<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าตอบหน่อย!&#039;เด็กจตุพร&#039;ถามกกต.โต๊ะจีนพลังประชารัฐผ่านมา2เดือนไปถึงไหนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.62- น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีที่ตนเคยตั้งข้อสังเกตเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 &amp;nbsp;เรื่องพรรคพลังประชารัฐจัดระดมทุนเมื่อ 19 ธ.ค. ในงานมีมินิคอนเสิร์ต ผิด พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ 2561 &amp;nbsp;มาตรา 73 ข้อ 3 &amp;nbsp;หรือไม่ และมีหลายๆคนได้ร้องเรียนให้ กกต. ตรวจสอบทั้งกรณีที่มาของทุน และเรื่องการหาเสียงที่มีความน่าสงสัยว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ตนจึงต้องออกมาทวงถาม กกต. ว่าพิจารณาเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยความที่ดิชั้นอยู่ในขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนที่ได้รับความอยุติธรรมมาตลอด เมื่อผันตัวมาสู่การเมืองภาครัฐสภา ดิชั้นจึงตั้งมั่นว่าจะต่อสู้เพื่อขจัดความอยุติธรรมให้หมดไป ทำให้ดิชั้นทนไม่ได้ที่เพิ่งเข้ามาสู่การเมืองภาครัฐสภาไม่ถึงครึ่งปี จะต้องทนกับความไม่เท่าเทียมอีก จึงขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณา ข้อรัองเรียนตามลำดับ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อร้องเรียนฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐปัจจุบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, พลังประชารัฐ, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, ระดมทุน, เลือกตั้ง, โต๊ะจีนพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c15d65bcaad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039;ผุดนโยบายปลอดภาษีรถยนต์เพื่อการเกษตรและประมงลดต้นทุนปัจจัยการผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18ม.ค.62-น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า นโยบายชุดแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความยากจน โดยยกการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เป็นวาระแห่งชาติ นโยบายนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อชาติพูดมาเสมอ สิ่งที่ตนจะนำเสนอในวันนี้เป็นเพียงโครงการหนึ่งในหลายโครงการที่พรรคเพื่อชาติจะนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้แก่นโยบายปลอดภาษีรถยนต์เพื่อการเกษตรและประมงทุกชนิด เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม รายได้หลักของประชาชนไทยคือ รายได้จากการเกษตร ซึ่งมีความผันผวนเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องราคา ปริมาณน้ำฝน อากาศ ศัตรูพืช และอื่นๆ ส่งผลต่อปัจจัยการผลิต ต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราจึงได้คิดนโยบายนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต ให้โอกาสเกษตรกร ในการมีเครื่องมือที่จะใช้ขนส่งสินค้าไปยังที่ต่างๆ โดยรถยนต์ในที่นี้ หมายถึงรถยนต์ทุกประเภท ที่ใช้เครื่องยนต์ มีล้อ เป็นพาหนะ พิสูจน์ได้ว่านำมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง รัฐจะไม่คิดภาษี ปลอดภาษี 100%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติเราเข้าใจถึงหัวอกคนยากคนจน เกษตรกร ที่มักจะขาดโอกาสอยู่เสมอ เราจึงพยายามที่จะคิดนโยบายที่เป็นการให้โอกาสเกษตรกรได้มีรถยนต์ พาหนะที่จะนำมาใช้เพื่อการเกษตรใหม่ๆ สามารถขนส่งสินค้าไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดการผูกขาดการค้าจากพ่อค้าคนกลาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26884</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, ปลอดภาษีรถยนต์เพื่อการเกษตร, ปัญหาความเหลื่อมล้ำ, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c413acac34af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋า&#039;เตือนบิ๊กตู่เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo; เปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยกคณะเข้าอวยพร ชมนายกฯ บริหารประเทศโลดโผน มุ่งมั่นทำให้ชาติสงบ เตือนให้มองทุกฝ่ายเป็นมิตร เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู ชี้ทหารไม่แตกแถวแน่ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ได้ทีขย่มให้ฟังรัฐบุรุษบ้าง เพราะที่ผ่านมาปรองดองแค่ปาก &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; สุมไฟตั้งฉายาประยุทธ์ พรรคการเมืองแห่เดินสายคึกคัก สุดารัตน์โอ่เลือก พท.แล้วจะรวย &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ประกาศบริษัทตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจขอเลิกใช้สิทธิภาษี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพฤหัสบดีที่ 27 ธ.ค. ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพรและรับพรเนื่องในวันปีใหม่
โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กราบเรียน พล.อ.เปรมที่รักและเคารพ วันนี้นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราได้มีโอกาสมาอวยพรวันปีใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเราได้ปฏิบัติตามแนวทางในการบริหารงานราชการแผ่นดินในการใช้ศาสตร์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องสืบสาน รักษา ต่อยอด ซึ่งการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้บ้านเมืองมีความสุข เรียบร้อย และพัฒนาทุกๆ ด้านได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้แนวทางของ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ในเรื่องความซื่อสัตย์ อดทน และจงรักภักดี ซึ่งสิ่งต่างๆ นี้ยึดถือยึดมั่นอยู่ในใจของพวกเรา และนำไปสู่การปฏิบัติเสมอมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานของเราในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขในหลายเรื่องด้วยกัน บางเรื่องก็คงต้องแก้ไขต่อไปในระยะยาว เราก็จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด โดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพื่อนำพาประเทศไปสู่ประธานอาเซียนในปี 2562 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ขอกราบเรียนว่าพวกเราทุกคนยึดมั่นในสิ่งต่างๆ ที่คณะท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้ทำไว้ตั้งแต่อดีต และในปัจจุบันยังคงเป็นที่ยึดมั่น ที่ระลึกของพวกเราเสมอมา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า ในโอกาสเป็นมงคลนี้ ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอเดชะบารมีอันแผ่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ ฯพณฯ เคารพนับถือ ขอฝากอำนวยพร ประทานพรให้กับประธานองคมนตรี มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป และประสบความสำเร็จในทุกหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบกระเช้าดอกไม้สีชมพูให้ พล.อ.เปรม ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้มอบแจกันดอกไม้ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.เปรมกล่าวให้พรว่า ขอขอบคุณนายกฯ และพวกเราที่กรุณามาให้พรกันในวันปีใหม่ คิดว่าสิ่งสำคัญที่บ้านเมืองของเราไปได้ราบรื่น ในการบริหารของนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากเราเป็นมิตรกัน นายกฯ ก็เป็นมิตรกับตนเอง ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร ก็เป็นมิตร ทั้งหมดเป็นมิตรกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ คิดว่าถ้านักการเมืองที่เรียกว่าฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เห็นแก่ความเป็นมิตร ทุกอย่างก็จะราบรื่น และไปได้สวยงาม ต้องพูดว่าเห็นต่างกันด้วยความเป็นมิตรจะดีมาก เพราะทุกคนเป็นมิตรกันและเห็นต่างกันแค่นั้น
อย่าเห็นต่างเป็นศัตรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้นายกฯ เห็นว่าฝ่ายค้านเห็นต่าง ก็เห็นต่างอย่างนี้มิตร แต่อย่าเห็นต่างเป็นศัตรูกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์ ขอให้คิดว่าความเห็นต่างต้องมี แต่มีอย่างมิตร ขอให้นายกฯ ช่วยทำตรงนี้ อย่าเห็นต่างกับฝ่ายค้าน ซึ่งก็โอเค ทั้งนี้ ต้องเห็นต่างอยู่แล้ว แต่ต้องเห็นต่างอย่างมิตร อยากให้นายกฯ ทำตัวอย่าง ว่าผมเห็นต่างกับคุณ แต่ผมก็เป็นเพื่อนกับคุณ ก็จะทำเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้ราบรื่น ขอฝากนายกฯ ไว้ อาจจะต้องจำไปใช้ตามที่พูดไว้ก็ได้ เพราะเคยใช้มาแล้ว&amp;rdquo; พล.อ.เปรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า ขอชมเชยนายกฯ ที่บริหารประเทศมาด้วยความโลดโผน ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองของเรามีความสงบสุข คนไทยจะได้หายยากจนไปบ้าง เป็นการกระทำที่ได้บุญได้กุศล และเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำประเทศที่จะทำเช่นนั้น ทุกคนอยากให้คนไทยมีความสุข นายกฯ ก็ต้องการให้คนไทยมีความสุข คนไทยก็อยากมีความสุข ขอให้ทำให้คนไทยมีความสุข อย่างน้อยก็มีเงินพอใช้สอย ซึ่งนายกฯ กำลังทำอยู่ ซึ่งคิดว่าจะได้ผลพอสมควร ขอขอบคุณนายกฯ อีกครั้ง และขอฝากไว้ว่าเห็นต่างกันอย่างมิตรเป็นสิ่งที่น่าจะนำไปใช้ ขอบคุณมาก และขอให้นายกฯ และพวกเราทุกคนมีความสุขสวัสดี มีอายุยืนยาวตลอดไป บริหารประเทศด้วยความเป็นมิตรและด้วยความรักคนไทยอย่างที่นายกฯ กำลังทำ ขอเป็นผลสำเร็จให้ปรากฏในสายตาของคนไทยและคนต่างประเทศตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์แนะนำ ผบ.