<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มหากาพย์วัคซีน!&#039;สฤณี&#039;ตั้งคำถาม3ข้อหลักการจัดหาวัคซีนไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
ประเด็นวัคซีนโควิดดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเป็นมหากาพย์อย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ดังนั้นในเมื่อเป็นมหากาพย์ ก็จะรอติดตามข้อมูลข่าวสารไปอีกสักระยะก่อนนะคะ ก่อนจะเขียนถึง แต่เขียนถึงแน่ไม่ต้องห่วง ประเด็นน่าสนใจเพียบ
อยากบอกสั้นๆ ก่อนว่า ในฐานะประชาชน เราไม่ควรจำกัดตัดตอนคำถามให้เหลือแค่ &amp;quot;ทำไม AstraZeneca (AZ) ถึงเลือก สยามไบโอไซน์ เป็นผู้ผลิตวัคซีน?&amp;quot;&amp;nbsp; เพราะเราไม่ใช่เจ้าของหรือนักลงทุนของ AZ ถึงจะต้องสนใจขนาดนั้น 55 คำถามที่เราควรถามมากกว่ามากในฐานะ &amp;quot;คนไทย&amp;quot; คือสามคำถามนี้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในหลักการ รัฐควรจัดหาวัคซีนหลายยี่ห้อเพื่อกระจายความเสี่ยง (และในเมื่อมันไม่ได้ซื้อกันง่ายๆ แต่ทุกประเทศแย่งกันซื้ออยู่) ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลไทยจะไม่จัดหาวัคซีนแบบกระจาย อย่างที่ประเทศอื่นๆ ทุกประเทศกำลังทำ เหตุใดจนถึงปลาย ม.ค. 2564 จึงมีความชัดเจนเพียงสองเจ้าเท่านั้น คือ Sinovac และ AstraZeneca เหตุใดจึงไม่ซื้อจากเจ้าอื่นๆ ที่ผลการทดสอบไปไกลกว่าและหลายประเทศก็ใช้จริงแล้ว อย่าง Pfizer ซึ่งมาเสนอขายรัฐบาลไทยด้วย เหตุผลในการปฏิเสธคืออะไร ในเมื่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็สั่งซื้อแล้ว (ถ้าจะอ้างว่า Pfizer ขนส่งยาก ต้องเก็บในที่เย็นมากๆ แล้วทำไมอินโดนีเซียทำได้ ประเทศเขาเป็นเกาะแก่งมากมายหลายพันเกาะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในหลักการอีกเช่นกัน ประเทศไทยใช้ระบบตลาดเสรี วัคซีนโควิดคือของเร่งด่วน ยิ่งเราได้ฉีดเร็ว เรายิ่งเปิดประเทศค้าขายได้เร็ว เศรษฐกิจยิ่งฟื้นตัวเร็ว ดังนั้นไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ที่รัฐบาลจะหน่วงเหนี่ยวถ่วงเวลา กีดกันไม่ให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าวัคซีนที่ใช้จริงโดยได้ผลค่อนข้างดีแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะ Moderna, Pfizer เพราะโรงพยาบาลจำนวนมากย่อมอยากนำเข้าเอง เพราะมีลูกค้าฐานะดีจำนวนมากที่พร้อมจ่าย ดังนั้นคำถามคือ ทำไม อย. จึงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน (ตามข่าวล่าสุด) ในการอนุมัติวัคซีน Moderna และ Pfizer ? ดูไม่มีเหตุมีผลแม้แต่น้อย ยิ่งถ่วงเวลา รัฐบาลจะยิ่งถูกครหาว่า &amp;quot;ล็อกตลาด&amp;quot; ให้ผูกขาดเพียงสองเจ้าเท่านั้นที่รัฐบาลดีลแล้ว คือ AZ และ Sinovac&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การรับจ้างผลิตวัคซีนอาจเป็นเรื่องปกติ แต่การเอาเงินงบประมาณอย่างน้อย 1,400 ล้านบาท เท่าที่เป็นข่าว (ไม่นับเงินจาก SCG อีก 100 ล้านบาท) ไปให้กับบริษัทเอกชนหนึ่งแห่งเพื่อให้ &amp;quot;พร้อม&amp;quot; ที่จะผลิตวัคซีน แถมเป็นบริษัทที่มีดีลว่าจะรับจ้างผลิตวัคซีนตัวนี้ให้กับ &amp;quot;ทั้งภูมิภาคอาเซียน&amp;quot; (แปลว่ากำไรที่ได้ก็จะไหลเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นบริษัท