<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติถล่ม&#039;บิ๊กตู่&#039;ผิดพลาดขั้นสูงสุด! ทำปชช.ผวาฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ถ้าศึกษาข้อมูลจริงๆ วัคซีน COVID-19 น่าจะไม่อันตรายเท่า วัคซีนบาดทะยัก วัคซีนพิษสุนัขบ้า ที่เราฉีดกันอย่างสบายใจมาเนิ่นนานแล้ว&amp;nbsp; ชนิดใครโดนสัตว์เลี้ยงกัด หรือเกิดอุบัติเหตุตะปูตำก็เดินเข้าคลินิคไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักได้ ไม่ได้มีใครวิตกกังวลมากมายก่อนการรับวัคซีน ถามว่าวัคซีนทั้งสองมีโอกาสแพ้ไหม ก็ต้องบอกว่ามีโอกาสแพ้ ซึ่งอาจจะเยอะกว่าวัคซีนโควิดด้วยซ้ำดูจากวิธีการผลิตวัคซีน โดยอธิบายง่ายๆ ได้ว่า วัคซีนพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักใช้พิษจากเชื้อที่เพาะมาทำวัคซีน แต่วัคซีนโควิด-19ใช้รหัสพันธุกรรมบางส่วนจากเชื้อที่หมดสภาพ (inactive) มาทำวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประเด็นคือ ทำไมรัฐบาลถึงบริหารสถานการณ์โรคระบาดแบบทำให้คนทั้งประเทศกลัววัคซีนไปได้ขนาดนี้ ระดับคนมีการศึกษาระดับสูงสุดปริญญาเอกยังปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน ตนวิเคราะห์ว่าน่าจะมาจากการขาดความเชื่อมั่น ที่นายกรัฐมนตรีส่งสารไปสู่ประชาชน การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ยอมฉีดวัคซีน 2 ครั้ง ทั้งครั้งเเรกเเละครั้งที่สอง ทั้งที่ครั้งเเรกมีข่าวจะฉีดเป็นคนเเรก โดยอ้างอิงจากข่าวในเว็บไซต์ https://www.prachachat.net/politics/news-618072 แต่กลับเบี้ยวไม่มาตามนัด ทั้งที่ทาง รพ.บำราศนราดูร จัดเวทีเตรียมพร้อมไว้ฉีดซิโนแวคให้แล้ว แต่ไม่มา โดย ศบค. มาให้ข่าวอ้างว่า ซิโนแวคไม่เหมาะกับคนอายุเกิน 60 ปี แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศบค. กลับ ออกมายืนยันว่าคนที่มีอายุ เกิน 60 ปีสามารถฉีดได้ และครั้งที่สองที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ข่าวจะฉีดแอสตร้าเซเนก้า ทาง รพ.เดิม ก็จัดเตรียมพิธีการกันไว้อย่างดี แต่พอถึงวันก็ไม่มาฉีดอีก โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์&amp;nbsp; https://www.bbc.com/thai/thailand-56369384&amp;nbsp; อีกทั้งมีข้ออ้างว่ายุโรปบอกว่าแอสตราเซเนกา จะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือด พฤติกรรมผิดคำพูดไม่มาตามนัดไม่ใช่วิสัยของผู้บริหารที่ดี การโลเลเป็นการทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ประชาชนไม่มีความมั่นใจในวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ถือเป็นความผิดพลาดขั้นสูงสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล เพราะสาเหตุสำคัญที่มาจากเพราะความไม่เขื่อมั่นในข้อมูลที่รัฐบาลแถลงกลับไปกลับมา ซึ่งการแถลงแต่ละเรื่องออกมาทำให้คนรู้สึกว่ามีวาระซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ประชาชนควรทราบ เพื่อประโยชน์ในการอยู่ในอำนาจแบบเห็นแก่ตัว&amp;nbsp; การอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเป็นประเด็นสำคัญอันดับหนึ่งในการตัดสินใจทุกเรื่อง&amp;quot; น.ส.เกศปรียา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างวัคซีนในช่วงการระบาดรอบที่ 2 เมื่อประชาชนทวงถามว่า ทำไมไทยไม่มีวัคซีนขนาดเพื่อนบ้านแบบกัมพูชา ลาว ยังมีปริมาณการฉีดวัคซีนมากกว่าไทย เป็นเพราะรัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดไม่ร่วมกับโครงการจัดหาวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (COVAX) ใช่หรือไม่ แทนที่รัฐบาลจะออกมาขอโทษประชาชนว่าตัดสินใจผิดพลาด ต่อไปนี้จะเปิดเสรีให้เอกชนนำเข้าวัคซีนได้ กลับให้โฆษก ศบค. ออกมาให้ข่าวเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ว่า วัคซีนจะมาช้าหรือเร็วแทบไม่มีผลกับคนไทยเพราะเรามีหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยไว้ดูแลอนามัยส่วนตน ไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดวัคซีน ซึ่งข่าวสารตรงนี้มีการทำเป็นอินโฟกราฟิกเผยแพร่ไปในวงกว้าง ประกอบกับข่าวอันตรายของผลข้างเคียงของวัคซีน ที่ไม่มีภาครัฐออกมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ด้วยการเปรียบเทียบวัคซีนโควิด-19 กับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า หรือวัคซีนบาดทะยัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการบริหารจัดการจัดหาวัคซีนก็จัดการในลักษณะที่ทำให้ประชาชนมองว่าไม่โปร่งใส ล่าช้า และน่าสงสัยว่าจะทำเพี่อผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ขอร้องว่า เว้นซักเรื่องหนึ่งได้ไหม เพราะเรื่องนี้มันมีผลกระทบมากมายกับชีวิตประชาชนทั้งประเทศโดยตรง ถ้าอยากมีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ไปทับซ้อนกับเรื่องซื้ออาวุธที่รัฐบาลทหารถนัด เพราะอาวุธเหล่านั้นซื้อมาไม่ได้มีประโยชน์อะไร และไม่มีผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน กล่าวคือให้ไปหาผลประโยชน์กับของที่ซื้อมาไว้แล้วไม่ได้ใช้นั่นเอง แต่วัคซีนซื้อมาใช้กับประชาชนทั้งประเทศ ควรบริหารจัดการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชนในชาติสักเรื่องได้ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็นรัฐบาลนี้ชอบอ้างว่าเข้ามาปล้นอำนาจไปจากประชาชนเพราะความรักชาติ และไปตำหนิทุกคนที่เห็นต่างว่าไม่รักชาติ แต่ดูพฤติกรรมที่รัฐบาลบริหารสถานการณ์โรคระบาดคราวนี้ พบว่าการตัดสินใจทำแต่ละอย่างดูเหมือนไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเลย แบบนี้เรียกรักชาติกว่าคนอื่นก็ได้เหรอ&amp;rdquo; รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103165</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, บิ๊กตู่, วัคซีน, เพื่อชาติ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้ว!เฉ่ง&#039;ลุงตู่&#039;ยับ ผ่านมา6ปี ประเทศถอยหลังทุกด้าน ลั่นผ้าอนามัยต้องปลอดภาษี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63- &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรณีที่มีน้องๆ นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ออกมาชุมนุมจนกลายเป็นกระแสหลักในสังคมอย่างกว้างขวาง เพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย 3 ข้อ ได้แก่ &amp;ldquo;ต้องประกาศยุบสภา&amp;rdquo; &amp;ldquo;หยุดคุกคามประชาชน&amp;rdquo; และข้อสุดท้ายคือ &amp;ldquo;ร่างรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ในขณะที่คนรุ่นเก่าบางส่วนที่ไม่ชอบประชาธิปไตย ไม่ชอบความเท่าเทียม ยินดีถูกกดขี่ และอยู่ในสังคมที่ไม่เท่าเทียม แต่ตนได้รับผลประโยชน์ เกิดอาการตกใจ งง และต่อต้านแนวคิดการแก้ไขปัญหาประเทศให้เป็นสากล ลดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน&amp;nbsp;
ทั้งในด้านกฏหมายและการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม กำจัดอภิสิทธิ์ชน แต่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับวิธีการคิด แนวคิดตามกรอบที่เผด็จการวางไว้ &amp;nbsp;เป็นเด็กดีของเผด็จการ พยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับการเคลื่อนไหวของเยาวชน บางครั้งมีการใช้ความรุนแรงจะทำลายคุกคามความคิดที่แตกต่าง ด้วยความที่ไม่เข้าใจ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนรุ่นใหม่ แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่มีข้อโต้แย้งหรือสงสัยว่า ที่ผ่านมา 6 ปี ประเทศถอยหลังทุกด้าน เพราะกลุ่มผู้ปกครองเผด็จการทหารที่แทบจะไม่เคยตัดสินใจอะไรที่ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลประโยชน์ของพวกตนเอง ยากที่จะหาการตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการตัดสินใจเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;