เหล่าทัพให้ พล.อ.เปรมรู้จัก ซึ่ง พล.อ.เปรมได้สอบถามอายุของแต่ละคน โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่าตัวเองอายุ 69 ปีแล้ว พล.อ.เปรมจึงหันไปถาม พล.อ.ประวิตร พร้อมกระเซ้าว่ายังแข็งแรงนะ ยังไหวอยู่ และในช่วงท้ายระหว่าง พล.อ.เปรมทักทายผู้นำเหล่าทัพ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;ผมเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ได้เห็นใครเป็นศัตรู ประเทศไทยกำลังเดินหน้า เราถึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ หากรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ รัฐบาลและฝ่ายค้านก็เดินไปตามแนวทาง ส่วนความเห็นต่างอีกเรื่องหนึ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้จูงมือ พล.อ.เปรมเข้าไปภายในบ้านพักประมาณ 5 นาที ก่อนกลับออกมาแล้วพูดกับสื่อมวลชน &amp;quot;เป็นมิตรกันนะ เป็นมิตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปีนี้ พล.อ.เปรมได้มอบหนังสือเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งเนื้อหาเป็นปาฐกถาพิเศษของพล.อ.เปรมเมื่อปี 2558 โดยเนื้อหาเน้นเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่ง พล.อ.เปรมมีความเห็นว่า คนที่โกงแล้วร่ำรวยเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมืองทำให้บ้านเมืองเสียเกียรติภูมิ ทำให้บ้านเมืองขายหน้า ถูกดูหมิ่นดูแคลน คนเหล่านั้นถือว่าเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง เป็นศัตรูของแผ่นดินที่พวกเราต้องหมายตาหมายหัวไว้ แล้วช่วยกันทำลายให้หายไปจากแผ่นดินของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย ว่าได้ตรวจตราสื่อมวลชนที่เข้ามาทำข่าวอย่างเข้มงวด โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวได้เดินทางมาที่บริเวณด้านข้างบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อนำของขวัญมาให้ พล.อ.ประวิตร แต่ตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สน.สามเสน มาควบคุมตัวนายเอกชัยไว้ เพื่อไม่ให้เข้ามาบริเวณด้านหน้าบ้านพัก ก่อนเชิญตัวเข้าไปพูดคุยที่ สน.สามเสน
ทหารไม่เคยเห็นต่าง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.เปรมยังเปิดบ้านให้ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) นำนายทหารเหล่าม้าเข้าอวยพรและขอพรวันปีใหม่ 2562 โดย พล.อ.เปรมกล่าวว่า ดีใจที่พวกเราเป็นปึกแผ่น พวกเราคงได้ยินสิ่งที่พูดกับนายกฯ ว่าเห็นต่างกันฉันมิตร แต่พวกเราไม่ต้องไปใช้ เพราะพวกเราไม่เคยเห็นต่าง จึงแค่เป็นมิตรกันอย่างเดียว ขอฝากเหล่าทหารม้ากับผู้ช่วย ผบ.ทบ.ให้สอนรุ่นน้องรุ่นลูกหลานที่ออกมาใหม่ให้เข้าใจเรามีลักษณะพิเศษอย่างไรบ้าง ประเพณีอาบน้ำม้าก็ยังอยู่ ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ ดำรงความเป็นเหล่าทหารม้าตลอดไป ไม่มีวันขาดสาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรมให้ทุกฝ่ายเป็นมิตรกัน แม้เห็นต่างว่า หลักการที่ พล.อ.เปรมพูดเป็นหลักการที่ถูกต้อง เป็นหลักการที่อยู่ในศาสนา คือคนเราจะคิดต่างกัน แต่ต้องคิดดีพูดดีทำดีต่อกัน ไม่ใช่ไปใส่ร้ายป้ายสี ตั้งป้อมกัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ต้องฟัง พล.อ.เปรมให้มาก เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนที่พูดว่าเข้ามามีอำนาจเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ 4 ปีที่ผ่านมา คสช.ได้ทำอะไรที่ตั้งใจจะเกิดความปรองดองบ้าง มีเพียงวลีแล้วก็โยนทิ้ง
&amp;ldquo;วันนี้ยังไม่สายที่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำตามที่ พล.อ.เปรมระบุ ส่วนพรรคการเมือง ถ้าเคารพหลักเกณฑ์ เคารพผลการเลือกตั้ง ดิฉันเองอยู่มา 26 ปี ในการเมืองการมีความเห็นต่างก็อยู่ได้ มีเพียงช่วงหลังที่มีความพยายามสร้างเหตุการณ์สู่รัฐประหาร&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ขอแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ถ้าไม่ต้องการรับมือกับคำพูดให้ร้ายโต้กลับรายวัน ต้องหยุดพูดโดยไม่ยั้งคิด บางครั้งคำพูดเหน็บแนมที่พูดออกมา อาจพูดโดย พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้สึกตัว แต่คำพูดแบบนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์กังขาว่าทำไมชอบขัดแย้งอยู่กันอย่างสงบไม่ได้หรืออย่างไร ซึ่งความขัดแย้งในสังคมไทยจะไม่มีทางสิ้นสุด ถ้าทุกคนไม่เริ่มจากการพิจารณาข้อผิดพลาดของตนเอง แล้วแก้ไขก่อนไปเรียกร้องผู้อื่นแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในแฟนเพจหมวดเจี๊ยบว่า แม้สื่อมวลชนไม่ตั้งฉายาให้นายกฯ แต่ขอตั้งให้เอง คือ 1.นายกฯ หัวขี้เลื่อย เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯ ไม่เข้าใจปัญหาและความต้องการของประชาชน ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด 2.รัฐบาลนักชกใต้เข็มขัด เนื่องจากใช้อำนาจในมือเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองแทบทุกเรื่อง และ 3.ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลสาละวันเตี้ยลง เนื่องจากยิ่งรัฐบาลอยู่บริหารประเทศเศรษฐกิจก็ยิ่งถดถอยและล้าหลัง&amp;nbsp;
โอ่เลือก พ.ท.มีแต่รวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ในการเดินสายหาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง คุณหญิงสุดารัตน์นำคณะลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นวันที่สองใน จ.หนองบัวลำภู โดยได้ยืนยันกับชาวบ้านว่า ถ้าพรรคได้เข้ามาทำงาน จะไม่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องยากจนเหมือนทุกวันนี้ จะนำไปสู่รายได้ที่ดีและยั่งยืน ซึ่งเราไม่ได้เสียใจถูกรัฐประหาร แต่เราเสียใจไม่ได้ทำงานดูแลประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราสัญญาจะไม่ปล่อยให้ประชาชนจนกระจายและรวยกระจุก พรรคไม่เคยอยากให้พี่น้องเป็นคนจน แต่ถูกรัฐบาลตีทะเบียนเป็นคนจนเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยอยากให้ทุกคนรวย&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว และว่า เขาวางกลไก ส.ว. 250 คน &amp;nbsp;หน่อยคนเดียวสู้ไม่ได้ แต่ขอพี่น้องช่วยกันในวันที่ 24 ก.พ. ให้ถล่มทลาย เพราะเขามี 250 เสียงตุนในกระเป๋าไว้แล้ว ถ้าไม่เลือกให้ถล่มทลายจะไม่ชนะ ส.ว. 250 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงมือมืดใช้อำนาจบีบบังคับให้เจ้าของที่ปลดป้ายหาเสียงของผู้สมัครจากพรรคที่ จ.นครราชสีมา ว่าสะท้อนให้เห็นว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไหร่ ยิ่งมีการใช้อำนาจ ที่ไม่ถูกต้องทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่พรรค เพราะได้รับแจ้งจากผู้สมัครของพรรคในหลายพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจค้นบ้านของทีมงานผู้สมัครจาก พท. จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจหยุดการกระทำดังกล่าวทันที เพราะจะทำให้การเลือกตั้งไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ทุกพรรคการเมืองต่างลงพื้นที่พบประชาชาชน แต่ในการประชุมภายในของเจ้าหน้าที่เขตบึงกุ่ม ซึ่งเขียนชัดเจนว่าเป็นการประชุมชุดรับเรื่องร้องทุกข์เคลื่อนที่ กลับมีว่าที่ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใส่เสื้อพรรคเข้าไปแนะนำตัวในวงประชุม ไม่เข้าใจว่าการที่ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงก่อนเลือกตั้งเช่นนี้เข้ามาในฐานะอะไร ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นทำแบบนี้คงมีปัญหา ขอให้คิดถึงความฟรีและแฟร์ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษก พ.พ.ช. กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณีนางบุญศิริ อายุ 71 ปี ชาวบ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค พปชร.ให้สมัครสมาชิกพรรคก่อนจึงทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ พร้อมให้เงินอีก 100 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตในเขตกรุงเทพมหานคร 30 เขต และภาคกลาง 26 จังหวัด 92 เขต เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีจังหวัดที่พิจารณาไม่จบ ได้แก่ จ.ชุมพรเขต 1 จ.อุดรธานี เขต 2, 5 และ 6 จ.ยโสธรทั้งจังหวัด จ.เลย เขต 2 และภาคเหนือ จ.พิจิตรทั้ง 3 เขต
