<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าสกัดบัตร 2 ใบ! พรรคเล็กขอเสียงภท.-กก.ยื่นศาลรธน.ตีความร่างแก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64- ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ..... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา&amp;nbsp; 83 และมาตรา 91 ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวาระที่สามว่า ในส่วนของตนและพรรคเล็กเราลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับนี้ แต่เมื่อมติเสียงสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ออกมาแบบนี้แล้ว การดำเนินการต่อไปของพรรคเล็กมีแนวความคิดว่าจะไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าเสียงของพรรคเล็กนั้นไม่เพียงพอในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามกฎหมาย เพราะต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือประมาณ 72 เสียง&amp;nbsp; และมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมายที่จะสามารถดำเนินการยื่นได้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้หากพรรคเล็กจะยื่นได้จำเป็นต้องอาศัยเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลที่ได้ลงมติงดออกเสียงไว้ว่าทั้งสองพรรคจะร่วมยื่นด้วยหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งก็ต้องรอเขาตัดสินใจ และภายใน 15 วันนี้ผมก็จะไปพูดคุยเจรจาประสานกัน&amp;quot;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116277</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ยื่นศาลรธน.ตีความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e66fb744926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;แนะทำประชามติ  เตือนรัฐสภาจะแก้ไขรธน.ถามประชาชน 16 ล้านคนแล้วหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค. 63- นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ อภิปรายในห้องประชุมรัฐสภาว่า จากข้อเรียกร้องข้อหลักของผู้ชุมนุม คือ นายกฯ ประกาศยุบสภาหรือลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญตามร่างของประชาชน และปฏิรูปสถาบัน ซึ่งปรากฎว่าแกนนำหลายคนก็มีการนำเสนอว่าได้มองข้ามประเด็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ประเด็นหลักอยู่ที่ข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบัน ดังนั้น ขณะนี้ความขัดแย้งหลักในสังคมไทยคือ ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายปกป้องสถาบันกับฝ่ายที่อ้างว่าปฏิรูปสถาบัน ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรงด้วย ถ้ารัฐสภาเปิดประชุมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะมีมติออกมาอย่างไร ก็จะมีฝ่ายหนึ่งพอใจ อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ เช่น ถ้ามีมติไม่ให้แก้ไขหมวด 1,2 ฝ่ายปกป้องสถาบันก็จะพอใจ แต่ฝ่ายปฎิรูปสถาบันก็จะไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเสนอทางออกที่จะลดความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะต่อประเทศ โดยเสนอให้รัฐสภาต้องร่วมกันหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ที่จะทำประชามติถามคนไทยทั่วประเทศก่อนว่า คนไทยจะให้แก้รัฐธรรมนูญปี 60 หรือไม่ และถ้าให้แก้จะให้แก้รายมาตราก็พอ หรือจะให้แก้มาตรา 256 และให้ตั้ง สสร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้แก้หมวด 1,2 หรือไม่ ถ้าให้แกจะให้แก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า เมื่อมีผลประชามติออกมา รัฐสภาก็ดำเนินการตามนั้น ถ้ารัฐสภามีมติออกมาแบบนี้ จะช่วยลดความขัดแย้งลงได้ระดับหนึ่ง เพราะไม่ว่าจะมีผลประชามติออกมาในรูปแบบใดก็ตาม ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ารัฐสภาจะฝืนตัดสินใจรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างใดไปก่อน ก็จะสร้างความขัดแย้งขึ้นมาอีก จากฝ่ายที่ไม่พอใจ อาจจะมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รัฐสภามีความผิดที่ไปลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยังไม่ได้ทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนก่อน ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ารัฐสภาจะเดินหน้าแก้ไรรัฐธรรมนูญไปจนจบวาระที่ 3 แล้ว ค่อยนำมาทำประชามติ ถ้าผลประชามติ ประชาชนไม่เห็นด้วย ก็ต้องมาเริ่มกันใหม่อีก อาจจะทำให้เสียเวลาและงบประมาณมากกว่าเดิม ผมขอสรุปว่า รัฐสภาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านถามประชาชน 16 ล้านคนแล้วหรือยัง&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ตนมีโอกาสเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ทุกการชุมนุมตั้งแต่ 14 ตุลาคม 16 จนถึงกปปส. 2557 ไม่เคยพบว่ารัฐบาลใดจะยอมรับความคิดเห็นของม็อบง่าย ๆ ประชาชนจะมามากแค่ไหน ประชาชนตายหรือบาดเจ็บไปกี่คน รัฐบาลไม่เคยสนใจจะถอยง่ายๆ เลย ตนไม่ใช่คนที่จะอวยนายกรัฐมนตรี จุดยืน คือ การต่อสู้กับเผด็จการทหารและเผด็จการรัฐสภามาโดยตลอด แต่ต้องเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะสมาชิกพรรคพลังธรรมใหม่ทั่วประเทศ ต้องการให้พรรคเข้ามาปกป้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เริ่มมีการถอยบ้างแล้ว ในความขัดแย้งครั้งนี้ เช่นประกาศยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน การเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อแก้ปัญหา นี่เป็นการถอยหลายก้าวของนายกฯแล้ว หลังจากวันนี้คงเป็นหน้าที่ของฝ่ายผู้ร่วมชุมนุมแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในยุคโควิด ที่ประชาชนทั่วประเทศยากลำบากอย่างแสนสาหัส ทั้งนี้ การที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาไม่ได้มาชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา แสดงถึงสัญญาณที่น้องๆก็ได้เริ่มถอย เพื่อประชาชน แล้วเช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81940</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ระวี มาศฉมาดล, ประชามติ, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef56fae897ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สธ.