<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 07:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผกก.-รองผู้กำกับสภ.แม่วงก์! เซ่นคดีฉาว5เดนนรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - พล.ต.ท.อภิชาติ สิริสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) มีคำสั่งที่ 312/2564 ลงวันที่ 29 ส.ค.64&amp;nbsp; เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ระบุว่า ด้วยมีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ ร้องเรียนกรณีการสืบสวนสอบสวนล่าช้าในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศของสถานีตำรวจภูธรแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้น เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14&amp;nbsp; แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547และข้อ 8 (2) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2563 จึงให้ พ.ต.อ.ธำรง จิกิตศิลปิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ และ พ.ต.ท.ประเสริฐ จักษุรุ่งฤทธิ์ระวี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 6 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นผู้กำกับดูแลตามคำสั่งกรมตำรวจ (เดิม) ที่ 1212/2537&amp;nbsp; เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยจ้าราชการตำรวจ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีคดีฉาวที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อเกิดเหตุหญิงสาวเยาวชนถูกกลุ่มชายวัยรุ่นรุมข่มขืนถึง 4 คน โดยครอบครัวหญิงสาวเข้าแจ้งความตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่ง ชาวเน็ตแห่ติดแฮชแท็ก #5เดนนรก ล่าสุดตำรวจจับผู้ต้องหาได้แล้วหลายคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114989</URL_LINK>
                <HASHTAG>5เดนนรก, นครสวรรค์, ผบช.ภ.6, เด้งผกก.สภ.แม่วงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c203c6371f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมแพทย์ชนบทตรวจโควิดชุมชนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลวันสุดท้าย ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย หนูน้อยกลัวสำลีแยงจมูก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องช่วยกันปล้ำ (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์เชียงรายตรวจโควิดถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ออกมาจุดตรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทปิดปฏิบัติการตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวันสุดท้าย &amp;ldquo;ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยเปิดจุดตรวจวันนี้ 26 จุด&amp;nbsp; รองรับผู้ตรวจประมาณ 50,000 ราย&amp;nbsp; คาดพบผู้ติดเชื้อ 5,000 ราย&amp;nbsp; โดยจะแจกยาและให้การรักษาทันที &amp;nbsp;เพื่อลดภาวะเตียงล้น-บุคลากรรองรับไม่พอ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.เตรียมระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง&amp;nbsp; จัดเตรียมยาสมุนไพรสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ชมรมแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศระดมกำลังประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กว่า&amp;nbsp; 40 ทีม&amp;nbsp; เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกครั้งที่ 3 ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม&amp;nbsp; ตั้งเป้าเปิดจุดตรวจทั้งหมด 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนได้ประมาณ 300 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 250,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดจุดตรวจที่ พอช.รองรับประชาชน 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ (10 สิงหาคม)&amp;nbsp; เป็นการตรวจวันสุดท้าย&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ปิดแผนปฏิบัติการวันนี้ &amp;nbsp;วันสุดท้าย กู้ภัยโควิดกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ปักหลัก 26 จุดตรวจ &amp;nbsp;กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รวมปริมณฑล จังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการอีก 2 จุดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายตรวจคัดกรอง 5 หมื่นราย &amp;nbsp;คาดหมายว่าจะพบผู้ติดเชื้อ 5 พันราย &amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;แต่ละจุดตรวจวันนี้เปิดรับประชาชนในชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ Walk-in เข้ามาขอตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะตรวจให้กับทุกคน &amp;nbsp;เพราะเรามาเพื่อตรวจคัดแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; ทุกทีมกำลังขนสัมภาระ &amp;nbsp;ล้อหมุนไปยังพื้นที่จุดหมาย &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 6.30 น.&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;เปิดยุทธการ&amp;nbsp; ทิ้งทวน&amp;nbsp; วันสุดท้าย&amp;nbsp; ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมาลงทะเบียนตรวจโควิดที่ พอช. ตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทมาเปิดบริการจุดตรวจ&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรและนครสวรรค์ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 16 คนร่วมเป็นทีมตรวจ&amp;nbsp; มีอาสาสมัครจาก พอช. ประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนการตรวจของทีมแพทย์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลงทะเบียนผู้ตรวจ&amp;nbsp; จัดคิว&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทได้มาเยี่ยมจุดตรวจที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมจุดตรวจที่ พอช.&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร พอช.