<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เรืองไกร&#039; ร้อง รมว.คลังสอบ &#039;มาดามเดียร์&#039;  เสียภาษีเงินครบหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตามข่าวของเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา &amp;nbsp;วันที่ 8 กันยายน 2564 หัวข้อ สั่งปรับ 6.2 ล้าน! ก.ล.ต.ฟัน 7 ราย ปั่นหุ้น&amp;#39;เนชั่นทีวี&amp;#39;-&amp;#39;ภควันต์ วงษ์โอภาสี&amp;#39; ร่วมก๊วน ซึ่งในเนื้อข่าวระบุไว้ส่วนหนึ่งว่า &amp;nbsp;กลต. สั่งปรับ นายภควันต์ วงษ์โอภาสี จำนวน 1,373,201 บาท นั้ ตามข่าวดังกล่าว ทำให้ต้องย้อนไปดูบัญชีทรัพย์สินของน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี &amp;nbsp;ที่เคยยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 &amp;nbsp;แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไว้บางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับข่าว ก.ล.ต. ข้างต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือนายภควันต์ วงษ์โอภาสี เป็นน้องชายของน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ในการแจ้งบัญชีดังกล่าว น.ส.วทันยา แจ้งว่า มีเงินให้กู้ยืมแก่นายภควันต์ จำนวน 2 ครั้ง คือ ลำดับที่ 1 วันที่ 6 ธันวาคม 2561 จำนวน 24,907,500 บาท ลำดับที่ 2 วันที่ 20 ธันวาคม 2561 จำนวน 20,454,794.52 บาท รวมเป็นเงิน 45,362,294.52 บาท หมายเหตุว่า ลำดับที่ 1-2 เป็นของผู้ยื่น คำนวณยอดเงินให้กู้ยืม พร้อมดอกเบี้ย ณ วันที่ 5 มิ.ย. 62 และแจ้งว่า มีเอกสารประกอบเงินให้กู้ยืม จำนวน 8 แผ่น เมื่อย้อนไปดูการแจ้งรายได้ต่อ ป.ป.ช. พบว่า น.ส.วทันยา แจ้งว่า มีดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (ต่อปี) จำนวน 2,215,000 บาท ดังนั้น รายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมดังกล่าว หากได้รับเงินมาในปีใด เช่นในปี 2562 หรือ 2563 เงินได้นั้นถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมสรรพากรทำการตรวจสอบจากบัญชีที่แจ้ง ป.ป.ช. หลังจากแจ้ง ป.ป.ช. แล้ว มีการรับเงินค่าดอกเบี้ยมาแล้วเท่าใด ปีละเท่าใด และดอกเบี้ยนั้นได้นำไปเสียภาษีแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรายงานบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. น.ส.วทันยา มีคู่สมรสชื่อ นายฉาย บุนนาค และเมื่อตรวจดูข้อมูลหุ้น NBC (บมจ. เนชั่น บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น) &amp;nbsp;จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า หุ้น NBC มีนายฉาย บุนนาค เป็นประธานกรรมการบริษัท เมื่อค้นข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ (แบบ 59) &amp;nbsp;พบว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม 2561 น.ส.วทันยา เคยซื้อหุ้น บมจ. นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น ๆ ละ 0.01 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 42 ล้านบาท และต่อมา เมื่อวันที่ 11-12 ธันวาคม 2561 ขายหุ้น บมจ. นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น ๆ ละ 0.01 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 42 ล้านบาท ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ใกล้เคียงกับเวลาที่ให้กู้ยืมเงินแก่นายภควันต์ ด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่า NBC มีนายฉาย บุนนาค เป็นประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริหาร &amp;nbsp;และมี บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1 จำนวน 71.45% บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG)มีนายฉาย บุนนาค เป็น ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการ , ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีบมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 จำนวน 9.96%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า จากข้อมูลที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. และข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมีเหตุควรตรวจสอบขยายผลต่อไปจาก ก.ล.ต.ว่า มีความเชื่อมโยงกันระหว่าง น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี นายภควันต์ วงษ์โอภาสี &amp;nbsp;และนายฉาย บุนนาค หรือไม่อย่างไร รวมทั้งความเชื่อมโยงระหว่าง หุ้น NBC , NMG และ NEWS ด้วย เพราะวันที่ 9 กันยายน 2564 นายภควันต์ วงษ์โอภาสี ยังเป็นผู้ถือหุ้น NBC &amp;nbsp;อยู่จำนวน 5,500,000 หุ้น เนื่องจากค่าปรับของ ก.ล.ต. ต้องนำส่งคลัง และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากร ล้วนอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณีนี้ จึงควรขอให้ รมว.