<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอหนู&#039;ยันคนเสียชีวิตไม่เกี่ยววัคซีน&#039;มนัญญา&#039;มีผลข้างเคียงเป็นเรื่องปกติ กราบเท้าปชช.วัคซีนมาแล้วต้องฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ฉีดวัคซีนโควิดแล้วมีผลข้างเคียง บางคนถึงขั้นเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีน จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร ว่า ข่าวที่ออกมาว่าคนที่ฉีดแล้วเส้นเลือดในกระเพาะแตกเสียชีวิตนั้น ขอยืนยันว่าสาเหตุไม่ได้มาจากวัคซีน 100% เขาคงมีปัญหาในเรื่องของเส้นเลือดเป็นทุนอยู่ และอาจเป็นจังหวะพอดีกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้หารือกับแพทย์อาวุโสด้านต่าง ๆ ทุกคนบอกว่าไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัคซีน อธิบดีกรมควบคุมโรคจะมีการแถลงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ตามหลักการแพทย์ ขออย่าให้ตื่นตกใจ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนทุกชนิดสามารถกิดขึ้นได้ มากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องปกติ เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีผลข้างเคียง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์สอบถามอาการตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งรมต.ทุกคนมีเรื่องอดนอนเข้ามาเกี่ยวแน่นอน เพราะพักผ่อนน้อย รมต.คนไหนนอน 2 ทุ่มตื่น 6 โมงเช้าก็คงถูกนายกฯถามแน่นอนว่าทำไมไม่ทำงาน ดังนั้นมีหลายปัจจัยซึ่ง น.ส.มนัญญา ก็ไม่ใช่ว่าจะอายุน้อย ไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่ง เป็นสาวน้อยวัยใกล้เกษียณย่อมมีผลข้างเคียงได้อีกทั้งเดินทางก็มากรับงานรับความเคลียดต่างๆย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียงแต่เมื่อมีไข้จึงเดินทางไปโรงพยาบาล 2 วันก็หาย ไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง ดังนั้นปัจจัยหลายอย่างรวมกันไม่ใช่วัคซีนอย่างเดียว นายกฯเองก็บอกว่าฉีดแล้วอารมณ์ดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ฉีดและยังแข็งแรงดีบางครั้งอาจจะเป็นจังหวะของเรื่องความเครียดอย่างตนในวันที่ฉีดเข็มที่ 2ก็ความดันขึ้นทั้งที่เตรียมตัวมาอย่างดี แต่เมื่อฉีดแล้วก็รู้สึกกังวลลึกๆว่าถ้าฉีดไปแล้ววูบไปตอนนี้จะทำอย่างไรเพราะมีนักข่าวมาทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนั้นผมก็กลัวเหมือนกัน เมื่อยิ่งกลัวก็ยิ่งเครียดถึงขั้นจับชีพจรตัวเองรู้สึกว่าชีพจรเต้นเร็ซแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอะไรดังนั้นขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจด้วยเพราะเป็นวัคซีนใหม่แต่ขอยืนยันกับทุกคนจะต้องฉีดเพื่อป้องกันโควิด 19 และกรมควบคุมโรคก็ยืนยันอีกครั้งว่าการฉีดวัคซีนจะไม่ทำให้อาการของโรคปกติที่ประชาชนมีอยู่ทวีความรุนแรง และไม่เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 เมื่อได้รับวัคซีน ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ก็เพียงพอแล้ว ยืนยันได้ว่าเมื่อได้รับวัคซีนแล้วผลข้างเคียงไม่รุนแรง100% ไม่ตาย100% เพราะผลการทดลองของผู้ผลิตวัคซีนและสถาบันทารงการแพทย์ชั้นนำของโลกเขาก็มีผลรับรองอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวของจ.ภูเก็ตนั้น ตนยังไม่ระบุว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่เพราะต้องให้กรมควบคุมโรคและทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขประเมินเป็นระยะ และวันนี้จะต้องทุ่มวัคซีนเข้าไปที่จ.ภูเก็ต จะเริ่มทยอยฉีดได้ในสัปดาห์หน้าให้ภูเก็ต 1 แสนโดส เกาะสมุย 5 หมื่นโดส สมุทรสาคร 1 แสนโดส กทม. 1 แสนโดส ส่วนเดือนหน้าก็จะมาอีก 1-2 ล้านโดส ซึ่งจะมาตามคำสั่งซื้อเดิมจะได้กระจายไปพื้นที่ต่างๆปลายเดือน พ.ค. หรือ ต้น มิ.ย. ทะยอยมาเรื่อยๆเริ่มฉีดไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องขอวิงวอนว่าเมื่อวัคซีนมาพร้อมแล้ว ผมต้องกราบเท้าพี่น้องประชาชนทุกคนว่าให้มารับการฉีดอย่ากลัวเพื่อรองรับวัคซีนที่มาในแต่ละเดือน ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ได้อาสาสมัครไปเป็นคนที่บริจาคเลือกหลังได้รับวัคซีน 2 เข็มไปทดสอบว่าสามารถสร้างภูมิต้านทานได้หรือไม่ เพราะถ้าหลายคนที่ฉีดแล้วสามารถสร้างภูมิต้านทานได้แสดงว่าผู้ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกันได้แล้วเราจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องการผ่อนคลายกันเช่นเปิดเมือง การเดินทางสัญจรไปมา ซึ่งเมื่อฉีดวัคซีนไปได้ 5-10 ล้านคนสามารถทยอยเปิดประเทศได้ แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นวันไหนเดือนไหน เพราะต้องให้ทางการแพทย์เป็นผู้ประเมิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่ผ่านการรับรองของ อย.