ปชป.ลั่นไร้ปัญหาผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า ในเขต กทม.ทั้ง 30 เขต ผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.ในพื้นที่เดิม แต่มีผู้สมัครหน้าใหม่และผู้สมัครจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคในนามนิวเดมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขต ว่า พรรคไม่มีปัญหาอะไร มติ กก.บห.ได้ตัดสินชี้ขาดแล้วว่าใครเหมาะสมที่จะลงบัญชีรายชื่อหรือระบบเขต ไม่มีการเช็กบิลกลุ่มงูเห่าหรือกลุ่มอะไร เราเป็นพรรคที่มีระบบ และปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการคัดเลือกผู้สมัครอย่างครบถ้วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจพรรคว่า เป็นแนวคิดเศรษฐกิจ 5G มีเป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเศรษฐกิจ 5G เป็นธีมหลักของแนวคิดด้านดิจิทัลเวิลด์ของพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือหลังจากเปิดคิกออฟ 5 จังหวัดไปนั้น กระแสพรรคดีมากๆ ยิ่งพรรคเดินหน้านำนโยบายด้านสวัสดิการต่างๆ ของรัฐบาลไปทำต่อยิ่งได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยเฉพาะเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และน่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคต่างออกมาโจมตีและไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้กลับมาเห็นด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมแกนนำพรรคเดินคารวะแผ่นดินที่ จ.สมุทรสาคร พร้อมร่วมพิธีทำบุญเปิดสำนักงานพรรคสาขากระทุ่มแบนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมแกนนำพรรค เปิดเวทีพบปะประชาชนชาว จ.สระแก้ว โดยกล่าวถึงนโยบายรัฐสวัสดิการของพรรคว่า การทำรัฐสวัสดิการเป็นไปได้ แต่ต้องมีการจัดสรรทรัพยากรใหม่ ซึ่งพรรคมีนโยบายในการหางบประมาณเพื่อจัดรัฐสวัสดิการอยู่แล้ว เช่น ยกเลิกการยกเว้นภาษีที่ให้แก่กลุ่มทุน และการตัดลดจำนวนกำลังพลในกองทัพไทยลงครึ่งหนึ่ง พร้อมจำนวนนายพลที่มีกว่า 1,600 นาย ให้เหลือ 400 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีทรัพยากรเพียงพอ แต่เราต้องจัดสรรทรัพยากรใหม่ เราต้องเก็บภาษีคนรวยมากขึ้น คนอย่างผม บริษัทผม ตระกูลผมได้รับการยกเว้นภาษีปีหนึ่ง 800 ล้านบาท ผมขอบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว คนรวยอย่างผมควรต้องเสียภาษีให้เหมือนคนธรรมดา พ่อค้า แม่ขาย และประชาชนที่ต้องเสียภาษีเช่นกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, ป๋าเปรม, พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c244511803bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองโฆษกเพื่อชาติ&#039;ชี้คลิปแลกบัตรคนจนเข้าข่ายผิดกม.เลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61-น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงคลิปแลกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับการสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมลงลายนิ้วมือสัญญาว่าจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ และมอบเงินค่าตอบแทนการสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ 100 บาท เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นที่ จ.ยโสธร เป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 ข้อ 2 และ ข้อ 5 หรือไม่ ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพุทธศักราช 2561 มีผลบังคับใช้ 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2561 โดยในมาตรา 73 ได้ระบุไว้ว่า ไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีการต่อไปนี้ ในข้อ 2 ระบุว่า ให้เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมฯ เป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้ ส่วนในข้อห้าระบุว่า การหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคามฯ ให้เข้าใจผิดในคะแนนของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองเป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในคลิปดังกล่าวที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์เข้าข่ายการให้เงินแก่ผู้สมัครสมาชิกพรรค ซึ่งผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 2 ที่ระบุว่า ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมฯ ส่วนกรณีที่ต้องสมัครและสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐจึงจะมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ เข้าข่ายการหลอกหลวงบังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคามฯ ให้เข้าใจผิดในคะแนนผู้สมัคร น่าจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 5 ที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24934</URL_LINK>
                <HASHTAG>dEs, กฎหมายเลือกตั้ง, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c205a3c9b66d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมยำโต๊ะจีนระดมทุน จ่อชงกกต.สอบ&#039;พปชร.-รปช.&#039;จี้เปิดชื่อผู้บริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; พา &amp;ldquo;รปช.&amp;rdquo; ซวย การเมืองรุมถล่มโต๊ะจีนระดมทุน เตรียมชง กกต.-ป.ป.ช.ตรวจสอบ &amp;ldquo;มาร์ค-ตู่&amp;rdquo; บี้เปิดรายชื่อผู้บริจาคเงิน เพื่อไทยได้ทีขย่มสะท้อนความเหลื่อมล้ำ พรรคจะปูเสื่อให้นำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันกิน &amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo; เตรียมเปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; นำ ครม.-กองทัพอวยพร 27 ธ.ค. รับห่วงหลังเลือกตั้ง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ปิดประตูใช้มาตรา 44 แก้เบอร์เดียวทั่วประเทศ นักการเมืองพาเหรดชง กกต.โชว์เพาเวอร์กดดัน คสช.ให้ใช้อำนาจ พลังประชารัฐเตรียมสร้างกระแสอีกรอบ ปราศรัยพร้อมกัน 5 จุดอาทิตย์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ในแวดวงการเมืองมีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุน ทั้งในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โต๊ะละ 1 ล้านบาท และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โต๊ะละ 3 ล้านบาทอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ เหรัญญิกพรรค รปช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงงานระดมทุนพรรคว่า มียอดการจำหน่ายโต๊ะอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 234 โต๊ะ และ 4 ที่นั่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 234,400,000 บาท โดยเงินทุนที่ได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นเงินทุนในการดำเนินการจัดกิจกรรมของพรรคต่อไป รวมถึงเป็นเงินทุนในการใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งในปีหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.สมาคมจะนำเรื่องการจัดระดมทุนของทั้ง 2 พรรคไปร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเป็นการจัดเลี้ยงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเข้าข่ายการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงใดๆ เพราะมีการนำนักร้อง นักแสดง มาโชว์ในเวทีตามมาตรา 73 (3) (4) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 หรือไม่ และขัดต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2561 ที่เน้นให้สมาชิกจ่ายเงินให้พรรคการเมืองเฉพาะผู้ก่อตั้งและสมัครสมาชิกเป็นหลักหรือไม่
&amp;ldquo;การที่พรรคการเมืองจัดงานระดมเงินโดยที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเป็นการขัดกฎหมายดังกล่าวโดยชัดแจ้ง อีกทั้งขัดต่อเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง ที่มุ่งเน้นให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมหาชน ไม่ใช่พรรคนายทุนที่จ่ายเงินซื้อโต๊ะจีนราคาแพงลิ่ว เพราะหวังผลประโยชน์ตอบแทนในอนาคตนั่นเอง&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า &amp;nbsp;งานระดมทุนพรรคพลังประชารัฐเตรียมตัวโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ เพราะโต๊ะจีนราคา 3 ล้าน โต๊ะหนึ่งมี 10 ที่นั่ง ตกที่นั่งละ 300,000 บาท ต้องตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ (รัฐมนตรี และข้าราชการ) จำนวนเท่าใดที่เข้าร่วมงานนี้ ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงาน หรือมีผู้ใดออกเงินให้ หากอ้างว่ามีคนอื่นออกเงินให้ก็เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. กรณีรับของขวัญมีมูลค่าเกิน 3 พันบาท หากบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าร่วมงานอ้างว่าซื้อบัตรเข้าร่วมงานเอง ก็ต้องเอาใบเสร็จมาแสดง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากเอาเงินตัวเองซื้อบัตรเข้าร่วมงาน กรณีนี้อาจต้องถูกตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ร่ำรวยขนาดซื้อบัตรราคา 300,000 บาทได้อย่างไร เรื่องนี้ยาวและซวยแล้วละครับ &amp;nbsp;ที่สำคัญ ความผิดสำเร็จแล้วจะแก้ตัวกันอย่างไร&amp;rdquo; นายวีระโพสต์
