<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.ปลื้ม 6 เดือนแรกเงินลงทุนนิคมพุ่ง 1 แสนล้านบาทกลุ่มยานยนต์และการขนส่งพระเอก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63- มี.ค.64) มีมูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 106,146.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวน 78,758.09 ล้านบาท ที่ทำได้ 27,388.47 ล้านบาท หรือคิดเป็น 287.56% เป็นผลจากการแจ้งเริ่มประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมในช่วง 1 ถึง 2 ปีที่ผ่านมา ที่ยังคงมีการลงทุนต่อเนื่องและขยายการลงทุนเพิ่ม ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีความต้องการขยายการลงทุนอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และการขนส่ง , เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ , กลุ่มยาง พลาสติกและหนังเทียม , กลุ่มเครื่องยนต์ เครื่องจักรและอะไหล่ รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;ที่ยังคงมีการลงทุนมากที่สุดในช่วง 2 ไตรมาสของปี 64 เช่นกัน ขณะที่มีการจ้างงานในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 4,655 คน ซึ่งลดลงกว่าปีก่อนหน้า 42% เนื่องจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีการปรับเปลี่ยนโดยเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง 13.94% ยังคงครองแชมป์การลงทุน รองลงมาคืออุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ 11.69% อุตสาหกรรมยาง พลาสติก และหนังเทียม 7.95% อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักรและอะไหล่ 7.2% อุตสาหกรรมปุ๋ย สีและเคมีภัณฑ์ 5.99 % โดยนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจมาลงทุนมากเป็นอันดับ 1 ถึง 37.36% รองลงมาคือนักลงทุนจากประเทศจีน 8.16 % อเมริกา 6.79 % สิงคโปร์ 6.78 % และไต้หวัน 4.11 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับการขาย/ให้เช่าที่ดินในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 64 ในภาพรวมประมาณ &amp;nbsp;473.75 ไร่ ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผู้ประกอบการซื้อ/เช่าประมาณ 1,398.84 ไร่ คิดเป็น 66.13% แบ่งเป็นการขาย/เช่าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 394.42 ไร่ และนอกพื้นที่อีอีซี 79.33 ไร่ ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ในภาพรวมจะชะลอการลงทุนอยู่บ้าง เนื่องมาจากการระงับเดินทางข้ามประเทศชั่วคราว แต่ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถจูงใจการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมได้ &amp;quot;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 64 กนอ.มีแนวทางยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมให้สามารถขับเคลื่อนภาคการผลิต โดยเพิ่มศักยภาพการให้บริการระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการในนิคมอุตสาหกรรม ที่ตั้งเป้าให้ทุกนิคมก้าวสู่นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงข้อมูล การขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค รวมถึงบริการต่าง ๆ ในนิคมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99905</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), น.ส.สมจิณณ์ พิลึก, ยอดลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607cec98780b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.รับมอบหน้ากากอนามัย-เจลแอลกอฮอล์ล้างมือจากภาคเอกชน เพื่อส่งต่อพื้นที่เสี่ยง-ควบคุมสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ) รับมอบหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ จากสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน เพื่อส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และพื้นที่ควบคุม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีการพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(1 มี.ค.64) นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ที่ 4 จากทางด้านขวา) รับมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 500 ml จำนวน 90 ชิ้น จากสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน โดยนายค่วง จิ่นหลง ประธานสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน (ที่ 4 จากทางด้านซ้าย) พร้อมคณะเพื่อส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และพื้นที่ควบคุม อาทิ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขณะนี้ยังคงพบผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94810</URL_LINK>