แล้วจะสามารถฉีดให้ประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะขายให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงการขึ้นทะเบียนให้กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าบริษัทใดก็ตามที่มาขึ้นทะเบียนเรารับเอาไว้เพื่อลบคำครหา ที่ว่าเราเลือกปฏิบัติ แต่รัฐบาลได้คุยกับบริษัทดังกล่าวว่าขอให้เป็นหลังจากที่ แอสตราเซนิกา ส่งได้หมดตามคำสั่งซื้อทั้ง 61 ล้านโดสแล้ว เพราะเราถือว่าแอสตราเซนิกา เป็นวัคซีนหลักที่ใช้กับคนไทยซึ่งจะทยอยส่งได้ในเดือนมิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นไม่ว่ายี่ห้อใดที่จะมาหลังจากนั้น ถือว่าเป็นช่วงที่เราไม่ได้มีความต้องการมาก แต่ที่เราต้องการคืดช่วงจากนี้ถึงมิ.ย.ซึ่งนายกฯให้ความสนับสนุนเต็มที่เพราะมีความเป็นห่วงคนไทวยโดยบอกว่า ถ้ามีใครมาก่อนในช่วงนี้ก็ให้ซื้อซึ่งเราก็มีกฎหมายรองรับว่าซื้อเพื่อมารองรับสถานการฉุกเฉินแต่ในช่วง 2 เดือนนี้ไม่มีบริษัทไหนส่งให้ได้แม้แต่ จอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่มาพบตนก็บอกว่าจะได้ช่วง ต.ค.-ธ.ค. ถ้าเป็นช่วงนั้นเราก็ได้วัคซีนหลักมาแล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน&amp;nbsp; มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แล้วไปถอนการใช้วัคซีนฉุกเฉินจากสหรัฐเขาก็สามารถนำมาขายภาคเอกชน ในภาวะปกติเพื่อฉีดให้กับคนที่ยอมเสียเงินนั้นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยืนยันจะให้การสนับสนุนให้นำเข้าได้เพื่อนำมาใช้กับภาคเอกชนได้ไม่ปิดกั้นเพราะจะเป็นประโยชน์กับภาครัฐ&amp;quot;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97335</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ฉีดวัคซีนโควิด-19, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60594d5ba669c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;ยืนกรานแบน3สารพิษ ลั่นขรก.เกษตรฯต้องทวงศักดิ์ศรีคืน  ถามบางคนกินอะไรถึงได้เปลี่ยนไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นกรรมการวัตถุอันตราย เข้าประชุมวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจนำไปแสดงท่าทีของกระทรวงเกษตรฯ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายชัดเจนไม่เห็นด้วยกับมติวันที่ 27 พ.ย.62 ที่เลื่อนการแบนสองสาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส จากวันที่1 ธ.ค.62 ไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.63 และจำกัดการใช้ สารไกลโฟรเซต เพราะนโยบายของรัฐมนตรี ต้องการให้แบนทั้ง 3 สาร ซึ่งในวันนี้ได้เรียกกรมวิชาการเกษตร มาถามให้ชัดเจนตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ระบุว่ายังไม่เห็นหนังสือตอบรับจากกรมวิชาการเกษตร ที่ต้องเสนอแผนรองรับผลกระทบเกษตรกร ยกเลิกการใช้ 3 สาร และจัดทำบัญชีสารทดแทน หรือวิธีการทำเกษตรเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นยืนยันได้ว่า ได้ทำหนังสือตอบแล้วไปถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีหนังสือมาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ให้กรมวิชาการเกษตร ตอบกลับมาในระยะเวลา 4 เดือนที่ครบกำหนดวันที่ 27 เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะขยายเวลาการบังคับใช้แบน3สาร ออกไปถึงสิ้นปี63 ตามที่มีภาคเอกชนหรือบุคคล ได้ทำหนังสือเสนอต่อรมว.อุตสาหกรรม เช่นกรณีที่นายกลินทร์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำหนังสืออ้างว่าหากไม่เลื่อนไปถึงสิ้นปี จะกระทบการนำเข้าวัตถุดิบ ผลิตอาหารสัตว์ และอาหารคน ซึ่งถือเป็นความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาสภาหอการค้าฯก็เคยแสดงท่าทีเห็นด้วยกับการแบน3สาร จึงไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมจึงกลับความเห็น&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เสนอที่ประชุมให้นำเรื่องการพิจารณากำหนดมาตรฐานไอเอสโอ สำหรับโรงงานที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย สารเคมีการเกษตร ขึ้นมาเป็นเรื่องวาระเพื่อพิจารณาในวันที่30 เม.ย.ด้วย เนื่องจากได้ส่งเรื่องไปตั้งแต่เดือนก.