<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิคนครศรีฯเพิ่ม 602 ราย หมอชี้ประมาท ติดหนักในครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 18 ต.ค. &amp;nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 602 ราย ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยสะสม 24,204 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วสะสม 16,724 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 155 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นเพศชาย อายุ 63 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และมีโรคประจำตัว เป็นไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง พร้อมระบุจากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะยังสูงอีกระยะ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่อเนื่องของกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก่อนนี้ แต่หากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด มีการดูแลลดความเสี่ยงของตัวเอง มีการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล รวมทั้งมีการประเมินตนเองตลอดเวลา ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การคลี่คลายสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราชสามารถคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการปฏิบัติงานเชิงรุกโดยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 12 อำเภอ ส่งทีมสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อ เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจหาเชื้อและสอบสวนโรคแก่กลุ่มเสี่ยงสูง ที่ได้ประกาศปิดชุมชนรอบนอก และชุมชน/ซอยต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในระยะ 5 วันที่ผ่านมา มีตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น โดยปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการเร่งคัดกรอง เพื่อให้พบผู้มีเชื้อผู้ป่วยได้เร็วขึ้น อันนำไปสู่การรักษาที่รวดเร็วขึ้นด้วย พร้อมยืนยันไม่มีการปกปิดข้อมูลผู้ป่วย ตัวเลขที่นำมาเปิดเผยเป็นตัวเลขจริง จึงอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ให้มีการตั้งการ์ดสูงสุด มีวินัยในตัวเอง ดูแลตัวเองและครอบครัว มีการเว้นระยะห่าง ลดการไปมาหาสู่จากเหตุอันไม่จำเป็น โดยในภาพรวมจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการนำเชื้อเข้าสู่ครอบครัว เกิดจากความประมาท ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT และการไม่ระมัดระวังตัวเอง
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีนนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เร่งฉีดวัคซีนแก่กลุ่มเป้าหมายและมีความคืบหน้าตามลำดับ โดยข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว จำนวน 603,855 โดส เข็มสอง จำนวน 392,349 โดส และเข็มสาม จำนวน 13,595 โดส.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120147</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัสพงษ์ สุขกรี, นครศรีธรรมราช, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e106674d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เมืองคอนพปชร.โวยโควิดพุ่ง! บี้&#039;อนุทิน&#039;ส่งวัคซีนช่วยด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่พุ่งถึง 618 คน (วันที่ 17 ต.ค.64) จนทำให้จัดอยู่ใน 23 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp; กลายเป็นพื้นที่สูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้กระทบถึงการทำมาหากิน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงขอสนับสนุนการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่างเร่งด่วน ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ถึงแม้ว่า วัคซีนโควิด-19 จะใช้เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของอาการป่วย และเสียชีวิต ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถติดเชื้อได้ แต่การได้รับวัคซีนในสัดส่วน 70-80% ของประชากรทั้งจังหวัด จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามกำหนดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของ ศบค. ที่จัดให้ จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในพื้นที่นำร่อง (สีฟ้า) ที่จะเปิดจังหวัดในวันที่ 1 ธ.ค.64 นั้น หากการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชากรยังไม่ถึง 70-80% ก็อาจทำให้ จ.นครศรีธรรมราช ต้องสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูจากข้อมูลรายได้การท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือน ม.ค.-ส.ค.64 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดจำนวน 628,279 คน สร้างรายได้ 2,248.08 ล้านบาท ลดลงจากในปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 1,247,928 คน&amp;nbsp; มีรายได้ 3,826 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากเปรียบเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองในภาคใต้อย่าง ระนอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 125,385 คน ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.64 มีรายได้ 315.84 ล้านบาท ลดลงจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 296,563 คน มีรายได้ 1,096 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยว 509,617 คน ในช่วงเดือน ม.