<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจขาขึ้นขยายตัว43.8EECเนื้อหอมจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลเผย ศก.ไทยกำลังเดินหน้า การลงทุนโดยตรงของไทยไตรมาสแรกปี 64 มีมูลค่า 4,012.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 43.8% ขณะที่ 3 ปี EEC เดินหน้าลงทุนเป็นรูปธรรม สร้างเงินลงทุนรวม 1.6 ล้านล้านบาท วอนฝ่ายค้านอย่าจ้องทำลายรัฐบาลจนทำบรรยากาศเศรษฐกิจประเทศเสียหาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจมาถูกทางแล้ว โดยเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 และในไตรมาสที่ 2 มีการขยายตัวถึงร้อยละ 7.5 ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนโดยตรงของไทยยังขยายตัวสูงขึ้น ช่วงไตรมาสแรก ปี 2564 มีมูลค่าทั้งสิ้น 4,012.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 43.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย สัญญาณการจ้างงานเริ่มมีปรับดีขึ้น อัตราการว่างงานล่าสุดปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 1.9 ของกำลังแรงงาน เทียบกับอัตราการว่างงานที่เคยสูงสุดที่ร้อยละ 2.1 เมื่อปีก่อน คาดว่ารายได้ต่อหัวของประชาชนจะอยู่ที่ 232,024.0 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 225,845.7 บาทต่อคนต่อปี จะเห็นว่ารายได้ของประชาชนมีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ส่วนหนึ่งมาจากบทบาทของภาครัฐที่เดินมาถูกทางแล้ว รวมทั้งมาตรการเยียวยา มาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ จากข้อริเริ่มวิสัยทัศน์ของท่านนายกฯ เช่น โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา มาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 รวมถึงมาตรการด้านการเงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และประชาชน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) จาก ธ.ออมสิน และ ธปท. ที่ส่งต่อไปยังสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องสภาพคล่อง มาตรการพักชำระหนี้ ทั้งในส่วนของธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์เอกชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนภาครัฐได้มีการเร่งควบคุมการแพร่ระบาด และมีการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วน เช่น ในพื้นที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุยพลัสโมเดล และพื้นที่นำร่องอื่นๆ จากปัจจัยต่างๆ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ และคาดว่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565&amp;nbsp;
3 ปี EEC ลงทุน 1.6 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลยังเผยว่า โครงการ EEC มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่เกิดพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2561-มิ.ย.2564 เกิดการลงทุนรวมที่ได้รับอนุมัติแล้ว 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 94 จากเป้าหมายแผน 5 ปี (2561-2565) ของ EEC 1.7 ล้านล้านบาท เร็วกว่าเป้าที่กําหนดไว้ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอกชนร่วมลงทุน (PPP) 4 โครงการหลัก (รถไฟฯ/สนามบินฯ/2 ท่าเรืออุตสาหกรรม) มูลค่ารวม 633,401 ล้านบาท แบ่งเป็น ทุนจากภาคเอกชน 387,018 ล้านบาท (ร้อยละ 61) จากภาครัฐ 196,940 ล้านบาท (ร้อยละ 39)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย (จากการออกบัตรส่งเสริม BOI) มูลค่า 878,881 ล้านบาท (โครงการที่ขอยื่นส่งเสริมลงทุน ช่วงปี 2560-มิ.ย.2564 ลงทุนจริงแล้วกว่าร้อยละ 85)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.การลงทุนผ่านงบบูรณาการ EEC มูลค่า 82,000 ล้านบาท สําหรับการลงทุน ช่วงสองไตรมาสแรกของปี 2564 มีเงินลงทุน 126,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 (จากช่วงเดียวกันปี 63) โดยจํานวนขอโครงการสูงสุดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ชิ้นส่วน ส่วนเงินลงทุนสูงสุดคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) คิดเป็นร้อยละ 64 ของคําขอลงทุนใน EEC ซึ่งนักลงทุนที่สนใจมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ตามลําดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยังมีการเตรียมพัฒนาพื้นที่ EECd เป็นเมืองดิจิทัลแห่งภูมิภาคดึงดูดการลงทุนสู่พื้นที่ EEC โดยตั้งเป้าให้ EECd เป็นเมืองดิจิทัลระดับโลก ขณะเดียวกัน จัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EFC) โดยมีการดำเนินการจัดทําห้องเย็นเทคโนโลยีทันสมัย พัฒนาคุณภาพผลผลิตในระดับพรีเมียม มุ่งเป้า 5 คลัสเตอร์สําคัญ ได้แก่ ผลไม้ ประมงเพาะเลี้ยง พืชอุตสาหกรรมชีวภาพ พืชสมุนไพร และเกษตรมูลค่าสูง เพื่อยกระดับรายได้ให้ชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อพัฒนาเชิงคุณภาพ ทําให้เกษตรกร ชุมชน คนรุ่นใหม่มีคุณภาพชีวิตและรายได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ EEC ให้เป็นหนึ่งใน &amp;ldquo;ผลงานหลัก&amp;rdquo; (Flagship) ของรัฐบาล ผลักดันการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศให้เกิดขึ้นจริง ด้วยปริมาณและมูลค่าเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยแผนการลงทุนที่รอบด้านกว่าในอดีต เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด เพื่อดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงอยากวิงวอนนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านที่พยายามวิเคราะห์เศรษฐกิจ อย่าหลงประเด็น สร้างความสับสนว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความย่ำแย่ จนทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจประเทศเสียหาย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีกำลังเดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ให้ประเทศและประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน&amp;quot; โฆษกรัฐบาลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117128</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, นกร วังบุญคงชนะ, ศก.ไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดินหน้า, เป็นรูปธรรม, เศรษฐกิจขาขึ้นขยายตัว43.8EECเนื้อหอมจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2019 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กพปชร.ตอก &#039;ธนาธร&#039; ปลุกม็อบเพื่อตัวเอง ถามลั่นประชาชนไม่เสมอภาคตรงไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.62 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ย่านปทุมวันว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากการชุมนุมบานปลายใครจะรับผิดชอบ การกระทำของนายธนาธร เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุด คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก บ้านเมืองสงบมานาน ประชาชนกำลังมีความสุข ยิ่งใกล้จะปีใหม่ ทำไมต้องมาเคลื่อนไหวอีก ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่นำปัญหาต่างๆ เข้าสู่การแก้ปัญหาในสภาฯ มาตลอด และนางพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่มีการปลุกม็อบลงถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่วันนี้นายธนาธรกลับออกมาปลุกระดม ทำไมไม่หาทางแก้ต่างคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;การปลุกระดมมวลชนจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย อยากจะถามนายธนาธรว่า ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคตรงไหน ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ประเทศเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของนายธนาธร หากจะทำให้ประเทศชาติเสียหายประชาชนคงไม่ยอม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่าเชื่อว่าลึกๆ ในใจประชาชนคงไม่ต้องการเห็นประเทศเสียหายจากการชุมนุมประท้วงเหมือนอดีตที่ผ่านมา ล่าสุดเราได้เห็นความเสียหายอย่างย่อยยับที่ฮ่องกงมาแล้ว ซึ่งตนเห็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่แล้วไม่สบายใจอย่างมาก ทุกอย่างเหมือนวางแผนมาอย่างเป็นระบบภายใต้ความเชื่อของคนแค่2-3 คน บ้านเมืองมีขื่อมีแป เราต้องเคารพกฏหมาย และการจัดชุมนุมดังกล่าวได้รับการอนุญาตถูกต้องหรือไม่ วันนี้มีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ โทษค่อนข้างแรง ไม่อยากเห็นประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องตกเป็นเหยื่อ เพราะสุดท้ายแกนนำม็อบมักจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญ ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดคอนเสิร์ต เสมือนจงใจจัดชุมนุมใกล้ๆ เพื่อโมเมว่าคนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากหรือไม่ ส่วนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่นั้นตนไม่ขอก้าวล่วง แต่ไม่อยากเห็นพรรคอนาคตใหม่ใช้มวลชนกดดันจนถูกมองว่ากดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52461</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดียุบพรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นกร วังบุญคงชนะ, ม็อบสกายวอล์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde8172454e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
