<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร. ร่วมคิกออฟ ‘Smart Safety Zone4.0’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมงานในพิธีเปิด &amp;quot;โครงการ Smart Safety Zone 4.0&amp;quot; โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน โดยนำร่องในพื้นที่แลนด์มาร์ค 15 สถานีตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.พัชรินทร์ ยังได้ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;เปลี่ยนที่เปลี่ยวให้เป็นที่ปลอด (อาชญากรรม) ตามแนวทาง Smart City&amp;quot; โดยระบุว่า ในฐานะสุภาพสตรี แม้ปัจจุบันจะมีความเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในเรื่องสรีระก็ยังถือว่าเป็นข้อจำกัด จึงมักตกเป็นเป้าหมายของการก่ออาชญากรรม ดังนั้นความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ทั้งนี้จึงอยากขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นเจ้าภาพในการดำเนินโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ ได้เสนอแนะ ถึงการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีจุดศูนย์กลางให้ประชาชนสามารถแจ้งจุดเสี่ยงอันตรายได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบรับแจ้งเหตุที่ควรเป็นระบบเดียว จัดทำเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะทำให้ประชาชนนึกถึง เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อพบเห็นจุดเสี่ยง จุดอันตราย ก็สามารถแจ้งเข้ามาทางแอพพลิเคชั่นนี้ได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ได้เริ่มนำร่องโครงการดังกล่าว เพราะหากไม่เริ่มวันนี้ ความปลอดภัยก็คงจะยังไม่เกิดขึ้น วันนี้มีพื้นที่นำร่อง 15 แห่ง จุดไหนมีข้อบกพร่องก็ปรับปรุงให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ และขยายโมเดลต่อไปเพื่อใช้กับทั่วประเทศ ตนเชื่อมั่นว่า การใช้งบประมาณเพื่อป้องกันเหตุร้ายนั้น ดีกว่ามาแก้ไขปัญหาอาชญากรรมภายหลัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117488</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ส.ส.กทม., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, โครงการ Smart Safety Zone 4.0, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614a97a02b445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกพปชร.&#039;ขอฝ่ายค้านซักฟอกตรงไปตรงมาไม่นอกประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคพปชร. มีความพร้อมในการชี้แจง และถือเป็นช่องทางหนึ่งให้รัฐบาลมีโอกาสอธิบายสิ่งที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกลไกสภาฯที่ฝ่ายค้านจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลก็เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านในการทำหน้าที่การตรวจสอบอย่างเต็มที่ในเรื่องของชั่วโมงการอภิปรายที่ตกลงกันไว้ถึง 40 ชั่วโมง จึงอยากขอให้ฝ่ายค้านใช้เวลา 40 ชั่วโมง อภิปรายอย่างมีคุณภาพด้วยข้อมูลที่ถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่นอกประเด็น เพื่อยกระดับการอภิปรายของสภาให้เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ครั้งนี้เห็นฝ่ายค้าน ออกมาเชิญชวนประชาชน ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่ตั้งใจรอดูการทำงานของฝ่ายค้านด้วยเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114953</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cefafef2800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะวันซักฟอก เริ่ม31สค.60ชม. รบ.ผุดวอร์รูมโต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคาะแล้วเปิดซักฟอกรัฐบาล 31 ส.ค.-4 ก.ย. ให้พ่นน้ำลายกันร่วม 60 ชั่วโมง เพื่อไทยตีปีกจับมือม็อบเล่นทั้งนอก-ในสภา ดีใจคนเข้าชื่อไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แล้ว 2 หมื่นคน จัดแคมเปญแต่งชุดดำ ผูกริบบิ้นดำ &amp;nbsp;เปลี่ยนรูปโปรไฟล์โซเชียลเป็น &amp;ldquo;ไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; ด้าน &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; สวนกลับเจอกันแน่ทีมงานวอร์รูมนอกสภา ซัดฝ่ายค้านใช้ภาษาทุเรศ ฟันธงถึงคราวอาถรรพ์ที่จะพบจุดจบและความหายนะของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน นายใหญ่ทั้งสองต้องระเหเร่ร่อนพเนจรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือการกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ในฐานะตัวแทนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดกรอบระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;31 สิงหาคม ถึงวันที่ 3 กันยายน และลงมติในวันที่ 4 กันยายน ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 2 กันยายน จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00-00.30 น. ส่วนวันที่ 3 กันยายน จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. และวันที่ 4 กันยายน จะเริ่มลงมติในเวลา &amp;nbsp;10.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการกำหนดเวลาในการอภิปรายทั้งหมด 58 &amp;nbsp;ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 40 ชั่วโมง ส่วนของฝ่ายรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี 18 ชั่วโมง 30 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบว่า ตามที่ที่ประชุมวิปรัฐบาลร่วมกับวิปฝ่ายค้านกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 4 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. ถึงวันที่ 3 ก.