                <HASHTAG>-เจลแอลกอฮอล์, กนอ., น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e50da08a01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.โชว์ผลงานขาย/เช่าที่ดินนิคมกว่า2พันไร่มีการลงทุน 2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยผลประกอบการ กนอ.ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) ว่ามียอดขาย/เช่าที่ดิน ในปี 2563 ประมาณ 2,150.45 ไร่ ซึ่งลดลงจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย 1.52 % ที่ขายได้ 2,183 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในอีอีซี จำนวน 1,840.58 ไร่ และนอกอีอีซี จำนวน 309.87 ไร่ มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 239,038.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 30,527.54 ล้านบาท คิดเป็น 683.02 % ซึ่งจะเห็นได้ว่ามูลค่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องมาจากการลงทุนเพิ่มของฐานลูกค้าเดิมที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ก่อให้เกิดการจ้างงาน 32,753 คน เพิ่มขึ้น 494.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีการจ้างงาน 5,512 คน

ทั้งนี้ ในภาพรวมแม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและอาจส่งผลกระทบบ้าง เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางจากต่างประเทศเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้รับอานิสงค์จากฐานลูกค้าเดิมในนิคมอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในช่วงนี้เป็นผลให้ผลประกอบการของ กนอ.ในปีงบประมาณ 2563 สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมปีงบประมาณ 2563 ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง 2.เหล็ก และผลิตภัณฑ์โลหะ 3.ยาง พลาสติก และหนังเทียม 4.เครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ โดยประเทศที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย และฮ่องกง ตามลำดับ ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับของกนอ.มีศักยภาพพร้อมรองรับการลงทุนอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆอย่างครบถ้วน

&amp;ldquo;กนอ.คาดว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นโอกาสลงทุน โดย กนอ.จะใช้โอกาสนี้เสริมสร้างศักยภาพของการให้บริการระบบสาธารณูปโภค ด้วยการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ &amp;nbsp;Facility 4.0 ควบคู่กัน เช่น การติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำอัจฉริยะ แทนมิเตอร์น้ำในรูปแบบเดิม และยกระดับการให้บริการอนุมัติอนุญาต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานสากล และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในนิคมฯซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2564 กนอ.จะมียอดขาย/เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 2,500 ไร่ และสามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ได้ประมาณ 2-3 แห่ง&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว

รายงานข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับสมัครผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่แทนน.ส.สมจิณณ์ &amp;nbsp;พิลึก ผู้ว่ากนอ. ซึ่งจะหมดวาระวันที่ 20 เม.ย. 64 &amp;nbsp;โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 พ.ย. และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีผู้ลงสมัครทั้งสิ้น &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายใน &amp;nbsp;2 ราย คือ นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา &amp;nbsp;รองผู้ว่าการสายงานยุทธศาสตร์และพัฒนา &amp;nbsp;และนายพรเทพ ภูริพัฒน์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าการ สายงานปฏิบัติการ &amp;nbsp;ส่วนอีก 2 ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายนอก คือ นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด และนายวีริศ อัมระปาล ที่ปรึกษานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม &amp;nbsp;ในด้านวิชาการ

ทั้งนี้ภายในวันที่ 25 ธ.ค. คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่ ซึ่งมีนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว เป็นประธาน &amp;nbsp;จะเปิดให้ผู้สมัครทั้ง &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา จากนั้นจะคัดเลือกเสนอชื่อเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) กนอ. เพื่อพิจารณา คาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จะประกาศชื่อผู้ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการกนอ.คนใหม่ &amp;nbsp;มีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ มีแนวโน้มจะเป็นคนนอกมากกว่าคนใน &amp;nbsp; &amp;nbsp;