คลัง ตรวจสอบรายได้ของน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐว่า มีการเสียภาษีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากดอกเบี้ยปีละ 2,215,000 บาท ต่อกรมสรรพากรโดยถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ และตรวจสอบความสัมพันธ์รายการเงินให้กู้ยืมที่แจ้งต่อป.ป.ช. มีความสัมพันธ์กับคดีของ ก.ล.ต. หรือไม่ โดยจะส่งหนังสือในเช้า 13 ก.ย. ทางไปรษณีย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116423</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, สอบเสียภาษี, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d7f1576768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039; ยันลาออก &#039;วิปรัฐบาล&#039; เป็นปีแล้ว ไม่เกี่ยวเซ่นปมโหวตสวนมติพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ เปิดเผยถึงกรณีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โดยเอาชื่อตนและนายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ ออก ว่า ตนได้ลาออกจากวิปรัฐบาลกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล มาเป็นปีแล้ว อีกทั้งในรายชื่อเวลาเซ็นชื่อก็ไม่มีชื่อตนมาเป็นปีแล้วด้วย แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวิปรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนชื่อและส่งรายชื่อให้นายกฯเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะรอให้เป็นวงรอบปี ซึ่งเรื่องมาลงในช่วงเวลานี้พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงผลสอบกรณี ส.ส.ดาวฤกษ์ โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจในชื่อ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของพรรค พปชร. ได้แจ้งผลสอบมาแล้วหรือไม่ น.ส.วทันยา ระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในการพูดคุยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97395</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, พรรคพลังประชารัฐ, วิปรัฐบาล, ส.ส.ดาวฤกษ์, สวนมติพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041cfde7d216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มาดามเดียร์’ลั่นงดออกเสียงไม่ได้โหวตสวนถือว่าดีที่สุดแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;และ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีการงดออกเสียงลงมติไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดย น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;พวกเราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรของเขตบางกะปิ วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. เขตหนองจอก พรรค พปชร.เกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจทำหน้าที่ในฐานะของผู้แทนราษฎร และปฏิบัติติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้รับผลประโยชน์ หรืออามิสสินจ้างใดๆ ทั้งสิ้น และยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว &amp;nbsp;ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเราในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรรมการตรวจสอบ ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เป็นประธานได้มีการเชิญเข้าไปชี้แจงหรือยัง น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบแต่เรายินดีและจะให้ความร่วมมือ และเชื่อว่าพรรคจะให้ความเป็นธรรม เพราะเราทำหน้าที่โดยสุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า เหตุผลที่ตัดสินใจโหวตสวนมติพรรค น.ส. วทันยากล่าวว่า ได้มีการชี้แจงไปหมดแล้ว ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่หวังโหวตสวน จะทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.โกรธ น.ส. วทันยาตอบว่า อย่างที่บอกได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ทั้งนี้คิดว่าเราพยายามที่จะรักษามารยาททางการเมือง โดยการงดออกเสียง ไม่ได้โหวตสวน ถือว่าวันนี้เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรครือยัง น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการชี้แจงกับทางคณะกรรมการจึงจะขอพูดอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ ส.ส.ในพรรค พปชร.และภูมิใจไทย เรียกร้องให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า พวกเราเป็นส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเราไม่สามารถไปข้องเกี่ยวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ล่าสุด พล.อ.ประวิตร ระบุว่าไม่ต้องโทรติดต่อไปข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร น.