ไม่ใช่รัฐบาล) นั้น เป็นเรื่อง &amp;quot;ไม่ปกติ&amp;quot; ยังไม่นับว่าสัญญาที่รัฐบาลอ้างว่าเซ็นกับ AZ มูลค่า 6,047 ล้านบาทเมื่อปีกลาย ก็มีข้อสงสัยมากมาย อาทิ ทำไมต้องมี &amp;quot;ค่าบริหารจัดการ&amp;quot; สองพันกว่าล้านบาท? (ราคา 5 USD ที่รัฐบาลอ้างว่าซื้อ AZ นั้น เทียบกับ 26 ล้านโดสที่ซื้อ จะเท่ากับเงิน 26 ล้าน x (5 x 30) = 3,900 ล้านบาท แปลว่ามี &amp;quot;ค่าบริหารจัดการ&amp;quot; สูงถึง 6,047 - 3,900 = 2,147 ล้านบาทเลยทีเดียว) จึงเกิดเป็นคำถามที่นักข่าวควรใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ขอดูสัญญา และถามต่อไปด้วยว่า ที่รัฐบาลอ้างว่าจะซื้ออีก 35 ล้านโดสนั้น จะใช้งบประมาณเท่าไหร่ มีค่า &amp;quot;บริหารจัดการ&amp;quot; อีกหรือไม่
คร่าวๆ ประมาณนี้ก่อน มาติดตามกันต่อไปนะคะ
#มหากาพย์วัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90622</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด, มหากาพย์วัคซีน, แอสตรา เซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81a14e5edec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาเกิน&#039;เลคเชอร์ ปี 2020 ปีแห่งการทลายเพดาน ปี 2021 เป็นปีแห่งการแยกแยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
15 ธ.ค.63-น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล ว่าคิดว่าถ้าปี 2020 เป็นปีแห่งการทลายเพดาน ปี 2021 ก็คงเป็นปีแห่งการแยกแยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกแยะให้ออกว่าการเชียร์ม็อบคณะราษฎร (ซึ่งแรกเริ่มถูกปรามาสว่า &amp;quot;ม็อบมุ้งมิ้ง&amp;rdquo;) ไม่เหมือนกับการเชียร์ทีมบอลที่มีให้เลือกหลายทีม ไม่ชอบทีมนี้ก็เลือกทีมอื่นได้ แต่ม็อบครั้งนี้คือ the only game in town เพราะเป็นการที่ผู้เล่นทุกทีมทุกลีกรวมทั้งคนดู ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรมของกรรมการและคนเขียนกติกา ดังนั้นถึงแม้เราอาจไม่ชอบแท็กติกบางอย่าง พฤติกรรมของผู้เล่นบางคน หรือบางจังหวะอาจไม่ชอบคนดูด้วยกันเอง เราก็เลิกเชียร์ไม่ได้ เพราะเขากำลังต่อสู้เพื่อเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกแยะให้ออกว่าการไม่ชอบความคิดอะไรสักอย่างของใครสักคน การตีตราว่าเขา &amp;quot;เลว&amp;quot; ไม่ได้มอบความชอบธรรมให้เราลงโทษกดขี่บีฑาเขาได้ทุกรูปแบบโดยไม่ต้องสนหลักเสรีภาพการแสดงออก หลักความจำเป็นและได้ส่วน หลักกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย และหลักการพื้นฐานอื่นๆ ของความยุติธรรม ของสังคมที่อยากได้ชื่อว่ามีนิติรัฐ นิติธรรม -- และอันที่จริง ความไม่แยแสในหลักการเหล่านี้ การเลือกปฏิบัติรุนแรงแบบ &amp;quot;พวกกูรอด พวกมึงตาย&amp;quot; นี่แหละที่ก่อความเสียหายและผลักให้สังคมถอยหลังไปมากมาย มากกว่าความคิดใดๆ ทั้งปวงที่เรามองว่าล้าสมัยหรือไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสุดท้าย ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างเส้นทางสู่อนาคต กับเส้นทางสู่อดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีหน้าคิดว่าควรต้องมาช่วยกันแยกแยะสามเรื่องนี้ ระหว่างการต่อต้านเผด็จการที่ฉ้อฉลอย่างเข้มข้นมากขึ้น