<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคายนาคณะสงฆ์ สมเด็จสังฆราชปลด3ชั้นพรหม/จับสึก5พระผู้ใหญ่เงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้าเหลืองร้อนฉ่า! &amp;ldquo;ฐิติราช&amp;rdquo; แบ่งกำลังค้น 3 วัดใหญ่ &amp;ldquo;สระเกศ-สัมพันธวงศ์-สามพระยา&amp;rdquo; หวังรวบตัวพระเอี่ยวคดีเงินทอนวัด แต่ &amp;ldquo;พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;rdquo; ล่องหน จับได้เพียง 5 รูปเค้นที่กองปราบฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระสังฆราชมีพระบัญชาปลดพระชั้นพรหม 3 องค์พ้น มส. ศาลเด็ดขาดไม่อนุญาตให้ประกันพระเถระทั้ง 5 รูป ส่งผลสึกทันทีก่อนนำเข้าตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ตม.ขึ้นแบล็กลิสต์เจ้าคุณธงชัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง &amp;nbsp; (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดฟอกเงินจากคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือเงินทอนวัด ที่ออกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งเป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจสอบบ้าน ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ที่พบบัญชีการโอนเงินในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจค้นและจับพระเถระ ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่วัดสระเกศฯ พล.ต.ต.ไมตรีได้นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นเพื่อจับพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะภาค 10 กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งการตรวจค้นไม่พบตัวพระพรหมสิทธิแต่อย่างใด พบเพียงพระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลภายในวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง พบว่าวันที่ 23 พ.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. พระพรหมสิทธิได้มาฉันเพลตามปกติ ก่อนที่ช่วงเย็นๆ จะเดินทางออกจากวัดไป แต่พบรถที่เคยใช้ประจำจอดอยู่ นอกจากนั้นยังพบบัญชีเงินฝากของพระพรหมสิทธิ 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนเกือบ 132 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสามพระยาวรวิหาร พล.ต.ต.สุทินได้นำหมายจับเพื่อจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพฯ พร้อมตรวจค้นหาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดสุดท้าย ที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พร้อมคณะ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น เพื่อจับพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เจ้าคณะภาค 4-7 และกรรมการ มส.เช่นกัน แต่ไม่พบตัว จึงได้ตรวจค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการฟอกเงินเพื่อดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราชได้เดินทางมาติดตามการสอบสวนพระสงฆ์และฆราวาสที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด โดยระบุว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน เพราะยังมีเป้าหมายอีกหลายจุดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนี้เป็นขั้นตอนของการสอบสวน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด และเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา แต่ต้องขอให้แยกแยะระหว่างสถาบัน ศาสนากับบุคคล ตำรวจทำงานด้วยความรอบคอบละเอียด ถูกคือถูก ผิดคือผิด คนทำงานไม่ดีก็จะเป็นบาปเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;
คุม 5 พระเถระสอบเข้ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ไมตรีได้นำตัวพระศรีคุณาพร หรือพระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระศรีคุณากรณ์ หรือพระมหาบุณรทวี คำมา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระพิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัดมาให้ปากคำ พร้อมของกลางคือซีพียูคอมพิวเตอร์และเอกสาร 1 กล่อง ก่อนนำตัวขึ้นไปสอบสวนด้านบนโดยไม่ยอมให้ติดตามบันทึกภาพและทำข่าวแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าประตู โดยห้ามบุคคลภายนอกขึ้นบนอาคารอย่างเด็ดขาด และเมื่อเวลา 12.00 น. พนักงานสอบสวนได้เริ่มสอบสวนพระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งแยกกันสอบคนละห้องกันในแต่ละวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังใช้เวลาสอบกว่า 2.30 ชั่วโมง ในเวลา 14.30 น.พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้นำตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่จาก 2 วัด ประกอบด้วย วัดสามพระยาฯ คือ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัด กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และวัดสระเกศฯ คือ พระศรีคุณาภรณ์, พระครูสิริวิหารการ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ทั้ง 3 รูปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส รวมถึงฆราวาสอีก 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อดีตเจ้าของ หจก.