<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบ ยันใช้มาตรการเข้มป้องกันโควิด ส่งจนท.ติดเชื้อเข้ารักษาแล้ว พร้อมกักตัวคนใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีล่าสุดพบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายในทำเนียบรัฐบาลติดเชื้อโควิด-19 ว่า จากกรณีที่มีบุคคลากรภายในทำเนียบรัฐบาล ติดเชื้อโควิด 19 และมีการตรวจพบเป็นระยะนั้น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่ได้เพิกเฉย ได้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุดในการป้องกันการแพร่ระบาด เช่น การตรวจเช็คบุคลากรเป็นประจำ การส่งเจ้าหน้าที่ไปรับวัคซีนโควิด 19 ตามความจำเป็น การทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสถานที่ต่างๆภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำ รวมทั้ง การปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข

ล่าสุดตามที่มีข่าวออกไปว่ามี เจ้าหน้าที่แลกบัตร ตึกบัญชาการ 1 ติดโควิด 19 และได้มาปฏิบัติงานในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่วันดังกล่าวไม่มีการประชุมในตึกบัญชาการ จึงลดความเสี่ยงได้ลงมาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาตัวที่สถานพยาบาลแล้ว และบุคคลสัมผัสใกล้ชิด ได้มีการกักตัวดูอาการแล้ว จึงขอให้ความมั่นใจว่า ตึกบัญชาการ และทำเนียบรัฐบาลยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากโควิด 19 ด้วยการดำเนินการตามหลักอนามัยและการป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนร่วมปฎิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ยังต้องดำเนินต่อไป และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ก็ยังตัองทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104367</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077f3fef3e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039;คุมเข้มบริหาร 3เรื่องคุมโควิดหลังยาวเทศกาลสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ได้เผยแพร่ถึงการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลใน 3 ประเด็นสำคัญ 1. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันวัคซีนโควิดที่ไทยใช้มีประสิทธิภาพสูง และความปลอดภัย ประชาชนสามารถฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันและเพิ่มภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ ข้อมูลทางระบาดวิทยาและข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าวัคซีนโควิด-19 ที่ไทยนำมาใช้ในทั้งแอสตราเซเนกา และซิโนแวค เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ มีการฉีดวัคซีนสะสมรวม 579,305 โดสหรือเข็ม มีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 505,744 คน ในทุกจังหวัดตามเป้าหมายและกำหนดเวลา ขณะนี้ยังมีการจัดหาวัคซีนซิโนแวคอีก 1 ล้านโดสซึ่งอยู่ในประเทศไทยแล้ว รอการตรวจทางห้องปฏิบัติการและเอกสาร จะมีการส่งมอบให้กรมควบคุมโรคต่อไป ในระยะถัดไปจะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะบุคลากรด่านหน้าให้ได้ 100% สำหรับวัคซีนหลักที่จะมาถึงไทยในเดือนมิถุนายน ประมาณเดือนละ 6 - 10 ล้านโดส สามารถจะฉีดให้กับประชาชนได้อย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สถานการณ์โควิด-19 ในไทย ขณะนี้เชื่อมโยงกับสถานบันเทิงและนำไปสู่การแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่เพื่อนฝูงและชุมชน จำเป็นต้องลดการเคลื่อนที่ของบุคคล ปิดสถานที่เสี่ยง งดกิจกรรมการรวมกลุ่ม โดย สธ. คาดการณ์ฉากทัศน์ในอีก 1 เดือนข้างหน้า หากไม่มีมาตรการใด ๆ จะมีผู้ป่วยติดเชื้อสูงสุดมากกว่า 20,000 คนต่อวัน กรณีมีมาตรการปิดสถานบันเทิงเสี่ยงในจังหวัด จะมีผู้ป่วยติดเชื้อประมาณ 2,996 คนต่อวัน และกรณีที่มีมาตรการปิดสถานบันเทิงเสี่ยงในจังหวัด เน้นปรับพฤติกรรมส่วนบุคคล ลดกิจกรรมการรวมตัวกัน เพิ่มมาตรการทำงานที่บ้าน Work From Home สามารถลดผู้ป่วยติดเชื้อจะลดลงมาประมาณ 391 คนต่อวัน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขเน้นการตรวจคัดกรองโรค ควบคุม ติดตาม กำกับ การกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกคน และผู้ป่วยติดเชื้อจะต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel เพื่อป้องกันผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจเสียชีวิตได้และกำจัดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อต่อคนในครอบครัวและในชุมชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดเพื่อกลับมาทำงาน ดังนี้ 1.ขอให้เดินทางโดยรถยนต์ แต่หากต้องเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะขอให้ใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง รวมทั้งงดเว้นการรับประทานอาหาร 2. หากสามารถ work from home ที่จังหวัดนั้นๆ ได้ จะช่วยลดการนำเชื้อข้ามพื้นที่จากการเดินทางข้ามจังหวัด 3.