พ.63 เพื่อให้เป็นวาระพิจารณา กำหนดให้ทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ แต่เพิ่งทราบว่าเรื่องดังกล่าวถูกบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบเท่านั้น ไม่ทราบว่าเจตนาที่ทำเป็นวาระเพื่อทราบเพื่ออะไร เพราะทำให้น้ำหนักลดลงไปมาก เหมือนกับมีความพยายามที่ทำให้การให้โรงงานมีไอเอสโอ คุ้มครองผู้บริโภค เกษตรกร กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นในวันที่30 เม.ย.ดิฉันขอให้ ข้าราชการกระทรวงเกษตร กรมวิชาการเกษตร เรียกศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการที่ดีกลับคืนมา เพราะเรากำลังทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์เพื่อประชาชนเพื่อเกษตรกร ซึ่งในที่ประชุมทุกคนมีสิทธิโต้แย้ง อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องทำ เรื่องแบน 3 สาร เรื่องไอเอสโอ ดิฉันอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน แต่ที่พูดมาทำมาสุดท้ายโดนกระทรวงอุตสาหกรรม ยกประเด็นว่าเป็นเพราะกระทรวงเกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร ไม่ทำหนังสือตอบมา ยกมาอ้างเป็นเหตุให้เลื่อนแบนสามสาร ไปอีก ดิฉันก็ไม่รู้คนพูดกลับไปกลับมา ไปกินอะไรกัน รมช.เกษตรฯ พูดมาเป็นปี ประชาพิจารณ์ก็ผ่านแล้วในเรื่องมาตรฐานโรงงานสารเคมี แต่บางคนพูดเปลี่ยนไปอีกอย่าง ไม่รู้กินอะไรกัน หรือไปกินอาหารอะไรที่ทำให้ความสุข ซึ่งตัวดิฉันไม่เคยเปลี่ยน ยืนยันว่าพูดอย่างไรทำอย่างนั้นจากวันแรกที่เข้ามา ทั้งนี้กรณีข้อโต้แย้งต่างๆดิฉันสงสัยเหมือนกัน มีระยะเวลาก่อนการประชุมในแต่ครั้ง นานพอที่แต่ละฝ่าย หยิบยกประเด็นมาหารือกันได้ แต่ปรากฏว่ามักจะยกเพื่อให้เป็นประเด็นขึ้นมาก่อนประชุมเพียงไม่กี่วันแบบฉุกละหุก ซึ่งมันไม่ยุติธรรม&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ กล่าวว่าในการประชุมวันที่30 เม.ย.นี้จะเป็นการประชุมเพื่อรับรองมติวันที่ 27 พ.ย.62 ที่ให้แบน 2 สาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.63 และจำกัดการใช้สารไกลโฟรเซต ซึ่งเท่าที่อ่านหนังสือเวียนแจ้งมติที่ประชุม พบว่าทั้งหมดเป็นข้อเสนอของนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพียงคนเดียวโดยไม่มีข้อเสนอของหน่วยงานอื่น ซึ่งนายอนันต์ ได้หยิบเอาประเด็นสต็อก 3 สารของเอกชน ที่ยังค้างอยู่เกือบ3หมื่นตัน หากต้องกำจัดจะใช้งบกว่าพันล้านบาทและเสี่ยงการถูกฟ้องร้อง ดังนั้นต้องรอดูว่าในการประชุมครั้งนี้ จะมติอย่างไร ใครยกมือเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มิฉะนั้นจะต้องกลับไปใช้มติวันที่ 22 ต.ค.62 ที่มีมติเอกฉันท์ให้แบน 3 สาร ที่มีผลเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.62.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64547</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db3efaf0c22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศึกรอบใหม่!&#039;มนัญญา&#039;ขยับ หลังสภาหอการค้าอ้างพิษโควิด ชง&#039;สุริยะ&#039;เลื่อนแบน 3 สารพิษ ไปปลายปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) โพสต์ข้อความ และอ้างถึงจดหมายของนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ทำหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศ ในการกำหนดให้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 จากที่กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 โดยขอขยายเวลาบังคับใช้ออกไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.63 หรือจนกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลง โดยอ้างว่าจะกระทบเรื่องผลผลิตด้านอาหารของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เครือข่ายเตือนภัยสารเคมี ออกมาเคลื่อนไหว และติดตามวาระการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะประธาน ว่าจะมีบทบาทอย่างไร ในวันที่ 30 เมษายน นี้ &amp;nbsp;โดยมีวาระแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังคงมีความเป็นไปได้ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายอาจพิจารณากดดันให้กรมวิชาการเกษตร ที่มีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้กำกับดูแล ผลักดันให้มีการตั้งอนุกรรมการ เพื่อเปิดทางอนุญาตให้มีการนำเข้าสารพิษทั้ง 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เข้ามาในประเทศอีกครั้ง หลังจากนางสาวมนัญญา ได้มีคำสั่งยกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นที่น่าจับตาการประชุมในครั้งนี้เป็นอย่างมากว่าผลออกมาจะเป็นไปไหนทิศทางใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 28 เมษายน 2563 นางสาวมนัญญา จะมีการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว เวลา14.00 น. ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64472</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารเคมีอันตราย, ขยายเวลา, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7826660c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;มนัญญา&#039;หัวเราะฉายา&#039;มาดามแบนเก้อ&#039;ย้อนถามรู้ได้อย่างไรว่าทำไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ธ.ค.62- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงกับหัวเราะ หลังสื่อทำเนียบถามถึงฉายาประจำปี 2562 &amp;quot;มาดามแบนเก้อ&amp;quot; ที่ได้รับว่า รู้ได้อย่างไรว่าทำไม่ได้ มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่ออกเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทย พยายามขับเคลื่อนแต่ยังไม่สามารถทำได้ น.ส.มนัญญาย้ำว่า &amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่มีสารพิษเข้า ใช่ไหมหละ ถ้ามีเข้าก็ถือว่ายังแบนไม่ได้ แต่นี่ยังไม่มีเรื่องสารพิษเข้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายารัฐบาล, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, มาดามแบนเก้อ, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e005aca641ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>686องค์กรฟ้อง สุริยะมติมิชอบ ยื้อแบนสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; แจงกระทู้ ส.ว.เตรียมรับมือแบนสารพิษไว้แล้ว โบ้ยอำนาจยกเลิกอยู่ที่ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; &amp;nbsp;หมอระวีแนะ 3 พรรคเร่งเคลียร์ปัญหา หาข้อสรุปที่ลงตัว 686 องค์กรจ่อฟ้องศาลปกครอง-ศาลอาญาทุจริต เอาผิด &amp;quot;รมว.อุตสาหกรรม&amp;quot; ออกมติ 27 พ.ย.โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร &amp;nbsp;รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามของ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ส.ว. เรื่องรัฐบาลมีแผนยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายการ ได้แก่ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต อย่างไร และหากไม่มีการยกเลิก รัฐบาลมีข้อมูลเหตุผลใดรองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่มีผลทางกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่ประกาศลงนามโดย รมว.อุตสาหกรรม จึงไม่อาจคาดการณ์และนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติได้ แต่สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอห้ามใช้วัตถุอันตรายไปแล้ว&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ชนิด แต่การประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าวต้องอาศัยอำนาจตามมาตรา&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายที่มี รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะทำงานโดยมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน เพื่อรองรับการดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งการจำกัดการใช้จะเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ หากตนยังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรอยู่ ซึ่งขอบคุณ ส.ว.ที่มีความห่วงใยสุขภาพของประชาชน เนื่องจากสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้หลายประเทศได้ยกเลิกการใช้แล้วเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นจะดำเนินการเร่งรัดในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเลื่อนแบนสารเคมี 2 ชนิดคือ พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ส่วนไกลโฟเซตให้ใช้ได้ตามประกาศควบคุม ว่าเป็นความเห็นต่างใน 3 พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ จึงกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมีกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวว่า สิ่งที่ควรเร่งให้เกิดขึ้นคือ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคต้องเร่งเดินหน้าพูดคุยกันให้ชัดเจน ว่าจะมีมาตรการใดในช่วง 6 เดือนที่เลื่อนแบนสารเคมี หากฝ่ายการเมืองยังไม่มีข้อสรุปลงตัวชัดเจน สิ่งที่น่าห่วงคือจะเกิดความขัดแย้งในภาคประชาชน เพราะฝ่ายที่อยากให้แบนก็ต้องสู้ต่อ ส่วนฝ่ายเกษตรกรที่ไม่อยากให้แบนก็สู้ต่อเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจจะตัดสินใจเรียกทั้ง 3 ฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรกลับมติ ควรยืนยันการแบนสารเคมีทั้ง 3 ตัว โดยให้มีบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือน กำหนดมาตรการผ่อนผันหาทางออกให้เกษตรกรปรับตัว และทุกอย่างก็จะราบรื่นมากขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาวิจัยหาความจริง โดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเก็บตัวอย่างทั้งน้ำและดินว่ามีสารพิษตกค้างจริงหรือไม่ นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลตั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภค นำโดยนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย, น.ส.สารี อ๋องสมหวัง &amp;nbsp;เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ในฐานะเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น และประธานคณะทำงานวิชาการเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-Pan) ร่วมกันแถลงข่าวเดินหน้าขับเคลื่อนการแบน 3 สารพิษหลังมีมติสันนิษฐานล้มแบนไกลโฟเซต เลื่อนแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายดังกล่าว ขอใช้คำว่าเป็นมติสันนิษฐานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่มีเหตุผลรับรองในการทบทวนมติและกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุผลที่มติไม่ชอบ คือ 1.ข้ออ้างการทบทวนมติเมื่อวันที่ 22 &amp;nbsp;ต.ค.52 ไม่มีเหตุผลสนับสนุนอย่างเพียงพอ เช่น อ้างว่าไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย ซึ่งขัดแย้งกับข้อวินิจฉัยของสถาบันมะเร็งนานาชาติ (IARC) องค์การอนามัยโลก และคำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ที่ให้บริษัทสารเคมีต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ใช้และแก่รัฐ อ้างว่าขัดต่อความตกลงในองค์การการค้าโลกที่ต้องให้แจ้งล่วงหน้า 60 วันก่อนมีมาตรการ แต่ในความตกลงสุขอนามัยและอนามัยพืช (SPS) ระบุไว้ว่า กรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทบต่อสุขภาพ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องยึดกรอบเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่ามีผู้คัดค้านจำนวนมาก 75% จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ ซึ่งเป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจากนำรายชื่อผู้คัดค้านจากกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสารพิษ 17,527 &amp;nbsp;รายชื่อมารวมด้วย และการลงมติทางออนไลน์ 1 คนก็ทำได้หลายครั้ง ส่วนข้ออ้างว่าไม่มีระยะเวลาเพียงพอและไม่มีวิธีการทดแทนนั้น จริงๆ แล้วกระทรวงสาธารณสุขเสนอให้แบนมากว่า 2 ปี 7 เดือนแล้ว กระทรวงเกษตรฯ กลับไม่เสนอทางเลือกที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กระบวนการลงมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย.เป็นการลงมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นได้จากการแถลงว่าลงมติแบบเอกฉันท์ และอ้างเป็นเสียงส่วนใหญ่หลังจาก รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ลาออกจากกรรมการวัตถุอันตรายเพราะไม่ยอมรับผล เพราะยืนยันว่าเสนอยึดมติเดิม เช่นเดียวกับตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่กระทรวงอื่นๆ ก็ไม่ทราบว่าจะลงมติแบบใด ทั้งที่กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย คือการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก โดยที่ผ่านมาได้ใช้วิธีการลงคะแนนตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งการลงมติเมื่อ พ.ค.61 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.62 &amp;nbsp;และวันที่ 22 ต.ค.62 ก็ลงมติชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวว่า ข้อเสนอของเครือข่ายมี 5 ข้อ คือ 1.ยืนยันให้ทุกฝ่ายเคารพมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการตามขั้นตอนในการออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การแบนพาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายโดยเร็ว 2.เครือข่ายฯ ขอประกาศจะดำเนินการฟ้องศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อนายสุริยะที่ดำเนินการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 โดยมิชอบ 3.