<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039; นำทีมช่วยเหลือน้ำท่วมนครปฐมลั่นพร้อมช่วยเหลืออุดหนุนค่าไฟต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 64 o ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ต.ค. 2564&amp;nbsp; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&amp;nbsp; ลงพื้น อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มอบถุงยังชีพจำนวน 900 ถุง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บริเวณจุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วัดสาโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม&amp;nbsp; พร้อม รับฟังปัญหาความเดือดร้อนและให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย สุพัฒนพงษ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงพื้นที่จังหวัดนครปฐมครั้งนี้ เป็นภารกิจต่อเนื่องในการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ&amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมนำถุงยังชีพเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการยังชีพ จำนวน 900 ชุด มามอบเพื่อบรรเทาความเดือดให้กับประชาชน&amp;nbsp; 10 ตำบล ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี ได้แก่ ตำบลวัดสำโรง ลานตากฟ้า บางแก้วฟ้า สัมปทวน ดอนแฝก ห้วยพลู ไทยาวาส งิ้วราย วัดแค และวัดละมุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะมีการประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน รวมถึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายทั้งบ้านเรือน พื้นที่ประกอบอาชีพ รวมถึงความเสียหายอื่นๆ เพื่อเตรียมแผนฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้-องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 อยู่ในขณะนี้ ซึ่งนายกได้สั่งการให้รัฐมนตรี ส.ส. รวมถึงทุกหน่วยงานต่างๆ เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับให้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ทุกครัวเรือที่ได้รับความเดือดร้อนต้องได้รับความช่วยเหลือไม่ให้ตกหล่น และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชน &amp;rdquo; นาย สุพัฒนพงษ์&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า สำหรับมาตราการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของประชาชนและธุรกิจทั่วประเทศ&amp;nbsp; ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการเยียวยาประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม &amp;nbsp; เป็นเวลา 2 เดือน คือ กรกฎาคม-สิงหาคม 2564นั้น จะมีการพิจารณาต่ออายุหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสภาพัฒน์าเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช. เพื่อพิจารณาแนวทางการดูแลค่าไฟหลังจากนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118872</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครชัยศรี, นครปฐม, น้ำท่วม, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c49724c287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาหัส! โควิดเจาะนครปฐม ติดเชื้อนิวไฮ  เสียชีวิต 9 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม สรุปรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมประจำวันที่ &amp;nbsp;28 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบผู้ป่วยระลอกใหม่ รวมจำนวน 12,232 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ประจำวันนี้ จำนวน 984 ราย New high &amp;nbsp;สัญชาติ&amp;nbsp;ไทย 444 ราย &amp;nbsp;อื่นๆ 540 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจังหวัด นครปฐม 665 ราย นอกจังหวัด 19 ราย
&amp;nbsp;
การเฝ้าระวังเชิงรุก 908 ราย การเฝ้าระวังเชิงรับ 76 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมสะสมผู้เสียชีวิต 135 ราย &amp;nbsp;วันนี้ + 9 ราย &amp;nbsp;อัตราป่วยตาย = ร้อยละ 1.10&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111370</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, นครปฐม, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100c2b09255f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาจริง!ฝ่าเคอร์ฟิว ทหาร-ตร.ประสานเสียง มท.กำชับทุกจังหวัดเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศปม.ตั้ง 147 จุดตรวจ 10 จังหวัดคุมเข้มช่วงเคอร์ฟิว ลั่นดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ละเมิด มท.สั่งการ ผวจ.ปฏิบัติตามคำสั่ง ศบค.โดยเคร่งครัด แจงทุกหน่วยและประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ นครบาลเตือนจงใจฝ่าเคอร์ฟิวคุก 2 ปี-ปรับ 4 หมื่น เอาผิดยกกองประกวดมิสแกรนด์สมุทรสาครขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 &amp;nbsp;กรกฎาคม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) แถลงว่า ภายหลังรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. &amp;nbsp;ประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ &amp;nbsp;12 ก.ค.นั้น เป็นการยกระดับมาตรการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดหรือจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางของบุคคล ลดการรวมกลุ่มของบุคคล เพื่อควบคุมและลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ศปม.