ดีดี ทวีคูณ มารดา ร.ท.ฐิติทัศน์ น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้าน, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 9 รายได้ ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องทั้ง 9 ราย รายละ 250,000 บาท รวมเงินประกันทั้งสิ้น 2,250,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 20.30 น. ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย โดยศาลพิเคราะห์แล้ว คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนา และมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหากับพวก หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ก็ได้ทำการสึกพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูปจากความเป็นพระ โดยถอดพระเหลือง แล้วให้สวมชุดขาว โดยทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป และฆราวาสอีก 4 ราย ก็ถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างการฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า สตม.ได้ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์พระพรหมสิทธิ เพื่อไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศผ่านด่าน ตม.แล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดตามด่านถาวรทุกจุด และด่านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ
ปลด 3 พระชั้นพรหมพ้น มส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เผยว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้กรรมการ มส.พ้นจากตำแหน่ง จำนวน 3 รูป คือ 1.พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และ 3.พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตามที่สำนักงาน พศ.ประมวลผลเสนอมา ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้พ้นตำแหน่งไปก่อน หากทั้ง 3 รูปสามารถพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่มีความผิด ก็สามารถที่กลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.ได้อีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นและจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ว่า เขาไปตรวจเรื่องเงินทอน ส่วนจะเชิญไปให้ปากคำกี่รูปนั้น เป็นเรื่องของตำรวจ และไม่ใช่นโยบายการจัดระเบียบสงฆ์ แต่เป็นเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องของการตรวจสอบ หากไม่ผิดก็ไม่เป็นไร ถ้าผิดก็ว่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเขารู้ว่าควรทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า เป็นกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน ซึ่งทุกคนต้องแยกแยะให้ออก เพราะชาวไทยพุทธก็ยังต้องกราบไหว้พระกันอยู่ จึงเชื่อว่าหากเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทุกอย่างก็จะจบลง คนไทยก็จะไหว้พระตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าสิ่งที่ตำรวจดำเนินการไปเป็นไปตามข้อมูลที่ปรากฏ และเรื่องของคณะสงฆ์นั้น จะประกอบไปด้วยกฎหมาย มส.และพระธรรมวินัย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการสึกพระนั้น มีกระบวนการ ขั้นตอน ตามกฎของ มส. และพระธรรมวินัยที่ต้องพิจารณาเชื่อมโยงกัน สำหรับกรณีดังกล่าวต้องค่อยๆ ดูไปก่อน พศ.ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์อยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าเรายังมีพระสงฆ์ที่ดี สมควรแก่การกราบไหว้ด้วยความจริงใจอยู่เต็มประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะช่วยกันทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าสืบต่อไป&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมโน เลาหวณิช รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฏิบัติการ เพราะกลัวหลักฐานต่างๆ จะหายไป ส่วนที่พระพรหมสิทธิไม่อยู่ที่วัดระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น น่าจะรู้ตัวหรือมีลูกศิษย์โทรศัพท์แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่ายังหลบอยู่ในประเทศ อาจไปหลบซ่อนอยู่ตามบ้านลูกศิษย์ เพราะรถยนต์ที่ใช้ประจำก็ยังอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พระพรหมสิทธิอาจไปหลบเพื่อตั้งหลัก เพราะหลักฐานในคดีที่ท่านเกี่ยวข้องตามข่าวค่อนข้างชัดเจน และมีเงินในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ส่วนกรณีของพระพรหมดิลกนั้น น่าจะหลบหนีทันมากกว่า เพราะปกติพระผู้ใหญ่ 3 รูป คือ วัดสามพระยาฯ วัดสระเกศฯ และวัดสัมพันธวงศ์ฯ พบปะกันบ่อยอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายมโนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิช สังข์อยู่, น.