<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไปจีนเปิดด่านเพิ่ม7แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 &amp;ndash; น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณด่านพรมแดน ซึ่งทำให้การผ่านแดนใช้เวลานานส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรไทย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ได้เห็นชอบเพิ่มจุดนำเข้าและส่งออกในภาคผนวกของพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่ 3 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้หารือกับสำนักงานศุลากรจีน มีความเห็นชอบร่วมกันเพิ่มจุดนำเข้าและส่งออกจำนวน 7 ด่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า จีนได้เพิ่มจุดนำเข้าและส่งออก จำนวน 6 ด่าน ดังนี้ 1.ด่านหลงปัง 2.ด่านรถไฟโม่ฮาน 3.ด่านสุยโข่ว 4.ด่านเห่อโข่ว 5.ด่านรถไฟเห่อโข่ว และ 6.ด่านเทียนป่าว โดยด่านที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านสากลใหม่ของจีน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกทำให้ผู้ส่งออกผลไม้ไทยนำผลไม้เข้าจีนได้รวดเร็วขึ้น ส่วนไทยเพิ่มจุดนำเข้าและส่งออก จำนวน 1 ด่านได้ แก่ด่านหนองคาย เพื่อรองรับการส่งสินค้าผ่านรถไฟความเร็วสูงของลาว-จีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านพรมแดน, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ผลไม้, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae5f83e174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยันเงินเยียวยาด้านการศึกษาโอนแล้ว2.17หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการ โดยมีความคืบหน้าดังนี้ อว.ได้เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการ &amp;ldquo;อว.ลดค่าเทอม&amp;rdquo; แล้วตั้งแต่ 26 ส.ค.64 สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ขณะนี้มีจำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาจะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่ง อว.ได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา คืนให้กับคนที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว หรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายแก่สถาบันที่เหลือ อีกประมาณกว่า 100 แห่ง ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ศธ.ได้รับงบประมาณ จำนวน 1.95 หมื่นล้านบาท สำหรับเด็กนักเรียน 9.79 ล้านคน เมื่อ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และทำการจัดสรรไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยแต่ละสำนักงาน จะโอนเงินไปให้โรงเรียนภายใต้สังกัดต่อไป และโรงเรียนจะโอนเงินหรือจ่ายเป็นเงินสด (หากไม่สามารถโอนเงินได้) ถึงมือผู้ปกครองตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย. ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ไม่ได้รับเงินภายในเวลาดังกล่าว ขอให้ติดต่อโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ หรือโทร หมายเลข 1579 / 1693&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้งสองกระทรวง ติดตามตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการทุจริต ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องถึงมือผู้ปกครองนักเรียน และนักศึกษาอย่างครบถ้วน&amp;rdquo;น.ส.รัชดา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115221</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นักศึกษา, นักเรียน, ภาระค่าใช้จ่าย, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98dceeca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยันดูแลเกษตรสวนลำไยเต็มที่ผ่าน5มาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 &amp;ndash; น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินการแก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ &amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการสั่งซื้อจากประเทศจีนที่เป็นตลาดหลักมีปริมาณลดลงอย่างมาก ว่ากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งเข้าบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้ว ผ่านมาตรการต่างๆ ดังนี้ 1. สนับสนุนความช่วยเหลือด้านตลาดในประเทศ โดยรับซื้อผ่านข้อตกลง ระหว่างกลุ่มเกษตรกรกับห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ตลาดกลางสินค้าเกษตร โรงงานแปรรูป รวมถึงช่วยกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต เพื่อจำหน่ายในตลาดปลายทางทั่วประเทศ อาทิ ร้านธงฟ้า รถโมบายผลไม้ และสถานีบริการน้ำมัน จำนวน 1,028 สาขา