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ดับไฟที่ต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้วร้อยละ 10.8 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;วัชรนุกูลเกียรติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp; ซึ่งยกทีมจำนวน 36 คนมาตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ทั้งหมดจะใช้ชุดตรวจ Rapid &amp;nbsp;Antigen Test &amp;nbsp;Kit &amp;nbsp;(ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว) สามารถรู้ผลตรวจแต่ละคนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคนที่มีผลเป็นลบ &amp;nbsp;แพทย์จะให้กลับบ้านได้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผู้ที่มีผลบวกให้รอตรวจ RT-PCR อีกครั้ง&amp;nbsp; เพื่อยืนยันผลตรวจ&amp;nbsp; หากผลติดเชื้อแน่นอน&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการรักษาแบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจ่ายยารักษาเบื้องต้นตามอาการที่พบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวก จะได้รับยาฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;หรือฟาวิพิราเวียร์ตามอาการที่พบมากน้อยจากการวินิจฉัย &amp;nbsp;และเชื้อจากการสวอปเพื่อตรวจ RT- PCR ของทุกทีมจะถูกรวบรวมส่งไปตรวจที่แล็ปของ รพ.มหาราชนครราชสีมาวันละ 3&amp;nbsp; รอบ ซึ่งจะรู้ผลภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อสามารถเข้าไปดูผลได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางชุมชนที่มีความคับแคบ&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปตรวจให้แก่ผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วย &amp;nbsp;(ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการบุกกรุง 5&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-8&amp;nbsp; สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองด้วย ATK ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 96,087&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;พบผลบวก 10,357 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 10.8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่มีผลบวกเก็บตัวอย่างส่ง RT-pcr 9,790 ราย&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 94.5&amp;nbsp; ผลตรวจ RT-pcr ยืนยันตรงกัน &amp;nbsp;มีผลบวกลวงเพียงร้อยละ&amp;nbsp; 0.55&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเมินระดับความรุนแรง &amp;nbsp;แดง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 2.5 &amp;nbsp;เหลือง &amp;nbsp;ร้อยละ &amp;nbsp;27.3&amp;nbsp; และ เขียว&amp;nbsp; ร้อยละ 70.2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์ให้การรักษาโดยจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;4,792 ราย (รวม 239, 600 เม็ด) คิดเป็นร้อยละ 46.3 ของผู้ที่ตรวจพบเชื้อให้ผลบวก &amp;nbsp;และให้การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;เข็มแรก &amp;nbsp;จำนวน 3,047 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการบุกกรุงครั้งที่ 3 ของชมรมแพทย์ชนบทครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจทั้งหมด 250,000 ราย&amp;nbsp; ประเมินว่าผลบวกจะอยู่ที่ประมาณ 10-15% &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยาฟาร์วิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; ยังเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรุงเทพฯ คือต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกลามไปถึงทุกจังหวัด&amp;nbsp; จึงต้องมาช่วยดับไฟโควิดที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อปลุกเจ้าของพื้นที่ให้ลุกตื่นขึ้นมาจัดการดับไฟให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้รัฐบาลได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 29 จังหวัด ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ จัดทำโครงการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งบประมาณเบื้องต้น 30 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนแล้ว จำนวน &amp;nbsp;50&amp;nbsp; เครือข่ายเขต/เมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;416 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; ผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp; 83,574ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบสนับสนุนรวม &amp;nbsp;18,650,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการระดับเครือข่ายเมือง/เขต &amp;nbsp;5 ล้านบาทโครงการระดับชุมชน 11.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;ถุงยังชีพแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และล่าสุดจากการประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่าสิ่งที่ชุมชนต้องการเร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้&amp;nbsp; คือ 1.จัดตั้งครัวกลางหรือศูนย์อาหารชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้บริการทั้งแบบทำอาหารรายวัน &amp;nbsp;แจกจ่ายของแห้งกลับบ้าน &amp;nbsp;หรือตั้งคลังอาหารให้สมาชิกในชุมชนมาเบิกอาหารไปปรุงเอง&amp;nbsp; 2. จัดหายาสมุนไพรรักษาโควิดให้ชุมชนให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด (ประมาณเบื้องต้นชุดละ 500 บาท/คน &amp;nbsp;สำหรับยา&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ตำรับ&amp;nbsp; กินยา&amp;nbsp; 5วัน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายชุมชนในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ส่งสมุนไพรเพื่อใช้อบตัวหรือต้มสูดดมเพื่อช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จัดหายาสมุนไพรสำหรับรักษาเด็กที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; (หมอสมุนไพรแนะนำยาเขียวหอม แคปซูลละ 4 บาท) 4.ประสานงานกับสำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และ สปสช. &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำ Home isolation และ Community isolation&amp;nbsp; 5.รณรงค์ให้มีการบริจาคยาและเงินช่วยเหลือการจัดการโควิดของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.จัดหาชุด ppe &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทพอช. 1.