ค.- ส.ค.64 มีรายได้ 1,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 495,741 คน มีรายได้ 917 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ก็มีรายได้เป็นอันดับ 1 ใน 55 เมืองรองของประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.ของปี 61 ก่อนการระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนมากที่สุด 142,445 คน มีรายได้สูงสุด 2,121 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงปี63-64 แม้มีการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ยังสร้างรายได้ในหลัก 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตดีขึ้น&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการได้รับวัคซีนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งยังคงมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอให้ กระทรวงสาธารณสุขในความดูแลของนายอนุทิน ช่วยสนับสนุนจัดสรรวัคซีนให้กับจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเร่งการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้ได้ในสัดส่วน 70-80% รองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวในวันที่ 1 ธ.ค. ตามที่ ศบค.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดสรรวัคซีนดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง สร้างความมั่นใจให้กับตัวของประชาชนเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเป็นตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120048</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, วัคซีน, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, อนุทิน ชาญวีรกูล, เมืองคอน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองคอนเอาจริงสั่งลุยจับนักพนันมั่วสุมโต๊ะสนุ๊กเกอร์และมวยตู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.2564 - นายไกรศร &amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายประสงค์ &amp;nbsp;จันทร์หยู ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราชและนายนันทวัฒน์ กิตติพันธ์พัฒนา ปลัดอำเภอเมือง ฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นำกำลัง อส.ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งและผู้นำชุมชนในพื้นที่ &amp;nbsp;ออกตรวจสอบการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ อ.เมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายแรกเมื่อเวลา 13.00น.ได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 124/5 หมู่ 3 ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช พบมีการรวมกลุ่มเล่นการพนันสนุ๊กเกอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเข้าทำการจับกุมได้นักพนันสนุ๊กเกอร์ จำนวน 5ราย พร้อมของกลางเงินสดจำนวนหนึ่งและอุปกรณ์การพนันสนุ๊กเกอร์นำส่ง พงส.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชดำเนินคดีตามกม.ในข้อหาลักลอบเล่นการสนุกเกอร์พนันเอาทรัพย์สินซึ่งกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันชุมนุมจัดกิจกรรมซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 และ 3 ฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ออกตามความในมาตรา 9 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกรายกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนชุดเดียวกัน ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายน้ำชา หมู่ 3 ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช พบมีการลักลอบเล่นการพนันมวยตู้อย่างคึกคักและไม่เกรงกลัวการแพร่ระบาดโควิด-19กันเลย จึงปิดล้อมร้านน้ำชาเข้าทำการจับกุมนักพนันมวยตู้ถ่ายทอดทางทีวีได้ทั้งหมดจำนวน 21คน พร้อมทีวีของกลางจำนวน1เครื่องและเงินสดจำนวนหนึ่งคุมตัวขึ้นรถกระบะหลายคันดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเล่นการพนันชกมวกซึ่งถ่ายทอดทางทีวีพนันเอาทรัพย์สินซึ่งกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ร่วมกันชุมนุมจัดกิจกรรมซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 และ 3 ฝ่าฝืน พรก ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ออกตามความในมาตรา 9 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120004</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, นครศรีธรรมราช, ปราบปรามแหล่งมั่วสุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616c08b354ea3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; โพสต์ขอทุกคนเชื่อมั่น พลังสามัคคีผสานต้นทุนทางวัฒนธรรมจะพลิกโฉมสู่ประเทศที่มีรายได้สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ต.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;Prayut-chan-o-cha&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;ต.