บี้เปิดรายชื่อคนบริจาค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การจะจัดระดมทุนจะเป็นโต๊ะจีน หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ผู้ที่บริจาคเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปต้องเปิดเผยชื่อตัวเองอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าบอกว่าจัด 200 โต๊ะแล้วก็ขายบัตร โดยไม่รู้ใครมาซื้อบัตรแล้วมีเงินมา 600 ล้านบาท อย่างนี้ทำไม่ได้ ต้องมีการแสดงว่าใครเป็นคนที่ซื้อโต๊ะ ซึ่งถือเสมือนเป็นผู้บริจาค เขาต้องเปิดเผยชื่อผู้บริจาค สื่อก็ไปตรวจสอบได้ว่าใครไปนั่งกินบ้าง กรณีของ พปชร.มีประเด็นว่า ต้องให้มั่นใจด้วยว่าไม่มีการเอาตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาลไปใช้ในการระดมทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุเช่นกันว่า เป็นสิ่งที่ควรเข้าไปตรวจ เพราะเป็นสิ่งที่ผิดปกติ โดยนึกถึงตัวเองที่ไม่ใช่คนยากลำบาก แต่จะให้ควักเงิน 3 แสนบาทไปนั่งทานอาหารยังคิดเยอะเลย แต่นี่สามารถทำได้ถึง 200 โต๊ะ มีคนถึง 2 พันคนที่ยอมควักเงิน 3 แสนไปนั่งทานอาหารมื้อหนึ่ง ก็เป็นเรื่องพิเศษที่ กกต.ควรเข้าไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการระดมทุนของพรรค พท. นายภูมิธรรมตอบว่า จะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่คงไม่มีศักยภาพพอที่จะทำได้เท่ารัฐบาลที่ขายโต๊ะละ 3 ล้านบาท เพราะสวนทางกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังยากลำบาก ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้า พท. กล่าวทำนองเดียวกันว่า การขายโต๊ะจีนดังกล่าวเป็นการตบหน้าประชาชน รัฐบาลแจกเงินประชาชนผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท แต่กลับมาเปิดระดมทุนอย่างหรูหัวละ 3 แสนบาท แสดงให้เห็นว่าคนจนไม่มีสิทธิ์เข้างานหรือมีส่วนร่วมสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ขอเรียกร้องให้นายกฯ นำเอาประเด็นนี้ไปหารือในคณะกรรมการแก้ไขความยากจน และหากมี 4 รัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม ควรให้ชี้แจงด้วยว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไม่จัดงานระดมทุนใหญ่โตอย่างพลังประชารัฐแน่นอน แต่จะใช้รูปแบบการจัดในพื้นที่กว้าง ปูเสื่อให้ประชาชนที่สนใจนำอาหารมาแลกเปลี่ยน นั่งรับประทานร่วมกัน ผมจะทำอาหารมาร่วมด้วย ส่วนใครสมัครใจจะบริจาคเท่าใดก็แล้วแต่ บาทเดียวก็พร้อมรับ&amp;rdquo;นายปลอดประสพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า การจัดแบบนี้เป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมือง ซึ่งมันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งนี้ รายนามผู้บริจาคกี่คน คนละเท่าไรนั้น ก็ควรเปิดเผยต่อประชาชน เพื่อให้เห็นความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรทับซ้อน ไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่หากมีการจัดงานในลักษณะแบบนี้อีก ขอให้มีการแสดงรายชื่อรายนามผู้ซื้อโต๊ะ ส่วนคนที่จัดไปแล้วก็แถลงมา กกต. ก็นำมาเผยแพร่กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษก พ.พ.ช. กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการระดมทุนของ พปชร.เป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 ข้อ 3 หรือไม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 90 วันตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2561 โดยในงานระดมทุนได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินหลายกลุ่ม น่าจะเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงต่างๆ กรณีนี้ กกต.ต้องชี้แจงว่าเข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ปฏิเสธให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า ขอไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการของพรรคการเมืองแต่ละพรรค หากพบว่ามีจริง ขอให้สื่อไปถามคนที่จับเรื่องนี้แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีกระแสเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปที่แกนนำพรรค พปชร.หลายคน ซึ่งได้ให้การปฏิเสธ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่ทราบ และขอให้ไปถามนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าคณะผู้จัดงาน&amp;rdquo; โดยตลอดช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อโทรศัพท์หานายณัฏฐพล เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังได้มีการจ่ายเงินซื้อโต๊ะจีนเพื่อสนับสนุนพรรค พปชร. จำนวน 20 โต๊ะ รวมเป็นเงินกว่า 60 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะตามหลักของการนำเงินงบประมาณรัฐมาใช้ จะไม่สามารถนำมาใช้ในการระดมทุนหรือสนับสนุนพรรคการเมืองได้ ที่สำคัญอีกอย่าง หากเป็นข้าราชการแล้ว ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองได้ เพราะจะต้องวางตัวเป็นกลาง ทำงานเพื่อประเทศและประชาชนเป็นหลัก แต่ถ้าหากใครเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ จะถือว่ามีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมด ก็ได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้รับคำสั่งให้ไปจองโต๊ะหรือให้เข้าไปร่วมงานดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;ldquo;ป๋า&amp;rdquo;เปิดบ้านสี่เสาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษฯ นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า พล.อ.เปรมเตรียมเปิดบ้านวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าอวยพรและขอพรเนื่องในวันปีใหม่ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์เพียงคณะเดียว ซึ่ง พล.อ.เปรม มีสุขภาพแข็งแรงดี ยังคงเดินได้ตามปกติ และยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง เพราะใกล้จะเลือกตั้ง แล้วหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อย่างมีอารมณ์เมื่อถูกถามกรณีหลายพรรคการเมืองเสนอให้แก้กฎหมาย หรือใช้มาตรา 44 ให้การเลือกตั้งเป็นแบบเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า ไม่ใช้ ไม่ใช่เรื่อง เป็นเรื่องที่ไปตกลงกันให้เรียบร้อยกับ กกต. ไม่ได้เกี่ยวข้องตรงนี้ อะไรก็มาตรา 44 ตลอด บอกแล้วให้แก้ไขปัญหาการบริหารราชการเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายจตุพรเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯ ต่อ และอีกไม่กี่วันจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปถามจตุพรเขาโน่น เพราะไม่ได้พูดอะไรสักคำ บอกว่าจะทำหน้าที่จนกว่าจะจบหน้าที่ของตนเอง ตอนนี้จบหรือยัง ไปถามเขาโน่น อย่ามากดดันตนเองแบบนี้ ประเทศชาติ ประชาชน เขาต้องการอะไรในขณะนี้ เขาต้องการความสงบสุขใช่หรือไม่ เขาต้องการให้มีการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส เป็นธรรมใช่หรือไม่ หรือท่านไม่อยากได้แบบเดิม ถ้าไม่อยากได้แบบเดิมก็ต้องไปแก้ไข ถ้ายังทำแบบเดิม พูดกันแบบเดิม ให้ร้ายกันแบบเดิมก็ไปไม่ได้กันอยู่ดี จะไปได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมบอกแล้วว่าการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน แนะนำคนดีเข้าสู่การบริหารราชการแผ่นดิน ถามว่าคนดีก็คือคนดี คนเก่ง คนซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่มีความประพฤติเสียหายมัวหมอง เหล่านี้ต้องได้รับการพิจารณาจากประชาชนโดยตรง ใครที่ทำความผิดทำความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน คนเหล่านี้ไม่ควรได้รับการสนับสนุน ผมพูดอย่างนี้ในฐานะที่เป็นรัฐบาล&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ต้องปรับทุกคน ตนเองยังต้องปรับตัวเอง ไม่ปรับตัวได้อย่างไร เขาเป็นใคร&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานกับ พปชร.ลาออกจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า เขายังไม่ออก ส่วนเวลาไหนถึงจะเหมาะสมลาออกนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินพร้อมส่ายศีรษะกล่าวว่า ไม่รู้ ไปถามเขาเอา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี กกต.ปฏิเสธเสนอรัฐบาลใช้มาตรา 44 แก้ไขให้บัตรเลือกตั้งใช้แบบเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า การจะทำให้เบอร์เดียวมี 2 แนวทาง คือ ครม.และ กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติที่ทราบถึงปัญหาเสนอ สนช.และ คสช.ใช้มาตรา 44 ดำเนินการ โดยไม่ว่าเลือกทางใดทางหนึ่ง ควรทำให้เสร็จก่อนวันที่ 25 ม.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาได้หมายเลขผู้สมัคร และยังไม่ได้พิมพ์บัตร โดยหากเสนอให้ สนช.แก้ไขเรื่องดังกล่าวใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ก็เท่ากับเป็นการประจาน สนช.ว่าไม่พิจารณาให้รอบคอบสมบูรณ์ แต่ถ้าใช้ช่องทางมาตรา 44 อย่าลืมว่ารัฐบาลเคยใช้มาตราดังกล่าวแก้ไขปัญหามาหลายครั้งแล้ว
บี้ กกต.กดดัน คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจว่า กกต.มีภาระมาก แต่อยากให้มองสิ่งนี้ว่าทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น ไม่ทำให้ประชาชนสับสน อย่ามองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผล ถ้าใช้แล้วเกิดผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว และว่า ถึงกรณี กกต.เปิดทางให้ต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งว่า ต้องไฟเขียวทุกกลุ่ม ไม่ใช่เลือกเฉพาะกลุ่มที่มีความสัมพันธ์อันดี และเมื่อเปิดให้เข้ามาก็ต้องให้ดูทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวในเรื่องนี้ว่า กกต.ควรทำหน้าที่นี้ อย่าให้คนรู้สึกว่า กกต.ไม่เห็นประโยชน์ของประเทศและไม่เป็นกลาง ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าที่ผ่านมาบริหารประเทศดี การใช้เบอร์เดียวจะยิ่งดีกับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณ กกต.เรื่องกำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค และท่าทีที่สร้างสรรค์ของประธาน กกต.ที่ให้ต่างประเทศมาสังเกตการณ์เลือกตั้งได้ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ กกต.สามารถใช้อำนาจเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์และยุติธรรม อาทิ ไม่ควรไปคุมจำนวนป้าย แต่ไปคุมที่ค่าใช้จ่าย และไม่ควรไปลงรายละเอียดและกำหนดขนาดป้าย กกต.