<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดทางนักเรียนที่จะฉีดวัคซีน  ไม่มั่นใจชนิด mRNA สามารถฉีดประเภทเชื้อตายได้ แต่ต้องรออีกพัก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.ย. 64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์การโควิด19 และฉีดวัคซีน &amp;nbsp;โดย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนในประเทศไทย เมื่อวาน(16 ก.ย.64) มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นกว่า 8.64 แสนคน รวมยอดสะสมอยู่ที่ 43.3 ล้านคน แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 28.4 ล้านคน เฉลี่ยเกือบ 40% ส่วนเข็มที่ 2 จำนวน 14 ล้านคน ก็เฉลี่ยเกือบ 20% โดยไทยอยู่อันดับที่ 2 ในการฉีดวัคซีนภูมิภาคอาเซียน ส่วนกรณีประชาชนที่จองวัคซีนโมเดอร์นากับรพ.เอกชน ข้อควรพิจารณา คือ ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน สามารถฉีดโมเดอร์นาได้ตามแผนปกติ แต่หากมีการรับวัคซีนไปแล้ว อย่าง ซิโนแวคครบโดส อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ &amp;nbsp;เพราะโดยทั่วไปจะไม่มีการฉีดวัคซีนที่มากเกินความจำเป็น เช่นไม่ควรฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข็มที่ 3 ในระยะเวลาใกล้ๆกับเข็มที่ 2 หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าครบ 2 ครบ ก็ยังไม่ต้องกระตุ้นด้วยเข็มที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวถึงรายละเอียดการฉีดวัคซีนสำหรับนักเรียนว่า ส่วนการให้บริการวัคซีนในระยะแรกนี้เป็น วัคซีนไฟเซอร์ สำหรับนักเรียนอายุ 12-17 &amp;nbsp;ปี ที่ภาครัฐจะจัดสรรได้ครอบคลุม โดยจะเริ่มฉีดในวันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป มีเป้าหมายอยู่ที่ 4.5 ล้านคน เน้นในกลุ่มชั้นมัธยมศึกษา หรือปวช. ปวส. ที่กำลังจะเปิดเรียนในช่วงต้นเดือน พ.ย.ทั้งโรงเรียนหรือสถานศึกษาทั้งสังกัดภาครัฐและภาคเอกชน หรือสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) รร.ตำรวจตระเวนชายแดน รร.พระปริยัติธรรม &amp;nbsp;หรือรร.ที่มีนักเรียนในช่วงอายุดังกล่าว เช่น รร.คนพิการ รวมไปถึงเด็กที่อายุเกิน แต่ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยม เด็กที่ป่วยไม่ได้เข้าโรงเรียน หรือศึกษาอยู่ที่บ้านด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนี้การดำเนินงานการฉีดวัคซีนเด็กนักเรียน อยู่ในขั้นตอนที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาสำรวจความประสงค์หรือไม่ประสงค์ของผู้ปกครองและนักเรียนที่จะเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ โดยจะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดของผลข้างเคียงวัคซีนไฟเซอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื้อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งข้อมูลจากต่างประเทศพบว่าภาวะข้างต้นเกิดขึ้นประมาณ 16 คนใน 1 ล้านโดส และในประเทศไทยพบเด็กที่มีโรคประจำตัวฉีดวัคซีนไฟเซอร์มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเพียง 1 คน &amp;nbsp;จากการฉีดไปแล้วกว่า &amp;nbsp;8.6 แสนโดส ซึ่งขณะนี้รักษาหายแล้ว โดยเด็กจะมีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจไม่สะดวก หากพบและนำเข้าสู่การรักษาก็จะหายปกติ เพราะภาวะกล้ามเนื้อหัวสามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งจะใช้เวลาสำรวจประมาณ 2 สัปดาห์ และแจ้งไปยังสาธารณสุขจังหวัด พร้อมจัดสรรวัคซีนลงพื้นที่ นัดวันเวลา สถานที่ฉีดวัคซีน และจะมีการติดตามรายงานผลการฉีดของนักเรียนในระบบ MoPH IC พร้อมกับการติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์อย่างน้อย 30 วัน เมื่อเด็กได้รับวัคซีนในจำนวนมากก็จะช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อ และจัดการเรียนการสอนได้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับวัคซีนชนิดเชื้อตาย อย่างซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ที่ประเทศจีนมีการนำไปฉีดในเด็กจำนวนกว่า 1 ล้านคน ขณะนี้ไทยก็ได้มีการขอขึ้นทะเบียนกับทาง อย. วัคซีนทั้ง 2 ชนิดให้ฉีดได้ในเด็ก จากเดิมที่ขึ้นทะเบียนไว้ว่าสามารถฉีดได้ในผู้ที่มีอายุ &amp;nbsp;18 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจจะได้ฉีดในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ปกครองที่ไม่ประสงค์ให้บุตรหลายฉีดวัคซีนชนิด mRNA สามารถที่จะรอชนิดเชื้อตายได้ที่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์โควิด19 ในประเทศ นพ.