<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่สาวอังกฤษเผย ลูกยืนยันถูกข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์ &amp;quot;สุทธิชัย หยุ่น&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก ยันลูกถูกข่มขืนที่เกาะเต่าจริง เตรียมเดินทางมาไทยเพื่อแจ้งความพร้อมหลักฐานสำคัญเสื้อผ้าที่มีดีเอ็นเอของคนร้ายติดอยู่ แต่จะไม่ให้ลูกมาอีกแล้ว &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ฟันธงกุเรื่องหลังได้ข้อมูลจากเจ้าของที่พัก สาวอังกฤษรับเมาหนัก มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชาย เกรงแฟนหนุ่มที่จะบินมาหารู้เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังคงเสาะหาพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายข้อกังขากรณี น.ส.วิกตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี เปิดเผยกับสื่อในอังกฤษว่า เธอถูกมอมยาและข่มขืนขณะมาท่องเที่ยวที่เกาะเต่าเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจกลับรับแจ้งเพียงของหาย แต่ไม่รับแจ้งความเหตุข่มขืน ทั้งนี้ นายตำรวจหลายนายระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และตำรวจท้องที่ก็รายงานว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียงของหาย คือโทรศัพท์ไอโฟน และเงินสด 3 พันบาท กับบัตรอีก 4 ใบ โดยมิได้แจ้งความถูกข่มขืนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประเด็นน่าสนใจ เมื่อนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ได้สัมภาษณ์นางซารา มารดาของ น.ส.วิกตอเรีย และไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Suthichai Yoon เมื่อวันจันทร์ โดยนางซารากล่าวว่า ลูกสาวของนางยืนยันว่าถูกข่มขืนจริง แต่วันเกิดเหตุไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะขณะนั้นลูกสาวยังอยู่ในภวังค์ของฤทธิ์ยาที่ถูกใส่ไว้ในเครื่องดื่ม ประกอบกับต้องรีบเดินทางไปเกาะพะงันเพื่อไปร่วมฟูลมูนปาร์ตี้กับเพื่อนชาย และลูกสาวคิดว่าถ้าจะแจ้งความสามารถแจ้งที่ไหนก็ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งที่ สภ.เกาะพะงัน เพราะได้จองตั๋วเรือไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซารากล่าวว่า ตนมีหลักฐานคือดีเอ็นเอของคนร้ายที่อยู่ในเสื้อของลูกสาว ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญและเชื่อว่าเพียงพอแล้ว โดยหลังจากนี้ตนจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อแจ้งความ ซึ่งได้รับคำยืนยันจากเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่าจะดูแลความปลอดภัย แต่จะไม่ยอมให้ลูกสาวกลับมาประเทศไทยอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาของ น.ส.วิกตอเรียยังกล่าวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่ลูกสาวจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงประเทศไทย เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวได้ไปเที่ยวที่เกาะพีพีอย่างมีความสุขมาก แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ทุกสิ่งในชีวิตของลูกสาวเปลี่ยนไปในทางที่แย่มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ว่าเหตุดังกล่าว ตำรวจท้องที่ลงบันทึกรับแจ้งเพียงทรัพย์สินของผู้เสียหายที่หายไป ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ให้เวลาเขาหน่อย อีก 2 วันคงทราบเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ที่ได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ได้เดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า ก่อนเปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้น แต่หากผู้เสียหายมาพบ มาแจ้งความ มีหลักฐานใหม่อื่นๆ ว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้นจริง ตำรวจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะนี้ได้ประสานสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ติดต่อผู้เสียหายเพื่อเดินทางกลับมาแจ้งความ ก็ระบุว่ายังติดต่อกับผู้เสียหายไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล เจ้าของที่พักที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษพักอยู่ ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุชาวอังกฤษได้นั่งร้องไห้หน้าที่พัก และบอกว่าได้พลาดไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนชายที่มาเที่ยวด้วยกัน คือนายมาร์ติน เนื่องจากดื่มสุรามึนเมา ประคองสติไม่อยู่ แต่กลัวแฟนหนุ่มที่กำลังจะเดินทางมาในอีกไม่กี่วันรู้เข้า ไม่รู้จะทำอย่างไรดี น.