ส.นุชรา สิทธินอก, ผบก.ป., ผ้าเหลืองร้อนฉ่า, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระมหาบุณรทวี คำมา, พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มส., ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07d241af9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการบุกค้น3วัดดัง เงินทอนวัดใกล้อวสาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เหนือความคาดหมายเท่าไหร่ สำหรับปฏิบัติการกองปราบปรามปูพรมตรวจค้น 3 วัดดังกลางกรุง ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้วนเป็นวัดที่มีพระผู้ใหญ่ ซึ่งถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, พระพรหมดิลก หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ พระพรหมเมธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณจำนงค์&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคืบหน้าของคดีนับแต่ พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความต่อ ป.ป.ป. มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะการส่งสำนวนไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเย็นวันที่ 11 เมษายน วันเดียวกันกับที่รับเรื่องจากผู้อำนวยการ พศ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปฏิบัติการ &amp;quot;ฉีกหน้ากากแก๊งเงินทอนวัด&amp;quot; ในมือของกองปราบปรามดูจะวูบวาบ การดำเนินการต่างๆ มักปรากฏ &amp;quot;ตัวละคร&amp;quot; ที่เข้าใกล้ &amp;quot;ตัวใหญ่&amp;quot; มากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ภายในซอยมิสทีน เขตสะพานสูง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีพระผู้ใหญ่ไปให้ น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 25 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเข้าตรวจค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ ถือเป็นการปฏิบัติการครั้งสำคัญ เพราะทำให้ขยับเข้าใกล้พระผู้ใหญ่ 1 รูป ที่ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัด หลังมีการขุดคุ้ยความสัมพันธ์หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการสาวไส้แก๊งเงินทอนวัดยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ถัดจากนั้นแค่ 3 วัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม กองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังใหญ่ ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี จำนวน 5 ล้านบาท จาก พศ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองปราบปรามใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก่อนที่เปิดปฏิบัติ &amp;quot;กรุแตก&amp;quot; ตรวจค้น 3 วัดดัง ที่ก่อนหน้านี้มีแต่ข่าวคราวว่า เชื่อมโยงกับรูปนั้นรูปนี้ แต่ไม่มีการคอนเฟิร์ม ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าสั่นสะเทือนวงการผ้าเหลืองเมืองไทยอย่างมาก และถือเป็นครั้งแรกที่มีการเข้าตรวจค้นอารามหลวงพร้อมกันถึง 3 แห่ง เพื่อควบคุมตัวพระระดับเจ้าอาวาส และกรรมการ มส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญยิ่งสมทบความเชื่อของพุทธศาสนิกชนก่อนหน้านี้ที่ตะขิดตะขวงใจมานานว่า สุดท้ายเป็นเพียงแค่การปรักปรำหรือไม่ หลัง &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; หายตัวไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตลอดการรุกคดีเงินทอนวัดด้วยการแจ้งความพระผู้ใหญ่ใน มส. 3 รูป มีข่าวลือออกมาตลอดว่า &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ที่ดูเหมือนว่าจะถูกจับจ้องมากสุดหลังการบุกค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ ได้หลบหนีไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จนแล้วจนรอด เจ้าอาวาสวัดสระเกศยังคงมาปรากฏตัว และเข้าร่วมการประชุม มส.อยู่ตลอด แม้กระทั่งล่าสุด เพื่อเป็นการสยบข่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุที่หลบหนีจนกระทั่งปล่อยมาถึง &amp;quot;เส้นยาแดงผ่าแปด&amp;quot; ก่อนการตรวจค้นวัดไม่กี่ชั่วโมง เพราะมีการประเมินกันว่า การตรวจสอบเงินทอดวัด ที่แจ้งความพระผู้ใหญ่ใน มส. 3 รูป จะสร้างผลกระทบให้หนักสุดเพียง &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; พระราชาคณะเหล่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนที่พระพรหมสุธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเสนาะ&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศเคยโดน หลังพัวพันคดีงบประมาณพิธีพระราชทานเพลิงสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ &amp;quot;สมเด็จเกี่ยว&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ไม่ถึงขั้น &amp;quot;จับเข้าคุก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีรายงานว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ได้หารือร่วมกับพระหลายรูปที่วัดสระเกศ เกี่ยวกับทางหนีทีไล่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่ากันว่า มีการวางเกมจะดัน &amp;quot;เจ้าคณะภาค&amp;quot; 1 รูป ที่เป็นพระในเครือข่าย ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศต่อจากตนเองเมื่อถูก &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; เพื่อมารักษาผลประโยชน์ในวัดแห่งนี้ที่มีระดับถึง 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อข่าวหลุดมาว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จากตำรวจอาจแรงกว่าแค่ &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; ก็มีการเปลี่ยนแผน เตรียมเงินร้อยกว่าล้านบาทในบัญชี เพื่อหาช่องทางหลบหนี ทว่า เงินก้อนนั้นถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีรายงานอีกว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ยังคงอยู่ในประเทศ แต่ได้หลบออกทาง &amp;quot;ประตูลับ&amp;quot; ที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่น่าสนใจนับจากนี้ นอกจากรูปคดีที่กองปราบปรามดำเนินการ คือ &amp;quot;สถานะ&amp;quot; ของพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ใน มส.ว่า จะถูก &amp;quot;พักงาน&amp;quot; หรือ &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือไม่ หลังคดีคืบหน้าถึงขั้นต้อง &amp;quot;ฝากขัง&amp;quot; และ &amp;quot;ประกันตัว&amp;quot; โดยตรงนี้ถือเป็นพระราชอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2535&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพระโอวาทตอนหนึ่ง ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พระสังฆาธิการที่มาประชุมในที่นี้ ย่อมทราบดีว่า เป็นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายในกฎหมายของบ้านเมือง ถ้าบุคคลใดมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ก็ย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันคือ ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุคคลผู้เป็นพนักงานย่อมต้องได้รับผลร้ายตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างไม่มีข้อยกเว้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานะของพระผู้ใหญ่ ในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องสัปดาห์หน้า จึงน่าติดตามทั้งทางโลกคือ &amp;quot;คดี&amp;quot; และทางสงฆ์คือ &amp;quot;พระธรรมวินัย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฉีกหน้ากากแก๊งเงินทอนวัด, น.ส.นุชรา สิทธินอก, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06d76c04548.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวไส้แก๊งเงินทอนวัด โยงสัมพันธ์ลึก&#039;พิศิษฐ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเป็นระลอกจริงๆ สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัด หลังล่าสุดกองปราบปราม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ที่มีชื่อ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรับโอนเงินจำนวน 25 ล้านบาท จากพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า น.ส.นุชรา เป็นเพียงแม่บ้านที่มารับงานเสริม มาช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน โดยอาชีพหลักคือ แม่ค้าขายลูกชิ้นที่ตลาดสี่มุมเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องยิ่งมีความไม่ชอบมาพากล นอกจาก น.ส.นุชรา ที่เป็นเพียงแม่บ้าน แต่ยังไปมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ดี ดี ทวีคูณ ที่จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 28 ม.ค.52 ทุน 3,500,000 บาท แจ้งที่อยู่เลขที่ 265/154 หมู่บ้านสิวลีรามคำแหง ซึ่งเป็นหลังเดียวกับที่ตำรวจเข้าตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นุชรา จึงถูกมองว่าเป็น &amp;quot;นอมินี&amp;quot; ขณะที่เจ้าของบ้านอย่าง ร.ท.ฐิติทัตน์ กลายเป็นคนที่ถูกเพ่งเล็งแทน โดยเฉพาะเมื่อมีการขุดคุ้ยพบว่า เขาคือนายทหารที่ถูก นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดึงตัวจาก ศรภ. ไปช่วยงานในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง. ในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีการขุดค้นประวัติเก่าๆ ของ ร.ท.ฐิติทัตน์ พบว่า เข้า-ออกวัดสระเกศฯ อยู่เป็นประจำ และเคยอุปสมบทที่วัดแห่งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานอุปสมบทครั้งนั้น ปรากฏภาพ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; เป็นประธานงานบวชดังกล่าว ซึ่งมีแขกเหรื่อไปร่วมงานจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ นายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 คล้องพวงมาลัยให้ ร.ท.