ส. วทันยา กล่าวว่า ไม่ทราบ และพรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว ซึ่งเราจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคให้ดีที่สุด และไม่หนักใจที่จะทำงานร่วมกับพรรคต่อไป &amp;nbsp;รวมถึงเดินหน้าทำหน้าที่ของเราในฐานะผู้แทนของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94079</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035d59f3102e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘6 ดาวฤกษ์’ พุ่งผิดจังหวะ  เปลี่ยนโอกาสเป็น &#039;วิกฤติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่ากรณีงูเห่า 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล กดปุ่มไว้วางใจให้ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จนกลายเป็นรัฐมนตรีที่มีคะแนนไว้วางใจมากสุดในศึกซักฟอกที่ผ่านมาไปแล้ว สำหรับประเด็น 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ งดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทางการเมืองอย่างมาก เพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับกติกาการอยู่ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์และอิสระในการลงมติ แต่ในทางการเมืองถือเป็นมารยาทที่ทุกพรรคเคร่งครัดและให้ความสำคัญ เพราะมันสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังจะเห็นว่า หลังเสร็จสิ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐต้องรีบต่อสายเคลียร์กับผู้ใหญ่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปฏิกิริยาจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาโพสต์เหน็บแนม 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พร้อมกับปกป้องนายศักดิ์สยาม คือสิ่งที่ตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านกันง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ หากแต่คนที่เสียหายที่สุด หนีไม่พ้น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 วัน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ได้เรียกประชุมด่วน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เพื่อส่งสัญญาณว่า ให้ลงคะแนนเท่ากัน ดังนั้นการที่มี ส.ส.แหกมติพรรค ในปริมาณที่มากขนาดนี้ ย่อมทำให้ถูกมองว่าไม่สามารถควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้หากเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์คงไม่รุนแรงมากขนาดนี้ เพราะมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แหกมติพรรคด้วยการงดออกเสียงให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายคน แต่กับพรรคภูมิใจไทยแตกต่างกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม เลขาธิการพรรค ไม่มีใครแหกคอก หรือออกอาการเกเรแม้แต่เสียงเดียว ต่างลงมติไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด จึงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐน้ำท่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นที่รับรู้กันดีว่า การมีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย ที่มียี่ห้อของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำติดอยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่งในทางการเมือง เพราะขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเขี้ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้ที่สุดเรื่องนี้จะผ่านไปได้ หากแต่มันจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองต่อตัว 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ได้แก่ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา ส.ส.กทม., น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม., น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม., น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม., นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า จากนี้สถานะภายในพรรคพลังประชารัฐที่จะเปลี่ยนไป เพราะต้องไม่ลืมว่า กลุ่มดาวฤกษ์ก็มีคู่ขัดแย้งภายในพรรคเช่นเดียวกับมุ้งอื่นๆ ที่รอเหยียบซ้ำเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้ง ส.ส.กทม. ภายใต้การนำของนายณัฏฐพล ทีปสุววรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่รู้สึกโกรธเคืองที่ ส.ส.เหล่านี้แยกตัวออกไป รวมไปถึงมุ้งของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีที่เกิดขึ้นถือว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ที่ไม่ได้ถูกกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในรายของ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; นางสาววทันยา ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะมี ส.ส.จากมุ้งอื่นที่ขัดมติพรรคเช่นกันคือ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง จากมุ้งของนายวิรัช และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่งดออกเสียงไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการพูดกันว่า หากไม่มี ส.