<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”เผยสหรัฐฯ ปลื้มผลงานไทย คงบัญชี WL เหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2562 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.2562 ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ประจำปี 2562 โดยในปีนี้ประเทศไทยสามารถรักษาสถานะอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch list: WL) ได้ต่อไป หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ปรับสถานะไทยให้ดีขึ้นจากบัญชีที่ต้องจับต้องพิเศษ (Priority Watch List: PWL) เป็น WL เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการประกาศครั้งนี้สหรัฐฯ ได้ชื่นชมนโนบายและความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยหลายเรื่อง โดยเฉพาะการที่ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการปราบปรามการละเมิด โดยได้กำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีการทำงานเชิงบูรณการของหน่วยงานด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งทำให้เกิดผลที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังได้ชื่นชมการดำเนินการคุ้มครองและส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาในหลายด้าน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การมีระบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด การเสนอแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจดทะเบียนและเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมากล่าวว่า การที่ไทยสามารถรักษาสถานะอยู่ในบัญชี WL ได้ในปีนี้ ถือว่าน่าพอใจ เพราะนอกจากการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐฯ แล้ว การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเหมาะสมกับระดับการพัฒนาประเทศ อีกทั้งยังกระตุ้นให้คนไทยเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานและปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด เช่น กอ.รมน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. และสำนักงาน อย. เป็นต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีเช่นนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้สหรัฐฯ จะแสดงความชื่นชมในความพยายามของไทย แต่ไทยยังคงต้องมุ่งมั่นพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะการปราบปรามการละเมิด การปรับปรุงพัฒนากฎหมาย และการเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนสิทธิบัตร เป็นต้น&amp;rdquo;น.ส.ชุติมากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34577</URL_LINK>
                <HASHTAG>WL, น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร, บัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง, สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 23:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์” ยันไม่มีไอ้โม่งรับผลประโยชน์จากมาตรการซื้อน้ำมันปาล์มดิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เมษายน 2562 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีมีการกล่าวหาว่ามาตรการเร่งดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อยกระดับราคาผลปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 1.6 แสนตัน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำไปผลิตกระแสไฟฟ้า ว่า ขอยืนยันกระบวนการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ได้คำนึงถึงความถูกต้อง โปร่งใส และมุ่งให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่มีไอ้โม่งในกระบวนการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 1.6 แสนตัน ได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้า คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ (เฉพาะกิจ) มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังได้ตั้งคณะทำงานกำกับดูแลการจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้มีสิทธิจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. และกำกับดูแลการดำเนินการในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการดังกล่าว &amp;ldquo;กฟผ. จะซื้อน้ำมันปาล์มดิบในกิโลกรัม (กก.) ละ 18 บาท ที่ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางประกง โดยให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งมอบ และกำหนดให้ผู้ขาย ต้องซื้อผลปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรในราคากก.ละ 3.20 บาท ซึ่งมีคณะทำงานฯ เป็นผู้ติดตาม ถ้าไม่ซื้อ กฟผ. ก็จะไม่จ่ายเงินร้อยละ 10 ของค่าน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งมอบ แต่ระยะแรกมีโรงงานสกัดฯ เข้าร่วมน้อย จึงได้ขยายเวลาถึงมี.ค.2562 จนได้ครบ 1.6 แสนตัน พอได้ครบ ก็ได้ไปเร่งรัด กฟผ. ให้ใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากวันละ 1,000 ตันเป็น 1,500 ตัน และให้เร่งรับมอบน้ำมันปาล์มดิบเอาไปเก็บไว้ที่คลังรับฝากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและฉะเชิงเทรา จากเดิมต้องส่งมอบในเดือนก.ค.2562 เป็นไม่เกินวันที่ 20 เม.