สำหรับงานที่ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ต้องมาสานต่อ เช่น การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 , โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม สมาร์ท พาร์ค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย &amp;nbsp;เช่น อุตฯการบินและโลจิสติกส์ , อุตฯการแพทย์ , อุตฯหุ่นยนต์ , อุตดิจิทัล รวมทั้งโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือเอสอีแซด ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว และสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ขายที่ดิน, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd09df68c5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.จัดโปรช่วยเอกชนอีกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมบางส่วน และมีแนวโน้มว่าสถานการณ์การระบาดจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทำให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง กนอ.จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ระยะที่ 3 ด้วยการขยายระยะเวลายกเว้นค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 11 รายการ ออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 &amp;ndash; มี.ค. 2564 ครอบคลุมคำขอย้อนหลังที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยมูลค่าการยกเว้นค่าบริการอนุญาตฯ ในครั้งนี้ ประมาณ 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย 1.การอนุญาตใช้ที่ดิน/รับโอนสิทธิการใช้ที่ดิน การขอหยุด/เลิกประกอบกิจการ 2.การต่ออายุหนังสืออนุญาต 3.การเปลี่ยนแปลงประเภทการประกอบกิจการ 4.การออกหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการ 5.การโอนสิทธิการใช้ที่ดิน การคืนสิทธิ-รับคืนสิทธิการใช้ที่ดิน &amp;nbsp;6.การเพิ่มประเภท ชนิดการประกอบกิจการ 7.การอนุญาตขยายโรงงาน 8.การแก้ไขหนังสืออนุญาต 9.การขยายระยะเวลาการเริ่มก่อสร้างอาคาร 10.การขยายระยะเวลาการแจ้งเริ่มประกอบกิจการ และ 11.การออกใบแทนหนังสืออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กนอ.ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทุกราย มาแล้ว 2 ครั้ง โดยความช่วยเหลือทั้งสองครั้งที่ผ่านมามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 309 ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่ กนอ.เล็งเห็นว่าอาจมีผู้ประกอบการบางรายที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ออกมาตรการความช่วยเหลือในระยะที่ 3 ขึ้น ทั้งนี้เราหวังว่ามาตรการขยายเวลายกเว้นค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมฯทั้ง 11 รายการ จะสามารถบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการได้อย่างครบถ้วนและครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยตั้งเป้าทุกการดำเนินธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ มีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างดี&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ช่วยผู้ประกอบการ, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd09df68c5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;เอ็กซอน&#039;แตะเบรกลงทุนโครงการปิโตรเคมีแห่งอนาคตไม่มีกำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ส.ค.2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยในโอกาสลงนามดำเนินการตามสัญญาจ้างงานปักเสาพาดสายไฟฟ้าแรงสูงในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ระยะที่ 1 ว่าความคืบหน้าการเตรียมพื้นที่ให้บริษัท เอ็กซอน โมบิล เข้ามาลงทุนโครงการปิโตรเคมีแห่งอนาคต ขณะนี้ทางเอ็กซอนได้แจ้งว่าชะลอการลงทุนแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว แต่ทาง กนอ.ยังคงต้องพัฒนาพื้นที่บริเวณเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะทำการพัฒนา 2 พื้นที่บนบกก่อน ได้แก่ บริเวณแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เนื้อที่ 1,200 ไร่ เป็นคลังสินค้า ลานจอดรถยนต์และรถบรรทุกเพื่อการส่งออก และอู่ต่อเรือ และพื้นที่ที่ 2 เป็นชุมชนและพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยรอบโรงกลั่นน้ำมัน ประกอบด้วย ชุมชนกระจายตัวและแทรกตัวอยู่ระหว่างโรงกลั่นน้ำมันและระหว่างคลังน้ำมันและคลังก๊าซ เนื้อที่ประมาณ​ 5,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอ็กซอนได้แจ้งชะลอการลงทุนไปแบบไม่มีกำหนด แต่กนอ. จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ต่อไป โดยเลือกเป็นพื้นที่บนบกก่อน เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าและสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่า ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&amp;rdquo; นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ กล่าวว่าการลงนามดังกล่าว ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าและสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานในนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการมีความคืบหน้าแล้ว 70% มั่นใจการก่อสร้างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยภายในสิ้นปี 2563 นี้จะแล้วเสร็จ 100% โดยยอมรับโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ประกอบการและนักลงทุนของนิคมฯ ที่ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาดำเนินกิจการไทยได้ เนื่องจากไทยยังไม่เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศแบบพาณิชย์ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อแรงงานต่างด้าวที่ลดลง