นี่เป็นประเด็นสำคัญของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยทุกวันนี้ ที่เราถูกเผด็จการปั่นหัวให้เกิดความแตกแยกเพื่อปกครองง่าย แต่สร้างผลร้ายให้ประเทศถอยหลังจนคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตของตนเองจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า โดยมีกลุ่มคนที่เติบโตมากับยุคการสื่อสารทางเดียวที่ตกเป็นเครื่องมือให้เผด็จการที่มักจะรับฟังแนวคิดที่แตกต่างไม่ได้ ต้องการให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมด ทำลายคนคิดต่าง ขอฝากถึงคนกลุ่มนี้ด้วยว่า ประเทศไทยเป็นของทุกคน ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ ดังนั้นอยายึดความรักชาติไว้กับตนเองฝ่ายเดียว
6 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องใกล้ตัวมากมายที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนต่ำเกินมาตรฐาน หรือไม่ดีเท่าที่ควรได้รับการใส่ใจ ที่เห็นชัดเจนคือปัญหาความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งทุกคนประจักษ์ทำให้วลีที่ว่า &amp;ldquo;คุกคือที่ขังคนจน&amp;rdquo; เป็นเรื่องจริงในสังคม ปัญหาเศรษฐกิจที่สร้างคนจนเพิ่มขึ้นหลายล้านคนมากกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่ลดทอนคุณภาพชีวิต รวมทั้งอย่างเรื่องผู้หญิงก็เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ที่เดียร์ได้เคยออกมาเสนอแนวคิดเรื่อง คุณภาพชีวิตและสุขภาพสตรี อย่างเรื่องผ้าอนามัย ว่าจัดเป็นของจำเป็นต่อชีวิตสตรี ซึ่งขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้ เนื่องจากครอบครัวมีรายได้จำกัด และในช่วงที่เป็นประจำเดือนทำให้ต้องหยุดเรียนไป สูญเสียโอกาส สร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ดังนั้น หากผ้าอนามัยปลอดภาษี จะทำให้ราคาถูกลง หรือมีแจกฟรีในสิทธิบัตรทอง ก็จะไม่สร้างภาระให้กับเยาวชนที่ยากจนต้องขาดโอกาสในการเข้าถึงผ้าอนามัย โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคม ควรมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรีในด้านนี้
จากตัวอย่างที่ทุกคนรับรู้และจับต้องได้ จะเห็นได้ว่าสิ่งพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประชาชนในทุกๆด้าน ซึ่งถือเป็นความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนในชาติ จะถูกผู้ปกครองเผด็จการมองแบบไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก ในทางตรงกันข้ามกลับให้ความสำคัญอย่างที่สุดในเรื่องความมั่นคงของอำนาจตนเอง ทั้งนี้หากผู้ปกครองลองคิดมุมกลับโดยมองและเน้นทำเพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของชาติในที่สุด ไม่ใช่คิดหาแต่วิธีจะปราบปราบประชาชนให้สยบยอม อย่างเช่นกรณีนักแสดงทำอาหารไปเลี้ยงผู้ชุมนุมมีข่าวว่าจะโดนแจ้งความจับฐานสนับสนุนการชุมนุม แล้วบอกว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ....มันใช่หรือ?.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรณีที่มีน้องๆ นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ออกมาชุมนุมจนกลายเป็นกระแสหลักในสังคมอย่างกว้างขวาง...&lt;/p&gt;
โพสต์โดย พรรคเพื่อชาติ: เกศปรียา แก้วแสนเมือง - Ketpreeya Kaewsanmuang เมื่อ&amp;nbsp;วันพุธที่ 23 กันยายน 2020

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78442</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, ม็อบนักศึกษา, ยุบสภา, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4bc83d43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจแย่มาก!