การประสานหน่วยงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อระดมเงินและข้าวของช่วยเหลือครัวต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ประสานเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ชนบทเพื่อซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp; ผัก สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำส่งครัวชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สช. ใช้ &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; ปลุกเครือข่ายสมัชชาสุขภาพรับมือโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากข้อเสนอจากผู้นำชุมชนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าประเทศอยู่ระหว่างวิกฤต &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ได้ทะลุ 2 หมื่นคน &amp;nbsp;เสียชีวิตมากกว่าวันละ 200 ราย&amp;nbsp; และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกำลังเดินหน้าสู่ 1 ล้านคนในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าสถิติจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า หากพิจารณาสถานการณ์การระบาด&amp;nbsp; จะพบว่าเชื้อโควิด-19 ได้ขยายออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;กระจายตัวจนใกล้เป็น &amp;ldquo;วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่&amp;rdquo; ทั่วประเทศไปแล้ว &amp;nbsp;และจากตัวเลขประชาชนที่ทยอยเดินทางออกจาก กทม. กลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามนโยบายส่งกลับผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเตียงของโรงพยาบาลใน กทม. เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์การติดเชื้อของแต่ละจังหวัดจะไม่ต่างจาก กทม. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำว่า เป้าหมายและกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ระลอก 4 จะอยู่ที่ตำบลและชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการดูแลรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation&amp;nbsp;และศูนย์พักรักษาที่ชุมชน หรือ Community Isolation &amp;nbsp;ที่จัดการโดยประชาชนในพื้นที่ จะเป็นระบบบริการหลัก &amp;nbsp;และมีจังหวัด &amp;nbsp;อำเภอเป็นฐานอำนวยการ &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;และรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก &amp;nbsp;รวมทั้งมีพระและวัดเป็นที่พึ่งด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom ของ สช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;มีตัวอย่างพลังภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และจิตอาสาของจังหวัดนครปฐม ได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายก อบจ. เกิดมาตรการของชาวนครปฐม &amp;nbsp;จนเป็นต้นแบบการจัดระบบการจัดการโควิด-19 ระดับจังหวัด &amp;nbsp;เกิดเป็น &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp;ที่มีรูปธรรมการจัดการ&amp;nbsp;กิจกรรม และนวัตกรรมทางสังคมระดับพื้นที่ที่หลากหลาย โดยล่าสุด 4จังหวัดภาคอีสาน คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ &amp;nbsp;บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือ นครชัยบุรินทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;และ 5 จังหวัดของ กขป. เขต 10 คือ อุบลราชธานี &amp;nbsp;ศรีสะเกษ &amp;nbsp;ยโสธร &amp;nbsp;มุกดาหาร &amp;nbsp;และอำนาจเจริญ ได้นำโมเดลดังกล่าวไปต่อยอดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และแกนนำสมัชชาสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากถอดบทเรียนเรื่องมาตรการของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ จาก &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ประจำจังหวัด &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่ง จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีตัวอย่างจาก &amp;lsquo;กองทุนลมหายใจ&amp;rsquo; ของ จ.นครปฐม &amp;nbsp;3. การบริหารสิ่งสนับสนุนทั้งทางการแพทย์และทางสังคมเข้าไปสู่ HI และ CI ในชุมชนพื้นที่ &amp;nbsp;และ 4.การสร้างและพัฒนาทักษะการจัดการ HI และ CI ของแกนนำ และอาสาสมัครในชุมชน ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ใช้วัดเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;นอกจากมาตรการของภาคประชาชนแล้ว &amp;nbsp;บทบาทของพระสงฆ์และวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่มีความสำคัญมากในการเป็น &amp;lsquo;ผู้นำชุมชน และสถานที่พักพิง&amp;rsquo; รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ &amp;nbsp;ดังที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้แสดงพระธรรมเทศนา ไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีเนื้อตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ทุกภาคส่วนล้วนนำเอาความดีและความเชี่ยวชาญมารวมเป็นพลังสำคัญช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;คณะสงฆ์ได้จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราชฯ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยสีเขียว &amp;nbsp;คณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล &amp;nbsp;ร่วมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเพื่อรองรับและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.สรุปในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; มีหลายพื้นที่ที่วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เช่น &amp;nbsp;1.