แต่ยืนยันไม่มีปัญหาต่อการก่อสร้างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภายในปลายปีนี้จะเปิดให้ผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม 1 รายเข้าดำเนินกิจการ ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันในลักษณะคอมมูนิตี้มอลล์บนพื้นที่ประมาณ​ 30 ไร่ และผู้ประกอบการอีก 5-6 รายทั้งในและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย จีน อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียด สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสงขลา มีเนื้อที่ทั้งหมด 927 ไร่ แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 พื้นที่ประมาณ 629 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป 289 ไร่ เขตพาณิชยกรรม 56 ไร่ และพื้นที่สาธารณูปโภคและพื้นที่สีเขียว 282 ไร่ ฟรีค่าเช่า 3 ปีแรก ปีที่ 4 ลดค่าเช่า 25%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์​ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) กล่าวว่าคาดใช้งบประมาณวางระบบสายส่งเข้ามายังพื้นที่นิคมฯ สงขลา ประมาณ​ 35.5 ล้านบาท รวมระยะทาง 7.446 กิโลเมตร(กม.) เป็นการก่อสร้างระบบจำหน่ายแรงสูง 33 กิโลโวลต์ แบบเคเบิ้ลใต้ดิน ระยะทาง 0.546 กม. ซึ่งคาดว่านิคมฯ นี้จะใช้ไฟอยู่ที่ 25 เมกกะวัตต์ และมั่นใจจะขยายความร่วมมือในการพัฒนานิคมฯ อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะติดตั้งตามตำแหน่งหม้อแปลงสำหรับตู้จ่ายไฟฟ้า 23 จุด ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม อาคารโรงจ่ายน้ำประปา อาคารโรงกักเก็บขยะ อาคารโรงบำบัดน้ำเสีย อาคารสถานีสูบน้ำ และระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งก่อสร้างติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงตามแนวถนน โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน หรือประมาณช่วงเดือน พ.ย. เพื่อที่จะรองรับผู้ประกอบการในนิคม โดยคาดว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 63&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74062</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.), ชะลอลงทุน, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก, เอ็กซอน โมบิล, โครงการปิโตรเคมีแห่งอนาคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e818c202f807.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิคมฯบางปู&#039;ตรวจเช็คระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เตรียมรับมือน้ำท่วมช่วงฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศการเริ่มต้นฤดูฝนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2563 และจะไปสิ้นสุดในช่วงเดือนตุลาคม 2563 โดยระบุว่าในระยะแรกอาจมีฝนกระจายอยู่ทั่วไป แต่จะเริ่มหนักขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และปีนี้คาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าปีที่แล้วด้วยนั้น กนอ.จึงได้กำชับไปยังนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศให้คอยติดตาม และเฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อ่อนไหวและมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ใกล้ระดับน้ำทะเลซึ่งอาจเกิดน้ำทะเลหนุนได้ในบางช่วง ประกอบกับอยู่ใกล้กับชุมชนด้วย

&amp;ldquo;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและชุมชนโดยรอบถึงความพร้อมในมาตรการต่างๆ กนอ. จึงได้ติดตามความพร้อมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้กำชับให้ตรวจสอบระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมให้มีความพร้อมใช้งาน เช่น เครื่องสูบระบายน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้มีการขุดลอกรางระบายน้ำ และพร่องน้ำในบ่อเก็บกักน้ำฝนภายในนิคมฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำและการไหลระบายรวมถึงการปรับปรุงช่องระบายน้ำใต้ทางเท้าบริเวณถนนพัฒนา 1 และยังได้ขุดลอกและกำจัดวัชพืชในคลองลำสลัดและคลองหกส่วน ซึ่งเป็นคลองสาธารณะที่รองรับการระบายน้ำจากนิคมฯบางปู ซึ่งช่วยให้การระบายน้ำดียิ่งขึ้น โดยไม่ให้กระทบต่อชุมชนใกล้เคียง&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้กำชับให้นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งปฏิบัติตามแผนป้องกันน้ำท่วม ได้แก่ สำรวจและเสริมความมั่นคงแข็งแรงของคันดินป้องกันน้ำท่วม เตรียมความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วม เครื่องสูบน้ำระบายน้ำและเครื่องจักรอุปกรณ์ จัดหาเครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง กระสอบทราย และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเวรตลอด 24 ชั่วโมง และประสานงานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด ติดตามข้อมูล ข่าวสาร และพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง บูรณการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมชลประทาน ทหาร และท้องถิ่น