<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บาป-บุญ มีจริง&#039; ซื้อยาฟ้าทะลายโจรถวายพระ แต่กลายเป็นของปลอม โยงทลายโรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;บุญ-บาป มีจริง&amp;#39; ซื้อยาฟ้าทะลายโจรถวายพระ แต่กลายเป็นของปลอม โยงทะลายโรงงาน
23 ส.ค.64- &amp;nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดย , พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา, พ.ต.อ.ศรีศักดิ์ คัมภีรญาณ, พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ. และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติ กรณีบุกตรวจค้นโรงงานลักลอบผลิตยาฟ้าทะลายโจรโดยไม่ได้รับอนุญาต มูลค่าของกลางกว่า 200,000 บาท พร้อมขยายผลเตรียมจับแม่ลูกเจ้าของโรงงานที่ลักลอบผลิตยาฟ้าทะลายโจรปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอให้ตรวจสอบจับกุม กรณีร้องเรียนพบการลักลอบผลิตและขายฟ้าทะลายโจรปลอม โดยผู้ร้องเรียนแจ้งว่าตนได้สั่งซื้อยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อจะนำไปถวายแก่พระภิกษุที่อาพาธจากโรคโควิด 19 โดยได้ดูโฆษณาผู้ค้าในเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ฟ้าทลายโจร ยาสมุนไพรไทย ต้านไวรัส&amp;rdquo; มีการโฆษณาสรรพคุณ &amp;ldquo;ซื้อกินเองไว้ก่อน รอฉีด เสริมภูมิ ช่วยได้ด่วนก่อนขาดตลาด สำรวจร้านขายยา พบฟ้าทะลายโจรขาดตลาดแล้ว หลังจากแห่ซื้อ ป้องกันได้ คุ้มตกเม็ดละ 1 บาท 1 กระปุก 450 เม็ด #ส่งฟรีปลายทาง&amp;rdquo; จึงได้สั่งซื้อยาฟ้าทะลายโจรดังกล่าวและนำไปถวายแก่พระภิกษุ ซึ่งยาฟ้าทะลายโจรดังกล่าวเป็นยาเม็ดแคปซูลสีเขียวบรรจุในขวดพลาสติกสีขาว ฉลากสีเขียวขาว ยี่ห้อ &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อตรวจสอบภายในแคปซูลเป็นผงสมุนไพรสีน้ำตาลอมเขียว เมื่อพระภิกษุได้ลองทดสอบดูปรากฏว่า ไม่มีรสขม ซึ่งผิดปกติเนื่องจากฟ้าทะลายโจรจะมีรสขม คล้ายกับนำพืชอื่นมาผสมแทนฟ้าทะลายโจร จึงดูที่ฉลากพบระบุสถานที่ผลิตคือ &amp;ldquo;ผลิตโดย วิสาหกิจชุมชนบ้านคลอง เลขทะเบียน 03/1-20024 ควบคุมสูตรโดยแพทย์แผนไทย&amp;rdquo; แต่ไม่พบเลขการจดแจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร จึงไม่สามารถตรวจสอบผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ผลิตที่แท้จริงได้ เชื่อว่ายาฟ้าทะลายโจรดังกล่าวน่าจะเป็นของปลอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ทำการสืบสวนจนพบผู้ที่โพสขายยาฟ้าทะลายโจร เพจเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;ฟ้าทลายโจร ยาสมุนไพรไทย ต้านไวรัส&amp;rdquo; บุคคลดังกล่าวรับว่าเป็นผู้ประกาศขายสินค้าดังกล่าวจริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าปลอม โดยสินค้าดังกล่าวมาจากโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐานจนพบว่า สถานที่ผลิตยาฟ้าทะลายโจรปลอม ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าค้นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจพบของกลางจำนวนหลายรายการ เช่น ยาฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูลบรรจุในกระปุก ๆ ละ 450 เม็ด ติดฉลากตรา &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; ไม่ระบุเลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ชนิดเดียวกับที่ผู้ร้องร้องเรียน) จำนวน 43 กระปุก, ผลิตภัณฑ์ยาฟ้าทะลายโจรผสมถั่งเช่า กระปุกละ 50 เม็ด จำนวน 130 กระปุก, ยาเม็ดแคปซูลภายในบรรจุผงไม่ทราบชนิด ซึ่งยังไม่ได้บรรจุลงขวด 182,500 เม็ด, ฉลากสินค้าระบุตราสินค้า &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo;, ขวดพลาสติกสีขาวเปล่าจำนวนหลายพันขวด และพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่า โรงงานดังกล่าวรับวัตถุดิบเป็นผงสมุนไพรมาจากแหล่งอื่น จากนั้นได้นำมาบรรจุลงแคปซูลเพื่อนำออกจำหน่ายให้กับประชาชน โดยมีนางสาวเอ (นามสมมุติ) เป็นเจ้าของโรงงาน และ นางบี (นามสมมุติ) เป็นผู้จัดการดูแลการบรรจุ &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองเกี่ยวพันเป็นแม่ลูกกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองรวมถึงขยายผลจับกุมโรงงานที่จัดส่งวัตถุดิบในการผลิตยาสมุนไพรปลอมครั้งนี้ตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม&amp;rdquo; มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท, ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม&amp;rdquo; มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน อย่าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามคำโฆษณา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ควรเลือกซื้อจากร้านขายยาหรือร้านค้าที่เชื่อถือได้ และขอแจ้งเตือนให้ผู้ที่กำลังกระทำความผิด ลักลอบผลิตยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที ถ้าตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ได้เฝ้าระวังและตรวจสอบร้องเรียนเกี่ยวกับการขายและการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ทั้งทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ยูทูป ร้านขายยา แอปพลิเคชั่นไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และแพลตฟอร์มต่าง ๆ พบผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรผิดกฎหมายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. หรือพบการใช้วัตถุดิบอื่นแทนฟ้าทะลายโจร เช่น ผงบอระเพ็ด 2) ผลิตภัณฑ์ปลอมโดยสวมเลข อย. ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอ้างว่ามีฟ้าทะลายโจรเป็นส่วนประกอบ ซึ่ง อย. ไม่เคยอนุญาตให้ใช้ฟ้าทะลายโจรในผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากมีฤทธิ์ทางยา และ3) ผลิตภัณฑ์ปลอมโดยสวมเลขทะเบียนตำรับยาของผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่น จึงขอเตือนไปยังกลุ่มบุคคลที่ลักลอบกระทำความผิด อย. และ บก.ปคบ. จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และขอให้ประชาชนระมัดระวังในการซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร โดยผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร จัดเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฉลากต้องมีเลขทะเบียนตำรับสมุนไพร ขึ้นต้นด้วย อักษร &amp;ldquo;G&amp;rdquo; แนะนำว่าก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ ขอให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ มาตรฐาน หรือผลิตภัณฑ์ปลอม โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือ Oryor Smart Application และหากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย สามารถ แจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรืออีเมล์ 1556@fda.moph.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114251</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, ยาฟ้าทะลายโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6123591bd6372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เตือน&quot;แมงลักแคปซูล”โฆษณาออนไลน์ ลดอ้วน พบผสม &quot;  ไซบูทรามีน &quot;กินเสี่ยงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.พ.64-เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับเรื่องร้องเรียนการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารแมงลักแคปซูล ขายผ่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยพบการอ้างสรรพคุณในการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนแบบเร่งด่วน สลายไขมันส่วนเกินบนร่างกาย เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และเคยตรวจพบไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย หรือครอบครอง &amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดจำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไซบูทรามีน (Sibutramine) ถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคความดันโลหิต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคตับ โรคไต โรคต้อหิน หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผลข้างเคียงจากการใช้ไซบูทรามีน เช่น ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ท้องผูก ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว และ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากได้รับในปริมาณมากอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่ง อย. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาแหล่งลักลอบผลิตและจำหน่ายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า สาว สาว พลัสไซส์ ที่อยากลดน้ำหนักควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่ควรหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่โฆษณากล่าวอ้างทางสื่อออนไลน์ เพราะไม่ได้ผลแถมอาจมีสารที่เป็นอันตราย มีผลข้างเคียงรุนแรงถึง &amp;nbsp; ขั้นเสียชีวิตได้ หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93210</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, แมงลักแคปซูล, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b76842ae25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ปรับปรุงกม.แสดงฉลากแอลกอฮอล์เจลล้างมือขึ้นโดยเฉพาะ ต้องมีข้อมูล ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ม.ค.64- เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ปรับปรุงกฎหมายการแสดงฉลากของเครื่องสำอางสำหรับแอลกอฮอล์เจลโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้แสดงข้อมูล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เพื่อผู้บริโภคได้พิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ สามารถนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ถูกวิธี รวมทั้งเก็บรักษาได้อย่างถูกต้อง &amp;nbsp;