ส.จากมุ้งอื่นแหกมติพรรค &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; อาจจะเจอแรงกดดันกว่านี้ โดยเฉพาะการกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่นำความขัดแย้งส่วนตัวมาปะปนกับพรรคจนเกิดเรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 ส.ส.กทม. เป็น ส.ส.เขต ยังพอมีภูมิคุ้มกันในแง่ที่ไม่สามารถลาออกได้ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แม้ลาออกไป ก็สามารถเลื่อนผู้สมัครลำดับถัดไปขึ้นมาแทนที่ได้ แต่ดีที่ว่า มีมุ้งอื่นที่ผิดเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นก้าวที่พลาดมากๆ เพราะหากไม่มีประเด็นกลุ่ม 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ขัดมติพรรค ประเด็นเรื่องนายณัฏฐพลได้คะแนนน้อยที่สุด อาจกำลังถูกพูดถึงมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า มีบางมุ้งในพรรคพลังประชารัฐเตรียมนำเรื่องนี้ไปเขยื้อนเพื่อกดดันให้ปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มาสะดุดล้มเองเสียก่อน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนรัตนา, กรองสถานการณ์, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, ภาดาท์ วรกานนท์, ศิริพงษ์ รัสมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033c58b100f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039;ชูสเปกหน.ทีมเศรษฐกิจรบ. ต้องเจ๋งระดับปชช.เชื่อมือ-ต่างชาติเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 63 - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลสำรวจของประชาชนของนิด้าโพล ที่ไม่สนับสนุนให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พปชร.ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการพรรคบริหารพรรคชุดใหม่ และเชื่อว่าหลังจากนี้ในส่วนของผู้ที่ทำงานในส่วนต่างๆ จะได้มีการกำหนดตัวบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาเป็นตัวแทนของพรรคในการทำงาน ซึ่งส่วนตัวก็จะรอดูในเรื่องของการมอบหมายตำแหน่งงานต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ แต่ขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจนเกิดขึ้น โดยการคัดเลือกบุคคลที่จะให้ทำงานในตำแหน่งต่างๆ ก็คงของเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกพรรค และหลังจากนี้ก็ต้องรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในฐานะที่ตนเองและ ส.ส.ทุกคนมาจากระบบประชาธิปไตย จะให้การเคารพกับเสียงส่วนใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็มั่นใจว่าการทำงานนั้นจะสามารถทำให้พรรคเดินไปข้างหน้า และเกิดการบริหารงานอย่างแท้จริง และ ส.ส. ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน ที่จะรับรู้ปัญหาและขับเคลื่อนปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข และเรื่องนี้การทำงานเพียงแค่คนเดียวคงไม่สามารถที่จะสะท้อนปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง และในการทำงานตนคิดว่าคนที่จะมาเป็นแม่ทัพหลักจะต้องรับฟังเสียงของสมาชิกพรรค รวมถึงเสียงของประชาชนในเรื่องของความเดือดร้อนและความต้องการที่จะต้องรับฟังและเดินหน้าทำงานอย่างความเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้นำทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า คิดว่าคงไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นนักวิชาการ หรือนักการเมือง แต่สิ่งที่สำคัญในขณะนี้ที่เห็นจากเสียงสะท้อนของประชาชนหลังจากการเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ความยากลำบาก จึงมีความท้าทายอย่างยิ่งยวด ดังนั้นคิดว่าในจุดนี้เองคนที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะต้องประกอบไปด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ในการทำงาน ไม่ว่าจะระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น และจะต้องสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นไปยังต่างประเทศได้และจะต้องเป็นบุคคลที่สร้างศรัทธาให้กับประชาชน เพราะต้องบอกว่าวันนี้เรื่องของปากท้องประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70640</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พปชร., มาดามเดียร์, หัวหน้าทีมศก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02b422534fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.เปิดยุทธศาสตร์ดาวกระจาย  นั่งรถแห่-จับเข่าคุย ขอคะแนน ช่วย &quot;สมศักดิ์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ อาทิ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี,นายวัฒนา &amp;nbsp;ช่างเหลา,นายเอกราช &amp;nbsp;ช่างเหลา และ นางพิชชารัตน์ &amp;nbsp;เลาหพงศ์ชนะ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 2 ด้วยการเปิดยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ในการขึ้นรถแห่ ตระเวนออกหาเสียงภายในเขต อ.