รวมปริมาณกว่า 80,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนับสนุนค่าบริหารจัดการในการรวบรวมและกระจายผลผลิตลำไยให้แก่จังหวัดแหล่งผลิตลำไยในอัตรา 3 บาทต่อกิโลกรัม รวม 6 จังหวัด ปริมาณกว่า 15,764 ตัน 3.รับซื้อผลผลิตลำไยรูดร่วงโดยตรงจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปสู่การแปรรูป รวม 8,600 ตัน 4. สนับสนุนค่าบริหารจัดการผลักดันส่งออกผลไม้กิโลกรัมละ 5 บาท เป้าหมาย 60,000 ตัน และ 5. ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทย สนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้และค่าขนส่งฟรี รวม 200,000 กล่อง ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้และผู้ประกอบการ online ซึ่งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนด้านมาตรการตลาดรองรับดังกล่าวได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มากไปกว่านั้น ทูตพาณิชย์และทูตเกษตรที่ประเทศจีน ได้เจรจาปลดล็อกสำเร็จ ให้ล้งทุกล้งในไทยที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสุขอนามัย สามารถรวบรวมลำไยและส่งออกไปยังตลาดจีนได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมีการระงับการนำเข้าลำไยจากไทย ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดแผนส่งเสริมการบริโภคลำใยใน 12 เมืองใหญ่ของจีน เช่น อู่ฮั่น คุนหมิง เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง รวมทั้งตลาดในอินเดียส่งเสริมการบริโภคใน 4 รัฐ ประกอบด้วย รัฐเบงกอลตะวันตก รัฐหรยานา รัฐอุตตรประเทศ และรัฐเตลังคานา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ติดตามการดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าปลีก/ส่ง และผู้ส่งออก เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางออกอย่างตรงจุด อีกทั้งให้ความมั่นใจว่า จากมาตรการต่างๆ จะช่วยทำให้ราคาลำไยปรับตัวสูงขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114486</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหา, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ราคาลำไยตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งแก้กม.นิรโทษหมอ ก.ย.ส่อล็อกดาวน์ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ครม.&amp;quot; เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับแก้ไขเพิ่มอำนาจคุมโควิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ยังไม่ชัดออก กม.คุ้มครองแพทย์รูปแบบไหน มอบ &amp;quot;สธ.-กฤษฎีกา&amp;quot; ถกรายละเอียดก่อนส่งกลับพิจารณา &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยพบโควิดรายวันอีก 20,128 ราย ดับนิวไฮ 239 ราย แย้มสิ้นเดือน ส.ค.ติดเชื้ออยู่ระดับ 2 หมื่นเตียงไม่พอ ส่อขยายล็อกดาวน์เพิ่ม &amp;quot;สธ.&amp;quot; ห่วงเด็ก 12-18 ปีติดโควิดสูงขึ้น &amp;quot;กลุ่มนวด-สปา&amp;quot; ฟ้องศาลแพ่งเรียกเงินรัฐจ่ายชดเชย 200 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กำหนดให้มีมาตรการที่จำเป็นและมีประสิทธิภาพในการป้องกัน ระงับ ควบคุม หรือขจัดโรคติดต่อที่มีการระบาดในกรณีปกติและในกรณีที่มีความรุนแรงให้ยุติหรือบรรเทาลงโดยเร็ว โดยเพิ่มหมวดเกี่ยวกับการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเพื่อแยกการจัดการโรคติดต่อในสถานการณ์ปกติออกจากโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ที่มีลักษณะของการเป็นโรคอุบัติใหม่/โรคติดต่ออุบัติซ้ำที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ เพื่อให้สาระของกฎหมายมีความสอดคล้องกับการดำเนินการด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินโรคระบาดมากยิ่งขึ้น และต่อไปจะได้ไม่ต้องประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครม.เห็นชอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาปรับปรุงในรายละเอียดต่อไป โดยหามาตรการคุ้มครองบุคลากรทางสาธารณสุขด่านหน้าและอาสาสมัครที่ทำงานไปตามปกติ&amp;quot; น.ส.รัชดากล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมต่อที่ประชุม ครม.หลังจากการประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้วมีการหยิบยกเรื่อง พ.ร.ก.คุ้มครองแพทย์ขึ้นมาหารือ โดยครั้งนี้นายวิษณุได้ให้ข้อมูลว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มาหารือกับตนเกี่ยวกับการปรับปรุง พ.ร.บ.