โดยฉลากต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็น &amp;ldquo;เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แสดงความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ หรือข้อความ &amp;ldquo;แอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 โดยปริมาตร&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบุวิธีใช้ว่า &amp;ldquo;ใช้ทำความสะอาดมือโดยถูให้ทั่วมือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า 20 วินาที แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รวมถึงคำเตือน &amp;ldquo;1.ห้ามเก็บที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามใช้ใกล้เปลวไฟ 2. หากใช้ในเด็กเล็ก ควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด และเก็บให้พ้นมือเด็กเล็ก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 3.หากเกิดอาการระคายเคืองหรือผิดปกติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นอกจากนี้ ฉลากจะต้องแสดงวัน เดือน ปี ที่หมดอายุ เลขที่ใบรับจดแจ้ง และไม่แสดงข้อความหรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp;ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ผู้ประกอบการที่จดแจ้งตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนผู้ประกอบการที่จัดทำฉลากไว้ก่อนแล้ว สามารถใช้ฉลากเดิมต่อไปได้จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านการใช้บังคับของกฎหมาย ผู้บริโภคอาจพบฉลากทั้ง 2 รูปแบบวางจำหน่าย ขอให้ตรวจสอบข้อมูลบนฉลากเทียบกับข้อมูล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือไลน์ @FdaThai ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องในช่วงโควิด-19 ได้ที่เว็บไซต์ อย. หัวข้อ &amp;ldquo;COVID-19&amp;rdquo; หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สายด่วน อย. 1556&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91295</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., #เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, กฎหมายการแสดงฉลากของเครื่องสำอางสำหรับแอลกอฮอล์เจล, ฉลาก, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a45ee18c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เตือนอย่าเชื่อเฟกนิวส์  ใส่ยาคุมในแชมพู เร่งผมยาวทันใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19ต.ค.63-เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีที่มีการแชร์ข้อมูล และโพสต์คลิปผ่านแอพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok) นำยาคุมบดใส่แชมพูเพื่อช่วยเร่งผมยาว แก้ผมร่วงนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า ยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนมากเป็นชนิดรวมประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิงในกลุ่มเอสโตรเจน (estrogens) ผสมกับฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน (progestins) ซึ่งโปรเจสตินเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือยาคุมกำเนิดชนิดเดี่ยวประกอบด้วยโปรเจสตินอย่างเดียว ออกฤทธิ์เพื่อคุมกำเนิดโดยดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหาร ไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ และขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาว่า การนำยาเม็ดคุมกำเนิดมาผสมกับแชมพูสระผมจะสามารถเร่งผมยาวหรือแก้ผมร่วงได้ ดังนั้น ข้อมูลหรือคลิปที่ส่งต่อกันนั้นจึงเป็นการนำยามาใช้ผิดวิธี อย่าหลงเชื่อ และอย่าแชร์ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคนปกติจะมีผมร่วงประมาณ 80 เส้นต่อวัน การที่บางคนมีผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากกรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ เช่น ผู้ชายเมื่อมีฮอร์โมนเพศชายลดลง หรือผู้หญิงมักพบภายหลังคลอดบุตรหรือวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น โรคประจำตัว ได้รับผลข้างเคียงจากยาที่รับประทาน ความเครียด หรือการขาดสารอาหารบางชนิด ซึ่งเมื่อเกิดอาการผมร่วงผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง &amp;nbsp;ทั้งนี้ การดูแลเส้นผมโดยทั่วไปคือ การรักษาสุขภาพโดยรวม ทั้งรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี ธาตุเหล็ก สังกะสี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่เครียด &amp;nbsp;นอกจากนี้ เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผมเสีย เช่น การยืดผม ดัดผม หรือย้อมผมบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผมร่วงก่อนวัยอันควรได้ รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81118</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, ยาคุมกำเนิด, แชมพูสระผม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c17e73d045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย. เตือนอย่าลอกเลียนแบบทำ Benadryl challenge หลังพบผู้เสียชีวิต โชว์ผ่าน TIKTOK </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ต.