ที่ประกอบด้วย กองทัพไทย &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งจะมีความเข้มข้นตามระดับพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด &amp;nbsp;ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, &amp;nbsp;สมุทรปราการ, นครปฐม, สมุทรสาคร, สงขลา, ยะลา, &amp;nbsp;ปัตตานี และนราธิวาส จะบังคับใช้การห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. จะมีการตรวจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคและตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าออกจังหวัด ซึ่งใน กทม.มีการตั้งจุดตรวจ 88 แห่ง จังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด 20 แห่ง &amp;nbsp;และจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด 39 แห่ง จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็น &amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดชุดตรวจสายตรวจร่วมและชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อตรวจและกวดขันให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งบังคับใช้มาตรการห้ามการจัดกิจกรรมในการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า 5 คน และร่วมกลุ่มทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจังหวัดอื่นๆ ได้จัดตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยแนวทางปฏิบัติของ ศปม.จะเริ่มจัดจุดตรวจ สายตรวจร่วมและชุดลาดตระเวนร่วมตั้งแต่บัดนี้ ในขั้นต้นเป็นการตรวจตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โดยใช้วิธีชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชน และเมื่อข้อกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ก.ค. ศปม.จะยึดหลักความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการ จะดำเนินการต่อผู้ละเมิดอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไปที่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดอาจได้รับผลกระทบบ้าง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการโดยให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่ชายแดนมีการเข้มงวดกวดขันป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายต่างๆ &amp;nbsp;ตลอดจนการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้กองกำลังป้องกันชายแดนในการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดและลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติจะเสริมด้วยการวางเครื่องกีดขวางและใช้เครื่องมือพิเศษเพิ่มประสิทธิภาพ รวมทั้งร่วมกับฝ่ายปกครองทำการสำรวจตรวจสอบหมู่บ้านตามแนวชายแดน ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย และร่วมกับหน่วยราชการเครือข่ายภาคประชาชนในการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั้งแบบประจำที่และไม่ประจำที่ รวมถึงจัดชุดสายตรวจร่วมลาดตระเวนตามเส้นทางตลอดแนวชายแดนและเส้นทางในการลักลอบเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใน ช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนนำไปสู่การจับกุมได้หลายครั้ง และขอเชิญชวนในการร่วมมือให้ข้อมูลที่สายด่วน 191, 1599, 1138, 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
กำชับ ผวจ.ปฏิบัติตามคำสั่ง ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้ ศบค.มท.ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและ กทม. ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;nbsp;(ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.64 และคำสั่ง ศบค. ที่ &amp;nbsp;9/2564 ลงวันที่ 10 ก.ค.64 กำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 &amp;nbsp;จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 25 &amp;nbsp;จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 18 จังหวัด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.เป็นต้นไปโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ให้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของมาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าวในการมุ่งจำกัดการเคลื่อนย้าย ลดการรวมกลุ่มของบุคคล และเร่งรัดมาตรการด้านการป้องกันและการควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรค และในขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรการเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานยังคงดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ &amp;ldquo;จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน&amp;rdquo; เพื่อให้ฝ่าวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน นอกจากนี้ ให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 &amp;nbsp;มิ.ย.64 และข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 &amp;nbsp;มิ.ย.64 ใช้บังคับกับพื้นที่ สถานการณ์เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฯ ฉบับล่าสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑลหารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม./คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางระบบและกำกับติดตามให้เป็นไปตามมาตรการตามข้อกำหนด ได้แก่ 1.ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน &amp;nbsp;นับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ 2.ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้เต็มความสามารถที่จะทำได้ สำหรับการปฏิบัติงานของภาคเอกชน ให้เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ หรือผู้รับผิดชอบในสถานประกอบการพิจารณาสนับสนุนปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรในสังกัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนสำหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม ให้เปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตามข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.64 โดยกรณีกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดกิจกรรมได้ หากประสงค์จะจัดกิจกรรมในช่วงระยะเวลานี้ ให้ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม./คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp;และให้พนักงานเจ้าหน้าที่กวดขันการมั่วสุมประชุมกัน เพื่อเล่นการพนัน ดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นใดอย่างเคร่งครัดและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ในเส้นทางคมนาคมเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และคัดกรองการเดินทางของประชาชนทั่วไป 5.มาตรการป้องกันและรองรับผู้ติดเชื้อ ให้ประสานการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรหรือการแพทย์แผนไทยในการบำบัดหรือรักษา เพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบการตรวจหาเชื้อ เร่งรัดจัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราว โรงพยาบาลสนาม การวางระบบหรือจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือระบบแยกกักเพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;เพิ่มจำนวนจุดบริการตรวจคัดกรองและเร่งรัดการให้บริการตรวจคัดกรอง รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและในพื้นที่การแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน
ฝ่าเคอร์ฟิวคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางระบบและกำกับติดตามให้เป็นไปตามมาตรการ ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน &amp;nbsp;นับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ การปฏิบัติกรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน ดำเนินการตามแนวทางเดียวกันกับ กทม.และจังหวัดปริมณฑล รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดในเส้นทางคมนาคมเข้าออกจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานและคัดกรองการเดินทางของประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ให้ทุกจังหวัดประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร &amp;nbsp;ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างการรับรู้ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงระยะเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ พร้อมเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการตั้งด่านตรวจ 88 จุดในช่วงเวลาเคอร์ฟิวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ &amp;nbsp;ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลา ทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย ผบ.ตร.มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจการตระหนักรู้ให้ประชาชนได้รับทราบว่า ในคืนนี้จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ให้ใช้หลักนิติศาสตร์และหลักรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ดูเหตุผลความจำเป็น ส่วนในกรณีที่มีการจงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดอย่างชัดเจน เช่นการไปสังสรรค์ งานปาร์ตี้ งานวันเกิด แล้วกลับเกินเวลากำหนด จะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน อัตราโทษเป็นความผิดตาม &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงกรณีผู้อำนวยการเขตห้วยขวางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกองประกวดมิสแกรนด์สมุทรสาคร &amp;nbsp;2021 ที่มิรินเธียร์เตอร์ RCA เขตห้วยขวาง เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรค จนมีการแพร่ระบาดเชื้อโรคว่า การประกวดดังกล่าวปรากฏภาพและเสียงตามโซเชียลและสื่อต่างๆ รวมทั้งการไลฟ์สด &amp;nbsp;มีการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่พนักงานเจ้าหน้าที่คือ ผู้อำนวยการเขตที่อนุญาตและกำหนดเงื่อนไขไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้มีความผิดชัดเจน พนักงานสอบสวนต้องเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาแจ้งข้อกล่าวหา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องถูกดำเนินคดี ทั้งผู้ที่ร่วมงาน มิสแกรนด์หรือผู้สมัคร รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องและร่วมงานที่มีเจตนาจงใจ ฝ่าฝืนข้อกำหนดเหล่านี้เป็นความผิดตามข้อกฎหมายทั้งหมดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและประกาศของกรุงเทพมหานครฉบับที่ 44 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ทั้งนี้พบว่ามีผู้เข้าร่วมประกวดมิสแกรนด์ติดเชื้อ 13 คน ส่วนผู้ติดตามหรือพี่เลี้ยงติดเชื้ออีก 9 คน ซึ่งเป็นความผิดชัดเจน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, นราธิวาส, ปทุมธานี, ปัตตานี, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, ยะลา, สงขลา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaa3c7d6b3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พุทธะอิสระ’อวยพรให้คนไทยพ้นเคราะห์ เสนียดจัญไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;พุทธะอิสระ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดปี ตลอดไปในเทศกาลวันสงกรานต์&amp;rdquo; ระบุว่า วันสงกรานต์ปีนี้ แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดกลับมาระบาดอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเฉลิมฉลองที่เกิดขึ้นในเทศกาลวันสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นการไปวัดทำบุญใส่บาตร รักษาศีล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้วายชน แผ่เมตตา สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมดังกล่าวนี้ถือปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี วัฒนธรรมอันงดงาม ที่ผูกรวมผู้คนในสังคม ให้อยู่ร่วมกันด้วยความสมัครสมานเป็นหนึ่งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นับตั้งแต่เกิดปัญหาโควิดระบาย ความงดงามดังกล่าวมันตกหล่นหดหายไปจากสังคมไทย ด้วยข้อจำกัดของการรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของโควิด ทั้งยังต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และต้องระมัดระวัง ไม่ให้ไปรับเชื้อจากผู้อื่น และห้ามเล่นน้ำสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลดังกล่าว มันกลับมาทำลายบรรยากาศของการเฉลิมฉลองในทุกเทศกาลของสังคมไทยไปอย่างสิ้นเชิงพวกเด็กๆ และคนรุ่นใหม่จึงเลือกที่จะหลบไปเฉลิมฉลองกันเองตามสถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ และตามห้องเช่าขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นเหตุให้โควิดแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ดังที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เลยทำให้คนทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่รู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พลอยต้องรับผล สุดจะบรรยาย ดังที่กำลังเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เขียนเช่นนี้ไม่ได้ต้องการจะไปโทษใครว่าผิด แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ แล้วมาช่วยกันคิดหาวิธี ปกป้องตนเอง ปกป้องลูกหลานของพวกเรา ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอบายมุข จนนำเอาความทุกข์เดือดร้อนมายัดใส่ให้ทุกคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไร ชีวิตต้องเดินต่อไป และต้องเดินอย่างมีสติปัญญา พร้อมสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมแม้จะค่อนข้างหาได้ยากในยุคปัจจุบัน แต่ก็ต้องพยายามที่จะปลูกจิตสำนึกรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะไม่ง่าย แต่พวกเราก็ต้องพยายามด้วยตนเอง และถ่ายทอดความรับผิดชอบนี้ให้แก่ลูกหลานของพวกเรา ง่ายๆ ก็คือ บอกเขา สอนเขา ให้รู้จักคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ตน และคนอื่นทุกครั้งที่จะทำ พูด คิด เหมือนที่พวกเราถูกสั่งสอนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เราจึงจะสามารถหยุดยั้งโรคร้าย ที่กำลังเกิดขึ้นได้สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย พ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย พ้นเคราะห์ เสนียดจัญไร จักหายไปทันที สุขสันต์วันสงกรานต์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99438</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครปฐม, พุทธะอิสระ, วันสงกรานต์, อดีตพระพุทธะอิสระ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60765c84c1038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระ-ลูกศิษย์โปรดทราบ &#039;พุทธะอิสระ&#039; แจ้งใครไปวัดอ้อน้อย 6 เม.ย.ให้กักตัวด่วน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้แชร์ภาพไทม์ไลน์ของผู้ป่วยโควิด พร้อมระบุข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เอ้าใครที่มาวัดอ้อน้อยในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๔ ให้กักตัวอยู่บ้าน รอดูอาการ 14 วันนะจ๊ะ ​ระวังป้องกัน แต่อย่าถึงขั้นหวาดกลัว สิ่งสำคัญใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ​สู้ สู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พทธะอิสระ โพสต์ด้วยว่าข้อควรปฏิบัติ เมื่อรู้ตัวว่าตนเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่จะติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กักตัวอยู่กับที่พัก ไม่ควรจะออกนอกที่พักอย่างน้อย 7-10 วัน
2. ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รักษาระยะห่างเมื่อมีบุคคลที่สองมาอยู่ร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ข้าวของเครื่องใช้ ควรจะต้องแยกจากผู้ที่มิได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. อย่าวิตกกังวล ทำอารมณ์จิตให้สงบ เย็น ผ่อนคลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. กินอาหารให้หลากหลายโดยเฉพาะพืชผัก ผลไม้ที่มีวิตามินบี ซี และธาตุเหล็กสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ขณะที่ยังไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อหรือไม่ ควรกินยาสมุนไพรแก้ไข้ แก้อักเสบ และภูมิแพ้ครั้งละ 5 เม็ด 2 เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. สังเกตอาการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายภายใน 7-10 &amp;nbsp;วัน หากปรากฏสิ่งผิดปกติ เช่น เป็นไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แสบตา แสบในโพรงจมูก ไม่ได้กลิ่น ไอ เจ็บคอ กินอาหารไม่รู้รส อาการดังกล่าวเกิดขึ้น จึงจะไปรบกวนคุณหมอให้เขาช่วยตรวจหาเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ห้ามวิตกกังวลจะยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันตก อาจจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99100</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครปฐม, พุทธะอิสระ, วัดอ้อน้อย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f670102f297e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครปฐมพบติดโควิดเพิ่มอีก 16 ราย กระจายอยู่ 5 อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;28 ธ.ค.63 - สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ข้อมูล ณ เวลา 07.00 น.ว่า พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่คนไทย​ 16 ราย ​รวมยอดผู้ป่วยสะสม​ 53 ราย เป็น​ คนไทย 51 ราย ต่างชาติ 2 ราย โดยขณะนี้พักรักษาตัวใน​โรงพยาบาล​จำนวน​ 53 ราย