การดูแลด้านสุขภาพกันเองของพระสงฆ์ และการร่วมดูแลชุมชน&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้ง CI ซึ่งเป็นได้ทั้ง CI ของพระด้วยกันเอง &amp;nbsp;หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นฐานเพื่อจัดตั้ง CI ของชุมชน&amp;nbsp; 3. การระดมปัจจัยและสิ่งสนับสนุนในพื้นที่&amp;nbsp; 4. การช่วยเหลือญาติโยมในช่วงท้ายของชีวิต และการ &amp;ldquo;ปลุก-ปลอบ&amp;rdquo; เยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจิตวิญญาณ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทจากทั้งหมดประมาณ 400 คนที่มาบุกกรุงครั้งที่ 3 (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว, Home Isolation, Rapid  Antigen Test  Kit, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จัดตั้งครัวกลาง, ชมรมแพทย์ชนบท, ดับไฟที่ต้นทาง, ตรวจโควิดชุมชน, ทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด, นครปฐมโมเดล, นครสวรรค์, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ, นายปฏิภาณ  จุมผา, บุคลากรรองรับไม่พอ, พอช., พิจิตร, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฟ้าทะลายโจร, ลดภาวะเตียงล้น, วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมุนไพรสู้โควิด, สสจ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ไม่เสร็จ  ไม่เลิก  ไม่หมด  ไม่กลับ  กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611252397a508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นครสวรรค์” เชิญชวนท่องเที่ยวรับพลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณพาสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรยากาศของการเริ่มต้นฟื้นฟูการท่องเที่ยววิถีใหม่ &amp;ldquo;จังหวัดนครสวรรค์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางของการเดินทางไปยังภาคเหนือ ด้วยระยะทางเพียง &amp;ldquo;สอง สาม เก้า&amp;rdquo; หรือ 239 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้มาเติมพลังแห่งความสุขจากการได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ทั้งทางกายและทางใจในเมืองที่ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น &amp;ldquo;นครแห่งสวรรค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิถีคนหาปลาที่ปากน้ำโพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ด้วยมาตรการรณรงค์ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย มีจุดแจกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ และความเข้มงวดในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมของจังหวัด ช่วยให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่า เมื่อมาเที่ยวแล้วจะกลับไปด้วยสุขภาพที่ดี ปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ สีแดง​ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ รับผิดชอบพื้นที่นครสวรรค์ และพิจิตร เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายและเปิดโอกาสให้เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้แล้วนั้น แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เมืองนครสวรรค์ ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม ช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และชุมชนต่างๆ ในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งความสุข เปรียบดังดินแดนแห่งสวรรค์ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาจากการรวมตัวกันของแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่วิถีชีวิตผู้คน โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่นับถือของชาวเมืองปากน้ำโพ คอยคุ้มครองป้องกัน ถือเป็นพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องกันมายาวนาน ททท.สำนักงานนครสวรรค์ จึงขอแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนได้เสริมพลังความเป็นมงคลหลังผ่านช่วงวิกฤติโควิด-19 ใน 3 สถานที่ ได้แก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แรกคือ &amp;ldquo;อุทยานสวรรค์&amp;rdquo; ถือเป็นจุดรับพลังจากมังกร เสริมอำนาจ วาสนาและบารมี อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองนครสวรรค์ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่มาแล้วมีบรรยากาศของการผ่อนคลาย มีความสุข ในเนื้อที่ประมาณ 314 ไร่ ด้านในประกอบไปด้วย สวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก และรูปปั้นมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิมมองจาก &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สอง คือ &amp;ldquo;ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;rdquo; เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์มากว่า 100 ปี สำหรับไหว้เทพยาดาฟ้าดินเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป สถานที่แห่งนี้เรียกสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ศาลเจ้าปึงเถ่ากง&amp;rdquo; ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจุดบรรจบของแควปิง วัง ยม น่าน ซึ่งมีลักษณะแม่น้ำเป็น 2 สี ภายในประดิษฐานเทพปิ่นโถ่วกงอยู่ตรงกลาง เทพกวนอูอยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิมอยู่ด้านซ้าย และยังมีเจ้าแม่สวรรค์ และเจ้าพ่อสามตา ให้ได้เคารพสักการะอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สาม คือ &amp;ldquo;วัดคีรีวงศ์&amp;rdquo; ตั้งอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยกรุงสุโขทัย มีเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า &amp;ldquo;พระจุฬามณีเจดีย์&amp;rdquo; เป็นสถานที่สำหรับชาวเมืองนครสวรรค์มาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก และชมทิวทัศน์ของเมืองนครสวรรค์ได้อย่างกว้างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวต่อว่า นครสวรรค์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่มีความสำคัญและไม่ควรพลาด ได้แก่ &amp;ldquo;บึงบอระเพ็ด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอในนครสวรรค์ ซึ่งนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ มีสัตว์อาศัยอยู่กว่า 140 ชนิด โดยเฉพาะ &amp;ldquo;นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร&amp;rdquo; ที่เป็นนกหายาก ทั้งนี้ นอกจากตัวบึงบอระเพ็ดแล้ว ในบริเวณเดียวกันยังมี &amp;ldquo;อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา&amp;rdquo; ให้ได้เข้าไปชมเรื่องราวในโลกของปลาน้ำจืดที่มีความสวยงามและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวเดินชมสะพานพาสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีจุดที่ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปากน้ำโพ ที่ไม่ควรพลาดคือ สถานที่ที่เรียกว่า &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo; เป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บริเวณเกาะยม