หากจำเป็นต้องกลับมาให้ work from home และกักตนเอง 14 วัน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปจากจังหวัดเสี่ยง เพื่อดูอาการ หากผิดปกติให้รับแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือที่หมายเลข 1422 สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หากต้องออกไปในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วย ภาครัฐมีการบริหารจัดการเตียงเพียงพอในการรองรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการจัดเตียงรองรับทั้งจากสถานพยายาลและโรงแรมแบบ Hospitel รวมกว่า 6 พันเตียง รวมทั้ง โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหมมีการเตรียมโรงพยาบาลภาคสนาม และกรมการแพทย์เตรียมเปิด Hospitel ซึ่งจะรองรับได้อีก 450 เตียง และโรงพยาบาลรามาธิบดีเตรียมเปิด Hospitels อีก 2 แห่ง อีก 100 เตียง สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม ที่บางขุนเทียน 500 เตียง ที่บางบอน 200 เตียง และเตรียมเปิดที่บางกอกอารีนา จะรับได้อีก 1000 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลให้การรับรองโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ขณะนี้มีความปลอดภัย มีจำนวนแพทย์และพยาบาลตามมาตรฐานที่วางไว้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีประสบการณ์การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามตั้งแต่การระบาดระลอกแรก รวมทั้งเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามตามต่างจัดหวัดไว้แล้ว สำหรับ Hospitel ซึ่งเป็นการจัดบริการในโรงแรม กรมสนับสนุนบริการทางการแพทย์จะเข้าไปรับรองมาตรฐาน เช่นเดียวกับสถานกักกันของรัฐ (SQ/ ASQ) ซึ่งมีการตรวจ ประเมิน และติดตามสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ นโยบายหลักของไทย ผู้ติดเชื้อทุกคนในประเทศจะต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ยกเว้นช่วงการรอเตียง ซึ่งผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน แล้วจะมีกลไกรองรับในการประสานเพื่อไปรับตัวผู้ป่วยในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ สามารถติดต่อไปที่สายด่วนจัดหาเตียง เบอร์ 1669 สำหรับจังหวัดต่างๆ จะเข้าศูนย์การบริหารจัดการ สายด่วนกรมการแพทย์ 1668 รับสายเวลา 08.00 &amp;ndash; 22.00 น. และสายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชม. หรือผ่าน line แอพลิเคชั่น สบายดีบอต ซึ่งสามารถให้ข้อมูลติดต่อกลับ และจะมีการจัดสรรเตียงที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99572</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์, บริหารจัดการโควิด, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077f3fef3e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบฯผวา!จัดแถวสื่อตรวจโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมอบให้สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีประสานไปทางกระทรวงสาธารณสุขจัดเจ้าหน้าที่มาตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 แก่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันบําราศนราดูร ตรวจด้วยวิธีการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก หรือ Swab โดยจะเรียกเป็นลำดับครั้งละ 10 คิว เรียงลำดับตามรายชื่อโดยจะทราบผลตรวจในวันที่ 21 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจเจ้าหน้าที่และข้าราชการในทำเนียบฯเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อ ซึ่งทุกคนมีผลเป็นลบ ในส่วนของสื่อมวลชนก็ถือว่าทำงานในทำเนียบรัฐบาลด้วยเช่นกัน ทั้งยังทำงานใกล้ชิดกับนายกฯ รองนายกฯ และข้าราชการ นายกฯ ก็มีความเป็นห่วงสื่อมวลชน ที่ทำงานหลายพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยง จึงประสานงานไปยังสำนักโฆษกฯ เพื่อคัดกรองสื่อมวลชน เราจึงประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้มาตรวจหาเชื้อ โดยครั้งนี้จะใช้วิธีตรวจเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก หรือ Swab เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน ให้เกิดความสบายใจในการทำหน้าที่ หากได้ผลมาทางสถาบันฯ จะแจ้งมาทางสำนักโฆษกฯ โดยทางสำนักโฆษกฯ จะแจ้งผลตรวจเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตรวจในวันนี้ไม่ได้สงสัยว่าสื่อท่านใดติดเชื้อ แต่ถือเป็นมาตรการเชิงรุก กรณีหากมีผู้ติดเชื้อ ก็จะนำปรึกษาผู้บริหาร เพื่อออกมาตรการต่อไป แต่จะไม่ให้ทุกคนได้รับผลกระทบในการทำงาน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90407</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์, ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60079f499436f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
