<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 สื่อมวลชนเหยื่อกระสุนยางร้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากตำรวจคนละ 7 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN และนายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพประจำสำนักข่าว The MATTER ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิงกระสุนยางเข้าใส่ระหว่างไปทำข่าวการชุมนุม เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2564 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน เป็นจำเลย ที่ใช้กระสุนยางเข้าสลายการชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ใส่เครื่องหมายแสดงตัว ปลอกแขน บัตรสื่อมวลชน และไม่มีท่าทีคุกคามหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธนาพงศ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะเรียกร้องค่าเสียหาย กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน รวมถึงเรียกร้องเสรีภาพของสื่อมวลชนด้วย&amp;nbsp; การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อต้องได้รับการคุ้มครอง สื่อไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐอาจปฏิบัติหน้าที่อาจหละหลวมทำให้เราได้รับผลกระทบ วันนี้จึงมาเรียกร้องค่าเสียหาย และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ตำรวจใช้กระสุนยาง ซึ่งอาจกระทบกับการทำงานของสื่อมวลชนในการชุมนุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ วันนั้นตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณริมฟุตบาท พร้อมกับสื่อมวลชนจำนวนมาก มีการสวมปลอกแขนแสดงความเป็นสือมวลชนอย่างชัดเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศฉีดน้ำผสมสี สื่อมวลชนจึงหลบด้านข้าง แต่ผ่านไปไม่เกิน 3 นาที เจ้าหน้าที่ได้ยิงกระสุนยาง โดยที่ไม่มีการประกาศแจ้งเตือน ตนถูกยิงที่สะโพก และฟุบลงไป ขณะที่นายชาญณรงค์ ถูกยิงที่แขนซ้าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินคนละ&amp;nbsp; 7 แสนบาท โดยขั้นตอนหลังจากนี้ศาลแพ่งจะไต่สวนโจทย์ทั้ง 2 คน และพิจารณาพยานหลักฐานที่นำสืบ โดยศาลจะพิจารณาว่ามีมูลหรือไม่ ก่อนเรียกฝั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาไต่สวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนยาง, น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว, ม็อบ18กรกฎา, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cc5b625cd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักข่าวประชาไทยื่นฟ้อง’สตช.-บิ๊กปั๊ด’ขอศาลคุ้มครอง’นักข่าว-ผู้ชุมนุม’ห้ามปิดกั้นเส้นทาง-สลายชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 2564 - &amp;nbsp;ที่ศาลแพ่ง น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายศรายุทธ ตั้งประเสริฐ หรือกุ้ย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไท เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 กรณีนายศรายุทธได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนยางจากเหตุการณ์สลายชุมนุมของกลุ่ม REDEM เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โจทก์ได้ยื่นคำขอท้ายคำฟ้องแพ่ง รวม 4 ข้อ สรุปได้ว่า 1.ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยดำเนินการปิดกั้นทางสัญจรหรือสถานที่ต่างๆ ด้วยการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหีบเพลง หรือวัสดุอื่นใดในสถานที่ที่จะมีการชุมนุมสาธารณะ และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง 2.ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไม่ให้จำเลยปฏิบัติการสลายการชุมนุม ห้ามข่มขู่คุกคามและใช้ความรุนแรงกับสื่อมวลชน ห้ามจำกัดพื้นที่หรือกีดกันสื่อมวลชน 3.ให้จำเลยตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อลงโทษทางวินัย และห้ามมิให้ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนอีกจนกว่าจะได้รับการปรับปรุงพฤติกรรม และ 4.ให้จำเลยร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความอย่างสูงแทนโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จันทร์จิราเผยว่า นายศรายุทธเป็นหนึ่งในนักข่าวที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉิน ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่กำชับสั่งการให้ปฏิบัติต่อนักข่าวและผู้ชุมนุมโดยไม่ใช้ความรุนแรง ความรุนแรงก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ไม่มีการแยกแยะระหว่างผู้ชุมนุมและนักข่าว จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองผู้สื่อข่าวให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ถูกผลักดัน และคุ้มครองผู้ชุมนุม เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางยิงโดยไม่แยกแยะ นักข่าวมีโอกาสได้รับอันตรายด้วย ขอให้ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง ดำเนินการโดยเฉพาะกับผู้ก่อความวุ่นวาย คุ้มครองเสรีภาพของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จันทร์จิรา ยังระบุถึงเหตุการณ์ขณะนำตัวนายศรายุทธไปโรงพยาบาลว่า โจทก์ไม่สามารถเข้าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ เพราะถูกปิดกั้นเส้นทาง ทำให้ต้องไปโรงพยาบาลอื่น จึงขอให้ตำรวจไม่ปิดกั้นเส้นทางสัญจรในการไปโรงพยาบาลหรือสถานที่สำคัญอื่น สำหรับพยานที่จะนำเข้าไต่สวนนั้น คือตัวโจทก์และผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เห็นโจทก์ถูกยิง ซึ่งขณะนี้ยังไม่เรียกค่าเสียหาย ต้องการให้มีการคุ้มครองเสรีภาพสื่อและการชุมนุม เนื่องจากจะมีการชุมนุมในเย็นวันนี้ (24 มี.ค.) จึงขอให้ศาลไต่สวนคุ้มครอง คาดว่าน่าจะมีคำสั่งในวันนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน, น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว, นายศรายุทธ ตั้งประเสริฐ, สำนักข่าวประชาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ae4db5d603.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