ควรเสนอให้แก้กฎหมายให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ และควรเปิดให้พรรคการเมืองกำหนดสถานที่และรณรงค์ปราศรัยหาเสียงอย่างเต็มที่ตามที่เคยทำมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุจะไม่ใช้คำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไขบัตรเลือกตั้งให้เป็นเบอร์เดียวทั่วประเทศ ว่านายกฯ มีอายุมากแล้ว อาจมีปัญหาเรื่องความจำ จึงทำให้หลงลืมว่าที่ผ่านมามักกลับคำพูดไปมาเสมอ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในแต่ละวัน เชื่อว่าอีกไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์จะถูกกระแสกดดันและเรียกร้องจากสังคมให้ใช้มาตรา 44 ในเรื่องนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะกลับคำพูดอีกครั้ง เพราะยิ่งใกล้เลือกตั้ง หากทำอะไรที่สวนทางกับสังคมย่อมไม่ส่งผลดีกับ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการไฟเขียวให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ว่าน่าจะสายเกินไปแล้ว เพราะต่างชาติคงเตรียมตัวไม่ทัน เนื่องจากการเข้ามาสังเกตการณ์ต้องมีขั้นตอนมากมาย ต้องใช้เวลา แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่ได้แสดงความจริงใจ ต่างชาติทวงถามเรื่องนี้มาเป็นปีๆ แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวผู้สมัครและการหาสมาชิกนั้น นายภูมิธรรมกล่าวถึงการเชิญผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศของพรรคมาประชุมในวันที่ 21 ธ.ค. ว่าจะทำความเข้าใจกับผู้สมัครในเรื่องที่เราได้ไปพูดคุยกับ กกต.เรื่องกฎระเบียบต่างๆ ส่วนตัวผู้สมัครของพรรคจะเอารายชื่อกลุ่มแรกมาดูในวันที่ 21 ธ.ค. และช่วงบ่ายจะประชุมคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณารอบที่ 2 คาดว่าอย่างช้าต้นปีหน้าจะตอบได้ว่าเราจะส่งผู้สมัครกี่เขต และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา เราจะประกาศ 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กอนุทิน ชาญวีรกูล ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เผยคลิปวิดีโอที่นายอนุทิน และ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค ทดลองนั่งแกร็บคาร์ พร้อมระบุว่า หลังทดลองนั่งแกร็บก็ทำให้มั่นใจว่าตัดสินใจไม่ผิดที่จะทำให้คนขับแกร็บในไทยเป็นอาชีพถูกกฎหมาย และเป็นอาชีพที่หารายได้เลี้ยงปากท้องและเลี้ยงดูครอบครัวอีกอาชีพหนึ่ง เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้บริการของประชาชน และมั่นใจว่าไม่ขายฝัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทำงานพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ในวันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช และคณะ จะลงพื้นที่พบปะรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ 3 จังหวัดภาคใต้ คือ จ.ภูเก็ต จ.พังงา และ จ.นครศรีธรรมราช โดยวันที่ 21 ธ.ค.ที่พังงา, วันที่ 22 ธ.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยจะเดินทางไปที่ อ.ควนหนองหงษ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีม็อบชาวสวนยางไปขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อเชิญแกนนำม็อบสวนยางครั้งนั้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนให้ข้อมูลด้วย
พปชร.ปราศรัยใหญ่ 5 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวว่า พรรคจะเปิดเวทีใหญ่พบปะพี่น้องประชาชน 5 จุดพร้อมกันในวันที่ 23 ธ.ค.2561 เวลา 14.00 น. ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ โดยที่ จ.เชียงใหม่ นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า จ.พิษณุโลก นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชรนำโดย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, จ.นครสวรรค์นำโดยนายภิญโญ นิโรจน์ อดีตรัฐมนตรี และ จ.เพชรบูรณ์นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ โดยในวันที่ 23 ธ.ค. ที่จัดพร้อมกัน 5 เวทีนั้น จะถ่ายทอดสดผ่าน Facebook และ youtube ของพรรคด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนครั้งนี้ จะมีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมแห่งละไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และจะมีกิจกรรมให้ชาวบ้านร่วมโหวตเสนอความคิดเห็นด้วย เช่น อยากให้ใครเป็นนายกฯ ชาวบ้านมีปัญหาอะไร อยากได้อะไร ซึ่งจากการลงพื้นที่พี่น้องประชาชนตอบรับพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก ทำให้กระแสพรรคดีวันดีคืน เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับชัยชนะแน่นอน เนื่องจากพรรคมีความพร้อมทุกอย่าง และมีนโยบายที่ดีที่สุดเท่าที่ทุกพรรคเคยมีมา&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า พปชร.จะแพ้เลือกตั้งแน่นอนว่า ปี่กลองการเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้นยังเร็วไปที่จะบอกว่าใครแพ้หรือใครจะชนะเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักการเมืองอาวุโสที่คนฝั่งธนฯ ชื่นชอบ แต่ไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมที่ชอบบอกว่า พปชร.ไปก้าวก่ายพรรคเพื่อไทย เพราะจริงๆ แล้ว ร.ต.อ.เฉลิมมาก้าวก่าย พปชร.โดยตลอด น่าจะเอาอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ที่ก้มหน้าก้มตาลงพื้นที่อ้อนชาวบ้านด้วยวาจาที่สุภาพอ่อนโยนน่ารักเหมือนศิลปินวง BNK 48&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักการเมืองอาวุโสคนสำคัญของประเทศไทย น่าที่จะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของท่านในสนามเลือกตั้ง เพราะท่านบอกจะทิ้งทวนแล้ว อยากจะให้ท่านฝากผลงานทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งกันด้วยนโยบายเพื่อให้ลูกหลานได้จดจำในสิ่งที่ดีๆ เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ&amp;rdquo;นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พท. กล่าวถึงกรณีนายธนกรออกมาโจมตี ร.ต.อ.เฉลิม ว่าต้องการใช้ ร.ต.ต.เฉลิมเป็นทางลัดในการสร้างชื่อเสียงทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองที่ดีต้องสร้างราคาให้ตัวเองโดยการทำงานรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ใช้ทางลัดแบบนี้ เพราะคนที่ใช้ทางลัดโตเร็วจะยืนระยะทางการเมืองได้ไม่นาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้แต่งตั้ง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือเก่ง เดอะสตาร์ เป็นรองโฆษกพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24713</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, ประมนต์ สุธีวงศ์, ประสงค์ พูนธเนศ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, วีระ สมความคิด, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1ba475d8685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; จี้ กกต.ตอบพลังประชารัฐจัดคอนเสิร์ตระดมทุนผิดกม.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 -&amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าจากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดระดมทุนเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562 ในงานจัดมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินหลายกลุ่ม อาทิ หรั่ง ร็อคเคสตร้า, ทาทา, รัดเกล้า, คิงเดอะวอยซ์ และวงนูโว เป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 ข้อ 3 หรือไม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2561 โดยในมาตรา 73 ได้ระบุไว้ว่า ไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีการต่อไปนี้ ในข้อ 3 ระบุว่า ทำการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงต่างๆ เป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในงานระดมทุนพรรคพลังประชารัฐได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินหลายกลุ่มน่าจะเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงต่างๆ กรณีนี้ กกต. จัดเป็นผู้รักษากฎหมายเลือกตั้งต้องชี้แจงว่าเข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24651</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, จัดงานระดมทุน, ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อชาติ, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b0530839f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายฝันคนกรุงเทพ &#039;อนค.-ภท.&#039;แห่ชู&#039;นโยบาย&#039; โพลหนุนบัตรติดชื่อ-โลโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ส่วนใหญ่อยากได้บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อโลโก้และชื่อพรรคครบถ้วน ชี้ถ้ามีแต่เบอร์ทำให้สับสน อาจเกิดการทุจริตโกงเลือกตั้งได้ง่าย เลขาธิการ กกต.เผยทุกพรรคตอบรับหารือ 19 ธ.ค.นี้ ปชป.ข้องใจทำไมไม่ให้ใช้ภาพผู้สมัครบัญชีรายชื่อหาเสียง ซัด 4 รมต.ไม่ลาออกไม่ต่างคนหนีคดี &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; หนุนแก้ กม.ให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; โวยลงพื้นที่โดนขวางไม่ให้พบชาวบ้าน ภท.ยก &amp;quot;บุรีรัมย์โมเดล&amp;quot; ขายฝันคนกรุง &amp;quot;อนค.&amp;quot; คึกชูนโยบาย 12 วาระ ลั่นลดขนาดกองทัพให้เล็กลงพร้อมเช็กบิล คสช. แต่ไม่แก้ ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;บัตรเลือกตั้งแบบไหนที่ผู้ใช้สิทธิ์ต้องการ&amp;quot; โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 1,139 คน ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 256 สรุปผลได้ดังนี้ 1.