<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;PISA 2018ไทยคะแนนอ่านร่วง คณิต-วิทย์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย &quot;ณัฏฐพล&quot;ลั่นอีก2ปีตีตื้นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ธ.ค.62-ที่ห้องประชุมเธียร์เตอร์ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ และนายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกันแถลงผลการประเมิน PISA 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า การประเมิน PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมินประมาณ 600,00 คน จาก 79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา โดยผลการประเมินของประเทศไทย มีคะแนนเฉลี่ยด้านการอ่าน 393 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 487 คะแนน คณิตศาสตร์ 419 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 489 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 489 คะแนน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน ส่วนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 3 คะแนน และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 4 คะแนน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มั่นใจว่า บางการประเมินเราเดินมาถูกทาง บางผลการประเมินก็ต้องมีการพัฒนา ซึ่งในส่วนของตนเองได้มีโอกาสศึกษารายละเอียด ทั้งแนวทางที่ปฏิบัติข้อสอบเก่า รวมถึงการคัดเลือกผู้เข้าสอบ ที่ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ และสถิติ สำหรับการสอบ PISA ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งในปี 2021 ตนมั่นใจว่า แนวทางที่ ศธ.ได้ทำงานมาขับเคลื่อนมาสามารถนำประเทศไปได้แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ผมต้องการที่จะสร้างความเข้าใจว่า ในการทดสอบจะมี 3 ด้าน &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละปีมีปริมาณข้อสอบแต่ละด้านต่างกัน โดยปีนี้ข้อสอบการอ่านมากกว่าด้านอื่นๆ และในการสอบ PISA 2021 ข้อสอบคณิตศาสตร์จะมากขึ้น ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งจากผลคะแนนของ PISA 2018 ผมรู้สึกภูมิใจที่เราสามารถรักษาระดับมาตรฐานไว้ได้ในส่วนของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไว้ได้ และจะต้องมีการขยายผลให้กว้างไปกว่าที่เป็นอยู่ &amp;quot;
นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า แต่สำหรับประเด็นคะแนนด้านการอ่านมีผลที่ต้องปรับปรุง ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ ศธ.กำลังดำเนินการและพัฒนาอยู่ &amp;nbsp;ทั้งหลักสูตรที่จะปรับให้มีการอ่านและวิเคราะห์มากขึ้น ขณะเดียวกันการส่งเสริมให้มีการขยายการศึกษาให้เท่าเทียมทั่วทั้งประเทศก็เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องทำ เพราะผลคะแนน PISA เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ศธ.จะต้องทำให้เด็กทั่วทั้งประเทศไทยมีความสามารถเท่าเทียมกัน
รมว.ศธ.ยังกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;แม้ว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศไทยจะน้อยกว่า ค่าเฉลี่ยกลางของ OECD ตนมองว่าอีก 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องปรับปรุงและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพราะขณะนี้เรามีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจน และการพัฒนาการศึกษาไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ผลกลับมาที่ตัวของนักเรียนทั่วประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธีระเกียรติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยกลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศ/เศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุดอันดับต้นๆ 5 อันดับแรก และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่น ๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความแตกต่างของคะแนนระหว่างนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนสูง กับนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนต่ำ ในภาพรวมพบว่า มีช่องว่างของคะแนนประมาณ 200 คะแนน &amp;nbsp; โดยแนวโน้มความแตกต่างในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ยังคงที่ &amp;nbsp;ส่วนด้านคณิตศาสตร์มีช่องว่างของคะแนนกว้างขึ้น &amp;nbsp; เนื่องจากนักเรียนกลุ่มสูงมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น ในขณะที่นักเรียนกลุ่มต่ำมีคะแนนเฉลี่ยลดลง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายในทุกด้าน &amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนไทยให้ความสนใจเรียนด้านไอซีทีเพียงแค่ ร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งสวนทางกับทิศทางของประเทศ ที่สำคัญนักเรียนชายไทยมีเพียง ร้อยละ 10 เท่านั้นที่คิดเรียนวิศวะ ส่วนนักเรียนหญิงก็มุ่งเรียนหมอเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญพบว่าโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันมีผลกระทบต่อการอ่านและคิดวิเคราะห์ของเด็ก แต่หนังสือกลับมีส่วนสำคัญช่วยให้เด็กอ่านและคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ทาง OECD ไม่ได้มีการจัดอันดับคะแนนเฉลี่ยของแต่ละประเทศ เนื่องจากไม่ได้มีประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วม และบางประเทศก็ไม่ได้เข้าร่วมการประเมินทั้งหมด อีกทั้งผมคิดว่าผลคะแนน PISA ก็เหมือนการตรวจสุขภาพด้านการศึกษาของประเทศประจำ 3 ปี ว่าแต่ละประเทศยังขาดตกบกพร่องในเรื่องใด เมื่อเทียบกับผลคะแนนของประเทศตัวเองในการประเมินครั้งที่ผ่านมา เพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงจุด&amp;rdquo;ประธานคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51700</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA2018, คะแนนพิซาเด็กไทยปี 61, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de647fe4fa44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธีระเกียรติ” เปิดใจกับผู้บริหารศธ. อะไรที่บกพร่อง ฝากอควาเรียมฯ ยกระดับภาษาอังกฤษ จีน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

8พ.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดใจหลังยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนไปรับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ตนไม่ห่วงอะไรกับงานศธ.และ ไม่มีเรื่องใดคาใจ ซึ่งส่วนตัวตนรู้สึกดีและผูกพันกับข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทุกคน เพราะตนเข้ามาดำรงตำแหน่งที่ ศธ. โดยเริ่มจากผู้ช่วยรมว.ศธ. ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงเป็น รมว.ศธ. ในปัจจุบัน รวมทั้งหมด 54 เดือน และแม้ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. ก็โดนโจมตีมาตลอด แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะการเป็น รมว.ศธ.จะต้องโดนตำหนิและโดนกล่าวหาอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ตนยึดหลักการทำงานมาโดยตลอดก็คือ หลักธรรมาภิบาล ขออย่ามีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น เพราะเมื่อมีเรื่องการโกงเกิดขึ้นคุณภาพการศึกษาจะไม่ลงไปถึงเด็กอย่างแน่นอน รวมถึงฝากผู้บริหารองค์กรหลักศธ.ทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนงานการศึกษา โดยตนได้พูดคุยกับผู้บริหารองค์กรหลักฯ แบบเปิดใจมาแล้วว่าสิ่งใดบ้างที่คิดว่าตนมีข้อบกพร่อง ซึ่งผู้บริหารก็บอกว่า ตนคิดเร็วและใจร้อน ซึ่งตนก็คิดเช่นนั้น เนื่องจากการทำงานหรือนโยบายเราต้องคิดเร็วทำเร็ว แต่เรื่องการคัดเลือกคนต้องคิดนานๆ เพื่อให้เกิดควาเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการทำงานของตนไม่เคยเข้าไปล้วงลูก หรือแม้กระทั่งมีคนใกล้ชิดวิ่งเต้นฝากเด็ก รวมถึงการโยกย้ายผู้บริหารตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น

&amp;ldquo;ทั้งนี้ตนขอฝากงานของ ศธ.ให้ผู้บริหารศธ.ขับเคลื่อนต่อ คือ การยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ตนได้เซ็นเสนอเข้าครม.ใช้งบ 500 ล้านบาทในการก่อสร้างเดินหน้าต่อ และการให้ผู้เรียนที่เรียนในหลักสูตรBusiness Technology Education Council (BTEC) ได้มีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ด้วย เพราะทราบว่า กยศ.อนุมัติให้ส่งเสริมทุนมนุษย์ระดับปริญญาตรีและอาชีวศึกษาในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเมื่อเรียนจบการศึกษาจะได้รับการลดเงินต้นร้อยละ 50&amp;nbsp; และคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อปี&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bbfe76d54ddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;เร่งเสนอชื่อบอร์ดสมศ.เข้าครม.ก่อนหมดวาระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62-&amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; เร่งเคาะ รายชื่อ บอร์ด สมศ. คาดเสนอ ครม.พิจาณา ได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ด้าน &amp;ldquo;รักษาการผอ.สมศ.&amp;rdquo; เผย ขั้นต่อไปต้องสรรหา ผอ.ตัวจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ชุดใหม่ ว่า&amp;nbsp; ขณะนี้คณะอนุกรรมการสรรหาบอร์ดสมศ.ได้เสนอรายชื่อ คณะกรรมการสมศ.รวมถึงประธานมาให้ตนพิจารณาแล้ว&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อกรรมการ สมศ. และ ประธาน สมศ. ชุดใหม่ อยู่ระหว่างที่การตรวจสอบรายชื่อ ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่ตนต้องเร่งสะสางให้เสร็จสิ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อที่เราจะได้คณะกรรมการ สมศ.