&#039;เกศปรียา&#039;แนะใช้ผู้บริหารแสนล้านสำเร็จมาทำงานอย่าเอาคนแก่เกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 -น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างหนัก แม้แต่หน่วยงานราชการอย่าง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ออกมายอมรับว่า จะมีแรงงาน 8.4 ล้านคน เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง แบ่งเป็นภาคการท่องเที่ยวมีความเสี่ยงเลิกจ้าง 2.5 ล้านคน จาก จำนวนจ้างงาน 3.9 ล้านคน (ไม่รวมสาขาการค้าส่ง และการค้าปลีก) ส่วนภาคอุตสาหกรรมคาดว่ามีแรงงานเสี่ยงถูกเลิกจ้าง 1.5 ล้านคน จากจำนวนจ้างงาน 5.9 ล้านคน สำหรับภาคบริการอื่นที่ไม่ใช่การท่องเที่ยว เช่น สถานศึกษา หรือสถานที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เช่น ตลาดสด สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า มีแรงงานเสี่ยงถูกเลิกจ้างประมาณ 4.4 ล้านคน จากจำนวนจ้างงาน 10.3 ล้านคน จากตัวเลขประเมินของ สคช.จะพบว่า ภาคการท่องเที่ยวตกงานเกิน 50% ภาคการค้า (ตลาด) ตกงานเกือบ 50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เศรษฐกิจย่ำแย่มาก เช็คง่ายๆ เพียงแวะไปตลาด หรือร้านสะดวกซื้อจะพบว่าผู้ซื้อลดลงเยอะมาก ที่สำคัญลองไปสอบถามร้านขายยา หรือร้านสังฆภัณฑ์ดูว่ายอดขายตกลงหรือไม่ เพราะทุกครั้งที่มีวิกฤติเศรษฐกิจ ร้านยา และสังฆภัณฑ์ จะได้รับผลกระทบน้อย แต่ในครั้งนี้ก่อนจะมีการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจก็อยู่ในภาวะย่ำแย่ มีหลายฝ่ายออกมาเตือนแต่นายกรัฐมนตรีและ ครม.ไม่นำพา พอมาเจอโควิด-19 รัฐบาลรับมือด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยการบังคับให้ประชาชนเสียสละการหารายได้และการเลี้ยงชีพเพื่อรักษาอำนาจ สุดท้ายประชาชนทั้งประเทศลำบากด้วยผลการกระทำที่ไม่ได้ก่อ และรัฐบาลก็ไม่สามารถเยียวยาได้อย่างมีประสิทธิภาพน.ส.เกศปรียา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวต่อว่า เมื่อมองมาที่คณะผู้บริหารประเทศปัจจุบันตนยังไม่เห็นใครเลย ที่จะพาเศรษฐกิจขึ้นจากเหวลึกได้ นายกรัฐมนตรีก็เคยพูดเองว่า &amp;ldquo;ไม่เก่งเศรษฐกิจแต่จริงใจ&amp;rdquo; 6 ปีผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า &amp;ldquo;ความจริงใจแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่ทุกข์ใจเพราะไม่มีจะกิน รัฐบาลจากรัฐประหารอำนาจประชาชนมาไม่สามารถคืนความสุขในเวลาไม่นานได้จริงเช่นคำโฆษณาชวนเชื่อ คณะรัฐมนตรีก็มองภาพองค์รวมแบบ 360 องศาไม่เป็น ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจึงสาหัสมากขึ้นทุกที ในเวลานี้คนที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเพื่อเดินไปข้างหน้าพร้อมกับโลก รวมทั้งมีระบบคิดที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ในเวลาที่ปัญหารอบด้านระดับนี้ไม่สามารถนำทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เดิมๆ มาแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บริหารประเทศต้องเลือกผู้ที่เคยบริหารเศรษฐกิจหลักแสนล้านสำเร็จและมีมุมมองรอบทิศมาทำงาน ไม่ใช่เอาคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิตมารับตำแหน่งเพราะอยากได้อำนาจและเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล&amp;nbsp; และหากจะหามคนแก่หรือข้าราชการเกษียณมารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล ขอร้องว่าอย่าทำ เพราะจะเป็นการทำลายประเทศและประชาชนทั้งประเทศไปมากกว่านี้&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68472</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), เศรษฐกิจถดถอย, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้ว!