวันนี้ยังอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) คงจะเป็นสเต็ปถัดไป ซึ่งในที่ประชุมได้เห็นชอบหลักการการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยว โดยนายกฯได้ระบุว่าจะเดินทางไปติดตามในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อเยี่ยมชมและ คิกออฟ เปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ซึ่งในช่วงต้นนี้จะได้ให้ทางจังหวัดภูเก็ต กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมความพร้อมต่างๆให้เรียบร้อย ขอให้ทุกคนได้ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อทำให้สามารถเปิดประเทศได้ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเมื่อยังมีคนติดเชื้อเป็นพันคนอย่างนี้แล้วยังจะเปิดประเทศ ทำไมไม่มีความกังวลใจ อย่างที่ว่ากันไม่ใช่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่มีการติดเชื้อ โควิด-19 ประเทศอื่นที่ติดเชื้ออันดับสูงกว่าใครเขาก็มีความขยับและมีการนำไปสู่การใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือนิวนอร์มอลกันแล้ว ดังนั้น เราต้องเรียนรู้เพื่อที่จะกลับไปมีชีวิตแบบเดิม โดยทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันโรค ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ตามที่นายกฯบอกว่ามีความเสี่ยง ดังนั้น เราต้องร่วมด้วยช่วยกันเป็นการกำหนดทิศทางเป็นเป้าหมายไปข้างหน้า เป็นหน้าที่ของทุกคน เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นฟันเฟืองนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106813</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc5be9f2d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนจัดสรรวัคซีนก.ค.10 ล้านโดส เร่งฉีดเข็มสองภูเก็ตให้ได้ 70% ภายในเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า&amp;nbsp; สำหรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเดือน ก.ค. โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 10 ล้านโดส ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้าในระบบหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง และพิจารณาให้ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสภายในเดือน ก.ค. และจะพิจารณาให้ จ.ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่สองอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายใน ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับวัคซีน 10 ล้านโดสในเดือน ก.ค. จะมีการจัดสรรให้จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ร้อยละ 30 ได้แก่ กทม. (รวม ทปอ.และประกันสังคม) 2.5 ล้านโดส&amp;nbsp; สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี 6 แสนโดส และจังหวัดที่มีแผนเปิดท่องเที่ยวได้แก่ จ.ภูเก็ต 2 แสนโดส, จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด ร้อยละ 25 หรือ 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส โดยมี 23 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) พังงา และกระบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรร้อยละ 35 หรือ 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส โดยจะมีการเก็บไว้เป็นส่วนกลาง องค์กรภาครัฐ และสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 10 หรือ 1 ล้านโดส ซึ่งการจัดสรรขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผู้ผลิตส่งมอบและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การระบาดของโรค&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มกรอบการจัดสรรวัคซีนจาก 100 ล้านโดสภายในปี 64 เป็น 150 ล้านโดสภายในปี 65 เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค หรือกรณีอื่นใดที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติม ขณะนี้ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการจองวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส ดังนั้น จึงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส โดยให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนวัคซีน ดังต่อไปนี้ ซิโนแวค 28 ล้านโดส วัคซีนโควิดอื่นๆ ประมาณ 22 ล้านโดส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์ของเชื้อกลาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106804</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc567324a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.คุมเข้มพื้นที่4จว.ยังไม่อนุญาตจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64&amp;nbsp; - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค. ครั้งที่ 7 / 2564 ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุม ศบค.ได้รับทราบตามที่ ศปก.ศบค. อนุมัติเรื่องการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการ และกทม.เสนอเป็นกรณีไปในบางพื้นที่ แล้วจัดให้มีการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ โดย ศบค.ยังมีมติด้วยว่า ให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp; 4 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ยังคงไม่อนุญาตให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด 17 จังหวัด ให้ใช้อาคารได้แต่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และให้จัดการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ ออนไซต์ได้ ทั้งนี้ ให้ทางโรงเรียนประเมินความพร้อม ส่วนพื้นที่ควบคุม 56 จังหวัดให้จัดการเรียนการสอนได้ ให้มีการรวมกลุ่มคนแต่จะต้องมีการกำหนดมาตรการ หรือจัดให้มีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ ได้นำเสนอการวางแผนมาตรการแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเพื่อดำเนินการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 14 มิ.ย. โดยย้ำให้สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะต้องมีการประเมินความพร้อม ไทยสตอปโควิด ที่เป็นแบบประเมินตนเองเพื่อให้โรงเรียนต่างๆ มั่นใจต่อผู้ปกครองและนักเรียนว่าจะดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและส่วนภาพรวมได้ และหลังจากประเมินแล้วขอให้ทางโรงเรียนขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเพื่อเปิดเรียนอย่างเต็มรูปแบบขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103692</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนการสอนแบบออนไซต์, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ประชุม ศบค.