จุดต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งตัวเมืองสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปถ่ายรูป ชมพระอาทิตย์ตกบนอาคารพาสาน สัมผัสความงดงามของต้นน้ำเจ้าพระยา และวิถีชีวิตของคนริมน้ำแห่งเมืองปากน้ำโพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวแม่น้ำปิงที่ &amp;ldquo;ตลาดท่าเรือคลองคาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชื่อ &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo; มีที่มาจากคำว่า &amp;quot;ผสาน&amp;quot; คือ การรวมกันของสถานที่กับผู้คนผสมผสานรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิถีชีวิตของชาวต้นแม่น้ำเจ้าพระยา รูปแบบอาคารมีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นและทันสมัย มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ลักษณะคล้ายเส้นสายที่สอดประสานกันมาบรรจบที่ตรงปลาย อันหมายถึง การมารวมตัวกันของแม่น้ำสายหลัก 4 สาย มีการประสานกัน เริ่มจากแม่น้ำ 2 สายคือ แม่น้ำปิงรวมกับแม่น้ำวัง และแม่น้ำยมรวมกับแม่น้ำน่านมาก่อน จากนั้นจึงมารวมเป็นหนึ่งเดียวทั้ง 4 สายในบริเวณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของวิถีชุมชน &amp;ldquo;ตลาดท่าเรือคลองคาง&amp;rdquo; หรือตลาดวิถีชุมชนแห่งใหม่ริมแม่น้ำปิง จังหวัดนครสวรรค์ มีความน่าสนใจที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปผ่อนคลายด้วยการช็อปปิ้งเพลินๆ หรือนั่งรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดท่าเรือคลองคางยามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวตลาดพัฒนาจากท่าเรือเก่าในอดีต มีร้านรวงมากกว่า 140 ร้าน จำหน่ายทั้งอาหารคาว ขนมหวาน ขนมโบราณ น้ำดื่มต่างๆ แล้วยังสามารถเลือกซื้อผักปลอดสาร ผลไม้ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ จากกลุ่มเกษตรกร สิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของตลาดท่าเรือคลองคาง คือ ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ละร้านใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากธรรมชาติ 100% เช่น ใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำ ใช้ใบตองรองอาหาร ใช้ชะลอม เครื่องปั้นดินเผา แทนการใช้โฟมและพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ทางตลาดก็เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะริมน้ำ แพลอยน้ำ และมุมห้อยขาริมน้ำ ให้นั่งหย่อนขารับลมเย็นๆ ชมสายน้ำไหลเอื่อย พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแบบเต็มปอด โดยยังให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยตลาดจะเปิดขายทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;15.00-21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;ตลาดริมน้ำ 100 ปี&amp;rdquo; ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนดาวดึงส์ ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้ามีให้เลือกชมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะที่สำคัญร้านอาหารแผงลอยจำนวนมาก เปิดขายตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านขายหอยทอดตลาดท่าเรือคลองคาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เพราะร้านอร่อยเก่าแก่ขึ้นชื่อทั้งถนน ไม่ว่าจะเป็น หอยทอดเจ๊ฮวย ร้านหอยทอดชื่อดังประจำตลาดเตะตาด้วยกระทะหอยทอดใบใหญ่ถึง 3 ใบ, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายหลี, ก๋วยเตี๋ยวหมูและไก่, ไอศกรีม, ขนมไทยนายกุหลาบ, น้ำแข็งไสของร้านเช็งซิมอี้ ฯลฯ เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 2-7 กรกฎาคมนี้ จะมีการจัดงานสำคัญของชาวเมืองปากน้ำโพ ได้แก่ งาน ฉลองวันแห่งเทพเจ้ากวนอู บริเวณศาลเจ้าแม่ (หน้าผา) โดยคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2563-2564 เถ่านั้งปีที่ 105 &amp;nbsp;ขอเชิญประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกราบไหว้สักการะเจ้าพ่อกวนอูและองค์เทพทุกพระองค์ พร้อมร่วมเขียนคำอธิษฐานลงกระดาษมงคล ฝากดวงต่อองค์เจ้าพ่อกวนอู ให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่น ความสุขสมปรารถนา แคล้วคลาดปลอดภัย โดยวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อกวนอู และวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 เชิญร่วมประมูลวัตถุมงคลเจ้าพ่อกวนอู
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานยังพบกับการยกเมืองจำลองบ้านจีนโบราณมาให้ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกในงานอีกด้วย พร้อมทั้งมีคาราวาน ฟู้ดทรัค ของกิน ของใช้จากโอท็อป และสินค้าราคาถูกมากมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานนครสวรรค์และพิจิตร ได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ โทร.0-5622-1811-2 หรือติดตามผ่านทาง Facebook : TATNakhonsawan.Phichit&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69500</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครสวรรค์, พาสาน, มองเมือง, วัดคีรีวงศ์, ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1dd63ccda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลากสินค้าดีจากชุมชน  นครสวรรค์-พิจิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยามนี้ดูเหมือนว่าการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัย และเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นวิธีการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ชุมชน ร้านอาหารแล้ว ยังเป็นการแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายกว้างขวางไปกว่าเดิม รวมทั้งมีความสอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดระยะห่างทางสังคมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้เปิด Facebook Group &amp;ldquo;การฝากร้านแห่งประเทศไทย-Amazing Market&amp;rdquo; ซึ่งมีผู้สนใจเข้าไปฝากร้านมากมาย และมีผู้เข้าไปช่วยอุดหนุนสินค้ากันไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รวมทั้งในส่วนสำนักงานการท่องเที่ยวเองก็ได้ช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ ด้วยการรวบรวมสินค้าในท้องถิ่นที่ออกมาตามฤดูกาล อย่างเช่น สำนักงานในพื้นที่ภาคตะวันออก ก็รวบรวมชื่อสวนผลไม้ออนไลน์ที่มี ทั้งทุเรียน มังคุด สละ ลองกอง มาให้ช็อปกันด้วยความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด สำนักงาน ททท.