&amp;nbsp;
สำหรับผู้ป่วยรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกรายที่ 38 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 25 ปี ต.บางแก้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 39 อ.กำแพงแสน เพศ หญิง อายุ 40 ปี ต.ทุ่งลูกนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 40 อ.กำแพงแสน เพศชาย อายุ 18 ปี ต.สระสี่มุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 41 อ.กำแพงแสน เพศชาย อายุ 22 ปี ต.สระสี่มุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 42 อ.กำแพงแสน เพศหญิง อายุ 44 ปี ต.สระพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 43 อ.กำแพงแสน เพศชาย อายุ 35 ปี ต.สระสี่มุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 44 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 31 ปี ต.โคกพระเจดีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 45 อ.สามพราน เพศหญิง อายุ 46 ปี ต.บ้านใหม่
&amp;nbsp;
ระลอกใหม่ รายที่ 46 อ.เมือง เพศหญิง อายุ 43 ปี ต.ถนนขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 47 อ.ดอนตูม เพศหญิง อายุ 30 ปี ต.ห้วยพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 48 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 65 ปี ต.บางระกำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 49 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 38 ปี ต.บางกระเบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 50 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 40 ปี ต.บางกระเบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 51 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 24 ปี ต.บางระกำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 52 อ.นครชัยศรี เพศหญิง อายุ 1 ปี ต.บางระกำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกใหม่ รายที่ 53 อ.สามพราน เพศชาย อายุ 44 ปี ต.คลองใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ Time line อยู่ระหว่างสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88189</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครปฐม, สาธารณสุข, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe9777b7e538.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.สั่งปิดสะพานปลาสมุทรสาคร-สมุทรปราการ ลดความเสี่ยงโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นายมณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า หลังตรวจพบจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด 19 (covid 19) ที่ จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อสป.ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้มีสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ รวมอยู่ด้วย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ วานนี้ (20 ธ.ค.63) ได้เรียกประชุมด่วนหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาทั้ง 2 แห่ง รวมถึงผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือ และหาแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จำเป็นต้องปิดท่าหรืองดให้บริการสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อลดความเสี่ยง และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิค 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม จะผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการเรือที่ถึงกำหนดเข้าจอดที่สะพานปลาสมุทรสาคร แต่ทั้งนี้จะจำกัดพื้นที่ควบคุม พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เข้ามาทำการตรวจคัดกรองในเชิงรุกป้องกันการแพร่ระบาด ตามมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ในเบื้องต้น จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ของ อสป. แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ รวมถึงพนักงาน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิค 19 ครั้งนี้ อยู่ในพื้นที่ ที่ อสป. มีสะพานปลาตั้งอยู่ หากยังเปิดให้บริการ อาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นแน่นอน และในช่วงระหว่างปิดท่า ผมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สะพานปลาทั้ง 2 แห่ง รวมถึงสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทุกแห่งให้เตรียมความพร้อมในการป้องกัน และป้องปรามอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตั้งจุดคัดกรอง สแกนอุณหภูมิ สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ควบคุมการเข้า-ออก และทำความสะอาด ฉีดพ่นยาในทุกจุดอย่างเข้มงวด พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกระยะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณเฑียร กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน และอย่าตระหนก หรือวิตกกังวลในเรื่องนี้ เพราะทุกปัญหา ย่อมมีทางออกเสมอ ขอให้ช่วยกันดูแลและป้องกัน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ผู้ใช้บริการสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศของ อสป.แม้จะขาดรายได้ก็ต้องยอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87598</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, นครปฐม, ปิดสะพานปลา, ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.), สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe07e1122f5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