ค.64)&amp;nbsp;เป็นอีกวันที่ผมมีความสุขและได้แนวคิดใหม่ๆมากมาย&amp;nbsp;จากการล่องใต้สู่ดินแดนด้ามขวานทองของไทยเพื่อพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมืองคอน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นดินแดนที่งดงามด้วยความหลากหลาย&amp;nbsp;เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;และร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;อันเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;และวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;แต่ในอดีตมักจะประสบกับอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดทางตอนเหนือที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ผมและรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องชาวใต้&amp;nbsp;จึงต้องได้มีคำสั่งเร่งรัดการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมทางภาคใต้ในปีนี้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ&amp;nbsp;และอยากที่จะมาติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจราชการในครั้งนี้&amp;nbsp;ผมได้รับรายงานการเร่งรัดขุดลอกไปแล้ว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ร่องน้ำ&amp;nbsp;และจะเร่งดำเนินการต่ออีก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ร่องน้ำใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และมีการปรับปรุงและก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;เตรียมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เรือยนต์&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;คอยออกประกาศเตือนชาวเรือและชาวบ้าน&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;ประสานหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วคอยเข้าช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;หากเกิดเหตุสามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;นอกจากนี้ผมยังได้กำชับให้กับกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ป.ภ.)&amp;nbsp;ให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุให้พร้อมเต็มที่จนกว่าจะผ่านหน้ามรสุมนี้ไปได้&amp;nbsp;ผมเชื่อว่าเมื่อเรามีการวางแผนที่ดี&amp;nbsp;หากเกิดปัญหาขึ้น&amp;nbsp;เราก็จะสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp;ผมยังตั้งใจมารับฟังความคืบหน้าและปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;จากการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ส.ค.64&amp;nbsp;ในการอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีวงเงินรวมกว่า&amp;nbsp;354&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในเกือบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;ท่องเที่ยวบริการ&amp;nbsp;และการค้า,&amp;nbsp;การยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร,&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;หลังการระบาดของโควิดโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เป้าหมายการพัฒนาของพี่น้องชาวใต้ในภาพรวม&amp;nbsp;ตามนโยบาย&amp;nbsp;&amp;ldquo;การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; (Southern Economic Corridor - SEC)&amp;nbsp;มีความต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;(Bio-Based and Processed Agriculture Products)&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาการผลิตด้านการเกษตรแบบครบวงจรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสำหรับโลกสมัยใหม่นั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย&amp;nbsp;ในครั้งนี้ผมได้เข้าไปเยี่ยมชม&amp;nbsp;ศูนย์ดิจิทัลชุมชน&amp;nbsp;ตำบลมะม่วงสองต้น&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นผลผลิตจากการขับเคลื่อนนโยบาย&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;nbsp;4.0&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในทุกภูมิภาคได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเองและชุมชน&amp;nbsp;จนเกิดการผลิดอกออกผลของความสำเร็จในวันนี้&amp;nbsp;จนได้รับการยกย่องในเวทีระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(ITU)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการเน็ตประชารัฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่เป็นการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;24,700&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้รับรางวัลด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสาร&amp;nbsp;WSIS Prize 2019&amp;nbsp;ซึ่งโครงการเน็ตประชารัฐนี้ได้ขยายผลไปสู่&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;เพื่อสร้างศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้แต่ละชุมชน&amp;nbsp;ช่วยสร้างความเท่าเทียมทางการเข้าถึงเทคโนโลยี&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;จนล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;WSIS Project Prizes 2021&amp;nbsp;ด้านสังคมและจริยธรรมของเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;อย่างน่าภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์ดิจิทัลชุมชนไม่ใช่เพียงพื้นที่การเรียนรู้ด้านดิจิทัลสำหรับพื้นที่เท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังเป็นศูนย์บริการของชุมชนที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งผมคาดหวังว่าจะเกิดเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Young