นครสวรรค์ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดพิจิตร ได้รวบรวมสินค้าชุมชน ทั้งของกิน ของใช้ ที่จัดจำหน่ายผ่านทางโทรศัพท์และทางไลน์มาให้กับผู้บริโภคได้ลองสั่งซื้อกัน แต่ละชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นตามพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชาวบ้านปากเกยไชย&amp;nbsp; กำลังทำตาลโตนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เริ่มต้นที่ผลิตภัณฑ์จากพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์ มีสินค้าที่หลากหลายดังนี้ 1.กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด บ้านปากคลองเกยไชย หมู่ 5 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากตาลหลายประเภท มีทั้งน้ำตาลโตนด 100%,จาวตาลเชื่อม, จาวตาลอบแห้ง, ลอนตาลอบแห้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งปลูกต้นตาลจำนวนมาก และในช่วงปลายมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงฤดูเก็บตาล รสชาติของน้ำตาลสดที่นี่จะมีความหวานหอม กินแล้วสดชื่น ไม่ขม ผู้สนใจติดต่อได้ที่ผู้ใหญ่วิชัย 08-1786-7716&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวหนองบัว เลขที่ 50 หมู่ 4 &amp;nbsp;ต.หนองกลับ อ.หนองบัว จำหน่ายขนมหม้อแกงไข่ท่านขุนฯ สูตรวังสนามจันทร์ ใช้ไข่ล้วนไม่ผสมแป้ง ปิ้งด้วยเตาถ่าน โรยกระเทียมเจียวกรอบ รวมทั้งมีกล้วยกวน มะม่วงกวนชนิดเข้มข้นทำจากกล้วยน้ำว้าและกล้วยหักมุกผสมกันนำมากวนในหัวกะทิเข้มข้น โดยใช้น้ำตาลโตนดเคี่ยวจนได้ที่ มีความเหนียวนุ่ม หวานมันหอมและอร่อย ส่วนมะม่วงกวนใช้มะม่วงอกร่องสุก กวนคลุกเคล้ากับหัวกะทิและแป้งมัน จนเหนียวคล้ายทุเรียนกวน ราคาจำหน่ายถุงละ 35 บาท สั่งซื้อ 3 ถุงราคา 100 บาท ติดต่อได้ที่ รัฐภูมิ วรสุทธิ์พิศาล โทร.08-2181-5977 Lind id : 6335914&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.เฉาก๊วยบรรจุถุง จากหมู่ที่ 4 ต.หนองกลับ อ.หนองบัวถือ เป็นของว่างใช้รับประทานช่วยคลายร้อน สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้นานถึง 3 สัปดาห์ ติดต่อได้ที่ นายธนา ยศอ่อน โทร.09-3290-9857 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นัวสึดสึด น้ำปลาร้าสุก เติมความแซ่บ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.&amp;rdquo;นัวสึดสึด&amp;rdquo; ชื่ออาจจะดูแปลก แต่หมายถึงน้ำปลาร้าปรุงสุก ใช้ปรุงอาหาร สำหรับเติมความแซ่บ ใส่ส้มตำ น้ำพริก แกง มีความเข้มข้น อร่อย ราคา 45 บาท ผลิตโดย น.ส.เจนจิรา บุญชื่น 57/5 ม.6 ต.วังบ่อ อ.หนองบัว&amp;nbsp; โทร.08-8409-2569 Line id : jenny088 4092569 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มะม่วงตากแห้ง&amp;nbsp; ร้านเพลินจัง จ. พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;5.&amp;rdquo;ไร่อุดมสุข&amp;rdquo; เลขที่ 34/3 ม.11 ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จำหน่าย &amp;quot;มะม่วงอบแห้ง&amp;rdquo; ราคาถุงละ 20 บาท ฝรั่งกิมจู กิโลกรัมละ 25 บาท มะนาวไร้เมล็ด กิโลกรัมละ 50 บาท ติดต่อได้ที่นางสาวรัตนาภรณ์ ทองแฉล้ม โทร.09-3394-4446 Line id : 0851246454 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;6.&amp;ldquo;รุ่งทองงาดำ&amp;rdquo; ม.1 ต.ห้วยถั่วเหนือ อ.หนองบัว จำหน่าย &amp;quot;งาดำคุณภาพปลอดสารพิษ&amp;rdquo; งาดิบ 120 บาท/กิโลกรัม งาคั่ว กิโลกรัมละ 350 บาท พริกจินดาสวน&amp;nbsp; กิโลกรัมละ 100 บาท และมะม่วงน้ำดอกไม้ 4 กิโลกรัม 100 บาท โทร-08-4619-8977 Line id : rungwipha77&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ของที่ระลึกจากร้าน สายใยไม้ไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;7.&amp;rdquo;สายใยไม้ไผ่&amp;rdquo; จากหมู่ 1 ต.หนองบัว อ.หนองบัว&amp;nbsp; จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากไม้ไผ่ และเครื่องจักสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระปุกออมสิน สุ่มโคมไฟ แก้วน้ำไม้ไผ่ แก้วน้ำไม้ไผ่ ราคาไม่แพง สอบถามได้ที่ นางสุดใจ ชาภักดี โทร.08-3486-3655 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้าขาวม้าทอจากร้านแพรพนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;8.แพรพนา ตั้งอยู่ที่ อ.แม่เปิน จำหน่าย ผ้าทอบ้านแพรพนา ผ้าทอ เครื่องนุ่งห่ม ผ้าทอบ้านแพรพนาเป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหม ทอจากภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อใช้ในงานประเพณีต่างๆ และเพื่อนุ่งห่มตามฤดูกาล เช่น ผ้าคลุมไหล่ ห่มในฤดูหนาว ผ้าพันคอใช้ประโยชน์ต่างๆ ผู้สนใจติดต่อได้ที่ คุณสัมฤทธิ์ วิจิตรจันทร์ 08-1972-7228 Line id :&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0819727228&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้าทอสีธรรมชาติ จากกลุ่มผ้าทอไทยบ้านหนองสะแก จ.นครสวรรค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;9.กลุ่มทอผ้าไทยบ้านหนองสะแก บ้านเลขที่ 143 หมู่ 4 ต.เขาชายธง อ.ตากฟ้า จำหน่ายผ้ามัดหมี่ทอมือ และผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ และผลิตภัณฑ์แบบอื่นๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายปิยะภรณ์ สานวน โทร.08-1038-2790 Line id :&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0810382790&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้ามัดหมี่ทอมือจากภูมิปัญญา ร้านคืนคุณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;10.ร้านคืนคุณแผ่นดิน 72/2 หมู่ 6 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จำหน่ายผ้ามัดหมี่ทอมือ เพื่อการอนุรักษ์ เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตกแต่งเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ไทย พร้อมความทันสมัยแบบสากล สนใจติดต่อได้ที่ นายธนพล แสงทอง และ ดร.