ย.2562 และปัจจุบัน กฟผ. ได้รับมอบน้ำมันปาล์มดิบแล้วรวม 6.8 หมื่นตัน คงเหลือ 9.2 หมื่นตัน โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการขนส่งไปยังท่าเรือโรงไฟฟ้าบางปะกงและการจัดเก็บรอในคลัง ผู้ขายน้ำมันปาล์มดิบจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีผู้ที่ทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ และคลังจัดเก็บที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มี 2 ราย คือ พี.เค.มารีน อ.เมือง และโกบอลอินเตอร์ อ.ดอนสัก กรมการค้าภายในได้สอบถามราคาค่าขนส่งแล้ว ปรากฏว่า บริษัท พี.เค.มารีนเสนอราคาหลังต่อรองแล้วถูกกว่าอีกบริษัทมาก และมีความพร้อม เพราะมีเรือขนส่งจำนวนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบัน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ กรณีของการนำเสนอข่าวว่ามีผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริตแอบซ่อนเร้นรับผลประโยชน์จากนโยบาย และมาตรการของภาครัฐก็เช่นเดียวกัน หากทุกฝ่ายช่วยกันติดตามสอดส่องพฤติกรรมดังกล่าวและพบว่ามีเบาะแสที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ควรแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้เกิดความถูกต้องต่อไป&amp;rdquo;น.ส.ชุติมากล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33345</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร, มาตรการเร่งดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรเฮ พาณิชย์แจ้งข่าวดี &#039;ปุ๋ย&#039;ลดราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.2562 - น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานขอความร่วมมือผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ ลดราคาจำหน่ายปุ๋ยสำเร็จรูปให้กับเกษตรกร ตามนโยบายที่ได้รับจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผลสำเร็จแล้ว โดยผู้ประกอบการได้มีการลดราคาลงประมาณกระสอบละ 30-50 บาท เริ่มมีผลแล้วจนถึงเดือนพ.ค.2562 และหากสถานการณ์วัตถุดิบไม่เปลี่ยนแปลง กรมการค้าภายในจะขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ขยายระยะเวลาลดราคาออกไปอีก ซึ่งอาจจะขยายไปถึงเดือนมิ.ย.-ส.ค.2562 เพราะเป็นช่วงที่เกษตรกรกำลังจะเริ่มทำนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปุ๋ยเคมีสำเร็จรูป (กระสอบละ 50 กก.) ที่มีการปรับลดในครั้งนี้ ได้แก่ ปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าว คือ ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ปรับลดราคากระสอบละ 30 บาท สูตร 16-20-0 และสูตร 16-8-8 ปรับลดราคากระสอบละ 40 บาท และสูตร 16-16-8 ปรับลดราคากระสอบละ 50 บาท และปุ๋ยเคมีที่ใช้ในพืชชนิดอื่นๆ เช่น สูตร 15-15-15 ปรับลดราคากระสอบละ 30 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สมาคมธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพไทย ได้ปรับลดราคาปุ๋ยอินทรีย์ให้กระสอบละ 50 บาท โดยราคาจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ (ราคารวมค่าขนส่งทั่วประเทศ) อยู่ที่กระสอบละ 250 บาท มีปริมาณที่ลดราคารวม 150,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การจัดหาแม่ปุ๋ยเคมีราคาถูก มีผู้ประกอบการจำนวน 6 ราย ยินดีให้ความร่วมมือจำหน่ายแม่ปุ๋ยเคมีราคาถูก เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดทำปุ๋ยสั่งตัดให้กับกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งในเบื้องต้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการจัดให้สหกรณ์การเกษตรจำนวน 47 แห่งพบกับผู้ประกอบการโดยตรง และสหกรณ์การเกษตรมีความสนใจในการซื้อขายตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือไว้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุติมากล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มสดตกต่ำ กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังจะมีมาตรการเพิ่มเติม โดยจะออกประกาศกำหนดให้โรงสกัดต้องผลิตน้ำมันปาล์มให้ได้เปอร์เซนต์น้ำมันไม่ต่ำกว่า 18% ซึ่งจะช่วยให้โรงสกัดต้องรับซื้อผลปาล์มสดที่เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรต้องตัดปาล์มสุก และราคาจะปรับตัวสูงขึ้นจากเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังได้กำหนดให้โรงสกัดที่ขายน้ำมันปาล์มดิบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำไปผลิตไฟฟ้า 1.6 แสนตัน ต้องส่งมอบหลักฐานการซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรภายใน 60 วัน หรือ 75 วัน เพื่อเป็นการเร่งการรับซื้อผลปาล์มดิบ และดึงผลผลิตออกจากตลาด ส่วนมาตรการอื่นๆ จะเร่งการนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตเป็นไบโอดีเซล บี 20 กระตุ้นให้มีการใช้ด้วยการลดราคา 5 บาทต่อลิตรจนถึงพ.ค.2562 เพิ่มจำนวนสถานีบริการน้ำมันบี 20 และกระตุ้นให้ใช้น้ำมันบี 100 กับเครื่องจักรกลการเกษตร ขณะที่รัฐบาลได้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์กระบะที่ผลิตใหม่ เพื่อจูงใจให้ผลิตรถที่ใช้น้ำมันบี 20 เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร, ราคาปุ๋ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