มัญจาคีรี และ อ.หนองเรือ พร้อมทั้งการเดินพบปะกับประชาชนในย่านชุมชน &amp;nbsp;โดยเฉพ่ะในเขต อ.มัญจาคีรี ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนในเขตเทศบาลตำบลมัญจาคีรี ที่ต่างพากันพบปะกับ คณะ ส.ส. และนำเสนอข้อเรียกร้องต่างๆในระดับพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ รวมไปถึง ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้นั่งรถแห่เพื่อหาเสียงไปในชุมชน หมุ่บ้านต่างๆตามเส้นทางที่กำหนดตลอดทั้งวันรวมทั้งการลงพบปะกับประชาชนที่มารอพบกับคณะของรัฐมนตรีฯ ทั้งที่ศาลากลางบ้าน,ตลาดนัดชุมชนรวมไปถึงศาลาวัดหรือแม้กระทั่งป้ายรถเมลล์ และจุดพักรถต่างๆที่คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าไปนั่งจับเข่าพูดคุยและนำเสนอนโยบายของรัฐบาล รวมไปถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานของรัฐบาลในด้านต่าง เพื่อขอคะแนนสนับสนุนให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคให้ได้นับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งนี้ในการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ตามแนวทางการหาเสียงพรรคที่กำหนดไว้นั้นได้รับการต้อนรับจากชาว อ.มัญจาคีรี และ อ.หนองเรือ อย่างอบอุ่น โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างพากันนำด้ายผูกแขนและด้ายสายสิญจน์ มาทำการผู้ข้อต่อแขนให้กับ ร.อ.ธรรมนัสฯ และคณะ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของคนอีสาน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างต้อนรับคณะฯให้เป็นลูกหลานของคนอีสาน และขอส่งกำลังใจให้คณะ ส.ส.ทุกคนนั้นทำหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่ในการจัดการเลือกตั้งที่มีไม่มากนัก ทำให้การทำงานของพรรคนั้นต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่ง ขุนพลของพรรคและ ส.ส.ของพรรค จะลงพื้นที่มาช่วยนายสมศักดิ์ หาเสียง อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะวันหยุดแบบนี้ที่ทุกคสต้องช่วยกันในการนำเสนอนโยบายของรัฐบาลและางที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาและกำลังที่จะทำ แจ้งให้กับประชาชนนั้นได้รับทราบ และด้วยผลงานทีเด่นชัด จับต้องได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน ทำให้การลงพื้นที่หาเสียงที่ขอนแก่น ทุกครั้งต่างได้รับการต้อนรับและการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ดีมาก ทำให้มั่นใจว่าหารเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐจะสามารถเอาชนะผู้สมัครจากพรรคการเมืองคู่แข่งจนนำมาสู่เก้าอี้ ส.ส.ที่ขอนแก่น ได้โดยสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในวันที่ 19-20 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ พรรคจะเปิดปราศรัยใหญ่ ในเขต อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี โดยแกนนำพรรคและขุนพลของพรรคทุกคนจะลงพื้นที่มาขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรค ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 22 ธ.ค.ดังนั้นจากนี้ไปคณะทำงานต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้พรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.วทันยา &amp;nbsp;วงษ์โอภาสี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรามีโอกาสในการจัดการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ครั้งแรกเราเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล &amp;nbsp;ครั้งนี้เราจะได้ ส.ส.จากฝั่งของรัฐบาล มาเดินหน้าและขับเคลื่อนนโยบายต่างๆในระดับพื้นที่สู่ส่วนกลาง ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังคงมั่นใจว่าชาวมัญจาคีรี และ ชาวหนองเรือ นั้นทุกคนกล้าที่จะเปลี่ยน และให้การสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งนี้จนนำไปสู่การพัฒนาที่ตรงจุดและเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52524</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า, ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ, สมศักดิ์  คุณเงิน, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5fa3e2036a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มาดามเดียร์”ย้ำ ปชต.