ถล่มรัฐบาลปล่อยให้คนเห็นต่างสูญหายแล้ว 9 รายแต่เพิกเฉย เป็นการสร้างความขัดแย้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.63- น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า 6 ปีหลังรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่รายงานระบุว่า มีผู้ถูกผลักดันให้ลี้ภัยจากสถานการณ์ทางการเมืองและการไล่ล่ากวาดล้างที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 104 ราย ภายใต้ประกาศและคำสั่ง คสช. ในจำนวนผู้ลี้ภัยเหล่านี้บีบีซีไทยได้รวบรวมว่า มีผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 9 คนกลายเป็นผู้สูญหาย จนถึงปัจจุบัน รายชื่อบุคคลที่อาจถูกบังคับให้สูญหาย 9 คน 1. นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา หายตัวไปเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 2. นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ &amp;quot;ลุงสนามหลวง&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 3. นายสยาม ธีรวุฒิ หรือ &amp;quot;สหายข้าวเหนียวมะม่วง&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 4. นายกฤษณะ ทัพไทย หรือ &amp;quot;สหายยังบลัด&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 5. นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 6. นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ &amp;quot;สหายภูชนะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 7. นายไกรเดช ลือเลิศ หรือ &amp;quot;สหายกาสะลอง&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 8. นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ &amp;quot;โกตี๋&amp;quot; หรือ &amp;quot;สหายหมาน้อย&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ก.ค. 2560 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 9. นายอิทธิพล สุขแป้น หรือ &amp;quot;ดีเจซุนโฮ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ดีเจเบียร์&amp;quot; ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ก.ค. 2559 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คงไม่ลืมคำพูดตนเองที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งเมื่อปี 2557 แต่การที่ประชาชนฝ่ายที่คิดต่างจาก คสช. สูญหายไปแล้ว 9 รายแต่รัฐบาลเพิกเฉย เป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น ด้วยความรู้สึกถูกกดขี่รังแกจากอำนาจรัฐ ถ้าต้องการเป็นรัฐบาลที่แก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนทั้งชาติจริงอย่างที่เคยกล่าวไว้ ต้องติดตามและเผยแพร่ข้อเท็จจริง ตามหาความยุติธรรมให้ทุกกรณีของประชาชนที่สูญหาย แต่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจตนเองเช่น 6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงกรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ล่าสุดด้วย ถ้าตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 รัฐบาลประสานไปยังประเทศกัมพูชา อาจจะได้ทราบเบาะแสที่หายตัวไป ไม่ใช่รัฐบาลมีท่าทีเมินเฉยต่อการถูกบังคับให้ชีวิตประชาชนคิดต่างสูญหาย รอจนเกิดเป็นกระแสสังคม 4 วันถึงเริ่มมาติดต่อประสานงาน ท่าทีแบบนี้เป็นการตอกลิ่มความขัดแย้งให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ประชาชนที่คิดต่างเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้เกิดการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมทั้งเสรีภาพการแสดงออก (Freedom of Expression) หรือเสรีภาพในการพูด (Freedom of Speech) เป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หมายถึง สิทธิที่เราสามารถที่จะแสดงออกหรือสื่อสารความรู้สึกนึกคิดหรือความเห็น ทั้งด้วยการพูด การแสดงท่าทาง หรือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ ไม่ว่าจะบนหน้ากระดาษหรือในโลกออนไลน์ ตลอดจนในรูปแบบอื่นๆ เช่น เสียงเพลง ภาพถ่าย ภาพกราฟฟิกหรือภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ นอกจากนี้ยังรวมถึงสิทธิในการค้นคว้า หา เข้าถึงหรือได้รับข้อมูล ความรู้สึกนึกคิด ความเห็นที่มีการสื่อสารและเผยแพร่ด้วย รัฐบาลที่ดีที่อ้างว่าจะสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศ ประเด็นสำคัญประเด็นแรก คือต้องยอมสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกที่ต่างจากชุดความคิดของรัฐบาล&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ผู้ลี้ภัย, อุ้ม, โฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้ว!