โสภณ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 14,555 คน ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 171 คน นับว่าเป็นตัวเลขที่มีผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 200 คนมาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคสูงอยู่ที่ 1.06% ซึ่งในระยะต่อจากนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ และรักษาผู้ที่กำลังป่วยให้หายเพิ่มขึ้น เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตลดลง โดยผู้ป่วยโควิดอาการหนักที่เป็นปอดอักเสบมีจำนวนลดลงตามลำดับจาก 4,900 คน เหลือ 3,851 คน และผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ก็ลดลงต่อเนื่องจากกว่า 1,000 คน เหลือ &amp;nbsp;787 คน ทำให้อัตราเตียงว่างในไอซียู รับผู้ป่วยเข้าดูแลได้มากขึ้น โดยในระยะต่อไปจะมีการติดตามผู้ป่วยที่อาการหนักเป็นหลัก ในขณะที่ผู้หายป่วยวันนี้จำนวน 13,691 คน หายป่วยสะสมมากกว่า 1.27 ล้านคน ส่วนที่กำลังรักษาอยู่มีจำนวน 1.29 แสนคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117025</URL_LINK>
                <HASHTAG>mRNA, ฉีดวัคซีนนักเรียน, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, วัคซีนเชื้อตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144536e7fd78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอโสภณ&#039; เผยปลายก.ย.หารือประเมินความพร้อมเปิดประเทศในเดือนต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.64- นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการผ่อนคลายมาตรการในเดือนต.ค. และการเปิดประเทศหรือสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ จะมีการพิจารณาอย่างไรว่า โดยเมื่อเดือนมิ.ย. นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายว่าภายใน 120 วันจะมีการเปิดประเทศด้วยความปลอดภัยอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งในขณะนี้ผ่านมากว่า 90 วัน สถานการณ์โควิดในประเทศตั้งแต่กลางเดือนส.ค. ก็มีแนวโน้มดีขึ้น และในหลายจังหวัดก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี อย่างไรก็ตามในเรื่องของการวางแผนเปิดการเดินทางในจังหวัดต่างๆก็จะมีการประเมินความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประชาชน ผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยวก็จะต้องมีการจัดทำมาตรฐานSHA Plus หรือประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยคาดว่าในช่วงสินเดือน ก.ย. วัคซีนเข็มที่1 จะครอบคลุมอย่างน้อย 50% และในเดือนต.ค. จะต้องครอบคลุม 70% &amp;nbsp;ทั้งนี้การผ่อนคลายต่างๆจะมีการประชุมและประเมินความพร้อมในจังหวัดต่างๆ ช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117024</URL_LINK>
                <HASHTAG>120 วันเปิดประเทศ, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fa58a03b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรคแจงบุคลากรทางการแพทย์รับวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 4 เพราะไปปฏิบัติงานที่แคนาดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ส.ค.64 - นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียลว่า มีผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ฉีดเป็นเข็มที่ 4 นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบบริหารจัดการวัคซีน COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุข (MOPH IC : MOPH Immunization Center) พบว่า กรณีนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศแคนาดา ซึ่งมีระเบียบว่าจะต้องได้รับวัคซีนที่ประเทศแคนาดากำหนดจึงสามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโควิดชิลด์ ร่วมกับแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศเป็นลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ดังนั้น กรณีนี้จึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ภายหลังได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดา (The Public Health Agency of Canada) แนะนำว่าผู้คนในประเทศแคนาดาที่รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า สามารถรับวัคซีนไขว้เป็นชนิด mRNA ได้แก่ ไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา เพื่อประโยชน์ในการป้องกันโควิด ดังนั้น การรับวัคซีนไฟเซอร์ของบุคลากรทางการแพทย์รายนี้ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานในประเทศแคนาดาเป็นไปตามเงื่อนไขของการเข้าประเทศที่ประเทศปลายทางระบุ&amp;rdquo; นพ.โสภณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนไฟเซอร์, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, บุคคลากรทางการแพทย์, สาธารณสุขแคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f538754b97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ดับกระแสวัคซีนขาด ยันเดือนมิ.ย.มี 6 ล้านโดส  แจงยิบ กระจายไปจุดไหนบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13 มิ.ย.64- นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงหลักการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ว่า การจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ใช้ข้อมูลทางวิชาการจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายเชิงประชากร โดยในช่วงกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม เริ่มฉีดกลุ่มแรกคือ บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยหรือมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ อสม. เป็นต้น และฉีดประชาชนบางส่วนในพื้นที่ระบาด ส่วนเดือนมิถุนายนฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่หากติดเชื้อมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ โดยเปิดให้นัดหมายเข้ารับวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนจำนวนมากพร้อมกันทั่วประเทศซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นมา จึงมีนโยบายให้กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังได้รับการฉีดวัคซีนตามนัดหมายเป็นหลักก่อน นอกจากนี้ ยังมีการฉีดในประชาชนเพื่อควบคุมการระบาด และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพิ่มเติม เช่น กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรียมเปิดเทอม , คนทำงานขนส่งสาธารณะเนื่องจากมีความใกล้ชิดประชาชน ช่วยป้องกันไม่ให้รับเชื้อและแพร่เชื้อต่อ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการจัดส่งวัคซีนให้ทุกจังหวัดตามนโยบายของ ศบค. ซึ่งคิดจากตัวเลขที่แต่ละจังหวัดตั้งมาและปรับตามสูตรการคำนวณ ให้สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ส่งมอบให้กรมควบคุมโรค โดยเดือนมิถุนายนมีการกระจายวัคซีนเป็น 2 งวด ครอบคลุมการฉีดในระยะ 2 สัปดาห์ คือ งวดแรกวันที่ 7-20 มิถุนายน ประมาณ 3 ล้านโดส คือ ซิโนแวค 1 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้า 2 ล้านโดส เบื้องต้นมีการจัดส่งไปยัง กทม. 5 แสนโดส (แอสตร้าเซนเนก้า 3.5 แสนโดส และซิโนแวค 1.5 แสนโดส) สำนักงานประกันสังคม 3 แสนโดสฉีด กทม.เป็นหลัก กลุ่มมหาวิทยาลัย 11 แห่งของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 1.5 แสนโดส ฉีด กทม.เป็นหลัก กลุ่มหมอพร้อม 76 จังหวัด 1.1 ล้านโดส จุดฉีดต่างๆ สำหรับองค์กรภาครัฐ เช่น ขนส่ง ทหาร ตำรวจ และครู 1 แสนโดส และควบคุมการระบาด 5 หมื่นโดส ส่วนงวดที่ 2 สำหรับวันที่ 21 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม อีก 3.5 ล้านโดส เป็นซิโนแวค 2 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้า 1.5 ล้านโดสรวมมากกว่า 6 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขจัดส่งวัคซีนโควิด 19 ตามนโยบายรัฐ ส่วนภารกิจการกระจายต่อไปยังโรงพยาบาลหรือจุดฉีดในแต่ละจังหวัดเพื่อให้เกิดการฉีดวัคซีนได้อย่างต่อเนื่องนั้น มีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครดำเนินการต่อ ซึ่งขอให้แต่ละจังหวัดปฏิบัติตามนโยบาย โดยเน้นฉีดกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมก่อน เพื่อป้องกันกลุ่มมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&amp;rdquo;นายแพทย์โสภณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106251</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #สธ., น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5edcf1803a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เผยบุคคลากรทางการแพทย์ติดโควิด รายที่ 7 เป็นเพื่อนร่วมห้องพักเดียวกับพยาบาลผู้ป่วยรายที่ 6 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14 ธ.ค. 63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) และนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยและการควบคุมป้องกันโรคโควิด 19 ในคอนเสิร์ต