โรคติดต่อ ตามที่ตนได้เสนอแนะไป ซึ่งเนื้อหาที่จะมีการแก้ไขครั้งนี้มีทั้งการให้คำนิยามคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น อาทิ การกักตัว โฮมไอโซเลชั่น คอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น การแก้ไขอำนาจหน้าที่รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ แก้ไขเรื่องค่าใช้จ่าย การนำวิธีอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพิ่มเติม รวมถึงการเพิ่มหมวดสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เกี่ยวกับความมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐมนตรีหลายคนต่างแสดงความเห็นด้วยที่จะใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ สามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้ โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวสนับสนุนว่าเป็นเรื่องดีหากจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะด้านสาธารณสุข เพื่อจะได้แยกออกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เป็นด้านความมั่นคง ที่มักจะถูกฝ่ายค้านนำมาโจมตีเรื่องการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแก้ไขปัญหาโรคติดต่อ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นายวิษณุยังได้เล่าให้ที่ประชุมฟังหลังจากได้หารือกับ สธ.ว่าสิ่งที่แพทย์ พยาบาลกลัวคือสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ กังวลเรื่องมาตรฐานการรักษาจะต่ำกว่าเดิม เพราะไม่มีกำลังรักษาเพียงพอต่อผู้ป่วยจำนวนมากขนาดนี้ รวมถึงเรื่องหลักเกณฑ์วัคซีนที่บางคนได้ฉีด บางคนไม่ได้ฉีด จึงกลัวโดนฟ้อง แต่อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.โรคติดต่อที่จะมีการแก้ไขนี้ หรือจะออกเป็น พ.ร.ก.ต่างหาก เพราะรายละเอียดของการจะออกกฎหมายคุ้มครองแพทย์และด่านหน้าก็ยังไม่มีและยังไม่ครบถ้วน จึงให้ สธ.ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะออกเป็นกฎหมายรูปแบบใดและนำกลับเข้า ครม.อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 รายวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,128 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,846 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,349 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,497 ราย และมาจากเรือนจำ 272 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 948,442 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,791 ราย หายป่วยสะสม 730,437 ราย อยู่ระหว่างรักษา 210,032 ราย อาการหนัก 5,536 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,169 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 239 ราย (นิวไฮ) เป็นชาย 120 ราย หญิง 119 ราย พบใน กทม.มากสุด 79 ราย รองลงมาคือ สมุทรสาคร 18 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีหญิงตั้งครรภ์ชาวเมียนมาเสียชีวิต 1 ราย ที่สมุทรสาคร รวมถึงมีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 5 ราย อยู่ใน กทม. 4 ราย สระบุรี 1 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 7,973 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 208,686,505 ราย เสียชีวิตสะสม 4,383,513 ราย สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,397 ราย สมุทรสาคร 1,843 ราย สมุทรปราการ 1,200 ราย ชลบุรี 1,182 ราย นนทบุรี 983 ราย พระนครศรีอยุธยา 454 ราย ฉะเชิงเทรา 403 ราย สระบุรี 398 ราย ราชบุรี 398 ราย ศรีสะเกษ 397 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศกป.ศบค.) ได้หารือถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อใหม่ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ยอดผู้ติดเชื้อไม่เป็นไปตามประมาณการ โดยจะให้อยู่ในระดับที่มีผู้ติดเชื้อ 20,000 รายต่อวัน แต่หากสิ้นเดือน ส.ค.นี้ อัตราการติดเชื้อยังคงที่และจำนวนเตียงยังไม่เพียงพอ ก็มีแนวโน้มที่อาจจะพิจารณาขยายการล็อกดาวน์ออกไป และเมื่อขยายเวลาก็จำเป็นต้องจะมีการผ่อนปรนในบางมาตรการ เนื่องจากเวลานี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีสมาคมกีฬาต่างๆ ที่ขอผ่อนคลายให้มีการจัดการแข่งขันกีฬา เช่น การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกนั้น ให้เป็นไปตามที่สมาคมกีฬาให้ข่าวไปว่าพูดคุยกับทาง ศปก.ศบค.แล้ว โดยไม่ต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด โดยให้เริ่มมีผลวันที่ 1 ก.ย. โดยการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นเป็นการแข่งขันแบบไม่มีผู้เข้าชม ส่วนข้อเสนอที่จะขออนุญาตให้มีการแข่งขันในพื้นที่สีแดงเข้มโดยไม่มีผู้ชมนั้น ทางสาธารณสุขยังไม่อนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน แถลงว่า สัดส่วนอัตราป่วยตายตามกลุ่มอายุของผู้ป่วยโควิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 0-17 ปี พบมีการเสียชีวิตต่ำมากเพียง 0.7% ส่วนอายุ 18-40 ปี สูงกว่ากลุ่มอายุ 0-17 ปี เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ช่วงอายุ 41-60 ปี ในช่วงหลังของเดือน มิ.