ค.63- เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่พบรายงานการเสียชีวิตของผู้เข้าร่วมทำ Benadryl challenge ผ่านแอปพลิเคชั่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ติ๊กต็อก (TIKTOK) นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้ระวังบุตรหลาน อย่าลอกเลียนแบบการทำไวรัลดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะยาเบนาดริล (Benadryl) หรือชื่อสามัญทางยา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คือ ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นยาแก้แพ้ที่ใช้ในการบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบนและอาการหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น น้ำมูกไหลและจาม จัดเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น หากรับประทานเกินขนาด อาจเกิดความผิดปกติทางหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง หัวใจหยุดเต้น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่มีไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นส่วนประกอบในรูปแบบยารับประทาน จำนวน 43 ทะเบียน เป็นยาน้ำ จำนวน 35 ทะเบียน และเป็นยาเม็ดและแคปซูล จำนวน 8 ทะเบียน ขนาดที่แนะนำให้รับประทาน คือ ในเด็กครั้งละ &amp;frac12; -1 ช้อนชา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;(6.25-12.5 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ในผู้ใหญ่ครั้งละ 1-2 เม็ด/แคปซูล (25-50 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีการขายยาเพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด สำหรับขนาดยาที่ได้รับรายงานทำให้เกิดความเป็นพิษรุนแรง (severe toxicity) ในเด็ก คือ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในผู้ใหญ่ คือ 1 กรัมขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เมื่อใช้ตามคำแนะนำถือเป็นยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา และขอย้ำเตือนอย่าหลงเชื่อลอกเลียนแบบพฤติกรรม Benadryl challenge โดยเด็ดขาด ควรคิดไตร่ตรองก่อนว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่ เพราะผลลัพธ์ที่ตามมา อาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79645</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., Benadryl challenge, TikTok, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c17e73d045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเตรียมเฮ!รองเลขาธิการอย.ฟันธงต.ค.นี้ได้ปลูกแน่กัญชงเพื่อการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63- เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารเเละยา(อย.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การปลูกกัญชง ในรูปแบบเศรษฐกิจ อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวงกัญชง&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะจบในสัปดาห์หน้า เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพระราชบัญญัติ กลับมาเพื่อให้ ครม. รับทราบ และส่งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนาม โดยจะมีผลภายใน 30 วันหลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะสามารถปลูกได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกฎกระทรวงกัญชา เพื่อพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตยา ได้ผ่านกฤษฎีกาในวาระแรกไปแล้ว รอพิจารณาในวาระที่ 2 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในส่วนของกัญชา ไม่สามารถทำได้คล่องตัว เนื่องจากถูกล้อมด้วย บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติ ที่ต้องให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ 5 ปี&amp;quot; เภสัชกรหญิงสุภัทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้งกัญชาและกัญชง ยังคงเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขออนุญาต จะต้องมี เงื่อนไขเข้มงวด และรัดกุม และทางกระทรวงสาธารณสุขมีการเสนอเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ป่วย หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย สามารถปลูกได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากกัญชา และกัญชง ยังคงติดในเรื่องของยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 ดังนั้นการขออนุญาตจะต้องมีเงื่อนไข ที่เข้มงวดและรัดกุม ประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา จะต้องมีแผนการ และขออนุญาต ปลูกแล้วต้องมีคนรับซื้อ และผลผลิตไม่ตกค้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ถือการปลดล็อคครั้งสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น