และเรียกร้องความยุติธรรมให้กลับคืนมาสู่สังคมไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86885</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, ม็อบ3นิ้ว, เลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d6797fd98de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการชื่อดังช่วยม็อบมุ้งมิ้ง ต้องกล้าพูดให้ชัดว่าการแซะ-ไม่ศรัทธา ไม่เท่ากับการ&#039;ล้มเจ้า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.63- น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul ว่า เราช่วยอะไรเด็กๆ ที่กำลังทยอยออกมาประท้วงเพื่ออนาคตของพวกเขาเองได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พยายามคุยด้วยสติกับกองเชียร์ (ต้องใช้ขันติขั้นสูง) ให้เห็นว่าเด็กไม่ได้โง่ ไม่ได้ถูกล้างสมอง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ช่วยกันบอกต่อถ้าเห็น IO กินภาษีหรือ IO จิตอาสา คนพวกนี้ไม่ใข้เหตุผลใดๆ มาเกรียนเป็นหลัก ไม่ต้องเสียเวลาคุย (ยกเว้นมีเวลาและชอบคุยกับเกรียนเป็นงานอดิเรก 55)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กล้าพูดให้ชัดว่า การแซะ หรือพูดว่าไม่ศรัทธา ไม่เท่ากับการดูหมิ่น ไม่เท่ากับการอาฆาตมาดร้าย และไม่เท่ากับการ &amp;lsquo;ล้มเจ้า&amp;rsquo; (และทำไมเราถึงจะไม่ควรถกกันเรื่องการปรับตัวของสถาบัน?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ไปร่วมชุมนุมเมื่อมีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้อภัยและมองข้ามข้อผิดพลาด บกพร่องต่างๆ ของการชุมนุม เสนอแนะทางออกถ้าทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เยาวชนปลดแอก #นี่รอดูผังล้มเจ้าภาคสอง555.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72060</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, ม็อบมุ้งมิ้ง, ล้มเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1675751d1ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อันตราย!&#039;สฤณี&#039;เหน็บรัฐบาลทหารผูกขาดความดีงามระรานคนอื่น เหมือน&#039;ทรัมป์&#039;ทำให้พวกเหยียดผิวได้ใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63- น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าวันก่อนเพิ่งคุย (ปรับทุกข์รายเดือน 555) กับเพื่อนเมกัน เพื่อนบอกว่าอันตรายร้ายแรงอย่างหนึ่งของนายทรัมป์ก็คือการทำให้พวกเหยียดสีผิว เหยียดเชื้อชาติ ขวาจัดหัวรุนแรง (ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นคนส่วนน้อย) ได้ใจ รู้สึกมีพลัง (เพื่อนใช้คำว่า emboldened) ที่จะออกมาวาดลวดลาย ก่อความรุนแรง แสดงความคิดที่น่ารังเกียจเหล่านั้นออกมามากขึ้น แทนที่จะอยู่เงียบๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนว่าอันตรายร้ายแรงอย่างหนึ่งของรัฐบาลทหารไทยก็คล้ายกัน คือทำให้พวกที่นิยมอำนาจและผูกขาดความดีงาม-ความรักชาติ-ศีลธรรม (คือเชื่อว่ามีแต่แบบฉบับที่ตัวเองเชื่อเท่านั้นที่ &amp;quot;ถูกต้อง&amp;quot; แบบอื่นเลวหมด) ได้ใจ รู้สึกมีพลัง ออกมาระรานคนอื่นมากขึ้น และมองเห็นปัญหาทุกอย่างเป็น &amp;quot;ตะปู&amp;quot; ที่ต้องใช้ &amp;quot;ค้อน&amp;quot; คืออำนาจนั้นทุบลงไปอย่างเดียว