Smart Farmer&amp;nbsp;รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;การค้าออนไลน์จากพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;จากท้องถิ่นสู่ต่างจังหวัด&amp;nbsp;ต่างภูมิภาค&amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งสู่ตลาดโลกโดยไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ให้ผู้ผลิตได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย&amp;nbsp;ทำเอง&amp;nbsp;ขายเอง&amp;nbsp;โดยรัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้&amp;nbsp;ส่วนประชาชนลงแรงกายและแรงสมอง&amp;nbsp;คือต้องเรียนรู้&amp;nbsp;ปรับตัว&amp;nbsp;และไม่หยุดพัฒนา&amp;nbsp;ต่อไปเกษตรกรไทยจะไม่ขายผลผลิตในลักษณะวัตถุดิบ&amp;nbsp;แต่จะต้องยกระดับไปสู่การแปรรูป&amp;nbsp;การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม&amp;nbsp;ทนทาน&amp;nbsp;รักษามาตรฐานสินค้า&amp;nbsp;และมีเรื่องราวที่สร้างความน่าสนใจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;หากเกษตรกรรุ่นใหม่เรียนรู้การทำการตลาดได้ด้วยตนเอง&amp;nbsp;ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ดิจิทัลชุมชน&amp;nbsp;ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้แต่ละชุมชนไปถึงเป้าหมายนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผมได้สัมผัสอีกโมเดลความสำเร็จของการบริหารจัดการโดยชาวชุมชน&amp;nbsp;เพื่อชาวชุมชน&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;หลาดชุมทางทุ่งสง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่เป็นถนนสายวัฒนธรรม&amp;nbsp;ตามแนวคิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณค่าสู่มูลค่าเพิ่ม&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้จากเอกลักษณ์รากเหง้าของวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;ผ่านอาหารการกินวิถีชีวิต&amp;nbsp;การแสดง&amp;nbsp;งานฝีมือ&amp;nbsp;สิ่งประดิษฐ์&amp;nbsp;หัตถกรรมจากวัสดุท้องถิ่นด้วยฝีมือคนในท้องถิ่น&amp;nbsp;สามารถสร้างเศรษฐกิจฐานรากกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;บนถนนคนเดินเพียง&amp;nbsp;160&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;โดยจัดสัปดาห์ละครั้งช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;(รวม&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ครั้ง)&amp;nbsp;นับว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้สูงถึง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;จากเงินที่รัฐบาลสนับสนุนลงไป&amp;nbsp;ถือเป็นความสำเร็จทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การอนุรักษ์วัฒนธรรม&amp;nbsp;และการแปลงต้นทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าอีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งผมยินดีที่ได้เห็นความสำเร็จเช่นนี้&amp;nbsp;และอยากเห็นความสำเร็จเช่นนี้ในลักษณะนี้ในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ผมกล่าวมาจะเห็นได้ว่า&amp;nbsp;ความเข้มแข็งของประเทศ&amp;nbsp;นั้นมีพื้นฐานสำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ถ้าทุกชุมชนสามารถถอดรหัสความเข้มแข็งของตนเอง&amp;nbsp;รากเหง้าทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;จุดเด่นและอัตลักษณ์ที่มี&amp;nbsp;นำมาแปรเปลี่ยนให้เป็นต้นทุนในการต่อยอดทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และผลผลิตสินค้าชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ย่อมจะเกิดพลังขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนพลังที่เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว&amp;nbsp;และดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้เกิดเป็น&amp;nbsp;Soft Power&amp;nbsp;ที่เป็นระบบและยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในเวทีโลก&amp;nbsp;และจากการผลักดันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้เราได้ทำสำเร็จตามแผนไปแล้วในหลายประการ&amp;nbsp;จนประเทศไทยได้รับการจัดอันดับจากหลายสถาบันให้เป็นหนึ่งในสิบประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมดีที่สุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้&amp;nbsp;ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความโดดเด่นของชุมชนทั่วทุกแห่งในประเทศ&amp;nbsp;ที่รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุน&amp;nbsp;ต่อยอดศักยภาพให้เกิดความน่าสนใจ&amp;nbsp;แข่งขันได้&amp;nbsp;น่าดึงดูดใจ&amp;nbsp;เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเมือง&amp;nbsp;เปิดประเทศ&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด&amp;nbsp;ขอเพียงเราทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาในชาติของตนเอง&amp;nbsp;ว่ามีดีไม่เป็นสองรองใครในโลก&amp;nbsp;ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า&amp;nbsp;พลังแห่งความรักความสามัคคีของคนในชาติ&amp;nbsp;ผสานกับต้นทุนของมรดกทางวัฒนธรรมที่เรามี&amp;nbsp;จะสามารถพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;พลิกโฉมประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงได้ในเวลาไม่นานเกินรอครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119174</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ec964bc19b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; บินนครศรีธรรมราช ติดตามสถานการณ์น้ำ 13 ส.ส.ใต้ พปชร. ต้อนรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>