ย. และลงมติวันที่ 4 ก.ย. ดังนั้นจึงเลื่อนวันประชุม ครม.วันอังคารที่ 31 ส.ค.ไปเป็นวันจันทร์ที่ 30 ส.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ด้วยความล้มเหลวในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิดที่ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ พรรคฝ่ายค้านทนเห็นรัฐบาลชุดนี้บริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์โควิดล้มเหลวต่อไปไม่ได้ ทนเห็นชีวิตผู้คนต้องเจ็บป่วยล้มตายรายวันไม่ได้ รัฐบาลยิ่งอยู่นาน จึงตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายเป็นการทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และเชื่อมั่นว่าจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐบาลไม่ควรจะคิดมีนอกมีใน เพราะเรื่องนี้คือชีวิตของประชาชน &amp;nbsp;รัฐควรทำด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อรัฐบาลเคยบอกว่าสามารถตอบคำถามทุกอย่างได้ ถามเมื่อไหร่ก็ตอบได้ ฝ่ายค้านก็พร้อมจะอภิปรายเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ผมมั่นใจว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลแน่นอน &amp;nbsp;และขอร่วมกันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์นอกสภาไปพร้อมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ที่พรรคเพื่อไทยเชิญชวนพี่น้องประชาชน ลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์ ร่วมลงชื่อโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผ่าน https://www.change.org/prayutgetout&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เผยว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยเปิดตัวกิจกรรมไป 24 ชั่วโมง พบว่ามีผู้ลงชื่อไล่พลเอกประยุทธ์ร่วม 20,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้เป็นประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศไม่อาจรับได้กับการมีอยู่ของนายกรัฐมนตรีคนนี้อีกต่อไป เพราะไร้ซึ่งความสามารถทุกด้าน หมดแล้วซึ่งอำนาจความชอบธรรมที่จะเป็นผู้นำประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า ต่อจากนี้ไปจะมีการรณรงค์และเชิญชวนพี่น้องประชาชน ให้มาร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในหลากหลายกิจกรรม คู่ขนานไปพร้อมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาอย่างต่อเนื่อง เช่น การแต่งกายด้วยชุดดำ การผูกริบบิ้นสีดำที่รถที่ใช้ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนของ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย การเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ด้วยเฟรม &amp;ldquo;ไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; ในโซเชียลมีเดียของ ส.ส. ผู้สมัคร ส.ก. และสมาชิกพรรค รวมทั้งขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์แคมเปญที่บริเวณที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อสะท้อนพลังทางสังคมที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แคมเปญลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์ ได้มีผู้มีชื่อเสียงร่วมด้วยมากมาย อาทิ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นต้น&amp;quot; โฆกษพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยถึงการตั้งวอร์รูมนอกสภาเพื่อรับมือญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการรวมตัวของคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีทุกกระทรวง ทุกพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อทำงานเตรียมการสู้ศึกซักฟอกของฝ่ายค้านในนามทีมงานวอร์รูมนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วอร์รูมดังกล่าวมีหน้าที่ในการหาข้อมูลสนับสนุนและพิทักษ์ปกป้องนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีนักกฎหมายเตรียมการดำเนินคดีกับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่บิดเบือนใส่ร้ายป้ายสี ใช้หลักฐานอันเป็นเท็จและโจมตีจาบจ้วง ก้าวล่วง ดูหมิ่นดูแคลนสถาบันเบื้องสูง โดยวอร์รูมนอกสภาจะจัดทีมแถลงตอบโต้ทันที โดยมีตนเป็นหัวหน้าทีม จะทำงานเชิงรุกตอบโต้ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นการคุกคามหรือข่มขู่ฝ่ายค้าน แต่ต้องการป้องปรามและส่งสัญญาณเตือนถึงฝ่ายค้านว่าอย่าได้อภิปรายนอกลู่นอกทาง หรือสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ &amp;nbsp;ตลอดจนอย่าก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันอย่างเด็ดขาด อาจจะโดนดำเนินคดีมาตรา 112 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การที่ฝ่ายค้านเขียนญัตติใช้ภาษาที่ทุเรศอัปยศอดสูที่สุด เสมือนดูถูกประชาชน ซึ่งไม่เคยมีฝ่ายค้านยุคไหนที่ใช้ภาษาดูหมิ่นดูแคลนผู้นำประเทศเยี่ยงนี้ และไม่ยอมใช้วิธีเล่นการเมืองยึดกติกาในสภาตามระบอบประชาธิปไตย แต่กลับหันมาเล่นการเมืองเถื่อนนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงถึงคราวอาถรรพ์ที่จะพบจุดจบและความหายนะของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน จึงคิดวิธีการชั่วช้าออกมาได้เช่นนี้ เพียงเพื่อหวังทำลายนายกฯ จ้องล้มรัฐบาลจนหน้ามืดตามัว กิเลสตัณหาโลภะสูง ขอเพียงเพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ช่วยให้นายใหญ่ นายทักษิณ นางสาวยิ่งลักษณ์กลับมาฟอกตัวให้พ้นคดีทุจริตให้ได้ จึงกล้าทุ่มเท ยอมทุบหม้อข้าวหม้อแกง ถล่มโจมตีนายกฯ และรัฐบาลทุกรูปแบบอย่างถวายชีวิต จึงไม่แตกต่างอะไรกับหมาบ้าที่เที่ยวไล่งับไล่กัดชาวบ้านไปทั่ว สุดท้ายก็ต้องถึงจุดจบเพราะพิษหมาบ้าของตัวเองที่จะโดนประชาชนลงทัณฑ์ จนทำให้นายใหญ่ทั้งสองก็คงต้องระเหเร่ร่อนพเนจรต่อไปอีก เพราะความคิดการเมืองแบบเพี้ยนๆ จิตวิปริตเช่นนี้ของคนบางคนในพรรคเพื่อไทย เหมือนกับที่เคยคิดจะออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยช่วยนายทักษิณกลับบ้านในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า หากฝ่ายค้านมั่นใจว่ามีข้อมูลเพียงพอก็สามารถนำมาแสดงและอภิปรายต่อที่ประชุมสภาได้ จากนั้นก็ยังสามารถยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อตามขั้นตอนได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม อยากให้การอภิปรายนั้นเป็นไปด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ใช้เป็นเวทีสาดโคลนใส่กัน โดยรัฐบาลจะถือโอกาสนี้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนถึงนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า เสียงข้างมากของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลในสภารวมกับเสียงของสมาชิกวุฒิสภา ช่วยค้ำจุนการอยู่รอดของรัฐบาลและการดำรงอยู่ในตำแหน่งของนายกฯ นั้น ขอชี้แจงว่า การกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติสมาชิกวุฒิสภาและเพื่อน ส.ส.ในซีกรัฐบาลเกินไปหรือไม่ เพราะสมาชิกวุฒิสภาย่อมมีดุลพินิจของท่านเอง &amp;nbsp;ไม่มีใครไปบังคับหรือสั่งการใดๆ ได้ ขณะที่ ส.ส.รัฐบาลนั้นก็เป็นตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน ศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่วันนี้สิ่งที่ค้ำจุนรัฐบาลอยู่ก็คือความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ที่คิดนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลทุ่มสรรพกำลังแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีอย่างทุกวันนี้ เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็วอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114668</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, นายสุชาติ ตันเจริญ, พรรคพลังประชารัฐ, รองประธานสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคาะแล้วเปิดซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5968f70661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทรโข่งพปชร.แจงแค่ตัดไฟแต่ต้นลมไม่ใช่ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 &amp;ndash; น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกพรรคกล่าวถึงมติรัฐสภาเสียงข้างมากให้ส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ว่าสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่นั้น ไม่ได้เป็นการประวิงเวลา ตามที่หลายฝ่ายกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ เพราะแม้จะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ในวาระ2 ก็ยังคงดำเนินต่อไปในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพบเหตุข้อสงสัยถึงอำนาจรัฐสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ก็ต้องปิดช่องโหว่ &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนที่ตามมาเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้นจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เรื่องนี้ผู้รู้และเกี่ยวข้องทางกฎหมาย มีความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย การส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเป็นคำตอบ หากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องส่งศาล และให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณากันเอง คงจะทำไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่า นี่คือการพิจารณาแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ &amp;quot;น.ส.พัชรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92576</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, รัฐสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd83dbb05cb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงผู้หญิงถึงผู้หญิง!โฆษกพปชร.วอนโทรโข่งพท.หยุดด่ารัฐบาลรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอให้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) หยุดความพยายามสื่อสารด้วยการโจมตีรัฐบาลรายวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ควรต้องแยกแยะระหว่างผลทางการเมือง กับความเดือดร้อนของประชาชน แล้วร่วมใจกันสื่อสารในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน รวมทั้งเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำหน้าที่อย่างทุ่มเท และเสียสละ มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ย้ำว่าที่ผ่านมารัฐบาลเองก็พยายามแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพยายามที่จะหาแนวทางในการเยียวยาให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่คงไม่มียาอะไรรักษาได้ทุกโรค จึงทยอยออกมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการเราชนะที่จะออกมาเร็วๆนี้ ก็เพื่อเยียวยาประชาชน เพิ่มเติม &amp;nbsp;3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน จึงอยากขอให้ท่านโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดใจรับในผลงานของรัฐบาลบ้าง ซึ่งเห็นได้จากผลสำรวจหลายครั้ง