หอบรายชื่อกว่า4,000คนวอน&#039;หมอระวี&#039;ขอช่วยเปิดโอกาสเปลี่ยนสายงานวิชาการได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา น.ส.มิ่งขวัญ จันทร์ศรีเมือง ตัวแทนกลุ่มข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อข้าราชการจำนวน 4,450 รายชื่อ ต่อนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ โดยทางกลุ่มขอเรียกร้องให้พิจารณากรณีข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ผู้มีคุณวุฒิปริญญาตรีด้านสาธารณสุข ให้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ และนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากกลุ่มเจ้าพนักงานสาธารณสุขประเภททั่วไป ซึ่งเป็นผู้มีคุณวุฒิปริญญาตรีด้านสาธารณสุข ที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ความชำนาญงานในการบริการและการบริหารจัดการงานด้านสาธารณสุข สามารถปฏิบัติงานในบทบาททางวิชาการด้านสาธารณสุขเหมือนกับตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข หากแต่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณากำหนดตำแหน่ง หรือดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกเพื่อบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา พวกตนได้ทำหน้าที่อย่างหนัก จึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ระวี กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะยื่นหนังสือข้อเรียกร้องพร้อมรายชื่อข้าราชการทั้งหมดให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาต่อไป เพราะเชื่อว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้กระทบต่องบประมาณใด ๆ เป็นเพียงแค่สามารถเปลี่ยนมาเป็นสายงานวิชาการได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77817</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ระวี มาศฉมาดล, น.ส.มิ่งขวัญ จันทร์ศรีเมือง, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, เจ้าพนักงานสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f642dacf1547.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบายใจได้!&#039;หมอระวี&#039;เชื่อรัฐบาลต้องใชเวลาศึกษาข้อดี-ข้อเสียCPTPPอย่างน้อย1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.63 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ CPTPP กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีการนำเรื่องการเข้าร่วมเจรจากับ CPTPP เข้า ครม. ดังนั้นประชาชนที่คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP ทุกท่าน สบายใจได้ว่าทางรัฐบาลจะต้องใช้เวลาศึกษาข้อดี - ข้อเสีย - ผลกระทบ ถ้าไทยจะเข้าร่วม CPTPP อีกอย่างน้อย 1 ปี ในส่วน กมธ.CPTPP ของสภา ขณะนี้กำลังทุ่มเทศึกษาข้อดี -ข้อเสีย - ผลกระทบ ต่อทุกภาคส่วนในประเทศ กมธ.ทุกคนทำงานอย่างหนัก มีการประชุม กมธ. และ 3 อนุกมธ. รวมสัปดาห์ละ 7-8 ครั้ง เพื่อเร่งหาข้อสรุปส่งให้สภาและรัฐบาล และประชาชนทั่วประเทศ ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงเรื่อง CPTPP ในทัศนะของ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวว่า การทำงานของกมธ. CPTPP นอกจาก ส.ส.จากทุกพรรคแล้ว ยังมีข้าราชการจากเกือบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, มีนักวิชาการ และภาคประชาชนที่คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP เช่น ตัวแทนกลุ่ม FTA WATCH, จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ถกเถียงกันอย่างจริงจัง ทุกมุมมอง ทุกประเด็น มีการนำเอกสารฉบับจริงมาอ่าน ตีความหมาย และมีหลายประเด็นมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ทาง กมธ.ก็มีการส่งหนังสือสอบความไปขอคำตอบจากทาง CPTPP โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เป็นความคิดเห็นร่วมของ กมธ.จากการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม พบว่า แม้ว่าจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อเสียหลายประการเช่นกัน แต่ กมธ.ส่วนมากพบข้อมูลว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะเข้าร่วม CPTPP เราต้องมีการเตรียมตัว ยกระดับมาตรฐานในเกือบทุกด้าน เพื่อให้ทุกภาคส่วนของไทยสามารถรองรับการทำสัญญา FTA, CPTPP, ฯลฯ กับนานาประเทศ ที่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73706</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA Watch, ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแปซิฟิก (CPTPP), น.พ.ระวี มาศฉมาดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cf00bd2e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;ขอบคุณ&#039;หมอหนู-หมอตี๋&#039;หลังอ.ก.พ.สธ.บรรจุบุคลากรสธ.ทั้ง3ระยะเป็นข้าราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;26 มิ.