ส.ภัทราจึงแนะนำให้ไปร้องทุกข์ แต่สุดท้ายก็ไม่ไป กระทั่งรู้ภายหลังว่าสาวอังกฤษไปแจ้งความของหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า ยังมีข่าวนายมาร์ตินมีปากเสียงกับแฟนสาวอังกฤษถึงขั้นชกต่อยกัน สรุปได้ว่าไม่มีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้นจริง แต่หากครอบครัวสงสัยก็ขอให้กลับมาไทยเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเว็บที่ปล่อยข่าวบิดเบือนข้อมูล ในส่วนนี้เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี จากการตรวจสอบพบว่ามี 14 คน ที่วิจารณ์สร้างความเสียหายให้กับประเทศด้านการท่องเที่ยว อยู่ระหว่างดำเนินการเอาผิด&amp;quot; พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ผู้เสียหายไม่ยอมแจ้งความตั้งแต่วันแรก เพียงแต่ไปเล่าให้เจ้าของที่พักทราบ ซึ่งเจ้าของที่พักพยายามชักชวนให้ไปแจ้งความ แต่ผู้เสียหายก็ปฏิเสธ กลับไปเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน และไปแจ้งความทรัพย์สินสูญหายที่ สภ.เกาะพะงัน ในช่วงบ่ายวันที่ 27 มิ.ย.61 สภ.เกาะพะงันยืนยันชัดเจนว่าผู้เสียหายไม่ได้เล่าเรื่องข่มขืนให้ฟัง ซึ่งเชื่อว่าหากบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนคงไม่กล้าปกปิดเอาไว้ เนื่องจาก สภ.เกาะพะงันไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบการสอบสวนสืบสวนเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ หากไม่รับแจ้งก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถูกดำเเนินคดีอาญาและสอบวินัยร้ายแรงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการออกหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายรายนี้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ โดยคดีข่มขืนมีอายุความ 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ หรือภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ซึ่งตำรวจจะส่งหนังสือผ่านไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ผู้เสียหายมาให้ปากคำ เพราะหากผู้เสียหายไม่เข้าแจ้งความ ให้ปากคำ หรือนำชี้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องที่ผู้เสียหายให้ข่าวได้ ตอนนี้ทำได้เพียงรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) กล่าวว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่เกาะเต่า ขอยืนยันและให้มั่นใจกระบวนการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งทหารมีหน้าที่ในการบูรณาการกำลังที่มีอยู่ในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และที่ผ่านมาอย่างที่ทราบว่า ที่เกาะเต่าเรื่องปัญหาอาชญากรรมไม่เคยเกิดขึ้น ฉะนั้นท้องที่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พร้อมพนักงานสอบสวน กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8, ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี สอบปากคำพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า โดยเชิญผู้ประกอบการบาร์, ร้านอาหารและที่พัก รวมถึงประชาชนที่มีที่พักอาศัยอยู่บริเวณที่ถูกอ้างเป็นที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 21-26 มิ.ย.61 และช่วงเวลา 01.00-05.00 น. วันที่ 25-26 มิ.ย.61 มาให้ปากคำ เพื่อประมวลข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิชอบกล่าวว่า ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานีได้มอบให้ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่างหนังสือเพื่อแจ้งถึงนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ โดยมีประเด็นการสอบปากคำ 1.