<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศ.พัฒนากรอบ 8 ด้าน ประกันคุณภาพการศึกษาเทียบเท่ามาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 ม.ค.62- นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)หรือสมศ. เปิดเผย ในการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ว่า จากการศึกษาบริบทการประกันคุณภาพของโลกของเครือข่าย INQAAHE ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยงานประกันคุณภาพนานาชาติที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานรับรองมาตรฐานแห่งชาติและนักวิชาการเพื่อควบคุมคุณภาพการศึกษาในกว่า 140 ประเทศ พบว่า บริบทการประกันคุณภาพของโลก กำหนดทิศทาง มุมมองและแนวโน้มสำคัญในการผลักดันงานประกันคุณภาพของโลก ประกอบด้วยกัน 8 ด้าน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การควบคุมคุณภาพภายใต้ความเป็นสากล จากการศึกษาข้ามพรมแดน (cross border education) การเคลื่อนย้ายผู้เรียน (transnational mobility) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การสร้างกรอบคุณวุฒิการศึกษาระดับโลก เพื่อเป็นกลไกการประเมินที่พยายามสร้างความเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้ที่สำเร็จการศึกษากับสมรรถนะในการปฏิบัติงานตามความต้องการของภาคการผลิตและบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเปลี่ยนแปลงบทบาทของหน่วยงาน QA ให้มีมาตรฐานสากล เนื่องจากในอนาคตอาจจะมีหน่วยงานอื่นๆ เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่รับรองด้านการประกันคุณภาพ ดังนั้นสมศ.จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งพัฒนามาตรฐานการประเมินให้เทียบเท่าสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การเปรียบเทียบเชิงผลลัพธ์ ตามมาตรฐานของหน่วยงานประกันคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานประกันคุณภาพเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากหน่วยงานหรือเครือข่ายในระดับสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การรับรองมาตรฐาน (Accreditation) โดยที่สมศ.จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับสถานศึกษาในการเลือกรับการประเมินคุณภาพภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งมีความน่าสนใจและท้าทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การประกันคุณภาพภายนอก(EQA) ภายใต้ยุค Industrial Revolution 4.0 โดยการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก หรือที่เรียกว่า AQA มาประยุกต์ใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอกแทนรูปแบบกระดาษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวขนิษฐา กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนากรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบถัดไป สมศ. ได้กำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนสู่การประกันคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืนในอนาคต โดยใช้มาตรฐานระบบประกันคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินการในประเทศ เช่น พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพให้สามารถรองรับ Digital Transformation เพื่อการรับรอง (Accreditation) และการประเมิน(Evaluation/Assessment) ในลักษณะของการรับประกัน (Guarantee) ออกแบบระบบการประเมินให้มีน้ำหนักครอบคลุมเรื่องการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น กำหนดความถี่ในการตรวจประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งจะพิจารณาจากระดับคุณภาพของผลการประเมินในแต่ละสถานศึกษา และทำประชาพิจารณ์ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมให้เสนอแนวคิดและการตรวจประเมิน รวมทั้งออกแบบระบบการประเมินที่เชื่อมโยงกับระบบประกันคุณภาพภายในให้สามารถเทียบเคียงกับในระดับนานาชาติ เช่น PISA, TIMSS เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพตามกรอบมาตรฐานของอาเซียน มุ่งการประเมินและรับรองในระดับหลักสูตร (Program Level) พัฒนากระบวนการเตรียมข้อมูลและหลักฐาน เพื่อการวางแผนก่อนการตรวจประเมินและวิเคราะห์ในเรื่องต่าง ๆ มุ่งเน้นผลลัพธ์ของผู้เรียน ที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณวุฒิการศึกษา มาตรฐานอาชีพ และสมรรถนะได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การประเมินคุณภาพการศึกษาในประเทศไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหามาตรฐานระดับสากลมาใช้ในการประเมินและรับประกันคุณภาพ เพราะมาตรฐานสากลถือว่ามีโครงสร้างในการประเมินที่หลากหลาย เพื่อยกระดับการศึกษาและระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยผู้บริหาร ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษาต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพ และมีการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาในทุกด้านทั้งด้านผู้เรียน การจัดการเรียนการสอน ด้านการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการผลิตผู้เรียนที่มีคุณภาพสู่สังคม&amp;rdquo;นางสาวขนิษฐา กล่าวสรุป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53692</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., 8กรอบใหม่ สมศ., กรอบมาตรฐานประเมินคุณภาพการศึกษา, น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73bc066892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมศ&quot;.