ซัดรัฐบาลไม่ให้ไม่ว่ากันแต่ช่วยหาเหตุผลที่ดีกว่านี้หน่อยได้มั้ยคะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อชาติ: เกศปรียา แก้วแสนเมือง - Ketpreeya Kaewsanmuang ว่า ไม่ให้ไม่ว่ากันแต่ช่วยหาเหตุผลที่ดีกว่านี้หน่อยได้มั้ยคะ?!? ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนหลากหลายอาชีพที่หาเช้ากินค่ำ ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากปัญหาโควิด-19 เค้าเคยมีความหวังจากมาตราการช่วยเหลือจากรัฐบาลคนละ 5,000 บาท เพื่อนำมาประทังชีวิตในช่วงเวลานี้ เเต่มาตราการนี้ก็มีปัญหามาตั้งเเต่ขั้นตอนการลงทะเบียนมาจนถึงการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์ ซึ่งมีคนไทยหลายล้านคนถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากยกตัวอย่างหนึ่ง คือ รุ่นพี่เดียร์เป็นนักดนตรีเล่นดนตรีหาเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิตที่โตมา พอยื่นเรื่องเงินเยียวยาไปโดนปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นเหตุผลได้ นักดนตรีมีรายได้วันต่อวันต้องอยู่ในฐานะลูกจ้างชั่วคราวจะเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจได้ยังไง??? #Thailandonly #ไม่ได้รับสิทธิ์ #Ai #Automaticidiot.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63774</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4bc83d43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;ชงแจกเงิน5,000ทุกคนแบบไร้เงื่อนไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออก 3 พระราชกำหนดเงินกู้ 3 ฉบับ ยอดรวมเกือบ 2 ล้านล้านบาทนั้น ถ้ารัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจพื้นฐานฟื้นได้จริง ให้แจกเงินประชาชนทุกคน 6 เดือนโดยไม่มีเงื่อนไข เด็กต่ำกว่า 18 ปีหรือคนชราก็แจกโดยลดยอดแจกเหลือครึ่งหนึ่งของยอดแจกประชาชนในวัยทำงาน โดยกระบวนการแจกขอให้เป็นกระบวนการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ถ้ามีบัญชีธนาคารหรือพร้อมเพย์ก็โอนเข้าช่องทางนั้นเลย ไม่ต้องมีการลงทะเบียน ส่วนผู้ที่ไม่มีพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นส่งไปรษณีย์ไปให้ตามที่อยู่ การนำเงินแจกประชาชนทุกคนในเวลาวิกฤติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการบริหารภาษีที่ดีกว่านำไปซื้ออาวุธไปตั้งไว้ให้ชมในวันเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุผลที่เสนอให้แจกทุกคน เพราะภาวะเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ กลุ่มประชาชนฐานรากของประเทศอยู่ในภาวะสาหัส เห็นจากข่าวอาชญากรรมปล้นจี้ร้านสะดวกซื้อเริ่มมากขึ้น การส่งเงินเข้ามือประชาชนกลุ่มนี้ทุกคนในครอบครัวเป็นเวลา 6 เดือนโดยเร็ว ให้ความรู้สึกพอเพียงที่จะใช้จ่าย ทำให้ใช้จ่ายเร็วโดยไม่ต้องคิดถึงวันข้างหน้า เพราะยังมีการแจกต่อถึง 6 เดือน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในตลาดขึ้นอีกหลายรอบ ทำให้กำลังซื้อฐานรากเพิ่มขึ้น ภาคการบริโภคในประเทศเติบโตเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เร็วที่สุด ส่วนเหตุผลที่เสนอให้แจกด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน เพราะเวลานี้อยู่ในภาวะโรคระบาด ทุกคนไม่ควรต้องเดินทางไปติดต่อกันเพื่อควบคุมโรค และทำให้เงินถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว จะได้นำไปใช้จ่ายหมุนเวียนกระตุ้นภาคการบริโภคให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้เร็วขึ้น&amp;quot; น.ส.เกศปรียา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, พช., พรรคเพื่อชาติ, พระราชกำหนด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกศปรียามาอีกแล้วจ้า!