คือเชื่อว่าต้องแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยการใช้อำนาจบงการคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางกฎหมาย ทางศีลธรรม หรืออื่นๆ) เท่านั้น มองไม่เห็นทางเลือกอื่นใดทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ต่างกันก็คือเพื่อนเชื่อว่าพวกอันตรายในเมกาเป็นคนส่วนน้อย ขณะที่เราไม่มั่นใจว่าพวกอันตรายในไทยมีจำนวนมากแค่ไหน เพราะบางทีก็แยกแยะระหว่าง IO รับจ้างกับ IO จิตอาสาไม่ค่อยออก ถถถ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70101</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนดี, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, รัฐบาลทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df842e1ebf3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการส้มหวานรวมแท็กทวิตเตอร์นศ.ประท้วงยุบพรรค ชวนน้องๆไปเถียงผู้ใหญ่ใจแคบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul &amp;nbsp;ว่า แท็กในทวิตเตอร์ที่นักศึกษาใช้ในการจัดการชุมนุมทางการเมืองสัปดาห์นี้ (บางมอก็ย้งจัดไม่ได้เลยใช้แท็กระบายความในใจแทน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชวนรุ่นพี่ไปให้กำลังใจน้องๆ และช่วยพวกเขาเถียงกับผู้ใหญ่ใจแคบบางที่ที่กีดกันการแสดงออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬา - #เสาหลักจะไม่หักอีกต่อไป
เกษตร - #KUไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ
ศิลปากร - #ศิลปากรขอมีซีน
มศว - #มศวขอมีจุดยืน #รากฐานขอหารด้วย
มหิดล - #MUneedsDemocracy
ธรรมศาสตร์ - #ที่ยุบอนาคตใหม่พี่มหาลัยกูทั้งนั้น
ม.อ. หาดใหญ่ - #ฝุ่น6ล้านหรือจะสู้ท่าน9เสียง
มหาสารคาม - #ถึงจะอยู่ไกลขอส่งใจที่ลานแปดเหลี่ยม
รามคำแหง - #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ
มช. - #ช้างเผือกจะไม่ทน
KMITL - #พระจอมเกล้าชอบกินเหล้าไม่ชอบกินสลิ่ม
สามพระจอม - #สามพระจอมจะยอมได้ไง
บางมด - #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป
ม.กรุงเทพ - #BUกูไม่ใช่สลิ่ม
หอการค้า - #UTCCเรือใบไม่ใช่เรือดำน้ำ
ม.รังสิต - #บลูบานเย็นไม่ได้เป็นขนมหวาน
ราชมงคล - #ราชมงคลจะไม่ทนอีกต่อไป
SUT - #ถึงมออยู่ใกล้หลายค่ายก็ไม่ได้ชอบเผด็จการ #หลานย่าโมโนเผด็จการ
ม.ขอนแก่น - #เกิดจากสฤษดิ์แต่ไม่ขอเป็นสลิ่ม #KKUขอโทษที่ช้าโดนสลิ่มลบโพสต์ #ตาสว่างกลางดินแดง
ม.นเรศวร - #มอนออยากออกจากกะลา
ม.ราชภัฏ - #ราชภัฏอยากงัดกับสลิ่ม
ม.บูรพา - #ทีมลูกระนาดอยากจะฟาดบ้างแม่
ม.อุบล - #กันเกราไม่เอากะลา
ม.พะเยา - #ฟ้ามุ่ยไม่คุยกับเผด็จการ
สวนสุนันทา, สวนดุสิต - #อยู่ข้างบ้านเสียงดังไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฎ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ขอให้รอดพ้นจากการถูกพวกเผด็จการระราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58105</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, นักศึกษานัดชุมนุม, ส้มหวาน, แท็กทวิตเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e5479f5e792b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาเกินส้มหวานซัดฝ่ายอนุรักษ์นิยมตกขอบ!