รายละเอียดทรัพย์สินที่สูญหาย 2.กรณีการถูกล่วงละเมิดทางเพศ 3.การนำส่งพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้เก็บเสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิไว้ รวมถึงการเรียกตัวนายมาร์ติน อายุ 20 ปี เพื่อนชายชาวอังกฤษ มาสอบปากคำในฐานะพยานด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16366</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล, พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สุทธิชัย หยุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b854ec57c5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กโจ๊กลงเกาะเต่า คลี่คดีข่มขืนแหม่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; วอนใจเย็น ภายใน 7 วันรู้ผลสอบข้อเท็จจริงสาวอังกฤษถูกข่มขืนที่เกาะเต่าแล้วตำรวจไม่รับแจ้ง ส่ง &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot;พร้อม พฐ.ลงพื้นที่ มั่นใจทุกอย่างกระจ่าง ผบก.สุราษฎร์ฯ เรียกสอบเจ้าของโฮสเทลที่ผู้เสียหายเข้าพัก เผยหลังฝ่ายหญิงกลับไปแล้วแฟนหนุ่มค่อยมาปรึกษาจะแจ้งความคดีข่มขืน ด้านผู้ว่าฯ ลั่นหากกุเรื่องฟ้องแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ถึงข่าวนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษอ้างว่าถูกวางยาและถูกข่มขืนที่หาดทรายรี เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความคดีข่มขืน รับแจ้งเพียงคดีทรัพย์สินที่สูญหาย ว่าขณะนี้ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และจะทราบผลภายใน 7 &amp;nbsp;วัน โดยวันที่ 28 ส.ค.จะส่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งอาจจะมีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างจะกระจ่าง ผมไม่ให้อึมครึมอยู่แล้ว ถ้าตำรวจผิดผมก็ฟันอยู่แล้ว แต่ถ้าคนแจ้งคลุมเครือค่อยว่ากัน ใจเย็นๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งเป็นชาวต่างชาติด้วย ส่วนจะต้องประสานงานไปยังผู้เสียหายชาวอังกฤษมาให้ปากคำกับตำรวจหรือไม่นั้น ไม่ต้องห่วงเราทำทุกมิติอยู่แล้ว มีระบบมีขั้นตอนอยู่แล้ว&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวย้ำว่า คดีนี้ไม่ต้องห่วง สิ่งที่ท่านรู้ตำรวจก็รู้ สิ่งที่ท่านได้ข่าวมาพวกเราเช็กหมด เราเช็กทุกมิติไม่ต้องห่วง หลังจากนี้จะต้องสร้างการรับรู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ตอนนี้ตนเองได้เร่งและกำชับไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าโรงพักในเกาะเต่าไม่รับแจ้งความคดีข่มขืนนอกจากคดีทรัพย์สินสูญหาย ในส่วนนี้ตำรวจก็ฟังไว้ ตอนนี้ได้สั่งการไปในระดับผู้บังคับการจังหวัด หากโรงพักไหนไม่รับแจ้งความจะต้องโดนดำเนินการทางปกครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีเพจในเฟซบุ๊กประโคมข่าวนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่าจะต้องตรวจสอบ หากเข้าข้อกฎหมายก็คงจะต้องดำเนินการ &amp;nbsp;อย่าทำตัวเป็นพวกนักเลงคีย์บอร์ด กดไปเรื่อยสร้างความเสียหายไปเรื่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกล่าวว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ายังมีผู้มีอิทธิพลที่เกาะเต่าหรือไม่นั้น ตนคิดว่าผู้มีอิทธิพลถูกปราบปรามไปหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีผู้มีอิทธิพลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน &amp;nbsp;ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ลงตรวจพื้นที่บริเวณหาดทรายรีที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษเปิดเผยกับสื่อในอังกฤษว่าถูกวางยาและข่มขืน และตำรวจท้องที่ไม่รับแจ้งความ เพียงรับแจ้งของหายคือโทรศัพท์ไอโฟนและเงินสด 3 พันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.อภิชาติได้เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องพร้อมกับเชิญ น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล อายุ &amp;nbsp;32 ปี เจ้าของที่พักไฮโฮสเทล ที่ น.ส.วิกตอเรียนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเข้าพัก พร้อมเพื่อนชาย 1 คน &amp;nbsp;ทราบเพียงชื่อนายมาร์ติน ระหว่างวันที่ 21-26 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภัทราให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โฮสเทลได้จัดปาร์ตี้ให้แขกที่เข้าพักที่ผับแห่งหนึ่ง แต่ไม่พบว่า น.ส.วิกตอเรียกับกลุ่มเพื่อนอีก 3 คนไปตามนัด ซึ่งก็คิดว่าคงออกไปดื่มกินกับเพื่อน จนกระทั่งรุ่งเช้าก่อนเช็กเอาต์ น.ส.วิกตอเรียและนายมาร์ตินมาแจ้งกับตนว่า เมื่อคืนที่ผ่านมีอาการคล้ายถูกวางยาในเครื่องดื่มและถูกข่มขืน รวมทั้งคนร้ายยังเอาทรัพย์สินไป เหตุเกิดที่ชายหาดห่างจากผับแห่งหนึ่งประมาณ 500 เมตร ตนจึงแนะนำให้ไปแจ้งความ แต่ทั้งสองไม่ยอมไปอ้างว่าต้องรีบเดินทางไป อ.เกาะพะงัน จากนั้นตนก็ไม่ได้ติดตามเรื่องอีกเลย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภัทรากล่าวว่า ต่อมาวันที่ 4 ก.ค. นายมาร์ตินได้มาหาและปรึกษาว่ากรณีของ น.ส.วิกตอเรีย สามารถแจ้งความได้หรือไม่ ตนจึงพานายมาร์ตินไปพบพนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า แต่ไม่สามารถแจ้งความได้เนื่องจาก น.ส.วิกตอเรียผู้เสียหายได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ต.อภิชาติเปิดเผยว่า จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า หญิงสาวอังกฤษผู้นี้ไม่ได้นั่งที่ร้านตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นการซื้อเครื่องดื่มที่เป็นถังและไปนั่งดื่มที่ชายหาดใกล้เคียงกับร้านที่กล่าวอ้าง ทั้งยังบอกว่าขณะเดินมาที่ร้านฟิชโบก็ได้เจอกับผู้ชายชาวเอเชียคนหนึ่ง มีการพูดคุยกัน และมารู้สึกตัวอีกทีว่าถูกกระทำแล้วที่บริเวณชายหาดใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ตำรวจ สภ.เกาะเต่าได้ตรวจสอบและประสานเจ้าของสถานประกอบการ หรือที่พักอาศัยที่อยู่บริเวณตลอดแนวชายหาดที่กล่าวอ้างทั้งหมดแล้ว ขอยืนยันว่ากล้องวงจรปิดไม่ได้เสีย ทุกระยะจะมีกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้งานได้ส่องลงมาที่ชายหาดทั้งหมด 7 ตัว แต่ที่ไม่สามารถตรวจสอบภาพย้อนหลังได้เพราะว่าหน่วยความจำของกล้องสามารถเก็บภาพได้ 7 วันเท่านั้น และรับแจ้งเหตุหลัง 7 วันไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะมีข่าวที่กระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย แต่เมื่อคืนวันอาทิตย์ในงานฟูลมูนปาร์ตี้บริเวณชายหาดริ้น อ.เกาะพะงัน ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 1 หมื่นคน โดยนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน และ พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.เกาะพะงัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ นปพ.ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน &amp;nbsp;120 นายรักษาความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกริกไกรกล่าวว่า ข่าวแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนและตำรวจไม่รับแจ้งความนั้น จากรายงานและจากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานว่ามีแหม่มสาวชาวอังกฤษถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกาะเต่าแต่อย่างใด &amp;nbsp;นอกจากรายงานการแจ้งความของหาย ซึ่งตนได้รายงานเหตุดังกล่าวให้ทูตอังกฤษประจำประเทศไทยทราบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ข่าวนี้ได้สร้างความเสียหายให้เกาะเต่า เพราะหลังจากเกิดคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ทางจังหวัดและตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า แต่ยังเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ตำรวจก็ต้องไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่นักท่องเที่ยวสาวได้กล่าวอ้างหรือไม่ หากผลการสอบสวนออกมาได้ข้อสรุปว่าข้อกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวหญิงคนดังกล่าว เนื่องจากทำให้จังหวัดและประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16282</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83f9bf8120e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