ชงเสนอรัฐแจกโกเต็กฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ห้องกรรมาธิการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ได้นำภาคประชาสังคมมายื่นข้อเสนอ &amp;lsquo;ด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิง&amp;rsquo; ต่อประธานกรรมาธิการ พร้อมแถลงข่าวว่า จากการที่นำเสนอประเด็นผ้าอนามัยที่เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับสตรีแต่ถูกจัดเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง ซึ่งมีเพดานภาษีสูง แม้ว่าผ้าอนามัยแบบใช้ภายนอกที่เป็นที่นิยมถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมซึ่งเสียภาษี 7% &amp;nbsp;แต่ภาคประชาสังคมสตรีหลายกลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่า ผ้าอนามัยควรเป็นสวัสดิการของรัฐ ที่ควรแจกฟรีและไม่ควรต้องเสียภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวอีกว่า ได้ติดต่อประสาน ท่านมุกดา พงศ์สมบัติ ประธานกรรมาธิการ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ภาคประชาสังคมมายื่นข้อเสนอด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิง เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อสตรีไทยในวัยเจริญพันธุ์ทุกคน ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายผ้าอนามัย ซึ่งกลุ่มภาคประชาสังคมได้สรุปมาแล้วว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับผ้าอนามัยต่อสตรีหนึ่งคนประมาณ 180 - 200 บาท ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้สำหรับผู้มีรายได้น้อยจัดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่มาก ตัวอย่างกรณีค่าใช้จ่ายผ้าอนามัยที่เป็นภาระกับสตรีจนทำให้เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต เช่น ในประเทศอังกฤษที่จัดเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วรายได้สูง ยังมีผู้หญิงอายุ 14-21 ปี 1 ใน 10 คนไม่สามารถซื้อผ้าอนามัย ส่งผลให้เกิดปัญหางดออกจากที่พักในวันที่มีประจำเดือน เพราะไม่มีเงินซื้อผ้าอนามัยทำให้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ซึ่งรัฐบาลอังกฤษก็ได้ลดภาษีผ้าอนามัย และบริจาคเงินเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัย รวมทั้งอีกหลายประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าปลอดภาษี และเป็นสวัสดิการที่รัฐแจกฟรีให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันเข้าใจดีว่าการรณรงค์ขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัยในสังคมบิดาธิปไตยทีมีการเหยียดเพศหญิงต้องมีแรงโต้กลับ แต่เพื่อประโยชน์ในด้านคุณภาพชีวิตประชาชนสตรีไทย ดิฉันจึงดำเนินการต่อเนื่องร่วมกับภาคประชาสังคม โดยมีผลตอบรับจากสังคมจำนวนไม่น้อยวัดจากจำนวนผู้ที่สนับสนุนแคมเปญเรื่องต้องมีมาตรการควบคุมสินค้าผ้าอนามัยให้ทุกคนเข้าถึงได้ใน change.org&amp;nbsp; มีถึง 6,733 คน ข้อมูลวันที่ 22 มกราคม 2563&amp;nbsp;เป็นผลให้ภาคประชาสังคมเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องมานำเสนอนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยของผู้หญิงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เนื่องจากดิฉันเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา จึงขอสานต่อไปให้สุดทางเพื่อให้สังคมตระหนักว่าผ้าอนามัยคือสวัสดิการที่รัฐต้องดูแลสุขภาวะประชากรวัยเจริญพันธุ์ เช่นเดียวกับถุงยางอนามัยที่บรรจุเป็นสิทธิประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน หรือเป็นสิทธิในบัตรทอง ที่สามารถเบิกจากสถานพยาบาลได้ฟรี&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, ผ้าอนามัย, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27d8650fc74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
