<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อทรัมป์ต้องหลบเข้าบังเกอร์ ท่ามกลางมิคสัญญีมะกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตื่นขึ้นมาเมื่อวานพร้อมข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศพร้อมจะส่งทหารอาวุธครบมือเข้าปราบผู้ประท้วงในรัฐไหนก็ตามที่ผู้ว่าการรัฐไม่จัดการอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ บางรัฐโต้กลับว่าการทำอย่างนั้นของทรัมป์ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะการที่รัฐบาลกลางจะส่งทหารเข้าไปในรัฐใดรัฐหนึ่งต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับคำร้องขอจากรัฐนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กำลังทำตัวเป็นผู้นำที่ไม่ยอมออกสื่อเพื่อระงับเหตุร้ายที่ลามไปทั่วประเทศอย่างน่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลายเป็นผู้ปลุกเร้าความเกลียดชังและสร้างความแบ่งแยกหนักหน่วงขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กับครอบครัวถูกอพยพเข้าไปในห้องบังเกอร์ใต้ดินฉุกเฉินในทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันศุกร์ ขณะที่รอบๆ ทำเนียบขาวมีเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ และมีเหตุจัดเพลิงเผาสถานที่รอบๆ บริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ก็ไม่หยุดที่จะส่งข้อความขึ้นทวิตเตอร์กล่าวหาว่ามิคสัญญีในประเทศขณะนี้ไม่ใช่เรื่องประท้วงการตายของชายผิวดำ George Floyd แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นการ &amp;ldquo;ก่อการร้ายในประเทศ&amp;rdquo; โดยกลุ่มซ้ายจัดที่มีแผนการจะขจัดเขาออกจากการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวถึงกลุ่ม Antifa ว่าจะระบุให้เห็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของผู้ต่อต้านฟาสซิสต์ ไม่ยอมรับกลุ่มขาวจัด และใช้วิธีการทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงเพื่อแสดงจุดยืนของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสำนักโต้ว่าทรัมป์ไม่สามารถจะประกาศกลุ่มใดในประเทศเป็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo; ด้วยตนเองได้ เพราะอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหารแต่เพียงด้านเดียวโดยอาจมาจากอคติทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปกว่า 40 เมืองในทุกภาคของประเทศ เมื่อวานเป็นการกระจายตัวของการจลาจลและประท้วงอย่างสงบเป็นวันที่ 7&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุรุนแรงระหว่างการชุมนุมกับตำรวจมีขึ้นเป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปในเมืองใหญ่ๆ หลายประเทศ เช่น อังกฤษแลละนิวซีแลนด์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายรัฐประกาศเคอร์ฟิว ห้ามการชุมนุมบนถนนหลังพลบค่ำในพื้นที่เกือบ 40 เมืองทั่วสหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลอสแองเจลิส นครชิคาโก ไมอามี ดีทรอยต์ และฟิลาเดลเฟีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในบางรัฐร้อนแรงกว่า เช่น เทกซัส และเวอร์จิเนีย มีคำประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วรัฐกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์ตกอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นของวันเมื่อวานมีกิจกรรมประท้วงอย่างสันติ และค่อยๆ กลายเป็นการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั้งโลกเห็นภาพตำรวจถือโล่และพลองพยายามผลักดันผู้ประท้วงให้ถอยออกจากพื้นที่การชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายฝูงชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหลายภาพเห็นผู้ประท้วงจุดไฟเผาร้านค้าและมีการบุกเข้าขโมยข้าวของอย่างจ้าละหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มการประท้วง หน่วยปฏิบัติการสำรอง หรือ National Guards ถูกส่งเข้าไปกว่า 15 รัฐ เพราะตำรวจท้องที่ไม่อาจจะควบคุมสถานการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเมืองหลวงกรุงวอชิงตันก็กลายเป็นแดนกลียุคอย่างน่าหวาดหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลายๆ เมืองแยกไม่ออกว่าใครคือผู้ประท้วงกรณีการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยผิวดำโดยฝีมือของตำรวจผิวขาว และใครคือผู้ฉวยโอกาสของความวุ่นวายมาก่อเหตุร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกันรอคอยให้ทรัมป์ในฐานะผู้นำประเทศในยามวิกฤติออกมาปราศรัยเพื่อดับความเกลียดชังและสมานแผลแห่งความร้าวฉาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ไม่ยอมออกทีวี เพียงแถลงสั้นๆ ที่ทำเนียบขาวต่อนักข่าว...ด้วยประโยคที่ท้าทายและยั่วยุมากกว่าการสร้างบรรยากาศการฟื้นฟูบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีการเปิดเผยรายงานผลการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่ทางครอบครัวเป็นผู้ร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งจะทำให้เกิดความโกรธแค้นสำหรับผู้ร้องเรียนความเป็นธรรมในสังคมอเมริกันระหว่างคนต่างผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการชันสูตรศพพบว่า George Floyd เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ (asphyxiation) เพราะถูกกดทับที่บริเวณคอโดยฝีมือของตำรวจผิวขาวอย่างน้อย 3 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลพิสูจน์ออกมาอย่างนี้ไปคนละทางกับรายงานประกอบคำฟ้องของตำรวจที่ทำการจับกุมก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนั้นอ้างว่าที่เสียชีวิตเพราะถูก &amp;ldquo;พันธนาการ&amp;rdquo; และปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิมของ George Floyd
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งอาจมีสารมึนเมาอยู่ภายในร่างกายของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามข่าวและภาพของการประท้วงที่เมืองต่างๆ ในอเมริกาช่วงนี้ ก็ทำให้คิดถึงการประท้วงที่ฮ่องกงที่มีรูปแบบละม้ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสมือนอเมริกาเอาฮ่องกงมาทับซ้อนกัน 50 เมืองพร้อมๆ กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่มาของคำเยาะเย้ย ถากถางจากนักวิเคราะห์จีนที่ถามทรัมป์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำไมท่านไม่ขอเจรจากับผู้ประท้วงที่ก่อเหตุรุนแรงที่อเมริกา เหมือนที่ท่านแนะนำประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้เจรจากับผู้ก่อเหตุที่ฮ่องกงล่ะ?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมทรัมป์จึงประกาศจะส่งทหารเข้าปราบปรามในรัฐต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วไฉนทรัมป์จึงกล่าวหาว่าจีนจะส่งทหารเข้าไปปราบจลาจลที่ฮ่องกง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งวันโลกยิ่งเพี้ยนหนัก เอาหลักเอาการเดิมอะไรไม่ได้เลยจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดีทรอยต์, นครชิคาโก, ฟิลาเดลเฟีย, ลอสแองเจลิส, ไมอามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