เครือข่ายฯ ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบการตกค้างของ 3 สารพิษในสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่ใส่ใจและมีนโยบายคุ้มครองสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เครือข่ายฯ จะดำเนินการฟ้องคดีแบบกลุ่มให้แก่ผู้ที่ได้รับอันตรายจาก 3 สารพิษนี้ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนนี้ โดยได้ความร่วมมือจากทีมทนายความที่ต่อสู้คดีให้นายดเวนย์ ลี จอห์นสัน &amp;nbsp;ที่ชนะคดีไกลโฟเซตในสหรัฐอเมริกา และ 5.เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเกษตรกรในช่วงเปลี่ยนผ่าน &amp;nbsp;โดยดำเนินการตามมติและข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงเอกฉันท์จากสภาผู้แทนราษฎร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51639</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51da36ccf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;สั่งกรมวิชาการเกษตรชี้แจงด่วนหลังขอยืด6เดือนจัดเก็บ3สารเคมี อัดตอนประชุมถามซ่้ำ3รอบยืนยัน1เดือนเก็บเรียบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าวันที่25พ.ย.นี้ตนเองจะสั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ทำหนังสือชี้แจงโดยด่วนถึงข้อเสนอเรื่องการยืดเวลาบังคับใช้ในการจัดเก็บคืนสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 3ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก180วัน หรือ 6เดือน ว่าจริงหรือไม่ ที่เสนอคณะทำงานหามาตรการช่วยเหลือเกษตรให้พิจารณา โดยอ้างว่ามีสตอกเหลือกว่า2.8หมื่นตัน หลังจากที่มีการประกาศแบน3สาร วันที่1ธ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา ระบุว่า ให้กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงมาโดยด่วน &amp;nbsp;ถึงเหตุผลในการยืดเวลาจัดเก็บสาร เพราะที่ผ่านมาได้ประชุมหลายครั้งไม่ได้มีการแจ้งจะยืดเวลาจัดเก็บสารแต่อย่างใด เป็นที่น่าสังเกตในช่วงเช้าเมื่อวันที่22พ.ย. ตนเองได้เรียกประชุมสารวัตรเกษตรทั่วประเทศกว่า300คน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติในทุกขั้นตอนการจัดเก็บ3สารเคมี ซึ่งได้ถามย้ำถึง3รอบและใกล้จบการประชุมยังถามย้ำอีกว่าใครมีปัญหาในการลงพื้นที่จัดเก็บสารเคมีหรือไม่ในเวลา 30และผู้บริหารกรมก็อยู่ ยกเว้นอธิบดี &amp;nbsp;เพราะมีการประกาศแบน3สารให้มีผลวันที่1ธ.ค.ต้องทำทันทีในการแจ้งครอบครองสาร15วันและส่งมอบคืนใน15วัน &amp;nbsp;ทุกคนบอกไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน กรมวิชาการเกษตร มาเสนอที่ประชุมคณะทำงานพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบเกษตรกรหลังเลิกใช้3สาร ที่มีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน กลับมีการเสนอขอยืดเวลาการบังคับใช้แบน3สาร ไปอีก6เดือน อ้างว่า30วันจัดเก็บสารส่งคืนบริษัทไม่ทัน ทั้งนี้ยังมีเรื่องสต็อกสารคงเหลือยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยประชุมวันที่21พ.ย.รายงานเหลือ3.8หมื่นตัน มาอีกวันเหลือ2.8หมื่นตัน ดังนั้นกรมวิชาการเกษตร ต้องทำหนังสือชี้แจงมาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ตนเองจะมีหนังสือถามไปเรื่องเสนอยืดเวลาว่าทำไมตอนประชุมกรมวิชาการเกษตร ไม่มีการคัดค้าน ได้ถามถึง3-4ครั้ง มีปัญหาไหมในการจัดเก็บคืน ซึ่งสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง อยู่ฟังในห้องด้วยกันเป็นพยานได้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ต้องมีหนังสือมาตอบให้ชัดเจน และเป็นกรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง อีกทั้งตัวเลขงบเยียวยาเกษตรกรกว่า3.2หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขที่ห่างไกลกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ของบฯในการดำเนินการเรื่องจักรกลการเกษตร มาช่วยลดต้นทุนทำเกษตร และมีความถาวร ซึ่งได้สอบถามความต้องการของเกษตรกรมาทั้งหมดเลย เป็นเกษตรกรแท้จริง มีตัวตน แท้จริง อยู่ที่ไหน ทำเพาะปลูกอะไร มีรายชื่อชัดเจน มีรายชื่อทุกสหกรณ์ ของบแค่200กว่าล้าน เกษตรกรกว่า1แสนคนเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร เป็นผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ติดปัญหาใดๆในการจัดเก็บ เป็นที่ยอมรับในที่ประชุมตอนเช้าวันที่22พ.ย. พอช่วงบ่ายกรมวิชาการเกษตร เปลี่ยนไปได้อย่างไรในเรื่องจัดเก็บสาร ทั้งที่สารวัตรเกษตร กว่า300คนบอกไม่มีปัญหา ในฐานะดูแลกรมวิชการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติทุกพื้นที่ &amp;nbsp;ไม่มีปัญหาใด แต่คณะทำงานที่ปลัดเกษตรฯเป็นประธานไปประชุมกันกลับเป็นอีกอย่าง ซึ่งไม่ทราบเช่นกันทำไมเปลี่ยนไป และยังไม่รู้ว่าจะนำเรื่องยืดเวลา6เดือน เข้าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะประชุมวันที่27พ.