กุมขมับประเมินรอบ4ทำได้ไม่ถึง10% เหลือสถานศึกษาอีกหลายหมื่นโรง แต่กม.กำหนดให้ทำเสร็จภายในปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.ย.62-สมศ. วอน ทบทวนกฎหมายคุณภาพการศึกษา &amp;nbsp;หวั่นประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ไม่ทันกรอบเวลา ที่กฎหมายประกาศศธ.กำหนดให้แล้วเสร็จภายในปี 63 &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ มีสถานศึกษาส่งรายงานการประเมินตนเอมาให้ไม่ถึง10% &amp;nbsp;เท่านั้น &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงกัลยา ชี้กฎหมายหลายเรื่องที่ติดขัด มาจากพ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ ยังไม่ประกาศใช้ ทำให้การขับเคลื่อนต่างๆหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับฟังปัญหาการดำเนินงานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งพบว่าหลายเรื่องมีอุปสรรคมาจากเรื่องกฎหมาย อีกทั้งยังมีการขับเคลื่อนงานการศึกษาอีกหลายอย่างที่มีอุปสรรค เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ยังไม่ได้มีการประกาศใช้ ซึ่งตนทราบว่าขณะนี้ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ สามารถพิจารณาและแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเองได้ เพื่อนำไปสู่กับปรับปรุงแก้ไขในประเด็นนั้นๆ หรือหากหน่วยงานต่างๆพิจารณาร่างดังกล่าวแล้วและไม่มีความเห็นในปรับปรุงแก้ไข ร่างดังกล่าวก็จะสามารถนำเข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า สำหรับปัญหาของ สมศ. ขณะนี้คือ กฎหมายกำหนดให้ สมศ. จะต้องดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 (ปี 2559-2563) แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกกฎ ศธ. การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ส่งผลให้กระบวนการในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 เหลือน้อย เนื่องจากยังไม่ได้แก้กฎหมายให้มีการขยายเวลาการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 อีกทั้งขณะนี้รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาที่ส่งข้อมูลมายัง สมศ.ก็ยังถือว่ามีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ สมศ.วางไว้ โดยในส่วนของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีอยู่ประมาณ 2 หมื่นแห่ง แต่มีการส่งรายงานการประเมิณตนเองมาที่ สมศ. เพียง 1,000 กว่าแห่ง สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนกว่า 3 หมื่นแห่ง ส่งมาเพียง 1,000 กว่าแห่ง นอกจากนี้ยังมีสถาบันอาชีวศึกษา ประมาณ 700 แห่ง ซึ่งข้อมูลตรงนี้ยังไม่มีการพูดถึงสถาบันการศึกษาที่อยู่นอกระบบที่มีจำนวนกว่า 1,000 แห่งที่ยังไม่มีการประมินคุณภาพภายใน ดังนั้นรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาที่เข้ามาถึง สมศ. ขณะนี้ถือว่ายังไม่ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนสถานศึกษาทั้งหมดที่ สมศ.จะต้องประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรื่องเป็นอำนาจของ ศธ.แต่ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งโดยมีผู้แทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษา มาร่วมกับกรรมการ เพื่อดูปัญหาการประเมินคุณภาพการศึกษาและทำให้ สมศ.สามารถเดินหน้าการประเมินคุณภาพไปได้แล้ว&amp;ldquo;รักษาการผอ.สมศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45263</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, ประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73bc066892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศ.รับรองประเมินภายนอกรอบ 4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 12แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มิ.ย.62-นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ. ) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริหาร สมศ. ได้รับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ประจำปีงบประมาณ 2562 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 12 แห่ง โดยการประเมินคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่ศูนย์พัฒนาเด็กกำหนดคือการประเมินใน 3 มาตรฐานประกอบด้วยมาตรฐานที่ 1 เรื่องของคุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ และมาตรฐานที่ 3 ด้านการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ส่วนผลการประเมินคุณภาพมี 5 ระดับคือ ระดับดีเยี่ยม ระดับดีมาก &amp;nbsp;ระดับดี ระดับพอใช้ และระดับปรับปรุง ส่วนผลการประเมินมีดังนี้ มาตรฐานที่ 1 มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ผลการประเมินระดับดีมาก 7 แห่ง และระดับดี 5 แห่ง มาตรฐานที่ 2 ผลประเมินระดับดีมาก 8 แห่ง ระดับดี 3 แห่ง และระดับพอใช้1แห่ง และมาตรฐานที่ 3 ระดับดีมาก 6แห่ง ระดับดี 5แห่ง และ ระดับพอใช้ 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวขนิษฐา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จุดเด่นของมีศูนย์พัฒนาเด็กที่ได้ผลประเมินระดับดีมากในมาตรฐานที่ 1 เช่น การดูแลเด็กเรื่องของสุขอนามัยที่ถูกต้องและครบถ้วนตามเกณฑ์สาธารณสุข เด็กได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการอย่างครบถ้วนและถูกสุขอนามัย มีช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม ได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็นตามวัย เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจโดยมีการส่งเสริมผ่านกิจกรรมศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวและ กิจกรรมร้องเพลงหลังเคารพธงชาติ เป็นต้น ส่วนมาตรฐานที่ 2 มีจุดเด่น เช่น การบริหารงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการมีความรับผิดชอบ ระเบียบ วินัย ให้แก่เด็ก มีการส่งเสริมด้านการรับมือภัยพิบัติ การรักษาความปลอดภัยมีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ปกครองที่รับ-ส่งเด็ก มีการนำเทคโนโลยีอย่างไลน์ มาใช้ในการร่วมกลุ่มของผู้ปกครองกับศูนย์พัฒนาเด็ก เพื่อใช้ในการสื่อสาร การให้คำปรึกษาและแนะนำผ่าน เฟซบุ๊ค ซึ่ง และมาตรฐานที่ 3 จุดเด่น เช่น ครูหรือผู้ดูแลเด็กสามารถจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี มีมุมประสบการณ์ต่างๆ ให้เด็กได้เลือกเรียนหรือเล่นตามความสนใจทำให้เด็กๆ มีความสุขกับการเรียนรู้ มีการวิเคราะห์ศักยภาพของเด็ก ประเมินพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง ครูหรือผู้ดูแลเด็กสามารถผลิตสื่อและเทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองและเด็ก และมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38166</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, ประเมินภายนอกสถานศึกษารอบ 4, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73bc066892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;เร่งเสนอชื่อบอร์ดสมศ.เข้าครม.ก่อนหมดวาระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62-&amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; เร่งเคาะ รายชื่อ บอร์ด สมศ. คาดเสนอ ครม.พิจาณา ได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ด้าน &amp;ldquo;รักษาการผอ.สมศ.&amp;rdquo; เผย ขั้นต่อไปต้องสรรหา ผอ.ตัวจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ชุดใหม่ ว่า&amp;nbsp; ขณะนี้คณะอนุกรรมการสรรหาบอร์ดสมศ.ได้เสนอรายชื่อ คณะกรรมการสมศ.รวมถึงประธานมาให้ตนพิจารณาแล้ว&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อกรรมการ สมศ. และ ประธาน สมศ. ชุดใหม่ อยู่ระหว่างที่การตรวจสอบรายชื่อ ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่ตนต้องเร่งสะสางให้เสร็จสิ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อที่เราจะได้คณะกรรมการ สมศ.ชุดใหม่อย่างเป็นทางการ และเดินหน้าขับเคลื่อนงานการประเมินคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าจะเสนอรายชื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์นี้ เพราะต้องให้เวลาในการเช็คประวัติ และตรวจสอบคุณสมบัติความเหมะสมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า หากได้คณะกรรมการ สมศ. แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การตั้งคณะกรรมการสรรหา ผอ.สมศ. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อมีคณะกรรมการ สมศ. ชุดใหม่และผอ.สมศ.ตัวจริง ก็จะทำให้การทำงานของ สมศ.มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถขับเคลื่อนงานต่าง ๆให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 นั้น ที่ผ่านมา สมศ.ได้ประเมินสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา จำนวน 30 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการประเมินเน้น 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นดังนี้มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย ด้านความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้และ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษาด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ด้านการบริหารจัดการ และ ด้านการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และมาตราฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย คาดว่าเดือนพฤษภาคมนี้ จะส่งผลการประเมินให้คณะกรรมการ สมศ. รับรองผลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35200</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, บอร์ดสมศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