ฐิติทัศน์ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การบวชครั้งนั้น ร.ท.ฐิติทัตน์ หรือ &amp;quot;หมวดฐิติทัตน์&amp;quot; มี พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พระผู้ใหญ่ที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ.แจ้งข้อหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 3 เป็น &amp;quot;พระอุปัชฌาย์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมี พระราชกิจจาภรณ์ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเทอด&amp;quot; กับ พระเมธีสุทธิกร หรือ &amp;quot;เจ้าคุณสังคม&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่เป็น 2 ใน 5 พระผู้ใหญ่ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 เป็น &amp;quot;พระพี่เลี้ยง&amp;quot; อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ร.ท.ฐิติทัตน์ ยังเป็นหลานชายของ นายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต ส.ว.จังหวัดนครปฐม และเป็นน้องชายของ น.ส.ฑัมมพร นิพนธ์พิทยา เจ้าของ หจก. ดี ดี ทวีคูณ ที่มีข่าวว่ามีความสนิทสนมกับพระผู้ใหญ่วัดดังที่กำลังตกเป็นข่าว เคยเดินทางไปต่างประเทศในโครงการของ พศ.มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีกระแสว่า น.ส.ฑัมมพร มีความสนิทสนมกับ นายบุญเลิศ โสภา เจ้าหน้าที่ พศ. ที่กำลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; อดีตมือปราบค่ายพระราม 6 ถูกโยงกับเรื่องนี้ด้วย ส่วนหนึ่งเพราะ &amp;quot;หมวดฐิติทัตน์&amp;quot; เคยเป็นเลขานุการผู้ว่าฯ สตง. ที่สำคัญ ในระยะหลังมานี้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; คือคนหนึ่งที่มักออกมาให้ข่าวในเชิงปกป้องพระผู้ใหญ่ที่ถูกแจ้งความในคดีเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; เคยเป็นคีย์แมนสำคัญในการปราบการทุจริตต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการใช้งบประมาณของวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปสมัยพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ &amp;quot;สมเด็จเกี่ยว&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ได้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าวว่ามีความไม่ชอบมาพากล จนเป็นเหตุให้พระพรหมดิลก หรือ (เจ้าคุณเอื้อน) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สั่งพักงาน พระพรหมสุธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเสนาะ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วแต่งตั้ง พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนจนถึงปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มาวันนี้เมื่อ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ในวันนั้นที่ตรวจสอบอย่างขะมักเขม้น กลับรับหน้าที่ออกมาชี้แจงแทนแบบที่ใครหลายคน &amp;quot;งงเป็นไก่กาแตก&amp;quot; เหตุนี้เลยทำให้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ถูกลากเข้ามาอยู่ในข่ายต้องสงสัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ขณะนี้เขายังไม่เกี่ยวข้องอะไร แต่ถือว่า &amp;quot;เสียรังวัด&amp;quot; มือปราบทุจริตที่ใครต่อใครเคยยกย่องพอสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฑัมมพร นิพนธ์พิทยา, น.ส.นุชรา สิทธินอก, บุญเลิศ โสภา, ปปง., ปรีชา นิพนธ์พิทยา, พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร), ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สตง., สมเด็จเกี่ยว, หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง, เสียรังวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afda0b4df37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรวบแม่บ้านซุก &#039;เงินทอนวัด&#039; รับจากพระเถระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ บุกค้นบ้าน &amp;quot;ทหาร ศรภ.&amp;quot; เจออาวุธอื้อ พร้อมรวบ &amp;quot;แม่บ้าน&amp;quot; มีชื่อเปิดบัญชีซุกเงินทอนวัด 25 ล้านบาท อึ้ง! สอบประวัติพบอาชีพขายลูกชิ้นตลาดสี่มุมเมืองและรับจ๊อบทำความสะอาดบ้าน &amp;nbsp;นำตัวสอบขยายผลโยงฟันพระชั้นผู้ใหญ่เจ้าของเงินจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 พ.ค. เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. และกำลังตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ ปปง. นำหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 200/2561 ลงวันที่ 16 พ.ค.2561 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถ.ราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. หลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 60 ตารางวา มี ร.ต.