ย.นี้ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน หรือไม่ จึงต้องเรียกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงจากกรมวิชาการเกษตร มาถึงตนเองในวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่ทำมาสุดมือทำสุดเอื้อมเพื่อพี่น้องประชาชน รักษาพี่น้องคนไทย รักษาเกษตรกร ทำในฐานะที่ดูแล กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ &amp;nbsp;เพราะต้องการรักษาสุขภาพเกษตรกร รักษาสุขภาพคนไทยให้เป็นของขวัญปีใหม่ ไปเที่ยวกับครอบครัวทุกคนได้กินอาหารที่ปลอดภัยได้สูดอากาศบริสุทธิ์&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db3efaf0c22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.มนัญญา เปิดตัวซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์แห่งแรกในกรุงเทพฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รมช.มนัญญาเปิดตัวซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์แห่งแรกในกรุงเทพฯ นำร่องที่ร้านสหกรณ์พระนครใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์เป็นศูนย์กลางจำหน่ายผักผลไม้และสินค้าเกษตรปลอดภัย คัดสินค้าดีมีคุณภาพจากสหกรณ์ผู้ผลิตในจังหวัดต่าง ๆ มากระจายสู่ผู้บริโภค ลั่นขอเวลา&amp;nbsp; 3เดือนวัดผลตอบรับ ก่อนสยายปีกไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดซุปเปอร์&amp;nbsp; มาเก็ตสหกรณ์แห่งแรกในกรุงเทพมหานครที่ร้านสหกรณ์พระนคร ถ.พหลโยธิน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะพัฒนาร้านสหกรณ์&amp;nbsp; ให้เป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายพืชผักและผลิตผลการเกษตรจากสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าทั้งของสดและของแห้ง ซึ่งจะเน้นจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยในราคายุติธรรม&amp;nbsp; ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบถึงที่มาของแหล่งผลิตสินค้าแต่ละชนิด เพื่อสร้างความมั่นใจเมื่อเลือกซื้อสินค้าที่&amp;ldquo;ซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp; จากการลงพื้นที่เยี่ยมสหกรณ์หลายจังหวัด ทำให้ทราบว่าสินค้าสหกรณ์ เป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp; แต่ขาดการส่งเสริมหรือการทำตลาดที่ดี จึงให้นโยบายกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไปทำการเชื่อมโยงสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผลิตสินค้ากับสหกรณ์ร้านค้าในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อผลักดันให้เกิดซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&amp;nbsp; และให้ปรับปรุงรูปแบบร้านค้าของสหกรณ์ทันสมัย ดูสวยงาม สะอาด ซึ่งการที่เลือกตั้งซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ที่ร้านสหกรณ์พระนคร จำกัด&amp;nbsp; เป็นแห่งแรก เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านชุมชน และใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS&amp;nbsp; อารีย์ ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนเดินทางมาซื้อสินค้าได้สะดวก และในอนาคตจะสนับสนุนให้มีซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายผัก ผลไม้ เนื้อ นม ไข่ไก่ และสินค้าแปรรูป ให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกพื้นที่ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp; ดิฉันต้องการผลักดันให้สำเร็จเพราะหากทำได้ จะเป็นการนำสินค้าสหกรณ์ออกสู่ตลาดทั้งในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่างประเทศ&amp;nbsp; ดังนั้นประมาณ&amp;nbsp; 3 เดือน จะประเมินได้ว่าการตอบรับเป็นอย่างไร ต้องปรับปรุงอะไรให้ตรงใจคนซื้อ&amp;nbsp; เพราะสินค้าที่นำมาจำหน่ายที่นี่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่รักสุขภาพ บริโภคพืชผักและสินค้าที่คุณภาพดี&amp;nbsp; หากเสียงตอบรับดีจะมีการขยายออกไปทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้สมาชิกสหกรณ์ เพราะหากสินค้าขายได้ดี ก็จะเป็นผลให้เงินในกระเป๋าของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นการที่ประชาชนมาช่วยอุดหนุนสินค้าสหกรณ์ นอกจากได้สินค้าดีแล้ว อีกทางหนึ่ง คือเรากำลังช่วยกันเกื้อกูลพี่น้องประชาชนของเราในพื้นที่ต่างจังหวัด&amp;nbsp; ให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้มีกำลังใจผลิตสินค้าดี สินค้าปลอดภัยมาจำหน่าย&amp;nbsp; และอนาคตจะส่งเสริมให้ค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; รมช.เกษตรฯกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิเชษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดำเนินธุรกิจจะเป็นลักษณะการ ฝากขาย โดยให้สหกรณ์ผู้ผลิตแจ้งราคาทุน&amp;nbsp; ราคาตลาด เพื่อให้ร้านสหกรณ์พระนคร จำกัด สามารถกำหนดราคาขายให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้&amp;nbsp; รวมถึงตกลงร่วมกันในรายละเอียด เช่น ขนาดสินค้า&amp;nbsp; ราคา และช่วงเวลาการจัดจำหน่าย ทั้งนี้รมช.เกษตรฯ ได้ให้ทีมที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และภาคเอกชนเข้ามาช่วยเป็นคณะทำงานเพื่อให้ความเห็นในการออกแบบมุมจำหน่ายสินค้าสหกรณ์&amp;nbsp; การพัฒนามาตรฐานสินค้า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้นที่ต้องการทั้งคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม น่าซื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับสินค้านำร่องที่ร้านสหกรณ์พระนคร จำกัด ซอยอารีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพฯ จะมีสินค้า&amp;nbsp; 4 ชนิดหลัก คือ ข้าวหอมมะลิ จากสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด&amp;nbsp; จ.ร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด&amp;nbsp; เนื้อโคขุนจากสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด จ.นครปฐม &amp;ldquo;KU Beef&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื้อโคขุนแปรรูป เช่น เนื้อกระจกและเนื้อแผ่นจากสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด&amp;nbsp; จังหวัดมุกดาหาร ไข่ไก่ จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด จ.ฉะเชิงเทรา และผักผลไม้เมืองหนาว เช่น ฟักทองญี่ปุ่น แตงกวาญี่ปุ่น กะหล่ำปลีสีม่วง มะเขือเทศ อะโวคาโด้ จากชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ดีใจที่ นางสาวมนัญญา&amp;nbsp; รมช.เกษตร ฯ ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันให้เกิดการเชื่อมสินค้าสหกรณ์กับตลาดคนเมือง เพราะจะเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าคุณภาพของสหกรณ์&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าไปแล้วติดใจ ก็มักจะโทรมาถึงร้อยเอ็ดว่าจะสามารถหาซื้อได้ที่ไหน จากนี้ไปก็จะได้มีตลาดทางเลือกเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรวิสัย ผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพ มีรายได้ประมาณ&amp;nbsp; 20-30 ล้านบาทต่อเดือน คาดว่าการเข้าร่วมตลาดนี้จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า&amp;nbsp; 5 % ต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งอยากฝากว่าเพื่อนๆสมาชิกสหกรณ์ที่ต้องการขายสินค้า ขอให้ตั้งใจทำคุณภาพให้ดี เพราะเมื่อคุณภาพดี จะมีตลาดมาหาเอง อย่าคิดว่าการทำคุณภาพเป็นเรื่องเสียเวลาหรือสิ้นเปลือง เพราะเมื่อทำได้ ความสำเร็จจะวิ่งมาหาสหกรณ์เอง &amp;ldquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประวิทย์ นามเหลา&amp;nbsp; ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สหกรณ์ผลิตเนื้อคุณภาพสายพันธุ์ผสมระหว่างแองกัสกับวากิว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เนื้อนุ่ม ทั้งนี้ได้เริ่มส่งเนื้อทุบพร้อมทานและเนื้อกระจกพร้อมทาน มาทดลองวางตลาดสหกรณ์แห่งนี้ เบื้องต้นไม่คาดหวังรายได้ แต่คาดหวังในเรื่องการเปิดตัว การแนะนำตัวต่อตลาดมากกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ผมเห็นว่านโยบายนี้ดีมาก เป็นนโยบายที่จะนำสินค้าสหกรณ์สู่ตลาด อยากให้มีทุกจังหวัดเป็นสหกรณ์ร้านค้าเครือข่าย เพราะที่ผ่านมาต้องบอกว่าสหกรณ์มุ่งทำของดี แต่สู้เงื่อนไขของร้านค้าเอกชนไม่ค่อยไหว เพราะทั้งค่าดำเนินการ ค่าบริหาร การโปรโมทสินค้า การจัดโปรโมชั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งรวมแล้วไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 5%&amp;nbsp; ของต้นทุน&amp;nbsp; รวมถึงการวางจำหน่ายสินค้าที่มักจะไม่ค่อยโชว์สินค้าของสหกรณ์&amp;nbsp; ดังนั้นหากสำเร็จจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับทุกสหกรณ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49831</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ซุปเปอร์มาเก็ต, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc51d18b96fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
