<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;ขออย่าปฏิบัติกับแคมป์คนงานเหมือนนักโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;quot;รสนา โตสิตระกูล&amp;quot;เรื่อง&amp;quot;อย่าปฏิบัติกับแคมป์คนงานเหมือนนักโทษ&amp;quot;ระบุว่า ข่าวจากสื่อมวลชนวันนี้ว่าบิ๊กตู่ ไม่ล็อคดาวน์กรุงเทพฯและปริมณฑล &amp;ldquo;สั่งจัดกำลัง ตร.-เหล่าทัพ เร่งด่วนคุมเข้ม แคมป์คนงาน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายของประชาชน ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สกัดโควิด ปิดทันทีวันนี้ ไม่รอวันจันทร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รสนา ระบุว่า การจัดการคุมเข้มป้องกันการระบาดโควิด เป็นเรื่องจำเป็นพอๆกับการคิดถึงการดำรงชีวิตของคนงานด้วย&amp;nbsp; เมื่อปิดแคมป์แล้ว การกินการอยู่ของคนงานจำนวนมากจะเป็นอย่างไร มีเงินช่วยเหลือเยียวยาเขาจริงๆตามที่ประกาศหรือไม่ ต้องคิดให้รอบด้าน ไม่ใช่จัดการราวกับคนงานเหล่านี้เป็นเหมือนนักโทษ ภาวะวิกฤตเช่นนี้ การมองแค่มุมสาธารณสุขแบบกระแสหลักอย่างเดียว จะไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้จริง&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐาบาลควรทำโดยรีบด่วนคือกำหนดมาตรการขอความร่วมมือ การเข้าไปเยียวยาชดเชย และให้ความช่วยเหลือ ในระหว่างที่มีมาตรการกักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอต่อรัฐบาล และศบค. 1)เมื่อปิดแคมป์ และคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อโควิด ให้กระจายฟ้าทะลายโจรลงไปในคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อทันที ให้กินฟ้าทะลายโจรเป็นเวลา 5 วัน วันละ4ครั้งๆละ 3-4 แคปซูล ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยรักษผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วที่สุด จากการเก็บข้อมูลของนพ.อเนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่4 สระบุรี ที่ทดสอบการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พบว่าผู้ต้องขังที่ติดโควิดเมื่อได้รับยาฟ้าทะลายโจร เป็นเวลา5วันแล้ว ตรวจไม่พบเชื้อโควิดภายในเวลา8วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)เมื่อครบเวลา8 วันให้มีการตรวจเชื้อโควิดแบบswab rapid test ถ้าพบว่าผู้เคยติดเชื้อมีเชื้อเป็นลบ ให้แคมป์นั้นสามารถเปิดทำการได้โดยไม่ต้องถูกปิดถึง 1 เดือน ด้วยมาตรการเช่นนี้ จะได้รับความร่วมมือจากแรงงานและเจ้าของแคมป์และคลัสเตอร์ 3)ระหว่างการปิดแคมป์หรือคลัสเตอร์ให้มีการชดเชย ช่วยเหลือการกินอยู่ และเงินค่าแรงที่เคยได้ ตามจำนวนวันเสมือนยังทำงานอยู่ จะช่วยไม่ให้แรงงานหนีกลับบ้านของตนเพราะกลัวขาดที่พึ่งพาการกินการอยู่ ยิ่งถ้ารู้ว่ามาตรการปิดคลัสเตอร์และแคมป์เป็นไปในระยะสั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และจะให้เปิดได้ในระยะเวลาอันสั้น ย่อมได้รับความร่วมมือง่ายขึ้น หากการใช้ฟ้าทะลายโจรสามารถหยุดการแพร่ระบาดได้ในแคมป์คนงาน ก็สามารถนำโมเดลนี้ไปใช้กับคลัสเตอร์อื่น และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ซึ่งก็จะสามารถเปิดกิจการได้ในเวลาที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ดิฉันได้กระจายฟ้าทะลายโจรไปให้กับแคมป์คนงาน 2แห่งในกทม.และนนทบุรี รวมทั้งคลัสเตอร์ของพี่น้องในอ.เบตง จังหวัดยะลา ผ่านนายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งจะมีการติดตามผลสัมฤทธิ์ต่อไป จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการกระจายยาฟ้าทะลายโจรลงในคลัสเตอร์และกลุ่มเสี่ยงต่างๆอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด ตามที่นายกรัฐมนตรีพล.อ ประยุทธ์ ได้ประกาศเมื่อวันที่26 พ.