ยันแฟลชม็อบถ่ายติด&#039;ร.9&#039;แค่มุมกล้องบังเอิญไม่หมิ่น ไม่ตั้งใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp; นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง &amp;nbsp;กองเชียร์พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul &amp;nbsp;ว่า ความเห็นสั้นๆ กรณีกระแส #แบนMONO29 (ใครอยากตามเรื่อง ไปส่องแท็กนี้ในทวิตเตอร์นะคะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมตกขอบในไทยหลายคนดูไร้เหตุผล ตกขอบขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ ลำพังการถ่ายคนชูป้ายต้านรัฐบาลหนึ่งใบ บังเอิญด้วยมุมกล้องของคนถ่ายทำให้รูปนั้นชูอยู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของ ร.9 ใหญ่โตที่ติดอยู่บนตึก (ซึ่งด้วยความใหญ่ของพระบรมฉายาลักษณ์ ใครๆ ที่ยกกล้องหรือโทรศัพท์เหนือหัวขึ้นถ่ายรูปในวันนั้นก็สุ่มเสี่ยงจะเกิดมุมกล้องบังเอิญแบบนี้ทั้งนั้น) กลับถูกคนตีความว่า &amp;quot;ตั้งใจหมิ่นฯ&amp;quot; และไปล่าแม่มดคนถ่ายจนเธอต้องลบเฟซบุ๊ก และน่าจะถูกกดดัน(?)ให้ลาออกจากบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่เนื้อหาบนป้ายชัดเจนว่าด่ารัฐบาล และจากมุมกล้องก็ชัดว่าเป็นเหตุบังเอิญ ใครที่ใช้เหตุผลปกติก็น่าจะมองออกว่า รูปนี้ทั้ง &amp;quot;ไม่หมิ่น&amp;quot; และคนถ่าย &amp;quot;ไม่ตั้งใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อย่างไรก็ดี เรื่องที่น่าดีใจก็คือ กระแสแฮชแท็กที่เกิดขึ้นซึ่งถูกรีทวีตกันไปอย่างรวดเร็ว ชัดเจนว่าคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และต่อไปบริษัทไหน โดยเฉพาะบริษัทที่ขายของกับคนทั่วไป (B2C) ถ้าจะตัดสินใจทำอะไรที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน ก็น่าจะต้องคิดหนักไม่ใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ถ้าจะรณรงค์ให้คนแบนบริษัทสื่อ จุดสำคัญนอกจากจะแบนตัวบริษัทแล้ว ควรแบนสปอนเซอร์หลัก หรือเรียกร้องให้สปอนเซอร์เหล่านั้นถอนโฆษณาด้วยค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด ระบุว่า บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่นฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือโมโน (MONO GROUP) ได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย และดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของกฎหมายมาโดยตลอด บริษัทฯ มีความเคารพ และเชิดชู ในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ในวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ซึ่งมีอดีตพนักงานของบริษัทฯ ได้กระทำการในลักษณะที่มิบังควร ทางบริษัทฯ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบริษัทฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งอดีตพนักงานคนดังกล่าวได้ขอลาออกจากการเป็นพนักงานด้วยความสมัครใจ และเพื่อเป็นการรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อดีตพนักงานคนดังกล่าว ได้สำนึกกับการกระทำของตนเองแล้ว ขอให้สังคมยุติการคุกคามใด ๆ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลท่านนี้ด้วย จึงขอเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52653</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, ฝ่ายอนุรักนิยมตกขอบ, พนักงานโมโน, ร.9, ไม่หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df842e1ebf3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สฤณี&#039;ชำแหละเหตุสหรัฐตัดสิทธิGSPไทย