ชุดใหญ่, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a75f5a60fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพรึง! พบสายพันธุ์อินเดียแคมป์คนงานหลักสี่ 15 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;21 พ.ค.64 -นพ. ทวีสิน วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) &amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 21พ.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม รวม 3,481 ราย จำแนกเป็น 2,530 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 951 ราย &amp;nbsp;มีผู้ปว่ยหายป่วยกลับบ้าน 2,868 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ 94,203 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) และเสียชีวิตเพิ่ม 32 ราย รวมยอดผู้ติดเชิ้อสะสมล่าสุดอยู่ที่ 123,066 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 735 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ศบค. &amp;nbsp;กล่าว ถึงสถานการณ์การติดเชื้อของคลัสเตอร์คนงาน ที่แคมป์หลักสี่ จากการตรวจเชื้อพบว่ามีคนงาน 15 ราย เป็นเชื้อโควิด&amp;quot;สายพันธุ์อินเดีย&amp;rdquo; หรือ B 1.1617.2 &amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลแล้ว &amp;nbsp;และมีการส่งทีมสอบสวนโรคเข้าไป &amp;nbsp;เพื่อดูแลควบคุม ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ ทางท่านนายกฯได้รับทราบ และได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สายพันธุ์อินเดีย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก และมีการรายงานอยู่ในหลายประเทศ ของเราก็เริ่มมีเข้ามา ซึ่งตอนนี้ในการเจาะ ในรายละเอียดข้อมูลเรื่องนี้ ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรคจะได้ให้ข่าวในเชิงลึกต่อไป&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ท่านนายกฯรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้แสดงความเป็นห่วงที่สุดกก็คือ จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นรายวันยังมีจำนวนสูงขึ้น ท่านก็แจ้งเน้นย้ำว่า &amp;ldquo;แม้แต่รายเดียวก็เป็นความสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;ดังนั้น ขอให้ทางฝ่ายการแพทย์ ทั้งของกรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง รวมถึงแพทย์ของทางโรงพยาบาลเอกชน ได้ร่วมมือกันในการวางยุทธศาสตร์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้อย่างดีที่สุด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ ใช้ทรัพยากร งานวิจัย หรือรวมถึงเรื่องของยา ร่วมกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, #โควิดสายพันธุ์อินเดีย, ทีมโฆษกศบค., น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7563910646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลยังติดเชื้อสูง ต้องการเตียงพุ่งขึ้น เล็งสร้างศูนย์บุษราคัมรักษาผู้ป่วยระดับสีเหลือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp; 2,044 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,040 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,820 ราย&amp;nbsp; มาจากการค้นหาเชิงรุก 220 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp; 4 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 78,855 ราย หายป่วยสะสม 49,172 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 2,377 ราย อยู่ระหว่างรักษา 29,320 ราย อาการหนัก 1,170 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 367 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 27 ราย อยู่ใน กทม. 18 ราย นนทบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ระนอง ระยอง จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 12 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันเลือดสูง โรคอ้วน สาเหตุการการติดเชื้อมาจากใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อมาก่อนหน้า สัมผัสผู้ติดป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงชุมชน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 363 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 156,681,524 ราย เสียชีวิตสะสม 3,269,340 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันที่ 7 พ.ค. ได้แก่ กทม. 869 ราย นนทบุรี 201 สมุทรปราการ 165 ราย ชลบุรี 89 ราย สมุทรสาคร 69 ราย และถ้าดูตัวเลข กทม.และปริมณฑล มีถึง 1,372 ราย เฉพาะ กทม.มีผู้ติดเชื้อเกิน 500 รายมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. เมื่อดูจำนวนผู้ป่วยอาการหนักจะเห็นว่า กทม. นนทบุรี นครปฐม มีผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้นทุกวัน จึงจำเป็นต้องจัดหาเตียงดูแลผู้ป่วยอาการหนัก ดังนั้น การหาเตียงผู้ป่วยหนักของ กทม.ปริมณฑลมาเฉลี่ยกัน ซึ่งในที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุขจึงพูดถึงการจัดหาเตียงผู้ป่วยหนักว่ามีความต้องการไปถึงกลางเดือน พ.ค. หรือสัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน พ.ค. เพราะมีแนวโน้มความต้องการเตียงพุ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการสร้างเตียงนอกโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยระดับสีเหลือง ซึ่งแสดงอาการแต่ไม่หนักมาก โดยมองไว้ที่ศูนย์การประชุมแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ โดยโรงพยาบาลลักษณะนี้เรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า เหลืองบุษราคัม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผอ.เขตบางแครายงานสถานการณ์ในเขตว่า มียอดผู้ติดเชื้อระลอกล่าสุด 191 ราย ทั้งจากชุมชน ห้างสรรพสินค้า และหมู่บ้าน ซึ่งมีรายงานว่า มีแรงงานต่างด้าวติดเชื้อจากห้างสรรพสินค้าและไปแพร่กระจายในชุมชนด้วย ตอนนี้จึงมีการทำงานเชิงรุกลงไปถึงในแต่ละพื้นที่ทั้งห้างสรรพสินค้าและซอยเพชรเกษม 84 เมื่อเจอคนติดเชื้อก็แยกเข้าสู่โรงพยาบาล โดยเฉลี่ยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 6 ราย โดยให้อยู่ที่บ้านหรือพื้นที่ที่ กทม.จัดให&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102088</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรักษาผู้ป่วยโควิด-19, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ป่วยระดับสีเหลือง, ศูนย์บุษราคัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78d526e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