ที่หลายโครงการของรัฐบาลนี้ เป็นที่พอใจ และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมาย ไม่ใช่การลอกการบ้านเดิม &amp;nbsp;เพราะสิ่งใดที่เคยทำแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชน เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลจะต้องนำมาพิจารณา และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโจมตีรายวัน มีแต่จะทำให้เกิดการสับสนและเข้าใจผิดให้กับประชาชน รวมทั้งยังเป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งทางฝั่งรัฐบาลเองก็มีความจำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง เมื่อเกิดข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายออกมาสื่อสารในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ขณะนี้ประชาชนก็ลำบากและเครียดกับปัญหา โควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจมากพอแล้ว อย่าเพิ่มปัญหาทางการเมืองซ้ำเติม เพิ่มความเครียดให้กับประชาชนขึ้นอีกเลย จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันนำพาประเทศอันเป็นที่รักของเรา ก้าวไปข้างหน้าดีกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89644</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, น.ส.อรุณี กาสยานนท์, พท., พปชร., โฆษกพรรคพลังประชารัฐ, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe4f380d2fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร.ปัดไม่มีมติพรรคหนุนม็อบเสื้อเหลือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงถึงกรณี ที่ นายสัณหพจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรค ได้แถลงข่าวในวันนี้ &amp;nbsp;ว่า พรรคเน้นย้ำถึงเรื่องการสนับสนุนผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองในแต่ละจังหวัดออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งปรากฎในหลายสื่อ ที่ได้เผยแพร่ว่าเป็นมติของพรรคว่าในข้อเท็จจริง เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตนได้ สอบถามไปยัง เลขาธิการพรรค และประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่า ในที่ประชุมวันนี้ไม่ได้มีมติหรือเน้นย้ำใดใดทั้งสิ้นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ระบุ ที่ผ่านมา การรวมกลุ่มของประชาชน หรือกลุ่มการเมือง เป็นการออกมาเพื่ออุดมการณ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดใดกับพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp; พร้อมย้ำสมาชิกพรรค เรามีอุดมการณ์เดียวกัน คือ เคารพในสถาบัน และเราเปิดกว้างในการแสดงออกของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81486</URL_LINK>
                <HASHTAG>.พรรคพลังประชารัฐ​, น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ปกป้องสถาบัน, ม็อบเสื้อเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9189b5685e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร.ปัดถ่วงเวลายันตั้งกมธ.ศึกษาแก้ไขรธน.1เดือนคุ้มค่าเปิดโอกาสศึกษาถี่ถ้วน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 - นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า การที่รัฐสภา ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาก่อนรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปอีก 30 วันนั้น ถือเป็นการเปิดโอกาส การทำงานร่วมกันของ 2 สภา ซึ่งต้องร่วมหารือ และให้เวลาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ศึกษาก่อน เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการศึกษาในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เท่านั้น&amp;nbsp; ซึ่งส.ส. เอง ก็ไม่ได้มีโอกาสพิจารณาร่วมกับส.ว. หรือศึกษาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมองว่าการที่เราตั้งกรรมาธิการ ศึกษาก่อนรับร่างแก้รธน. ครั้งนี้ จะเป็นการเปิดกว้างให้ส.ว.ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เพราะในการที่จะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; โดยหลักการแล้ว ต้องใช้เสียงของส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องให้เวลากับ ส.ว. ในการศึกษาร่างอย่างถี่ถ้วนด้วย และถือเป็นความคุ้มค่า ที่จะได้อภิปรายอย่างหลากหลายมากขึ้น จากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีจุดมุ่งหมายสิ่งเดียวกัน คือ เพื่อประเทศชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตั้งกรรมาธิการ ศึกษาก่อนรับร่างแก้รธน. ไม่ได้มีความพยายามถ่วงเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรามองว่าสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เกิดความเข้าใจถึงช่องว่างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการแก้ไข&amp;quot; โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพัชรินทร์&amp;nbsp; ระบุว่า แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทางฝ่ายค้าน ออกมาระบุที่จะไม่ร่วมสังฆกรรม กับกรรมาธิการชุดดังกล่าว&amp;nbsp; เพราะเราคาดหวังว่าการตั้งกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ทั้งฝั่งรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน จะได้นำร่างทั้งหมด เข้ามาหารือกันก่อน มารวมให้เกิดเป็นร่างเดียว ที่จะส่งเสนอสภาฯต่อไป จึงน่าเสียดาย ที่ฝ่ายค้าน จะไม่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50752e2339f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
