<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ 2 สามีภรรยาตุ๋นขายทองผ่านเฟซบุ๊กเหยื่อสูญกว่า 200 ล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) แถลงข่าวการจับกุม น.ส.พิราอร วรรณหงษ์ และนายไพรัตน์ เรืองโสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สามีภรรยา ผู้ต้องหาหลอกลวงลงทุนซื้อขายทองคำผ่านเฟชบุ๊ก&amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในคดีนี้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนกว่า 30 คน ซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ ให้นาเงินมาลงทุนในการซื้อขายทองคำ การันตีผลตอบแทนสูง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานงานกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปวีรา วงษ์ภักดี และพวกรวม 3 ราย ในความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงประชำชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งผู้ต้องหามีพฤติการณ์ โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์&amp;nbsp;FACEBOOK&amp;nbsp;ชักชวนประชาชนทั่วไป มาร่วมลงทุนซื้อขายทองคำแท่ง โดยมีการกล่าวอ้างว่ามีทองคำแท่งที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาด มาจากร้านทองที่น่าเชื่อถือ มาจาหน่ายให้กับสมาชิก เพื่อนาไปขายต่อหากาไร ซึ่งตนไม่มีหน้าร้าน ไม่ต้องเสียค่าเช่า ไม่เสียค่าพนักงาน ไม่มีค่าน้าค่าไฟ ต่าง ๆ ทำให้ขายได้ราคาถูก แล้วมีการขายเอากำไรเป็นทอดๆ ซึ่งช่วงแรกได้รับทองคำจริงหรือได้กำไรจากเงินส่วนต่างจริง หลังจากนั้นเมื่อผู้เสียหายเกิดความเชื่อใจ ผู้ต้องหาจะใช้อุบายหลอกลวงเพื่อให้ผู้เสียหายระดมเงินมาลงทุนก้อนใหญ่ ซึ่งจากนั้นก็ไม่ได้รับทองคำหรือกาไรตามที่แจ้ง จึงทาให้มีประชาชนหลงเชื่อนาเงินไปร่วมลงทุนกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายจำนวนมากกว่า 50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนขยายผลทราบว่าหัวหน้าขบวนการนี้คือ น.ส.พิราอร วรรณวงษ์ กับ นายไพรัตน์ เรืองโสภา ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นแฟนกัน หลังจากได้ทรัพย์สินของผู้เสียหาย กว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า200 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. ให้ช่วยติดตามตัวและทรัพย์สินมาดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ต่อศาลอาญา ข้อหา &amp;quot;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;ชุดสืบสวนได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;2คนอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าได้หลบหนีและทิ้งทรัพย์สินมีค่าไว้ในห้องพักหลายรายการ เจ้าของห้องเช่าได้นำทรัพย์สินมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตารวจไว้ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 15 เล่ม และได้หลบหนีกบดาน ในพื้นที่หลายจังหวัดเรื่อยมา จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมได้ ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18114</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พิราอร วรรณหงษ์, นายไพรัตน์ เรืองโสภา, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba496656d15e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