จตุพร งามสงวน โทร.09-3134-8238 และ 09-8704-8989 Line id : ts0391 และ yodear7&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้ามไปจังหวัดพิจิตร ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์น่าสนใจหลากหลายเช่นกัน เริ่มต้นที่ 1.ชุมชนย่านเก่าวังกรด เลขที่ 999 ม.1 ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จำหน่ายชาใบจิก, สบู่ใบจิก ผลิตจากใบจิก ติดต่อได้ที่ นางกมลลักษณ์ ธนานันต์เมธ โทร.08-9856-8945 Line id : 0898568945&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลาส้มจากร้าน &amp;ldquo;ล้านอร่อย&amp;rdquo;&amp;nbsp; อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.ร้าน &amp;ldquo;ล้านอร่อย&amp;rdquo; 384 ม.1 ต.หนองพยอม อ.ตะพานหิน เป็นร้านชื่อดังจำหน่ายปลาส้ม, มะม่วงกะล่อนตากแห้งไร้เปลือก เหนียวหนึบ เคี้ยวเล่นเพลินๆ, ปลาส้ม แม่ราตรี ใช้ปลาตะเพียนตัวใหญ่ หมักด้วยสูตรของคนพวนบ้านป่าแดง สะอาด ถูกหลักอนามัย ติดต่อที่ นางสาวรุ้งลาวัลย์ สุขไมตรี โทร.06-2823-6626 Line id : zombiemim &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.&amp;quot;รัตนมณี&amp;quot; อยู่ที่ 42/4 ม.8 ต.ท่าหลวง อ.เมือง จำหน่ายอาหารทานเล่นเพื่อสุขภาพ สินค้าขึ้นชื่อ ได้แก่ &amp;quot;ลูกเดือยกรอบ หรือธัญพืชกรอบ มี 5 รสชาติ ได้แก่ รสไข่เค็ม, รสหวานเค็ม, รสสาหร่าย, รสจืด, รสต้มยำ แบบซอง 40 กรัม ซองละ 35 บาท 3 ซอง 100 บาท และแบบกระปุก 90 กรัม กระปุกละ 65 บาท 2 กระปุก 120 บาท&amp;quot; &amp;nbsp;นางสาวรัตนาวดี ธนาธรณ์มงคล โทร.06-1687-7998 Line id : pu6609&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.&amp;rdquo;เพลินจัง&amp;rdquo; อยู่ที่ 297/11 ถนนบึงสีไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จำหน่ายธัญพืชอบกรอบ, กระยาสารท, กล้วยตาก, &amp;nbsp;มะม่วงตากแห้ง ติดต่อที่ กฤชกร กันทอง โทร.08-1395-9100 Line id : 0813959100 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้าทอจากกลุ่มบ้านหนองพง จ.พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กลุ่มทอผ้าบ้านหนองพง จ.พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;5.กลุ่มทอผ้าบ้านหนองพง อยู่ที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง 282/1 หมู่ 17 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จำหน่ายผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้ามัดหมี่ ลวดลายประจำถิ่น ได้แก่ ลายดอกแก้ว, โคมห้า, ข้าวหลามตัด, สนหัวนาค จุดเด่นของผ้าที่นี่คือ เน้นทอให้เนื้อแน่น เพื่อให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแม่บ้านที่ว่างจากการทำงานประจำ การทำสวน ไร่ นา รวมถึงคนสูงอายุในหมู่บ้าน เป็นผู้ทอก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน สอบถามได้ที่ นางดารณี วงศ์สวัสดิ์ โทร.08-8817-2516&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นี่เป็นสินค้าและของที่ระลึกจากชุมชนและผู้ประกอบการบางส่วนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp; ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65482</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ททท., นครสวรรค์, พิจิตร, มองเมือง, หลากสินค้าดีจากชุมชน  นครสวรรค์-พิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb6a66953d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.โรม ลงพื้นที่ตามคดีจับแม่ค้าขายไข่ไก่แพง จี้รัฐบาลเร่งดูราคาไข่ไก่ให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ระบุแจ้งข้อหาที่มีอัตราโทษสูง ไม่ได้ทำให้ราคาไข่ไก่ถูกลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชรรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงพื้นที่นครสวรรค์ ติดตามคดีแม่ค้าไข่ไก่ถูกจับ-จี้รัฐบาลเร่งดูแลราคาไข่ไก่ให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.63) ปรากฎข่าว แม่ค้าไข่ไก่เมืองนครสวรรค์ถูกจับกุมเนื่องจากขายไข่ไก่เกินราคา ซึ่งคดีนี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเมื่อคืน ผมได้ติดตามความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าวเนื่องจากมีความกังวลว่าจะเป็นการดำเนินการทางกฎหมายที่กระทบต่อผู้ค้ารายย่อย ในช่วงสถานการณ์การระบาด COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมจึงได้เดินทางลงพื้นที่ ที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อติดตามประเด็นดังกล่าว พบว่าแม่ค้ารายดังกล่าวได้รับการประกันตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ โดยใช้ตำแหน่งราชการของญาติ แทนการวางหลักทรัพย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ 100,000 บาท (ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินที่สูง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของประเด็นราคาไข่ไก่ที่จำหน่ายหน้าร้านนั้น ทางแม่ค้ายืนยันว่าตนเองได้กำไรต่อแผงเพียงแค่ 10-15 บาท เท่านั้น เนื่องจากราคาที่รับมา อยู่ที่ 140-145 บาทต่อแผง สำหรับไข่ไก่เบอร์ 0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงได้ตรวจสอบราคา จากผู้ประกอบการขายส่งไข่ไก่ เบื้องต้นพบว่าราคาไข่ไก่ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 มีราคาแพงขึ้นจริง ซึ่งมีปัจจัยมาจากต้นทุนการเลี้ยงไก่สูงขึ้น รวมทั้งปัจจัยจำนวนโควต้าแม่พันธ์ุไก่ไข่ตามที่รัฐบาลกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอันที่จริงเกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการ รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ต้องแบกรับภาระขาดทุนมาโดยตลอด คือยิ่งขายจำนวนเยอะยิ่งขาดทุน สำหรับราคาขายไข่ไก่ทุกขนาด จะมีราคาแพงขึ้นจากปี 62 ประมาณฟองละ 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง ราคาขายปลีก คละเบอร์ ตกแผงละ 116 บาท ในขณะที่ราคาตามประกาศของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่(คละ) อยู่ที่แผงละ 84 บาท ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร และประกาศ กกร.ฉบับที่ 53 พ.