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านพักอาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรชายอีก 2 คน และแม่บ้านอีก 1 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจค้นภายในบ้านพบตู้เซฟ 3 ใบ แบ่งเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่ 1ใบ และขนาดเล็ก 2 ใบ อาวุธปืนยาวจำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนสั้นอีกจำนวน 17 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง และทรัพย์สินมีค่า อาทิ ทองคำรูปพรรณ ทองคำแท่ง แหวนเพชร นาฬิกาหรู อีกหลายรายการ รวมทั้งยังพบเอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและใบเสร็จต่างๆ ซุกซ่อนอยู่ตามชั้นวางของและลิ้นชักเก็บเอกสารจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบการทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้กระจายเงินดังกล่าวไปตามวัดต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ต่อมากองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ตรวจพบการทุจริตเกิดขึ้นในวัดใหญ่แห่งหนึ่งภายในพื้นที่ กทม. และมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินดังกล่าว เนื่องจากพบมีการนำเงินดังกล่าวไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางสำนักพุทธฯกำหนด จึงได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กระทั่งพบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดดังกล่าวได้มีการโอนเงินงบประมาณที่ทางวัดได้รับมาจากทางสำนักพุทธฯ จำนวน 25 ล้านบาท จาก 30 ล้านบาท ไปให้กับหญิงสาวรายหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ จนนำไปสู่การเข้าทำการตรวจค้นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ป.กล่าวว่า ในส่วนตัวหญิงสาวที่รับโอนเงินมาจากทางวัด จากการตรวจสอบพบอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวจริง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวมีชื่อเป็นผู้เปิดบริษัทที่รับเงินจากทางวัด แต่จากการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นเพียงบ้านพักอาศัย ไม่มีลักษณะเหมือนกับสำนักงานหรือที่ทำการของบริษัทแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบปากคำหญิงสาวคนดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบความผิดถึงใครก็จะต้องถูกดำเนินคดีไม่มีการละเว้น แต่เนื่องเอกสารต่างๆ ที่ตรวจยึดได้มีจำนวนค่อนข้างเยอะ จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ&amp;quot; ผบก.ป.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวว่า หลังจากที่พบว่ามีการโอนเงินเข้ามายังหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ก็ได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสเพิ่มเติม จนกระทั่งพบความผิดปกติหลายอย่าง เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวเป็นเพียงแม่บ้านไม่น่าที่จะสามารถเปิดบริษัทรับงานเองได้ จึงได้ทำการตรวจสอบตรวจสอบประวัติ กระทั่งพบว่าหญิงคนดังกล่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลหนึ่งที่เคยอยู่ในวัดต้องสงสัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงคนดังกล่าวนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ คงต้องดูจากพยานหลักฐานเป็นหลัก ส่วนการสอบปากคำในเบื้องต้น พบว่าหญิงคนดังกล่าวได้ให้การตรงตามข้อเท็จจริง และรายละเอียดข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่มีอยู่ อีกทั้งยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอีกด้วยว่าบุคคลที่ใกล้ชิดนั้นเคยพาไปพบกับพระชั้นผู้ใหญ่บางรูป เพื่อพูดคุยเรื่องการรับแคชเชียร์เช็คเงินจำนวน 25 ล้านดังกล่าว ซึ่งในแคชเชียร์เช็คดังกล่าวมีการระบุชื่อพระชั้นผู้ใหญ่อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อพิจารณาดูจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว อาจเป็นไปได้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวอาจเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลอกใช้งานก็เป็นได้&amp;quot; รอง ผบก.ป.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หญิงสาวที่เป็นผู้รับโอนเงินจากทางพระชั้นผู้ใหญ่จำนวน 25 ล้านบาทนั้น คือ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี เป็นชาว จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหากระทำความผิดอาญาคดี ทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม ต่อ บก.ปปป. ต่อพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจค้น, ตรวจสอบการทุจริตเงินงบประมาณ, น.ส.นุชรา สิทธินอก, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, ร.ต.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชีพขายลูกชิ้นตลาดสี่มุมเมือง, เปิดบัญชีซุกเงินทอนวัด 25 ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc41e1ec996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