เพื่อรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;ldquo;กนอ. มั่นใจว่ามาตรการทั้งหมดข้างต้นจะสามารถรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ ทุกแห่ง รวมทั้งชุมชนโดยรอบได้&amp;rdquo; ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70915</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), ขุดลอกคูระบายน้ำ, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f068a9bb7f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ. นำทีมโรดโชว์ กล่อมเยอรมันต่อยอดลงทุนในนิคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 2562 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18-21 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา กนอ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นำคณะจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อชักจูงนักลงทุนจากประเทศเยอรมนี ในงาน Compamed 2019 เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุน ได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกัน รวมถึงแสดงความพร้อมของพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมที่จะรองรับตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของรัฐบาลไทยในอนาคต ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กนอ. ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพื่อศึกษารายละเอียดประกอบการตัดสินใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เหตุผลสำคัญของการมาโรดโชวที่เยอรมัน นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการลงทุนในบูธ Thailand Pavilion แล้ว กนอ. ก็ได้พบลูกค้าที่ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์การแพทย์ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา(รับเบอร์ ซิตี้) จังหวัดสงขลาด้วย ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่(นิว เอส-เคิร์ฟ)&amp;quot;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมแพทย์ครบวงจรเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่มีความพร้อมจะขยายการลงทุนมายังประเทศไทย ประกอบกับ กนอ. มีความพร้อมเชิงพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะพื้นที่อีอีซี อาทิ นิคมอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ท ปาร์ค) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการนำเสนอคณะกรรมการ กนอ. โดยคาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ภายในมี.ค. 2563 เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ ในขณะเดียวกัน กนอ. ได้ร่วมหารือกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ถึงแนวทางเพื่อดึงดูดนักลงทุนเยอรมนีโดยเน้นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร(วัน สต็อป เซอร์วิส) อนุมัติ อนุญาต ประกอบกิจการและอื่นๆ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรมให้แก่นักลงทุนที่นอกเหนือจากการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กนอ. ยังได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการอินโนเวชั่น ซิตี้ เมเนจเมนท์ (Innovation City Management) ณ เมือง Bottrop เยอรมนี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพัฒนาเมืองโดยใช้นวัตกรรมที่นำไปสู่ความยั่งยืน โดยการบริหารจัดการแบบองค์รวมในมิติต่างๆ เช่น มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งมิติทางสังคม เป็นต้น ดังนั้นการบริหารจัดการแบบดังกล่าว จึงมีแนวคิดในพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสังคมเมืองให้เป็นการพัฒนาแบบองค์รวมเพื่อการเป็นเมืองใหม่อย่างยั่งยืน ที่มีองค์ประกอบ ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานหมุนเวียน การใช้นวัตกรรมผลิตวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกักพลังงาน และช่วยดูดซับก๊าซจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาแบบองค์รวมนี้จะช่วยลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ และภาวะโลกร้อน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันแบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ กล่าวว่าจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ กนอ. จะนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถบริหารจัดการใช้พลังงาน และทรัพยากรต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างมีดุลยภาพ ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และจะช่วยรักษาดุลยภาพสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรม และสังคมโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้ในระยะยาวต่อไป นางสาวสมจิณณ์ กล่าวโดยสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52225</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), น.ส.สมจิณณ์ พิลึก, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), โรดโชว์เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d44fa8e57726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