ค 2564 ให้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโควิด และคณะกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติได้เพิ่มสรรพคุณยาฟ้าทะลายโจรในการใช้กับผู้ป่วยโควิดเพื่อป้องกันอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งได้ประกาศในราชกิจาจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่4 เมษายน 2564&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ในขณะนี้รัฐบาลจึงควรเร่งใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการบำบัดรักษาโควิดไม่เฉพาะแต่ในโรงพยาบาล เท่านั้น แต่ต้องกระจายการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในคลัสเตอร์ ชุมชนครอบครัว กลุ่มเสี่ยงต่างๆ เพื่อยับยั้งความรุนแรงของโรคโควิดตามที่ศบค.เคยยืนยัน เพียงแต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร่งด่วนเพื่อสร้างทางรอดที่ปลายอุโมงค์ให้เป็นจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107790</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d82326cf259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;ยื่นศาลอาญาไต่สวนคดีบอสก่อนถอยหมายจับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางมายื่นหนังสือต่ออธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.รสนา เปิดเผยว่า วันนี้ได้ทำหนังสือมายื่นให้กับอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ เรื่องขอให้มีการเปิดไต่สวน ก่อนที่จะอนุมัติการถอนหมายจับกรณีของนายวรยุทธ ที่เป็นคดีขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา และได้หนีคดีไปจนหมดอายุความหลายข้อหา จนเหลือเพียงข้อหาเดียว คือการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ปรากฏว่ามีการกลับคดี กลายเป็นว่า ด.ต.วิเชียร ขับรถจักรยานยนต์ตัดหน้าเข้าไปในเลนของนายวรยุทธและถูกชนเสียชีวิต จึงเป็นเหตุสุดวิสัย &amp;nbsp;ซึ่งกรณีนี้ขัดแย้งกับความรู้สึกของสังคม เพราะข้อมูลแตกต่างกันมาก โดยประการแรกมีข้อมูลว่า นายวรยุทธขับรถเร็วเกิน 170 ก.ม.ต่อชั่วโมง แต่ก็มากลับว่าวิ่งไม่เกิน 80 ก.ม.ต่อชั่วโมง และก่อนหน้านั้นคดีนี้มีนายวรยุทธเป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียว แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น นายดาบตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความรู้สึกสังคม เพราะ ด.ต.วิเชียร ได้เสียชีวิตไปแล้ว เป็นการตั้งข้อหาโดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้มาแก้ต่าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย อีกทั้งยังมีการเพิ่มพยานที่เห็นเหตุการณ์เข้ามา อีก 2 คน พยานคนหนึ่งก็สนิทกับครอบครัวของผู้ต้องหา มาให้ปากคำหลังจากผ่านเหตุการณ์ไปแล้ว 7-8 ปี ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้ยื่นหนังสือไปแล้วและศาลได้เซ็นรับเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทางเลขาธิการศาลอาญากรุงเทพใต้ จะส่งข้อมูลความคืบหน้าว่า หลังจากอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ได้รับแล้วจะมีการดำเนินงานอย่างไรต่อ ถึงแม้ว่าขณะนี้ทางตำรวจและอัยการได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่สังคมอาจจะไม่เชื่อถือ เนื่องจากเป็นการสอบกันเองภายใน ดังนั้นจึงคิดว่าหากศาลไม่ไต่สวนก่อนเพิกถอนหมายจับนั้น ศาลที่เป็นองค์กรกลางในรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็น 3 สถาบันหลักของประเทศจะสูญเสียความเชื่อมั่นของสังคม หากทั้ง 3 &amp;nbsp;สถาบันหลักขาดความน่าเชื่อถือทั้งหมด จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะฉะนั้นในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง มีหน้าที่จะปกป้องการปกครองของแผ่นดิน จึงได้มาทำการในวันนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72791</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, วรยุทธ อยู่วิทยา, ศาลอาญากรุงเทพใต้, อดีตสมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20f725eecf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