ย. ก็มีเพิ่มขึ้นมา 2% โดยมากสุดคือในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป เดือน เม.ย.สูงถึง 6.97% และเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 9.01% ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์ที่เริ่มมีการแพร่กระจายของสายพันธุ์เดลตา ทำให้ผู้เสียชีวิตกลุ่มนี้พบสูงสุดในเดือน มิ.ย. ก่อนที่ ก.ค.จะลดจำนวนลงมาที่ 12.7% หากในเดือนต่อไปมีแนวโน้มลดลงกว่านี้ก็จะเป็นสัญญาณที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุ 12​-18 ปี​ พบติดเชื้อรายใหม่​ในสัปดาห์​แรกเดือน ส.ค. จำนวน​ 7,787 คน​ และมีจำนวนการติดเชื้อรายใหม่ในสัปดาห์ที่ 2 ​เพิ่มขึ้นเป็น 8,733 คน​ คิดเป็นร้อยละ 12 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่นจึงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยมีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคโควิด-19 ในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยยังไม่แนะนำสำหรับเด็กทั่วไปที่แข็งแรงดีจนกว่าจะมีวัคซีนที่มากขึ้น แต่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีโรคประจําตัวที่มีความเสี่ยงของโรคโควิด-19 ที่รุนแรง&amp;quot; นพ.สุวรรณชัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแพ่ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายสุเทพ อู่อ้น, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และทีมทนาย ร่วมเป็นตัวกลางนำนายพิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย และ น.ส.อักษิกา จันทรวินิจ หรือเพรียว ตัวแทนกลุ่มธุรกิจร้านนวด-สปา เดินทางเข้ายื่นฟ้องรัฐบาลร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดและสปาในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกสั่งปิดสถานประกอบการร้านนวดตามคำสั่งของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการบริหารจัดการโควิด ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยไปเรียกร้องมาหลายหน่วยงานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดได้รับผลกระทบจากนโยบายสั่งปิดกิจการร้านนวดตั้งแต่ปี 2563 และถูกสั่งปิดต่อเนื่องทุกครั้งของการล็อกดาวน์ ซึ่งร้านนวดไม่เคยเป็นสถานที่เสี่ยง และไม่เคยมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้น แต่รัฐก็ยังสั่งปิดร้านนวดทุกครั้ง จนผู้ประกอบการบางรายต้องปิดกิจการ จนถึงขณะนี้ยังไม่รับการเยียวยาจากภาครัฐเลยสักครั้ง และในวันนี้กลุ่มผู้ประกอบการได้เรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐเป็นเงินจำนวน 200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรับคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มเเละให้นัดไต่สวนวันที่ 21 ก.ย. เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับนิวไฮ, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผยพบโควิดรายวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae5f83e174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้มผลงานวิจัยไทยเรื่องโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมทีมนักวิจัยไทยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ผลิตผลงานที่เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบด้วย 1.ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูก ชนิด Adenovirus-based และ Influenza-based ซึ่งผ่านการทดสอบการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลองเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีประสิทธิภาพต่อการคุ้มโรคที่เกิดขึ้น ปลอดภัยไม่มีปัญหา และ 2.ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ได้พัฒนา &amp;ldquo;NANO COVID-19 Antigen Rapid Test &amp;ldquo; เป็นชุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว ที่มีความไวและความแม่นยำสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับการพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูก พบว่าการทดสอบในหนูทดลองนอกจากไม่มีอาการป่วยแล้ว ยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น จากนี้ จะมีการยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขอทดสอบในมนุษย์ โดยจะร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วางแผนทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งหากได้รับอนุมัติเร็ว คาดว่าจะเริ่มทดสอบในมนุษย์เฟสแรกปลายปี 2564 นี้ และต่อเนื่องเฟส 2 ในเดือนมีนาคม ปี 65 หากได้ผลดีจะสามารถผลิตออกมาใช้ได้ประมาณกลางปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า ขณะที่ การพัฒนาชุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว โดยศูนย์นาโนเทคนั้น มีจุดแข็งด้านการใช้งานที่สะดวก รวดเร็วสามารถตรวจหาตัวเชื้อได้ในเวลาเพียง 15 นาที มีความไว 98% และความจำเพาะสูงถึง 100% ใช้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้นได้ ช่วยลดปริมาณผู้ป่วยที่ต้องตรวจด้วยวิธีการ RT-PCR ลดค่าใช้จ่าย ลดภาระงานในระบบสาธารณสุข และทางศูนย์ฯกำลังเร่งผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ประโยชน์ เพื่อให้สามรถผลิตใช้เองได้ในประเทศ ตอบสนองความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา ยังให้ข้อมูลความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ใประเทศไทยด้วยว่า ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้ทดสอบการฉีดวัคซีน &amp;ldquo;ChulaCov19&amp;rdquo; ให้กับอาสาสมัครแล้ว เพื่อศึกษาประสิทธิภาพสูงสุดของปริมาณวัคซีนที่จะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และทีมนักวิจัย และลำดับต่อไป จะเข้าสู่การทดสอบทางคลินิก ระยะที่ 2 จำนวน 150-300 คน คาดจะเริ่มต้นฉีดได้ในเดือนส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีติดตามความคืบหน้าและชื่นชมในความสามารถของนักวิจัยไทย ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คนไทยได้ผลิตผลงานที่เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก แม้ยังจะต้องใช้เวลาในการทดสอบผลให้แน่ชัดอีกระยะหนึ่ง แต่ความก้าวหน้าต่างๆถือเป็นตัวบ่งชี้ศักยภาพของประเทศที่เราจะสามารถลดการนำเข้าเวชภัณฑ์ เสริมความมั่นคงทางสาธารณสุข และที่สำคัญ ความสำเร็จเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศต้องการ&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112912</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นักวิจัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602c81e5b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจATKพบผลบวกลงทะเบียนดูแลที่บ้านได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 &amp;ndash; น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค. มีความเป็นห่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความรุนแรงมากขึ้น และต้องการให้ผู้ป่วยถูกคัดแยก กักตัว ให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและชุมชน กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกแนวทางเวชปฏิบัติ โดยประชาชนที่มีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองด้วยชุดตรวจเร็ว Antigen test kit แล้วพบผลเป็นบวก สามารถเข้าระบบแยกกักตัวแบบดูแลตนเองที่บ้าน Home isolation โดยแจ้งสายด่วน โทร 1330 ต่อ 14 หรือเพิ่มเพื่อน สปสช. ในระบบไลน์ @nhso ส่วนกลุ่มที่ไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ ก็จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ศูนย์พักคอย Hospitel หรือโรงพยาบาลซึ่งจะมีการตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันผลบวกลวง ก็ขอให้ติดต่อสปสช.เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังกล่าวอีกด้วยว่า การดำเนินการนี้เป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้ผู้ป่วย COVID-19 ได้เข้าถึงการบริการได้เร็วขึ้น ผู้ที่เข้าข่ายติดเชื้อ COVID-19 จากการตรวจด้วย Antigen test kit จัดเป็น &amp;ldquo;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย (probable case)&amp;rdquo; ตามนิยามของกรมควบคุมโรค จะได้รับการดูแลรักษาเช่นเดียวกับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับเครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและยาที่จำเป็นในทันที มีคลินิกหรือโรงพยาบาลจะไปดูแล การบริการจะมีการเยี่ยมผ่านระบบ VDO Call วันละ 2 ครั้ง ติดตามอาการ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงกระบวนการรักษาที่เร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจและลดช่วงเวลาที่ต้องรอผลตรวจ 1-2 วันรวมถึงการแยกผู้ป่วยจากครอบครัวและชุมชนได้รวดร็ว จะลดโอกาสในการแพร่กระจายโรคได้อีกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้ชุดตรวจเร็ว ATK ที่มีการวางจำหน่ายทั่วไปในขณะนี้ เนื่องจากมีหลายชนิดและมีคุณภาพที่แตกต่างกัน หากผลตรวจออกมาเป็นลบแต่ยังสงสัยก็สามารถตรวจซ้ำใน 3-5 วันได้อีกครั้ง สำหรับการแจกชุดตรวจ ATK ฟรีแก่ประชาชนซึ่งบอร์ด สปสช. ได้อนุมัติแล้วนั้น คาดว่าภายในต้นเดือนสิงหาคม จะสามารถแจกจ่ายชุด ATK ไปยังสถานพยาบาล โดยเน้นในพื้นที่สีแดง เพื่อให้สถานพยาบาลส่งชุดตรวจต่อไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยงสำหรับตรวจเองที่บ้านด้วย&amp;quot;รองโฆษกรัฐบาลระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รักษาที่บ้าน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสนับสนุนกยศ.ช่วยเหลือลูกหนี้สู้ภัยโควิดผ่อนสูงสุด 30 ปี หักเงินเดือนขั้นต่ำเพียง10 บาท   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-&amp;nbsp; นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียน/นักศึกษาและผู้ปกครอง ลดบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษารวมทั้งลูกหนี้ กยศ.&amp;nbsp; ล่าสุดกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เห็นชอบมาตรช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมจากที่ได้ยกเลิกกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุนในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564&amp;nbsp; โดยเตรียมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ผู้กู้ยืม ปรับลำดับตัดชำระหนี้และปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระ ผู้กู้ยืมที่อยู่ในระบบหักเงินเดือนสามารถขอปรับลดจำนวนเงินที่หักเหลือขั้นต่ำ 10 บาทต่อเดือน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 - มิถุนายน 2565&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการและ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวตกรรม นำมาตรการลดค่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในปีการศึกษา 2564 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์หน้า (27 กรกฎาคม 2564) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กยศ.&amp;nbsp; เตรียมแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้และเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระสำหรับผู้กู้ยืมกลุ่มก่อนฟ้องคดีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระและลดปัญหาหนี้ค้างชำระของกองทุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี หากไม่สามารถผ่อนชำระเงินคืนตามสัญญา กองทุนจะให้ผู้กู้ยืมทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้โดยขยายระยะเวลาผ่อน และเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระมากขึ้น สามารถผ่อนได้สูงสุด 30 ปี แต่ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนลดเบี้ยปรับโดยให้ชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ที่แอปพลิเคชัน กยศ.Connect หรือทางเว็บไซต์ https://wsa.dsl.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินคืนกองทุนที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี จากเดิมที่ใช้วิธีการตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น กองทุนจะปรับเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยจะนำเงินที่ได้รับชำระไปตัดเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระเงินคืน สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างปลอดหนี้และยังไม่ครบกำหนดชำระหนี้ จากเดิมที่ผ่อนชำระเป็นรายปี กองทุนจะปรับให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน และเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระจากเดิมไม่เกิน 15 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ของผู้กู้ยืมแต่ละราย ทั้งนี้ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลดเบี้ยปรับให้เหลือเพียง 0.5% กรณีผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระหนี้ได้ในสถานการณ์นี้ รวมทั้งชะลอการฟ้องคดี บังคับคดี ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดไว้จนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการแก้ปัญญาหนี้ภาคประชาชน&amp;nbsp; ส่งเสริมสร้างวินัยทางการเงิน&amp;nbsp; ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังสนับสนุนนโยบาย กยศ. ในการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ให้มีความสามารถในการชำระหนี้คืนจากมาตรการต่างๆของกองทุน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ กยศ. ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้จำนวน 3.5 ล้านราย หากสนใจก็สามารถเข้าร่วมโครงการ ก็จะได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นางสาว รัชดาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110843</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19, ติดหนี้กยศ., น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