7 ต.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยัง ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ
&amp;nbsp;
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มี ส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาต้อนรับและลงพื้นที่ด้วยเกือบทั้งหมด ประกอบด้วย ส.ส นครศรีธรรมราช ทั้ง 4 คน นายรงค์ บุญสวยขวัญ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นายสายัณห์ ยุติธรรม และนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส่วนส.ส.ตรัง นายนิพันธ์ ศิริธร ขณะที่ส.ส.ภูเก็ต นายนัทธี ถิ่นสาคู นายสุทา ประทีป ณ ถลาง และ ส.ส.สงขลาทั้ง 4 คน นายวันชัย ปริญญาศิริ นายศาสตรา ศรีปาน นายพยม พรหมเพชร ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ขณะส.ส.ยะลา นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส ขาดเพียงนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เนื่องจากป่วย
&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน กลุ่มนครเสรีเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพื่อรวมพลคนไม่เอาประยุทธ์ เตรียมชุมนุมขับไล่
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119063</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นครศรีธรรมราช, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb07892739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมลงใต้ดูแผนบริหารจัดการน้ำนครศรีธรรมราช 7​ ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 -​ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ร่วมกับรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อติดตามความพร้อม และแผนการรับมือบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ หากมรสุมเคลื่อนจากภาคกลาง ลงไปยังภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัล ตำบลมะม่วงสองต้น ซึ่งเป็นชุมชนที่ใช้เทคโนโลยีสื่อดิจิทัลอินเทอร์เน็ตเรียนรู้และต่อยอดมูลค่าผลผลิตของชุมชน กระตุ้นยอดขายทางออนไลน์ในช่วง โควิด-19 รวมทั้งจะไปเยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐ กับการบริการดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118842</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, นายกรัฐมนตรี, นายกฯลงพื้นที่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155884fb03db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; ลงพื้นที่เมืองคอน ดักหน้า &#039;บิ๊กตู่&#039; ขอเร่งสร้างคลองระบายน้ำตามพระราชดำริ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพบปะผู้เสนอตัวสมัครเลือกตั้ง ส.ส. สมาชิกพรรค และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า มีการคาดการณ์ว่า พายุจะเริ่มเข้าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้ จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนมากขึ้น โดยได้พูดคุยกับนายปริญญา สัคคะนายก สำนักงานชลประทานที่ 15 (SWOC15) ถึงการเตรียมความพร้อมพื้นที่ ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชฝั่งตะวันตกมีอ่างเก็บน้ำคลองกระทูน , อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ใน อ.พิปูน รองรับไว้ แต่ฝั่งตะวันออกที่ติดอ่าวไทยไม่มีอ่างเก็บน้ำ จึงมีการสร้างคลองระบายน้ำสายที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมต่อคลองวังวัว เพื่อระบายน้ำอ้อมเมืองนครศรีธรรมราชออกอ่าวไทย เป็นโครงการที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2531 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า สาเหตุที่โครงการไม่แล้วเสร็จ เพราะเมื่อเวนคืนพื้นที่เสร็จเรียบร้อย ก็ยังมีคนกลับเข้าไปอยู่บ้าง พอมีงบสร้าง งบรื้อเยียวยาไม่มี พอมีงบเยียวยา ก็ไม่มีงบก่อสร้าง สลับกันไปมาแบบนี้ โครงการเลยไม่สำเร็จ แต่พอปีที่แล้ว พื้นที่ อ.ลานสกา น้ำท่วมหนัก เลยทำให้ประชาชนละแวกนี้เริ่มเข้าใจแล้ว ว่าคลองระบายน้ำสายที่ 3 มีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะมาตรวจราชการวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ขอให้เร่งรัดโครงการจัดการน้ำ ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายที่ 3 หากคลองเส้นนี้สำเร็จ จะทำให้การระบายน้ำของนครศรีธรรมราชเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว จาก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นี่คือพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีมาตั้งแต่ปี 2531&amp;quot; นายอรรถวิชช์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118828</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, พรรคกล้า, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bf96cd70e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
