<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ขึ้นบัญชี‘นกชนหิน’ สัตว์สงวนลำดับ20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประธานคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ไฟเขียวขึ้นบัญชี &amp;quot;นกชนหิน&amp;quot; เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หลังพบความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ มีแนวโน้มสูญพันธุ์สูง แถมถูกล่าเอาโหนกไปขายผ่านออนไลน์ &amp;quot;มูลนิธิสืบนาคะเสถียร&amp;quot; ห่วงหลังเป็นสัตว์คุ้มครองจะเป็นแรงจูงใจนักสะสมผิด กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) วันที่ 8 มี.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, การกำหนดให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 เพื่อช่วยยกระดับความคุ้มครองนกชนหินและถิ่นอาศัยให้สอดคล้องกับมาตรการนานาชาติ ให้สังคมเพิ่มความตระหนักในการอนุรักษ์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 เนื่องจากการที่ประชากรนกชนหินในประเทศไทยมีขนาดเล็ก ประมาณไม่เกิน 100 ตัว ความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ มีแนวโน้มสูญพันธุ์สูง เนื่องจากพื้นที่อาศัยถูกคุกคาม ทำลายแยกเป็นหย่อมป่าขาดความต่อเนื่อง และถูกล่าเพื่อเอาโหนก มีการค้าผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงพิจารณาการประกาศพื้นที่เตรียมกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 24 แห่ง เนื้อที่รวมกว่า 619,681 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจมูลนิธิสืบนาคะเสถียรระบุว่า กว่า 26,000 รายชื่อที่เรียกร้องให้นกชนหินได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย วันนี้ไม่สูญเปล่า คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานที่ประชุม มีมติเห็นชอบให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หลังจากนี้คณะกรรมการสงวนฯ เตรียมยื่นกฤษฎีกากำหนดให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งอาจใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หนึ่งในคณะกรรมการสงวนฯ ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย นกชนหินจะถูกประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวนอย่างแน่นอน ซึ่งทางมูลนิธิสืบฯ ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก จะยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าหลังการประกาศราคาของหัวนกชนหินอาจมีราคาแพงขึ้น และจูงใจให้นักสะสมของผิดกฎหมายอยากมีไว้ในครอบครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โทษสำหรับสัตว์ป่าคุ้มครอง ล่า ค้า สัตว์ป่า/ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นสัตว์ป่าสงวน ล่า ค้า หรือนำเข้า-ส่งออก สัตว์ป่า/ซากสัตว์ป่าสงวน หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าสงวน จะมีโทษรุนแรงกว่าสัตว์ป่าคุ้มครอง จำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสนถึง 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเคยระบุไว้ว่า ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เกิดความตื่นตัวของสังคมในการผลักดันสถานะการอนุรักษ์นกชนหิน นกเงือก 1 ใน 13 ชนิดของไทยจากสถานะสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ขึ้นเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 โดยกระแสดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเผยข้อมูลจากปรีดา เทียนส่งรัศมี เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ระบุว่าเริ่มมีกลุ่มพรานเข้าป่าล่านกชนหินในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จากแรงดึงดูดการตั้งค่าหัวนกชนิดนี้สูงถึงหลักหมื่น ก่อนจะส่งขายให้กลับกลุ่มนักสะสมที่มีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงได้สร้างแคมเปญรณรงค์ &amp;ldquo;ขอให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย&amp;rdquo; ผ่านเว็บไซต์ www.change.org เพื่อขอชื่อสนับสนุนจากประชาชนก่อนส่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเรื่องนี้ไปพิจารณาผลักดันตามขั้นตอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95428</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขยายพันธุ์ต่ำ, คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า, นกชนหิน, สัตว์ป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604621ef8428b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักอนุรักษ์นกเงือกเขาบูโด&#039; เศร้าใจนกชนหินถูกนายพรานยิงตายรวด 4 ตัว วอนรัฐเร่งคุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - นายปรีดา เทียนส่งรัศมี หัวหน้าโครงการคุ้มครองนกเงือก (ส่วนภาคใต้) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงขบวนการล่านกชนหินในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีข้อความว่า ขณะที่พิมพ์ข้อความอยู่นี้ ผมนอนอยู่ในเปลบนเขาตะโหนด​ อ.รือเสาะ​ จ.นราธิวาส ใจสับสนและกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้มาว่า​ ตอนนี้มีพรานจากรือเสาะและยะลากำลังขึ้นเขามาล่าสัตว์​ และสัตว์ที่เขามาล่าคือ หัวนกชนหิน ซึ่งมีตลาดรับซื้ออยู่ในเมืองนราธิวาส เขาให้ราคาถึงหัวละหมื่น​ ชาวบ้านมาบอกว่าสองวันก่อนเขาเจอพรานมาซุ่มยิงนกเงือกที่ต้นไทรสุก พบยิงนกชนหินถึง​ 4​ ตัว ใจหายและรู้สึกโกรธจะทำอย่างไรกันดี?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เราช่วยกันดูแลรักษากำลังถูกทำลาย​ และผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย​ เพียงแค่บันทึกบอกกล่าวและได้ระบายอะไรบ้าง​ ชาวบ้านที่ให้ข้อมูลเขาก็กลัวเพราะพวกมันมีปืน ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า&amp;quot;ผมเคยเตือนเขาแล้วว่าอย่ายิงนกเงือก​ เขาอนุรักษ์กัน​ มันกลับท้ายิงผมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีที่ผ่านมาสำหรับผมคือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หากปล่อยให้เหตุการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จะมีประโยชน์อะไรสำหรับงานอนุรักษ์นกเงือกที่บูโด ขอพื้นที่ตรงนี้ได้บอกเล่าความจริงเผื่อว่าจะมีทางออกที่ดีกว่าและมาช่วยกันหาทางแก้ไขต่อไป ซึ่งเวลานี้ผมก็เพียงแค่ภาวนาต่อเจ้าป่าเจ้าเขาบูโดขอให้คุ้มครองพวกมันด้วยเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีผู้แชร์ข้อความดังกล่าวอย่างแพร่หลายเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งปรามปรามขบวนการล่าและค้านกชนหินอย่างเด็ดขาดทั้งในพื้นที่จนถึงเครือข่ายใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นกชนหิน เป็นนกเงือกสายพันธุ์โบราณ มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกับนกเงือกอื่น คือมีโหนกตันคล้ายงาช้าง ซึ่งกลายเป็นความต้องการของตลาดนักสะสม นกชนหินจึงมีราคาค่าหัว ถูกไล่ล่าจนใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยเหลือนกชนหินดำรงเผ่าพันธุ์อยู่เพียงประปรายในป่าดิบภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46648</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกชนหิน, นราธิวาส, นายปรีดา เทียนส่งรัศมี, อนุรักษ์นกเงือก, อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี, เทือกเขาบูโด, โครงการคุ้มครองนกเงือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c07ca9fdc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