และ ขออนุญาตปลูกกัญชงซึ่งก็คือ กัญชาสายพันธุ์ที่มี THC ต่ำ ได้ง่ายขึ้น คาดว่า กฎกระทรวงกัญชา และกฎกระทรวงกัญชง จะประกาศใช้ได้ ภายในเดือนสิงหาคม นี้ หลังจากนั้น ประชาชน ก็จะสามารถปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ ได้จริง เพียงแต่ต้องขออนุญาตปลูก และผลิต ให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุข จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่&amp;nbsp; ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยมีเนื้อหาให้ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย แพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน สามารถขออนุญาตปลูกกัญชา ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ 3 รูปแบบ คือ 1.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพืชเศรษฐกิจ เพื่อนำผลผลิตที่มีคุณภาพไปผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาแผนไทย&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสารสกัดใส่ในอาหาร ตลอดจนเครื่องสำอาง เพิ่มมูลค่าทางศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตเป็นยาในระดับชุมชน ตามตำรับยาไทย แพทย์แผนไทย และ หมอพื้นบ้าน เพื่อรักษาภูมิปัญญาไทย ไว้ให้คงอยู่กับท้องถิ่น และได้รับการพัฒนาต่อยอด ให้มีประสิทธิผล มีคุณภาพการรักษาสูงสุด โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือน เพื่อนำผลผลิตไปใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสมุนไพร เช่นเดียวกับพืชสมุนไพรในครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปลูกกัญชาทั้ง 3 รูปแบบ จะต้องมีข้อกำหนด เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากวัตถุประสงค์ วิธีการปลูก&amp;nbsp; และการนำไปใช้มีความแตกต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติด ตามที่พรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอเข้าสู่รัฐสภาไปก่อนหน้านี้ คือ ผู้ป่วยขออนุญาตปลูกกัญชาได้คนละ ไม่น้อยกว่า 6 ต้น และ เกษตรกรที่ประสงค์จะปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ในรูปแบบคอนแท็กฟาร์มมิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าจับตาในการเสนอกฎหมายทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว จะเป็นการรุกคืบครั้งสำคัญของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ของรัฐบาลที่ได้บรรจุเอาไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และตามเสียงเรียกร้องของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยาเสพติดให้โทษประเภท5, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a45ee18c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำซื้อเจลแอลกอฮฮล์ล้างมือควรตรวจสอบกับเว็บของอย.ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2เม.ย.63-เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจลแอลกอฮอล์จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการนำมาทำความสะอาดมือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อป้องกันเชื้อโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อเจลแอลกอฮอล์ เพื่อมิให้ได้รับผลิตภัณฑ์ปลอม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ตรวจสอบฉลาก ต้องมีข้อความแสดงให้เห็นชัดเจน ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อทางการค้า ประเภทหรือชนิดของผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ คำเตือน เลขที่ใบรับจดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการระเหย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของแอลกอฮอล์ เมื่อเปิดใช้จะมีกลิ่นเฉพาะของแอลกอฮอล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่เกิด การแยกชั้น เปลี่ยนสี จับเป็นก้อน หรือตกตะกอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตรวจสอบเลขที่ใบรับจดแจ้งที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ &amp;ldquo;ตรวจสอบผลิตภัณฑ์&amp;rdquo; ซึ่งในรายละเอียดการจดแจ้งเครื่องสำอางต้องแสดงเป็นประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย รูปแบบใช้แล้วไม่ล้างออก หรือผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ อย่าวางเจลใกล้ความร้อนหรือเปลวไฟ เพราะแอลกอฮอล์ติดไฟง่าย และเพื่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาด ควรลูบให้ทั่วฝ่ามือและนิ้วมือ ทิ้งไว้ 20 - 30 วินาที จนแอลกอฮอล์แห้ง หากรู้สึกว่าผิวแห้ง สามารถใช้ร่วมกับครีมบำรุงผิวได้ รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61820</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., #เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f83b066c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