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;การไปเลือกตั้ง&amp;rdquo; ครั้งที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ไม่ทราบขั้นตอนวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องค้นหารายชื่อ คิวยาว 32.55%, อันดับ 2 หน่วยเลือกตั้งอยู่ไกล ไปผิดหน่วย เสียเวลา 30.35%, อันดับ 3 ต้องกลับไปเลือกที่บ้านเกิด เดินทางลำบาก ต้องเสียค่าใช้จ่าย 24.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาผิด ลืมชื่อ ลืมเบอร์ จำรายชื่อผู้สมัครไม่ได้ 21.59%, อันดับ 5 พบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถูกบังคับ ถูกสวมสิทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.29% &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ตัวหนังสือแน่น รายละเอียดเยอะ ลายตา 38.79%, อันดับ 2 ชื่อพรรคและโลโก้พรรคไม่ชัด ทำให้ดูลำบาก 34.54%, อันดับ 3 มีบัตรหลายใบ จำไม่ได้ว่าต้องกาใบไหนแบบไหน 19.09%, อันดับ 4กาผิด ไม่รู้ว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำให้บัตรเสีย 14.85%, อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเลือกตั้งปลอม 6.90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ประชาชนคิดอย่างไร? กับ &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่เป็นแบบมีแต่เบอร์เท่านั้น (ไม่มีโลโก้และชื่อพรรค)อันดับ 1 ทำให้สับสน จำชื่อและหมายเลขพรรคไม่ได้ 40.55%, อันดับ 2 อาจเกิดการทุจริต โกงเลือกตั้งได้ง่าย 24.62%, อันดับ 3 ไม่เป็นมาตรฐาน ไม่เป็นสากล 20.74%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ควรพิจารณาให้เหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย 14.61%, อันดับ 5 อาจช่วยให้ตอบง่าย โล่ง สบายตา 12.97%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประชาชนอยากให้บัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 24 ก.พ.62 นี้เป็นอย่างไร? อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชื่อผู้สมัคร โลโก้ ชื่อพรรคครบถ้วน ชัดเจน 48.13%, อันดับ 2 กระดาษดี สีสด ตัวหนังสือชัด 22.70%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีช่องให้กากบาทสะดวก ตัวเลือกไม่สับสน เข้าใจง่าย 21.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสากล มีมาตรฐานเหมือนกับต่างประเทศ 11.92%, อันดับ 5 มีการชี้แจงบอกวิธีการเลือก และรายละเอียดครบถ้วน 7.72%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงผลสำรวจ &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo;ว่า อยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำกับดูแลเรื่องบัตรเลือกตั้งโดยตรง ให้รับฟังความต้องการของประชาชนที่สะท้อนออกมาตามโพลต่างๆ เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน จึงต้องสร้างวิธีการให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ นานาประเทศกำลังจับตามองเกี่ยวกับการเลือกตั้งในบ้านเรา พร้อมแสดงความกังวลเรื่องปัญหาการทุจริต โดยการทำบัตรเลือกตั้งให้มีความชัดเจน จึงถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยลบข้อครหาต่างๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ทุกพรรคการเมืองตอบรับที่จะมารับฟังการชี้แจง และหารือรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ โดย กกต.จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน กกต.จะชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งหาเสียงว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ที่ผ่านมาได้พิจารณาเรื่องการทำป้ายหาเสียงที่อยู่ในระหว่างการรับฟังความเห็นจากแต่ละพรรคการเมือง และทางโซเชียลฯ ด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ก่อนที่ กกต.จะออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.จะช่วยพรรคการเมืองจัดทำป้ายหาเสียงไวนิลให้ทุกพรรคการเมือง เพื่อความเท่าเทียมกันและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้พรรคการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีการขึ้นป้ายผู้สมัครคู่กับบุคคลทางการเมือง เช่น นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยระบุเพียงว่า ต้องรอตัวแทนจากพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธันวาคมนี้&amp;nbsp;
หนุนบัตรเดียวเบอร์เดียวทั้ง ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.กำหนด 3 ประเด็น ในการประชุมร่วมระหว่างพรรคการเมืองและ กกต.ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย เรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียง เพื่อที่จะนำความเห็นของพรรคการเมืองไปพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบ กกต. เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนเสนอที่ประชุม กกต. ให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ เมื่อ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ระเบียบ กกต.ในเรื่องการจัดทำแผ่นป้ายที่ กกต.กำหนดบางเรื่องไม่มีความชัดเจน อาทิ สาระหรือภาพในป้ายที่มีข่าวว่าจะกำหนดให้มีรูปเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น แต่ห้ามใช้รูปบุคคลอื่นจึงมีคำถามว่า ทำไมไม่อนุญาตให้ใส่ภาพผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 150 คน ของแต่ละพรรคด้วย เพราะคะแนนที่ประชาชนเลือกจะนำไปสู่การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคด้วย การที่พรรคใดจะใช้ภาพใครนั้น เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค ไม่ใช่ย้อนยุคที่ปิดบังบัญชีรายชื่อ เป็นระบบอีแอบ ประชาชนไม่รู้ว่ามีใครแอบอยู่ในบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคบ้าง และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเลือก 1 ใบ 2 ระบบ ประชาชนจึงควรทราบข้อมูลทุกด้านอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับใบลงคะแนนที่ควรมีชื่อ ผู้สมัครเขต โลโก้พรรค และชื่อพรรค เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี กกต.ห้ามใช้รูปนายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ขึ้นป้ายหาเสียง ว่า กกต.จะนัดหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อพูดคุยถึงกฎกติกาและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงว่าจะทำอะไรได้บ้าง คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในวันดังกล่าว แต่กรณีของนายชวนนั้น ถือเป็นผู้สมัคร ส.ส.และเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ด้วย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา กกต.ควรต้องไปดูว่าภาพของบุคคลที่จะเอามาใช้ในป้ายหาเสียงนั้น เขาเป็นผู้สมัครส.ส. เป็นสมาชิกพรรคนั้นๆ ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ เราต้องการให้การปฏิบัติมีความง่ายและชัดเจน รวมถึงทำอย่างไรให้ประชาชนมีความตื่นตัว และได้รับรู้ รับทราบเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้พรรครอให้ กกต.พิจารณาว่าจะใส่โลโก้และชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ กกต.ก็เคยทำมา ครั้งนี้ก็ควรทำเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ไปเลือกตั้งมีข้อมูลเลือกคนและพรรคถูกต้องตรงใจ ไม่สับสน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในแต่ละเขตจะมีเบอร์แตกต่างกันไป ซึ่งเห็นว่าควรแก้กฎหมายให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในทุกเขตเลือกตั้งใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ เลือกพรรคถูกต้องตรงใจ จำง่าย ไม่สับสน ลดบัตรเสีย และทุกพรรคไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะกาบัตรเพียงใบเดียว ไม่ใช่สองใบเช่นที่ผ่านมา ดังนั้นคนจะเลือกทั้งคนทั้งพรรค จึงควรให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเราเคยเขียนกฎหมายให้พรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกัน ซึ่งมีเหตุผล และสังคมขานรับ ไม่มีปัญหาใดๆ ประชาชนคุ้นเคยกับวิธีการ จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนได้พิจารณาและช่วยกันผลักดัน เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวภึงกรณี กกต.ออกระเบียบกำหนดให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ตามที่พรรคการเมืองเสนอ โดยไม่สามารถใช้รูปบุคคลอื่นหรือผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในการหาเสียงได้ ซึ่งจะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติไม่สามารถใช้ภาพนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการหาเสียงได้ ว่าผลงานที่นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำไว้อยู่ในใจคนไทยตลอด จะลบอย่างไรก็ไม่ออก ดังนั้นระเบียบของ กกต.ในเรื่องนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค พท. ที่สำคัญทั้งสองท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของพรรคอยู่แล้ว ทุกวันนี้กระแสความนิยมและเชื่อมั่นในผลงานของอดีตนายกฯ ทักษิณยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะรัฐบาล คสช. แม้จะบริหารประเทศมานานถึง 4 ปีแล้ว แต่เศรษฐกิจยังตกต่ำ ผู้คนอดอยากปากแห้ง หันไปทางไหนมีแต่ความทุกข์ ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ หันไปทางไหนมีแต่คนยิ้ม มีความสุขเพราะเศรษฐกิจดี
จี้รัฐบาลหยุดเอาเปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอร้องให้ กกต.เข้มงวดเรื่องการใช้อำนาจรัฐหาเสียงหรือเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้พรรคใดพรรคหนึ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีอำนาจพิเศษมากดดัน แทรกแซงจนทำให้ กกต.สูญเสียความเป็นกลางในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ์ของประชาชน และไม่ให้เกิดความสับสน ความผิดพลาดในการกาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งควรใส่โลโก้พรรคและชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง และทุกพรรคควรใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้โพสต์ข้อความว่า เพื่อให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ผมได้รวบรวมปัญหาที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ และขอเสนอดังนี้ 1.ยุติการแจกจ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ และในพื้นที่ต่างๆ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ 2.ไม่อนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปี 3.การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต้องได้รับการเห็นชอบจาก กกต.เสียก่อน 4.ยกเลิกคำสั่งที่ให้ทหารจับกุมตรวจค้นโดยไม่ต้องขออนุญาตศาล 5.หยุดใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทุกกรณี 6.อนุญาตและสนับสนุนให้ตัวแทนรัฐบาลนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งตามมาตรฐานสากลที่ใช้กับประเทศที่กำลังคืนอำนาจให้ประชาชน &amp;nbsp;7.หยุดจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน หยุดการเซ็นเซอร์รายการต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองทั้งโดยรัฐบาล คสช.และ กสทช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เมื่อรวบรวมข้อเสนอได้แล้ว ถ้าจะให้เป็นตามนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้า คสช. หรือทั้งสองตำแหน่ง&amp;quot; นายจาตุรนต์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรค ทษช.กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ทราบว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดต ยิ่งตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับแล้วว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ทั้งนี้ การลงพื้นที่แต่ละครั้งทำให้ทุกคนคิดได้ว่ามีวัตถุประสงค์แอบแฝงในการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองที่มีชื่อเดียวกันกับโครงการของรัฐ แบบนี้การเลือกตั้งจะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ ด้วยสภาวะที่รัฐบาลยังออกมาตรการต่างๆ โดยใช้งบประมาณของรัฐแก้ปัญหาปากท้องที่ปลายเหตุเช่นนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ซื่อสัตย์และไม่จริงใจต่อประชาชน เราจึงต้องร่วมกันป้องกันตรวจสอบไม่ให้มีกลโกงเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีเพจทีมลุงตู่โพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 ว่า กรณีดังกล่าวถือว่าผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 1 หรือไม่ ตามที่มีผลบังคับใช้ 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 โดยในมาตรา 73 ได้ระบุไว้ว่า ไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีการต่อไปนี้ ในข้อหนึ่งระบุว่า การจัดทำเสนอสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นได้อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 จากภาครัฐของเพจทีมลุงตู่น่าจะเข้าข่ายเสนอจะให้ผลประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ขอถามว่ากรณีนี้ลุงตู่ที่จัดเป็นผู้รักษากฎหมายเอง ควรกำชับทีมไม่ให้ทำอะไรที่เข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่&amp;quot; น.ส.พรพรหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ระหว่างการเลือกตั้งที่จะถึง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรี 4 คน ยังทำงานได้ปกติว่า อยากให้นายวิษณุกลับไปดูคำแนะนำที่ตัวเองพูดไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2561 ว่าเมื่อรัฐมนตรีสังกัดพรรคการเมืองแล้ว ถ้าจะทำงานการเมือง ก็ให้ลาออกไป และห้ามทำ 3 ข้อ 1.ใช้เวลาราชการ 2.ใช้ของราชการ 3.ใช้คนของราชการ แต่วันนี้กลับมาพูดใหม่ว่าคนของรัฐบาลมีโอกาสได้เปรียบยังสามารถทำทุกเรื่องได้ตามปกติ ทำไมมาตรฐานในการปฏิบัติตามกฎหมายจึงกลับไปกลับมาได้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลนี้ ถ้าต้องการลดเสียงครหา จะต้องประกาศที่จะปฏิบัติตัวให้เหมือนกับรัฐบาลรักษาการในภาวะการเมืองปกติ ซึ่งมีตัวอย่างที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
โวยโดนขวางไม่ให้พบ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการเดินสาย ครม.สัญจรของรัฐบาลว่า ทราบว่า กำลังจะมีรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช.มาเดินสายที่ จ.ระยอง ก็อยากให้พรรคการเมืองบางพรรคมีสำนึกถึงการแก้ปัญหาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านที่ลำบาก ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำบอบช้ำมามาก ร้านอาหารรายใหม่ต้องปิดตัวลงเพราะขาดทุน คนแก้ปัญหาต้องเป็นรัฐบาล แต่กลับไม่แก้ปัญหาระยะยาว และมีพฤติกรรมที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อให้มีคะเเนนชนะเลือกตั้งหวังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เป็นแนวคิดหว่านงบซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำหนักกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไม่นับรวมถึงพฤติกรรมที่รัฐมนตรีไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งนั้น ไม่มีจริยธรรม ธรรมาภิบาล ซึ่งคนที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ที่ใช้อำนาจเพื่อตัวเอง พิสูจน์แล้วว่าไม่มีความเหมาะสมจะเข้ามาบริหารประเทศ พฤติกรรมเเทบไม่เเตกต่างกับบุคคลที่เคยถูกศาลพิพากษาแล้วหนีคดีไปกบดานอยู่ต่างประเทศเลย จึงอยากฝากให้สงสารประเทศและประชาชนเถิด อย่านึกถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนเลย&amp;quot; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรค และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่คลองจั่น เขตบางกะปิ และละแวกใกล้เคียง บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ยังพบการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนมาพูดคุย โดยข้าราชการคนมีสีได้ข่มขู่ว่าจะตัดงบประมาณในส่วนต่างๆ รวมถึงการลงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก มีทหาร ตำรวจติดตามอยู่ แม้จะปลดล็อกให้พรรคทำกิจกรรมแล้วก็ตาม ยังมีการพยายามขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านมาพบปะกับพรรค และไม่ให้พรรคไปพบปะรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แต่ไม่เป็นไร แม้จะถูกใช้อำนาจมากกว่าคนอื่น แต่ต้องอดทนและเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพท. กล่าวถึงกรณีนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค พปชร. ระบุว่านายสมศักดิ์จองซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจงานในตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่าฝีมือการเป็นรัฐมนตรีในอดีตของนายสมศักดิ์ คนไทยต่างรู้ดีว่าเป็นคนอย่างไร นายสมศักดิ์ ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ยืนข้างผู้ชนะตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนกระสันอยากเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่นถึงขั้นออกมาประกาศว่าเตรียมซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้ในการทำหน้าที่ล่วงหน้าเช่นนี้ และ รมว.เกษตรฯ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครใช้เฮลิคอปเตอร์ตรวจราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประกาศเช่นนี้ ท่านมีการตกลงแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีในกลุ่มของท่านทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ และรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐมาบริหารประเทศต่อ หรือท่านเตรียมทำอะไรไว้ระหว่างการเลือกตั้งจนมั่นใจว่าชนะการเลือกตั้งแน่นอนใช่หรือไม่&amp;quot; นายวรชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถามว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า จองไว้แล้วหรือ จองกับใครล่ะ อย่าลืมว่าประชาชนเป็นผู้เลือก&amp;rdquo; เมื่อถามว่าการพูดเช่นนี้จะทำให้เกิดกระแสตีกลับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีเงาก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนลานข่อย ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรค พปชร., นายทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าลานข่อย และขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง จัดเตรียมไว้ พบปะประชาชนประมาณ 300 คนที่เดินทางไปรอรับและแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร. จ.พัทลุง 3 คน เขตที่ 1 นายสมคิด โสมณะ อดีตข้าราชการครู, เขตที่ 2 ดร.พลกฤษณ์ &amp;nbsp;คล้ายวิตภัทร และเขตที่ 3 นายปรัชชา นวลเปียน หลานชายของนายสมคิด นวลเปียน อดีต ส.ส.พัทลุง