ชุดใหม่อย่างเป็นทางการ และเดินหน้าขับเคลื่อนงานการประเมินคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าจะเสนอรายชื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์นี้ เพราะต้องให้เวลาในการเช็คประวัติ และตรวจสอบคุณสมบัติความเหมะสมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า หากได้คณะกรรมการ สมศ. แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การตั้งคณะกรรมการสรรหา ผอ.สมศ. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อมีคณะกรรมการ สมศ. ชุดใหม่และผอ.สมศ.ตัวจริง ก็จะทำให้การทำงานของ สมศ.มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถขับเคลื่อนงานต่าง ๆให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 นั้น ที่ผ่านมา สมศ.ได้ประเมินสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา จำนวน 30 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการประเมินเน้น 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นดังนี้มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย ด้านความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้และ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษาด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ด้านการบริหารจัดการ และ ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และมาตราฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย คาดว่าเดือนพฤษภาคมนี้ จะส่งผลการประเมินให้คณะกรรมการ สมศ. รับรองผลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35200</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, บอร์ดสมศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ปลื้มคนแห่สมัครตำแหน่ง 3บิ๊ก เลื่อนวันประกาศผลเป็น 1พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24เม.ย.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่การเปิดรับสมัครเพื่อสรรหาตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ได้เสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ขณะนี้ตนได้ลงนามในประกาศเรื่องการเลื่อนประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติสามารถเข้ารับการสรรหาในตำแหน่งเลขาธิการสกสค. เลขาธิการคุรุสภา และผอ.องค์การค้าของ สกสค. &amp;nbsp;จากเดิมจะประกาศรายชื่อในวันที่ 26 เมษายนนี้ เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม แต่เนื่องจากประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ติดปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ จึงทำให้ต้องเลื่อนการประกาศออกไปก่อน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมจะได้ไม่มีข้อครหาเกิดขึ้นว่าองค์คณะไม่ครบ และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการประกาศรายชื่อ และการตรวจคุณสมบัติจนคัดเลือกให้เหลือตำแหน่งละ 2 คนแล้วนั้น ตนจะเสนอให้คณะกรรมการสรรหาฯ นำรายชื่อเข้าคณะกรรมการแต่ละชุดที่เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในใจของผมมีความต้องการที่จะให้คณะกรรมการสกสค. ครุสภา และองค์การค้าของ สกสค. ใช้วิธีการโหวตเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยที่ผมจะงดออกเสียง นอกเสียจากว่าจะมีเสียงเท่ากันผมถึงจะเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มองว่า รมว.ศธ.เข้าไปชี้นำหรือครอบงำคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม จะได้ตัวจริงของทั้ง 3 หน่วยงานไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้อย่างแน่นอน ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นขอให้คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะผมจะไม่เข้าไปเร่งรัดอะไร ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าผมไปล็อคตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่มีคนให้ความสนใจและเข้ามาสมัครจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรายชื่อผมรู้จักไม่กี่คน &amp;nbsp;อีกทั้งรายชื่อที่รู้จักก็มีแต่บุคคลที่เคยทำงานร่วมกันเท่านั้น โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาที่มีมากถึงกว่า 10 ราย รวมถึง ผอ.องค์การค้าของ สกสค.ก็มีบุคคลภายนอกเข้ามาสมัครด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34361</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สรรหา3เลขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de075c69c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธี&#039;สั่งรวบรวมคำสั่งคสช.เกี่ยวกับศธ.ให้รัฐบาลตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.62- &amp;#39;หมอธี&amp;#39;มอบ &amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; รวบรวม คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการส่งให้รัฐบาลตรวจสอบว่ามีเรื่องใด ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจบันบ้าง หรือมีเรื่องใดต้องปรับปรุงแก้ไข &amp;nbsp;ชี้หากพ.ร.บ.การศึกษาชาติประกาศใช้ ประกาศคำสั่งคสช.