ที่แท้จริงต้องเคารพความเห็นต่างถึงจะ “อยู่เย็นเป็นสุข” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.2562 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ร่วมเสวนาในเวที อยู่ เย็น เป็น สุข ของสถาบันทิศทางไทย โดยระบุว่า ส่วนตัว ชอบ คำว่าอยู่เย็น เป็นสุข &amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่การอยู่เป็น หรือ อยู่ไม่เป็น แต่คือการอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็น เป็นสุข เพราะการที่เราจะคิดโดยเอาอัตตาตัวเองเป็นที่ตั้ง คงไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่าง อยู่เย็นเป็น สุขได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าสังคงของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและ การเข้ามาของเทคโนโลยี ดังนั้นการรับข้อมูลข่าวสารของคนแต่ละช่วงอายุในปัจจุบันจึงแตกต่างกัน ที่สำคัญการเข้ามาของอินเตอร์เน็ต เป็นการเกิดขึ้นของข้อมูลข่าวสารที่มากที่สุด และด้วยข้อมูลที่เยอะเราจึงเลือกเสพข้อมูลข่าวสารในสิ่งที่เราชอบ อยู่กับสังคมที่เราอยู่แล้วสบายใจ และคิดว่านั่นคือความถูกต้อง ดีงาม และคือความจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นสิ่งที่เราคงต้องมาตั้งคำถาม ว่าบนความแตกต่างของอายุ ทัศนคติ และบริบทของสังคม เราจะหาจุดลงตัวอย่างไร เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข และเราจะร่วมกันพัฒนาประเทศชาติอย่างไร ไม่ใช่ผลักไสคนอื่น เช่น คนรุ่นใหม่ออกมารณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติก แต่บนโลกออนไลน์เกิดคำพูดในลักษณะบูลลี่เกิดขึ้น ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย แสดงให้เห็นว่า เรามีข้อยกเว้นให้กับตัวเองเสมอ เหมือนกับเราออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่พอคนที่คิดต่างกลับถูกตราหน้าว่าผิด แปลกแยก และใช้คำว่าเผด็จการ ทั้งที่ความหมายของประชาธิปไตยคือเคารพความเห็นที่แตกต่าง ถ้าเราคิดและมีจุดมุ่งหมายคือทำให้ประเทศก้าวหน้า เกิด ความสงบสุขในไทย เราก็จะสามารถหาจุดลงตัวได้ ไม่ใช่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยแต่มองคนคิดต่างคือผิด คนเห็นต่าง แล้วแบ่งแยกสังคม ว่า อยู่เป็น อยู่ไม่เป็น หากคิดแบบนี้คงไม่มีวันที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วทันยา กล่าวด้วยว่า การตีตราคนอื่นไปแล้ว ในขณะที่เราเองมักมีข้อยกเว้นให้ตัวเองเสมอนั้น ด้วยความคิดที่อยู่ในสังคมที่เราสบายใจ และคิดว่าถูกแล้วสิ่งนี้มันกำลังก่อให้เกิดความคิดที่บิดเบี้ยวและอคติไม่รู้ตัว และจะกลับมาทำร้ายตัวเราและประเทศเราเอง เหมือนที่ฮ่องกง ด้วยการต่อสู้ทางความคิดของตัวเองไม่ลดละซึ่งกันและกันเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ สุดท้ายประเทศก็พัง จึงขอตั้งคำถามทางสังคมว่า วันนี้ประเทศเผชิญปัญหามากมาย และยังถูกกระหน่ำด้วยความคิดอุดมการณ์ จึงควรถามว่าอะไรที่เราจะอยู่ร่วมกันเพื่อให้ประเทศไปข้างหน้าโดยไม่ตีตราว่าใครผิด ใครถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วทันยา กล่าวด้วยว่า เคยมีเพื่อน ส.ส.ถามถึงการมาทำงานร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ ตนจึงชี้แจงว่า เหตุผลที่ตัดสินใจมาเพราะ พรรคมีคนทั้งรุ่นที่มีประสบการณ์ มีเพื่อนในวัยใกล้เคียงกัน และ ตอนที่ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง เพราะตอนเด็กๆผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองมา 2-3 เหตุการณ์ &amp;nbsp;และอยากเห็นประเทศเดินหน้า ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ซึ่ง พปชร.เป็นหนึ่งพรรคที่เห็นถึงการสลายขั้ว นำพาประเทศไปข้างหน้า ก้าวไปสู่การพัฒนา ดังนั้น เราจะทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไปสู่วังวนความขัดแย้ง ส่วนตัวเชื่อเสมอว่า ถ้าคุณรักประเทศ คิดถึงส่วนรวมก่อนคิดถึงตัวคุณเอง คุณจะไม่ทำให้ประเทศกลับไปสู่วังวนขัดแย้งแน่นอน เพราะหากนำประชาชนลงสู่ท้องถนนอีกครั้ง คนที่เดือดร้อนมากที่สุด คือ ประชาชน และประเทศที่จะพัง เศรษฐกิจพัง หายนะของประเทศกลับมาอย่างแน่นอนทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ และจากการลงพื้นที่ก็เห็นอยู่เสมอว่า ชาวบ้านไม่ได้มาถกเพื่อต่อสู้ทางความคิด หรือระบอบการปกครอง แต่วันนี้ประชาชนต้องการมีข้าว มีอาหาร ในการดำรงชีวิต อยากได้ผู้นำที่ดีที่จะมาปกครอง ไม่โกงกินประเทศชาติ จิตใจดี เอื้อเฝื้อเพื่อแผ่ คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ประชาขนส่วนใหญ่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการที่สังคมกำลังเดินหน้าและเปลี่ยนแปลงไปเราอาจมีความคิดขบฎได้ หากนำมาใช้เป็นไฟปลุกความหวัง ขับเคลื่อนการทำงานของเรา แต่หากเอามายุยงปลุกปั่นภายในประเทศ สิ่งที่เสียหายที่สุดคือ คนไทย และประเทศไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50441</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, อยู่เย็นเป็นสุข, “มาดามเดียร์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd0be89324cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