พปชร.ลั่นเจาะพัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ใน จ.สงขลา พัทลุง และตรัง เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และจะได้นำข้อเสนอของประชาชนที่แต่ละพื้นที่ ไปดูในรายละเอียด &amp;nbsp;เพื่อจะได้กำหนดเป็นนโยบายของพรรคต่อไป อย่างไรก็ตาม เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พัทลุง มีรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ เป็นอดีต ส.ส. แต่พรรค พปชร.ก็จะส่ง แจ็กมาฆ่ายักษ์ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. นำคณะทำงานของพรรคเดินทางไปพบประชาชนในพื้นที่ จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ และตลาดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และคณะ เดินคารวะแผ่นดินเพื่อหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยมีประชาชนมาขอถ่ายภาพและถ่ายเซลฟีคู่กับนายสุเทพเป็นที่ระลึกคึกคัก ในโอกาสนี้ นายสุเทพได้แนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 คือ นายสมชาย พงษ์พินิจกุล นักธุรกิจ เจ้าของ บจก.โคราช ฟูดส์ โปรดักศ์ ให้กับประชาชนได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่นายสุเทพเดินมาถึงแผงขายผัก มะนาว มะเขือ ของนายคณิศ จริยะประพร อายุ 63 ปี นายสุเทพได้ยกมือไหว้ทักทาย แต่นายคณิศได้โบกมือไม่ยอมรับไหว้ และกล่าวสวนออกไปว่า ประเทศชาติยังพังไม่พออีกเหรอ ที่ผ่านมาพวกคุณบอกว่าทำเพื่อประชาชนและประเทศชาตินั้นไม่จริง มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น หยุดได้แล้ว ในขณะที่นายสุเทพไม่ได้ตอบโต้อะไร พูดแต่เพียง ครับ ครับ แล้วก็เดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุเทพและคณะได้เดินทางไปที่ตลาดหัวรถไฟ ถนนมุขมนตรี เขตเทศบาลนครราชสีมา มีประชาชนมาขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก และบางคนก็วิ่งเข้ามากอดหอมแก้มอย่างชื่นมื่น นางอรุณรัตน์ กุยกระโทก หมอเพลงโคราชหลานสาวของ &amp;quot;กำปั่น บ้านแท่น&amp;quot; ศิลปินเพลงโคราชชื่อดัง ได้เข้ามาร้องเพลงโคราชอวยพรให้กับนายสุเทพโชคดี มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข ทำเอานายสุเทพยิ้มแก้มปริด้วยความพึงพอใจ และควักเงินใบละ 1,000 บาท เป็นน้ำใจตอบแทนแก่นางอรุณรัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค รปช.จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ยึดหลักการมากกว่าว่า 1.คนที่จะให้สนับสนุนในการขึ้นเป็นนายกฯ จะต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องของการปฏิรูป 2.ต้องเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาวบ้าน และที่สำคัญ จะต้องเข้ากันได้กับอุดมการณ์ของพรรค รปช.คือ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องลงสมัคร ส.ส.ใช่หรือไม่นั้น ต้องว่าไปตามกฎหมาย ใครอยากเสนอตัวเป็นนายกฯ ก็ให้พรรคการเมืองเสนอเข้ามา หรือถ้าไม่อยากจะเสนอตัว ก็ต้องรอรอบสอง รอบสาม ซึ่งถ้าปฏิบัติตามกฎหมาย พรรคเราก็ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์แน่ จะเป็นครั้งแรกที่พรรค ภท.ได้ ส.ส.เขตใน กทม. เพราะทันทีที่มีการประกาศแนวคิด &amp;ldquo;กรุงเทพ สะดวก สบาย&amp;rdquo; ก็มีเสียงตอบรับที่ดีประชาชนให้ความสนใจในแนวคิดของพรรคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่และผู้บริหารองค์กร พรรคขอประกาศตัวเป็นทางเลือกของประชาชนใน กทม. เราได้ศึกษาเชิงลึก และมองเห็นปัญหาของคน กทม.ที่พรรคการเมืองอื่นไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคน กทม. ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาให้กับ จ.บุรีรัมย์ จนมีความเจริญรุ่งเรือง เกิดเป็นบุรีรัมย์โมเดล และเมื่อเราได้หันมามองปัญหาของ กทม. ซึ่งเป็นปัญหาที่เหมือนเส้นผมบังภูเขา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาให้คน กทม.ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;quot; โฆษกพรรค ภท.กล่าว
อนค.ขู่เช็กบิล คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำทีมงานประกาศนโยบาย 12 วาระ ในงาน &amp;ldquo;เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต&amp;rdquo; ได้แก่ 1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร 3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ 4.ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ 5.ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้โดยไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ &amp;nbsp;6.เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ ปลดหนี้เกษตรกร 7.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจยุคใหม่ 8.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดการทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบในมือประชาชน 9.โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม 10.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ &amp;nbsp;11.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร 12.ปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ปฏิวัติการศึกษา โดยนางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนค. ระบุว่า ขอเสนอ 4 ภารกิจเพื่อยกระดับการศึกษา ภายใต้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรคขอเสนอ 4 แนวทางทำลายการผูกขาด คือ 1.การผูกขาดสัปทานของรัฐต่างๆ ถ้าพรรคได้เข้าไปมีอำนาจจะจัดการประมูลให้โปร่งใส เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามา เช่น ดิวตี้ฟรีในสนามบิน พรรคจะแบ่งพื้นที่โดยให้บริษัทเล็กเข้ามามีส่วนร่วม 2.กลุ่มทุนผูกขาดความมั่งคั่งจากกฎหมายบางฉบับที่เอื้อกีดกันการแข่งขันทางการค้า เช่น การผลิตเหล้าและเบียร์ ที่กำหนดให้ผลิต 10 ล้านลิตรต่อปี 3.การเข้าถึงแหล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งทุน และ 4.การบังคับใช้กฎหมายการค้าอย่างจริงจัง ป้องกันการฮั้วราคา กีดกันผู้แข่งรายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันหลักการกองทัพต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนมาใช้ระบบเสนาธิการร่วม ลดขนาดกองทัพให้เล็กลง และทันสมัยขึ้น โดยลดกำลังพลลง 40% ลดอัตรานายพลเหลือ 1 ใน 4 เปิดเผยงบประมาณของกองทัพ อย่างการซื้ออาวุธ ที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้ออาวุธ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค. กล่าวว่า พรรคมีนโยบายปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐบาล 3 เรื่อง 1.ล้างมรดกบาปที่คณะรัฐประหารสร้าง จะนำคำสั่ง คสช.มาทบทวนทั้งหมด 2.ทวงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคืนมา จะทบทวนกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นใหม่ 3.ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารซ้ำอีก พรรคอนาคตใหม่อาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตยตัวจริง เพื่อยุติวงจรรัฐประหาร ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบของสื่อมวลชน ได้ถามว่า ทางพรรคมีแนวทางอย่างไรกับประมวลกฎหมายอาญา ม.112 น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า แม้เราจะพยายามแก้ไขเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทอื่นๆ แต่สำหรับ ม.112 ยังไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคในการดำเนินการต่อข้อกฎหมายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การลบล้างผลพวงรัฐประหาร จะพยายามดำเนินคดีกับ คสช.หรือไม่ ข้อหาอะไร นายปิยบุตรกล่าวว่า คสช.ได้รับผลประโยชน์จากนิรโทษกรรม ในรัฐธรรมนูญปี 2557 โดยวิธีการแก้ปัญหาคือ ทำให้กฎหมายนิรโทษดังกล่าวเป็นโมฆะก่อนเป็นอันดับแรก จึงสามารถดำเนินคดีกับทาง คสช.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีโอกาสจะร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมร่วมมือกับทุกพรรคที่มีจุดยืนหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเคยสนับสนุนพรรค อนค. ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาของอนาคตใหม่คือ คนพวกนี้คือ debutants ทางการเมือง มือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้ารู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ดังที่ปรากฏ คนในอนาคตใหม่มีความโอหัง คิดว่ารู้ดีทุกเรื่อง เมื่อผิดแล้วไม่ยอมรับ แต่แถไปเรื่อย บางคนใช้ยุทธศาสตร์ลอยตัว อันนี้เป็นทั้งธนาธรและปิยบุตร ที่น่าเศร้าก็คือ ผมเคยเชื่อว่าพรรคนี้มีอุดมการณ์ แต่คนในพรรคนี้กลายเป็น &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; เต็มตัว ฟังแล้วอาจดูตลก อ้าวก็เค้าเป็นนักการเมืองนิ ที่ผมหมายถึงก็คือ เค้าคำนึงถึงผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์ที่เค้าหลอกขายแฟนคลับเค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, จาตุรนต์ ฉายแสง, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, นพดล ปัทมะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1659f46c72a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