แคมเปญหาเสียงของ&#039;ทรัมป์&#039; ขณะที่ไทยไร้วิสัยทัศน์สนับสนุนสิทธิแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล ระบุความเห็นสั้นๆ ต่อกรณีสหรัฐตัดสิทธิ GSP ไทย (ย้ำตัวโตๆ ว่านี่เป็น _ความเห็นสั้นๆ_ จากการอ่านข่าวเท่านั้นนะคะ กรุณาอย่าอ้างอิงว่าเป็นบทความ หรือหนักข้อกว่านั้นคือบ่นว่าไม่ใช่บทความทางวิชาการ 555)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อเมริกากำลังเข้าสู่ฤดูหาเสียงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า (2020) ทรัมป์ซึ่งกำลังถูกกรณีอื้อฉาวรุมเร้าหลายเรื่อง (โดยเฉพาะการเริ่มกระบวนการถอดถอนหรือ impeachment ซึ่งต่อให้ถอดถอนไม่ได้จริง ระหว่างทางชื่อเสียงก็คงหายไปไม่น้อย) และได้ชื่อว่าเป็นคนโผงผางไม่เกรงใจใคร จึง &amp;quot;หาเสียง&amp;quot; ด้วยการทำตัวขึงขังนักเลงกับประเทศอื่นๆ ตามแนวนโยบาย &amp;quot;America First&amp;quot; (อเมริกาต้องมาก่อน) ที่โดนใจอเมริกันชนแนวชาตินิยม ในแง่หนึ่งการทำ &amp;quot;สงครามการค้า&amp;quot; กับจีนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก็มองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญหาเสียงเช่นกัน ดังนั้น การออกมาประกาศตัดสิทธิ GSP ที่ให้กับไทย ก็มองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการหาเสียงของทรัมป์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อย่างไรก็ดี การตัดสิทธิ GSP ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็ทำได้ และไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ตามอำเภอใจโดยไม่ต้องให้เหตุผลอะไรเลย (ไม่อย่างนั้นคงเป็นคดีความฟ้ององค์กรการค้าโลกไปแล้ว) -- กรณีของไทย ก็มีวี่แววมานานแล้วว่าจะถูกตัดสิทธิ เหตุผลที่อ้างคือ &amp;quot;ไทยไม่เคารพสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน&amp;quot; นั้น ไม่ใช่ไม่มีมูลเลย เพราะรัฐบาลไทยไม่เคยลงนามในอนุสัญญาสากล ILO สองฉบับที่จัดว่าเป็นพื้นฐานมากๆ ของการคุ้มครองแรงงาน นั่นคือ ฉบับที่ 98 และ 87 (เสรีภาพในการสมาคม สิทธิในการรวมตัว และสิทธิในการเจรจาต่อรอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุสัญญาพื้นฐานสองฉบับนี้คุ้มครองแรงงาน _ทั้งหมด_ ไม่ใช่เฉพาะแรงงานต่างด้าวเหมือนกับที่นักธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนพยายามบิดเบือน ปัจจุบันกฎหมายแรงงานไทยชัดเจนว่ายังด้อยกว่าเนื้อหาในอนุสัญญาสองฉบับนี้อยู่หลายเรื่อง เช่น การจัดตั้งสหภาพแรงงานต้องแจ้งรัฐก่อน, รมต. แรงงานมีสิทธิสั่งให้คนงานที่นัดหยุดงานกลับไปทำงานต่อได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(น่าสังเกตว่า กฎหมายแรงงานใหม่ๆ เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมประมง ถูกเข็นออกมาเพราะไทยโดนโจมตีหนักจนขึ้น blacklist ขายของไม่ได้ เช่น เรื่องแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง ไม่ใช่ว่าเกิดจาก &amp;quot;วิสัยทัศน์&amp;quot; หรือ &amp;quot;เจตจำนง&amp;quot; ที่ชัดเจนของภาครัฐที่จะสนับสนุนสิทธิแรงงานแต่อย่างใด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคที่ &amp;quot;สิทธิมนุษยชน&amp;quot; ซึ่งรวมสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน ถูกยกระดับเป็น &amp;quot;จริยธรรมสากล&amp;quot; ในการดำเนินธุรกิจไปแล้ว (อันนี้มุมมองของตัวเอง แต่คิดว่าจริงค่ะ) และประเทศอาเซียนอื่นๆ อาทิ เวียดนาม ก็ทยอยรับรองอนุสัญญาสองฉบับนี้ไปแล้ว การที่ไทยยังประวิงเวลาไม่ยอมทำ ก็จะยิ่งเป็นจุดอ่อน และเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดข้ออ้างให้ประเทศอื่นๆ ตัดสิทธิทางการค้าหรือเลิกค้าขายกับไทยมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. GSP เปรียบเป็น &amp;quot;แต้มต่อ&amp;quot; ที่ประเทศพัฒนาแล้วให้กับประเทศกำลังพัฒนา เริ่มต้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อหลายประเทศทั่วโลกตกอยู่ในภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก แน่นอนว่าเมื่อประเทศกำลังพัฒนาค่อยๆ เติบโต รายได้เริ่มเข้าใกล้ประเทศพัฒนาแล้ว &amp;quot;เหตุผล&amp;quot; ในการให้ &amp;quot;แต้มต่อ&amp;quot; นี้ก็ย่อมลดลง ทุกประเทศจึงต้องเร่งพัฒนา &amp;quot;ความสามารถในการแข่งขัน&amp;quot; ของตัวเอง จะได้สามารถแข่งขันได้จริงๆ โดยไม่ต้องพึ่งกลไกเทียมอย่าง GSP (และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยถูกตัดสิทธิ GSP ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นก็ตัดไปแล้วด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาระดับ &amp;quot;รายได้ปานกลาง&amp;quot; แล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่เขาควรให้สิทธิพิเศษกับไทยอีก ไปให้ประเทศอื่นที่ยากจนกว่าดีกว่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ฉะนั้นคำถามหลักคือ ที่ผ่านมาภาคธุรกิจไทยพัฒนา &amp;quot;ความสามารถในการแข่งขัน&amp;quot; ได้มากแค่ไหน ปรับตัวให้ทันกับโลกใหม่ของการแข่งขันได้หรือไม่ (โลกที่จีน เวียดนาม และอีกหลายประเทศมีแรงงานถูกกว่าไทย + โลกที่ &amp;quot;สิทธิมนุษยชน&amp;quot; กำลังเป็น &amp;quot;จริยธรรมสากล&amp;quot; เป็นกติกาสำคัญในการทำธุรกิจ) แล้วรัฐกับเอกชนควรทำอะไรต่อไปเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว (ไม่ใช่ร้องเรียกแต่ GSP, ค่าเงินราคาถูก ฯลฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เห็นหลายคนรณรงค์ให้คนไทยบอยคอตสินค้าอเมริกัน โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดียอเมริกัน แล้วก็รู้สึกว่า อืม ใครทำได้นี่สงสัยต้องกลับไปอยู่ถ้ำ ถถถ และอยากจะบอกว่า สินค้าอเมริกันจำนวนมากกกก ใช้วัตถุดิบไทย แรงงานไทย หรือมีผู้ประกอบการไทยเป็นส่วนหนึ่งใน supply chain ดังนั้นการบอยคอตจะทำให้คนไทยเดือดร้อนด้วย ถ้าอยากบอยคอตสินค้าอเมริกันที่จะไม่กระทบคนไทย แนะนำว่าควรไปเรียกร้องให้กองทัพไทยเลิกสั่งซื้ออาวุธของอเมริกาค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49072</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, นักวิชาการอิสระ, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, สหรัฐตัดGSPไทย, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d6797fd98de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