ย.63 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงพรรคพลังธรรมใหม่เคยแสดงความกังวลต่อกรณีกลุ่มหมออนามัยที่อยู่ในระยะที่ 3 มีความสุ่มเสี่ยงอาจจะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมติให้บรรจุบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้ารับราชการ โดยให้บรรจุบุคลากรทั้ง 3 ระยะภายในปี 2563 ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกคนผ่านความเหน็ดเหนื่อยจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา และที่สำคัญเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรทุกท่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณ ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกท่าน ที่เล็งเห็นและให้ความสำคัญต่อข้อเรียกร้องของบุคลากรในสังกัด เพราะมติของ อ.ก.พ.สธ.ในการบรรจุข้าราชการในครั้งนี้ ถือเป็นแรงใจสำคัญที่จะผลักดันให้พวกเขาเหล่านั้น มีกำลังใจที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีต่อไป&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับบุคลากรทุกคนที่ได้รับการบรรจุในครั้งนี้ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ตนยอมรับว่ามีความวิตกกับเรื่องนี้มาตลอด วันนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ทั้งนี้ ขอขอบคุณชาวสาธารณสุขทุกท่าน ที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา จนกระทั่งประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤต คนไทยได้กลับมาใช้ชีวิตปกติและสามารถประกอบอาชีพได้อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69771</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ระวี มาศฉมาดล, นายสาธิต ปิตุเตชะ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, บุคลากรสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef56fae897ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;เตือน&#039;บิ๊กตู่&#039;อย่าแถลงข่าวว่า&#039;ธรรมนัส&#039;ไม่ผิดเพราะนายกฯจะตายแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายพิตตินันท์ รักเอียด คณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปพัวพันธ์กับการกักตุนหน้ากากอนามัย ว่า เรื่องนี้มีผลกระทบกับรัฐบาลค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการนำเสนอข่าวดังกล่าวทุกช่องทาง ทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ รวมถึงในโซเซียลมีเดียต่างๆ และแม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะออกมาชี้แจงยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ประชาชนก็คงไม่มีใครเชื่อ รวมถึงในการชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส ที่บอกว่าได้ให้นายพิตตินันท์ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ในความเป็นจริงนายพิตตินันท์กลับไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี เรื่องนี้จึงถือเป็นจุดอ่อน และเป็นเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัสที่จะต้องแก้วิกฤตนี้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับ ร.อ.ธรรมนัส ก็ย่อมสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลเช่นกัน ดังนั้นจึงมองว่าเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่าออกมาแถลงว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่เกี่ยวข้องและไม่ผิด เพราะไม่เช่นนั้นนายกรัฐมนตรีจะตายแทน&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นพ.ระวี ยังกล่าวว่า มีกลุ่มประชาชนได้ประสานผ่านมาที่ตนเพื่อต้องการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับคนที่กักตุนหน้ากากอนามัยทั้งหมดอย่างเด็ดขาด โดยได้ประสานให้ทางกลุ่มประชาชนเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันนี้เวลา 10.00น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส พรหมเผ่า, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, พรรคพลังธรรมใหม่, หน้ากากอนามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e66fd14c0341.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ตรุษจีนแล้ว&#039;หมอระวี&#039;แนะสธ.ตั้งจุดคัดกรองไวรัสโคโรนาในสนามบินเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ม.ค.63-นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก ว่า เป็นเรื่องที่คนไทยต้องตระหนักแต่ไม่จำเป็นต้องตระหนก เพราะจากที่ติดตามการทำงานของภาครัฐก็มีมาตรการรับมือที่ดี โดยมีการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ รวมถึงมีการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่อยากฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้จบเพียงแค่มีมาตรการคัดกรองในช่วงที่มีการระบาดของโรคนี้เท่านั้น แต่ควรให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องถึงวิธีป้องกัน การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรค ไปจนถึงอาการของโรค เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพของตัวเองด้วย&amp;quot; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวด้วยว่า ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว เชื่อว่าจะมีพี่น้องชาวจีนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น จะต้องมีการเพิ่มจุดคัดกรองหรือเครื่องมือในการตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ กระบวนการคัดแยกเมื่อพบปัญหาและการส่งต่อไปโรงพยาบาลจะต้องทำได้อย่างทันท่วงที โดยสิ่งเหล่านี้ต้องมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีด้วย เพราะบางพื้นที่เช่น ภูเก็ต มีสายการบินที่บินตรงจากมณฑลอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนมาภูเก็ตทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d981128195ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