หลายเรื่องก็จะหมดสภาพไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ดำเนินการรวบรวมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เกี่ยวข้องกับ ศธ. เช่น ฉบับที่ ที่ 7/2558 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค., ฉบับที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, ฉบับที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. เป็นต้น เพื่อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดว่ามีเรื่องใดต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีเรื่องใดที่ต้องการมีปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเรื่องนี้มีการดำเนินการในทุกกระทรวงอยู่แล้ว ส่วนจะมีการปรับปรุงแก้ไขในส่วนใดบ้างนั้น รัฐบาลโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของ ศธ. หากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... มีการประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ในหลายเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องใช้ อย่างไรก็ตาม การปรับแก้คำสั่ง คสช.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเสนอแนะได้ว่าจะปรับแก้หรือไม่ หรือจะปรับปรุงแก้ไขไปในทิศทางใด อีกทั้งขณะนี้ถือว่าการดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. เช่น ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เป็นต้น มีความเสถียรภาพมาก ค่อนข้างจะคงที่และขับเคลื่อนงานไปได้อย่างดี ดังนั้นจะมีการปรับปรุงขนาดไหนก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33976</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ม.44, รมว.ศึกษาธิการ, ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ ฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a587e6b59e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มมทร.อย่าเพิ่งตกใจ &quot;หมอธี&quot;ชี้ประกาศ วท.เพิ่มเติมชื่อหน่วยงานรับทุนได้ภายหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11เม.ย.62-ตามที่กลุ่มที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เรื่อง กำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของฝ่ายบริหาร โดยในประกาศฉบับนี้มีการกำหนดหน่วยงาน 46 หน่วยงานอยู่ในกำกับประกาศฉบับนี้ แต่ไม่มีรายชื่อของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม มทร.และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ซึ่งอาจจะตีความได้ว่า กลุ่ม มทร.และ มรภ.จะหมดสิทธิที่จะของบประมาณการวิจัยโดยตรงจาก วท. เพื่อสร้างนวัตกรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าการประกาศดังกล่าว คงมีอีกหลายหน่วยงานที่ไม่ได้ปรากฎรายชื่อในประกาศฉบับนี้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นต้น และเรื่องนี้เป็นอำนาจของทาง วท.ที่จะพิจารณา ดังนั้น ตนจึงไม่ทราบถึงเหตุในการพิจารณากำหนดหน่วยงานในประกาศฉบับนั้น เพราะ ส่วนตัวตนเองเมื่อได้เห็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีชื่ออยู่ในประกาศดังกล่าวด้วยก็ยังรู้สึกแปลกใจ แต่ตนคิดว่าอย่าไปวิตกกังวลในเรื่องนี้ เพราะการออกประกาศกระทรวงฯ สามารถมีการประกาศกำหนดหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมได้ ดังนั้นหากมีการตกหล่นหรืออย่างไร ทาง วท.ก็อาจจะพิจารณาเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., ทุนวิจัยนวัตกรรม, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ประกาศวท., วท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de1180b07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธี ส่งข้อมูล&quot;โมเน็ต&quot;ให้ป.ป.ช.อีก เผยมีขรก.เกี่ยวข้องจำนวนมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามเสนอรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเช่าสัญญาณอินเทอร์ของระบบโมเน็ต (MoeNet ) ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มาขอข้อมูลเรื่องการตรวจสอบกระบวนการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของระบบโมเน็ตศธ.แล้ว แต่เป็นข้าราชการระดับใดบ้างนั้นคงไม่สามารถบอกได้ เพราะมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และบางคนก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนวินัย กรณีโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียมทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นั้น ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี และในส่วนของการเดินหน้าเพื่อก่อสร้างต่อนั้น นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) พยายามเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ &amp;nbsp;ผมจะเตรียมสรุปข้อมูลการตรวจสอบทุจริตทั้งหมดที่เกิดขึ้นในศธ. เพื่อส่งให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ ซึ่งบางเรื่องที่ล่าช้าก็ไม่แน่ใจว่า เพราะจะเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตของระบบ MOENet, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