&amp;nbsp;นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 28 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันทุกประเภท27 ราย และติดเชื้อในประเทศ 1 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 17 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสม 4,237 ราย รักษาหายสะสม 3,940 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาล 237 ราย และเสียชีวิต 60 ราย
&amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 27 ราย ประกอบด้วย บาห์เรน 7 ราย เมียนมา 6 ราย สหราชอาณาจักร 3 ราย &amp;nbsp;ฝรั่งเศส และโปแลนด์ ประเทศละ 2 ราย สวีเดน ยูเครน ปากีสถาน อินโดนีเซีย อาเซอร์ไบจาน เยอรมนี และจอร์แดน ประเทศละ 1 ราย แบ่งเป็นคนไทย 23 ราย และคนต่างชาติ 4 ราย ทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนการติดเชื้อในประเทศ 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเอกชนที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5.39 แสนราย ยอดสะสมรวม 72.6 ล้านราย อาการรุนแรง 106,189 ราย รักษาหายแล้ว 50.8 ล้านราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7.6 พันราย เสียชีวิตสะสม 1.6 ล้านราย&amp;nbsp;
5 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 16.7 ล้านราย อินเดีย 9.88 ล้านราย บราซิล 6.9 ล้านราย รัสเซีย 2.65 ล้านราย และฝรั่งเศส 2.37 ล้านราย สำหรับประเทศเมียนมา ผู้ป่วยรายใหม่ 1,127 ราย ผู้ป่วยสะสม 108,342 ราย และมาเลเซีย ผู้ป่วยรายใหม่ 1,229 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 83,475 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ . ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจัดคอนเสิร์ตนั้น การรวมกันของคนจำนวนมากถือว่ามีความเสี่ยงระดับหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด จึงต้องอยู่ในวิถีของ New Normal ดังนั้น คอนเสิร์ตสามารถจัดได้ โดยต้องมี New Normal คือการสร้างระยะห่าง ผู้จัดงานต้องทำตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดี อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการวางแผนเอาไว้อย่างดี แต่หน้างานที่มีคนเรือนหมื่นมาอยู่รวมกัน อาจมีความยากลำบากในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผนการที่กำหนด โดยเฉพาะประตูทางเข้าที่อาจทำให้เกิดความแออัดได้ จึงขอให้ผู้จัดงานประมาณการณ์จำนวนคนเข้าร่วมงาน และพิจารณาเรื่องของการมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป การขอความร่วมมือจึงยากมากขึ้น ซึ่งความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น การจัดงานคอนเสิร์ตหรืองานใดก็ตาม ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. โสภณ &amp;nbsp;เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึง บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด 19 รายที่ 7 นี้ เป็นเพื่อนร่วมห้องพักของผู้ป่วยบุคลากรทางการแพทย์รายที่ 6 ดังนั้นผู้ติดเชื้อทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเริ่มจากการมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากการปฏิบัติงานภายในสถานกักกันที่รัฐกำหนด (ASQ) และนำมาติดเพื่อนบุคลากรจากการมีกิจกรรมร่วมกันนอกเวลางาน ใช้ชีวิตด้วยกัน พักด้วยกัน รับประทานอาหารด้วยกัน จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยรายที่ 7 มีความเกี่ยวข้อง โดยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ทำงานร่วม Ward กับผู้ป่วยรายที่ 4 ที่เริ่มป่วยเป็นคนแรก, พักอาศัยร่วมห้องกับผู้ป่วยรายที่ 6 เมื่อวันที่ 5-7 ธันวาคม 2563 ก่อนที่จะทราบว่าผู้ป่วยรายที่ 6 ติดเชื้อ, วันที่ 8 ธันวาคม 2563 เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อครั้งแรก ผลไม่พบเชื้อ และเข้ารับการกักกันในโรงพยาบาลเอกชนวันที่ 9-11 ธันวาคม 2563 ระหว่างนี้ไม่มีอาการ กระทั่งวันที่ 12 ธันวาคม 2563 มีอาการเจ็บคอ แน่นจมูก ผลตรวจแล้วพบเชื้อ ขณะนี้อยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ป่วยรายที่ 7 อยู่ในสถานที่กักกันโรคตั้งแต่วันที่ 8-12 ธันวาคม จึงไม่มีการสัมผัสกับผู้อื่น ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ขอยืนยันว่าไม่ต้องกังวล ผู้ที่พักในคอนโดเดียวกัน หากไม่มีอาการป่วย ไม่มีอาการผิดปกติ ถือเป็นกลุ่มที่ไม่เสี่ยง ส่วนกรณีสงสัยว่าอาจจะมีอาการป่วยเนื่องจากมีความใกล้ชิดช่วงก่อนหน้านี้ เช่น มีอาการทางเดินหายใจ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ไม่ได้กลิ่น ไม่รับรส สามารถไปตรวจสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพบว่าเป็นการติดเชื้อภายในกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น และขอให้ประชาชนยังคงตระหนักป้องกันโรคด้วยการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่ใช้ร่วมกัน&amp;rdquo; นพ. โสภณกล่าว
&amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่เดินทางมาจากเมียนมา 6 ราย เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องและเข้ารับการกักกันในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (Local Quarantine) จ.เชียงราย แล้วจึงตรวจพบเชื้อ ได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดย 4 รายติดเชื้อไม่มีอาการ อีก 2 รายมีอาการเล็กน้อย จึงไม่ต้องตระหนก เนื่องจากไม่ได้มีการสัมผัสกับผู้อื่นภายนอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86821</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, บุคลากรทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd71ab117380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจแล้วผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หญิงติดโควิดที่เชียงใหม่ 69 คนไม่พบเชื้อ ส่วนอีก2 รายที่ติดเชื้อรายใหม่  2 วินมอเตอร์ไซค์รอฟังผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โอภาสกล่าวว่า กรณีหญิงไทยอายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่มเติม 2 รายที่จังหวัดเชียงราย มีความเกี่ยวเนื่องกันกับรายที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างมาก ทำให้คนไทยในประเทศเพื่อนบ้านอยากเดินทางกลับเข้ามา จึงขอให้กลับเข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องเพื่อเข้ารับการกักตัว 14 วัน นอกจากไม่ผิดกฎหมายแล้ว หากพบการติดเชื้อจะได้รับการรักษา ไม่ทำให้เชื้อแพร่ไปสู่คนในครอบครัวและชุมชน และขอฝากให้ประชาชนพื้นที่ชายแดนช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน คอนโด โรงแรม โรงงาน และสถานบันเทิง หากพบคนไทยหรือคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการกักตัว 14 วัน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว และย้ำให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และสแกนไทยชนะ ซึ่งทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัสได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า จากการติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยโควิด 19 เพศหญิงอายุ 29 ปี จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 328 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 107 ราย ตรวจแล้ว 69 ราย ไม่พบเชื้อ (คอนโดผู้ป่วย 2 ราย คอนโดเพื่อน 2 ราย สถานบันเทิง 55 ราย ห้างสรรพสินค้า 6 ราย รถโดยสารปรับอากาศเชียงใหม่ 1 ราย และคนขับรถ Grab Car 3 ราย) สัมผัสเสี่ยงต่ำ 149 ราย ตรวจแล้ว 83 ราย ไม่พบเชื้อ (สถานบันเทิง 2 ราย ห้างสรรพสินค้า 25 ราย บุคลากรโรงพยาบาลเอกชน 9 ราย และคอนโดผู้ป่วย 47 ราย) ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรอผลการตรวจและติดตาม โดยทั้งหมดยังต้องกักกันและเฝ้าระวังอาการจนครบ 14 วัน ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคในสถานที่ชุมนุมชนทุกแห่ง ทั้งการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และการสแกนไทยชนะ หากสถานประกอบการ/ ร้านไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจะถูกดำเนินการอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสั่งปิดกิจการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อ 2 รายที่จังหวัดเชียงราย เป็นหญิงไทยอายุ 26 ปี และ 23 ปี ทำงานในสถานบันเทิงในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เป็นเพื่อนร่วมงานกับหญิงอายุ 29 ปีติดโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยลักลอบเดินทางเข้าทางช่องทางธรรมชาติอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีผู้สัมผัส 27 &amp;nbsp;ราย แบ่งเป็นสัมผัสเสี่ยงสูง 4 ราย คือหญิงไทยอายุ 23 ปีที่เดินทางกลับมาด้วยกัน &amp;nbsp;โดยวันที่ 29 &amp;nbsp;พฤศจิกายน &amp;nbsp;มีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูก เมื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อโควิด 19 ถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล พนักงานโรงแรมที่ขับพาไปร้านสะดวกซื้อ 1 ราย รถจักรยานยนต์รับจ้างจากหมู่บ้านไปอำเภอแม่สาย 1 ราย ทั้งคู่รอผลตรวจเชื้อ ส่วนรถจักรยานยนต์รับจ้างที่พาไปอำเภอเมือง 1 ราย ไม่พบเชื้อ ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 23 ราย คือบุคลากรทางการแพทย์ 20 ราย และชุมชน 3 ราย คือ แม่ค้าร้านอาหาร/ร้านขายของชำ พนักงานร้านสะดวกซื้อ และพนักงานโรงแรม ทั้งนี้ ถือว่ามีโอกาสแพร่เชื้อต่ำ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมที่พักและไปโรงพยาบาลเร็ว ทำให้มีผู้สัมผัสน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคในสถานที่ชุมชน เฝ้าระวังช่องทางเข้าออก โดยจัดระเบียบการขนส่งและสุ่มตรวจพนักงานขับรถชาวเมียนมา กำหนดมาตรการรองรับผู้กลับมาจากประเทศเมียนมา โดยเตรียมสถานที่กักกันโรคที่ราชการกำหนด กักกันอย่างน้อย 14 วัน สื่อสารให้ผู้ที่ลักลอบมาจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรองและรักษา โดยให้รายงานตัวกับ อสม. รพ.สต. หรือผู้ใหญ่บ้าน และสำรวจจำนวนคนไทยในฝั่งท่าขี้เหล็กและต้องการกลับประเทศ เพื่อเตรียมการดำเนินการรับกลับอย่างปลอดภัย และดำเนินการกับผู้นำพาคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85519</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.เชียงราย, จ.เชียงใหม่, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, หญิงไทยติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4c5487ccb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดสิ้นเดือนเม.ย.มีผู้ป่วยโควิด สะสมราว  3,000 คน จับตาสถานการณ์ในยุโรป อเมริกา ป้องกันระบาดซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 เม.ย.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทย เป็นที่น่ายินดีว่าวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต สอดคล้องกับการควบคุมสถานการณ์โรคที่ประเทศไทยทำได้ดีต่อเนื่อง ขณะนี้ 29 จังหวัดไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกันอย่างน้อย 14 วันแล้ว และอีก 9 จังหวัดยังไม่พบผู้ป่วย คาดว่าหากคงมาตรการเข้มข้นภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ อาจจะ มียอดผู้ป่วยสะสมประมาณ 3,000 คน และหากจะเริ่มผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ประชาชนก็ขอให้อย่าประมาทเพราะการระบาดของโรคทางเดินหายใจเกิดขึ้นได้เร็วหากพบผู้ป่วยรายใหม่ อีกทั้งสถานการณ์ระดับโลกทั้งในทวีป อเมริกาและยุโรปยังคงมีการระบาดอยู่ จึงยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดมาตรการให้เหมาะสมป้องกันไม่ให้ระบาดซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active Case Finding) ในพื้นที่ที่เคยพบผู้ป่วยยืนยัน โรคโควิด 19 เป็นกลุ่มก้อนยังเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในค้นหาผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยในระยะแรกเพื่อจะลด โอกาสการแพร่เชื้อ &amp;nbsp; ในขณะนี้มีการตรวจค้นหาผู้ป่วยในชุมชนเพิ่มขึ้น แต่พบว่าอัตราการพบผู้ติดเชื้อยังอยู่ระดับต่ำ น้อยกว่า 1% &amp;nbsp;ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไร โดยการตรวจค้นหาทำได้รวดเร็วมากขึ้น &amp;nbsp;เนื่องจากมีห้องปฏิบัติการทั่วประเทศรองรับกว่า 100 แห่ง และโรงพยาบาลสามารถออกรหัสการตรวจได้เอง เชื่อว่าการตรวจค้นหาผู้ป่วยจะสะดวกคล่องตัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นะ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) แสดงความเป็นห่วงเรื่องการใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp; รักษาผู้ป่วยโควิดว่า แม้ว่าตอนนี้ยาฟาวิพิราเวียร์ r มีสรรพคุณการรักษาที่ดีที่สุด แต่เป็นห่วงผู้ป่วย สตรีตั้งครรภ์ เนื่องจากไม่สามารถจ่ายยา ฟาวิพิราเวียร์ r ได้ เพราะมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ อีกทั้งไม่แนะนำสตรี ที่ให้นมบุตรใช้ยาตัวนี้เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;หากใช้ยาให้หยุดการให้นม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63544</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จบเดือนเมษายน, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9acd6f9b433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