ศ. 2562 การกำหนดไข่ไก่เป็นสินค้าควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีนี้พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ใช้ราคา 84 บาทต่อแผง เป็นราคากลาง บวกกับการคำนวนทางวิชาการ จึงแจ้งความจับกุมแม่ค้าคนดังกล่าวว่า ผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร มีโทษความผิดตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าในกรณีนี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับผู้บริโภค แต่จากข้อมูลที่ผมได้ลงพื้นที่พบว่า ราคาขายส่งนั้นสูงกว่าราคากลางอยู่พอสมควร การที่มีการจับกุม ผู้ค้ารายย่อย โดยการแจ้งข้อหาที่มีอัตราโทษสูง ไม่ได้ทำให้ราคาไข่ไก่ถูกลงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่ามีการขายไข่ไก่แพงจริงในหลายพื้นที่ ผมเองก็ได้พบเห็นด้วยตัวเอง ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในกรุงเทพมหานคร ว่ามีการขายไข่ไก่แพงเกินไป (บางแห่ง ไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละเกือบ 6 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีนี้ ผมมีข้อเสนอเบื้องต้นว่ากระทรวงพาณิชย์ควรสำรวจราคาขาย ราคาต้นทุน ในตลาดไข่ไก่ทั้งระบบ เพื่อที่จะทราบราคากลางของตลาดที่แท้จริง และอาจกำหนดราคากลางใหม่ เพราะการใช้ราคากลางเมื่อปี 2562 มาเปรียบเทียบแล้วจับกุมผู้ค้ารายย่อย นอกจากจะไม่สามารถควบคุมราคาไข่ไก่ให้ถูกลงได้แล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมประชาชนในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลควรมีมาตรการเร่งด่วน และจริงจังในการสร้างสมดุลของราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;มิเช่นนั้นจะกระทบทั้งคนซื้อและคนขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผมขอเสนอไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าในส่วนของการจับกุม และการใช้ดุลพินิจในการกำหนดวงเงินหลักทรัพย์ในการประกันตัว ควรใช้เกณฑ์ขั้นต่ำไว้ก่อน เพราะมีแนวโน้มว่าคนที่อาจจะถูกแจ้งข้อกล่าวหานี้ อาจจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย การหาเงินมาประกันตัวหนึ่งแสนบาทนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพี่น้องพ่อค้าแม่ค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายกรณีราคาไข่ไก่ คงเป็นอีกประเด็นที่สะท้อนประสิทธิภาพในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 ของรัฐบาล ซึ่งแม้จะเริ่มมีผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 แต่การเตรียมการต่างๆ นับตั้งแต่เรื่องปริมาณหน้ากากอนามัย เรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ จนถึงล่าสุด เรื่องราคาไข่ไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลน่าจะวิเคราะห์ได้แล้วว่าทิศทางจะเลวร้ายลง แต่รัฐบาลไม่มีแนวทางป้องกันเรื่องเหล่านี้เลย จนสุดท้ายวันนี้ภาระต้องตกมาอยู่ที่ประชาชน นับว่ารัฐบาลสายตาสั้นมากๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ การลงพื้นที่ในวันนี้ ผมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือโดยใช้เจลแอลกอฮอล์ ทุกๆ 1 ชม. และพยามลงจากรถน้อยที่สุดตามมาตรการ social distancing.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61254</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครสวรรค์, พาณิชย์, รังสิมันต์ โรม, โควิด-19, ไข่ไก่ราคาแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f1e3d49056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 06:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยว &#039;นครสวรรค์&#039; ในมุมใหม่ เทศกาลคาวบอยเมืองปากน้ำโพ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เอ่ยถึงจังหวัดนครสวรรค์ หรือที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันในชื่อ &amp;ldquo;ปากน้ำโพ&amp;rdquo; ใครๆ อาจจะนึกถึงแต่งานเทศกาลตรุษจีนและการแห่มังกรเท่านั้น เพราะเมืองนี้เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน ก่อเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นชุมทางค้าขายทางน้ำ โดยมีชาวจีนพากันมาตั้งหลักปักฐานทำมาหากินกันอย่างคับคั่ง งานเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นงานสำคัญ ได้รับการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวหรือชาวปากน้ำโพไม่จำเป็นต้องรอเที่ยวแค่เทศกาลตรุษจีนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะทางจังหวัดมีการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างเช่น &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo; จุดชมวิวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนมีการนำเสนอแหล่งวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชุมชนเพิ่มขึ้นอีกในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์มีการจัดกิจกรรมใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นเพื่อส่งเสริมพัฒนาเมืองนครสวรรค์ให้มีความน่าสนใจ และสร้างความคึกคัก รวมถึงดึงดูดให้ผู้คนทั้งในพื้นที่และต่างเมืองมาท่องเที่ยว พักผ่อน จับจ่ายใช้สอย มีกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนลงสู่ท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กิจกรรมดังกล่าวคือ &amp;ldquo;เทศกาลคาวบอยเมืองปากน้ำโพ&amp;rdquo; ประจำปี 2563 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากการจัดงานครั้งแรกได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เทศกาลคาวบอยฯ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในอำเภอตากฟ้า ซึ่งเป็นอำเภอหนี่งของนครสวรรค์ มีพื้นที่ทำการเกษตร มีคนเลี้ยงม้า ทำไร่เป็นส่วนใหญ่ งานที่จัดขึ้นจึงสอดคล้องกับวิถีของผู้คนในพื้นที่ ภายหลังมีความนิยมเรื่องการขี่ม้าในลักษณะของกีฬาและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของนครสวรรค์ มีการเปิดเป็นฟาร์มและโรงเรียนสอนขี่ม้าหลายแห่ง ผู้ที่ชื่นชอบวิถีคาวบอยจึงรวมตัวกันคิดจัดกิจกรรมคาวบอยขึ้นในพื้นที่ปากน้ำโพ ให้เป็นเทศกาลประจำจังหวัดทุกปี จากเดิมที่คนจากนครสวรรค์ต้องเดินทางไปร่วมกิจกรรมในจังหวัดอื่นๆ อย่างเช่น สระบุรี ปัจจุบันก็มีการเชิญชวนให้ &amp;ldquo;คาวบอย&amp;rdquo; จากพื้นที่อื่นๆ มาเที่ยวนครสวรรค์บ้าง โดยเริ่มจัดครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2561 และจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ โดยแต่ละปีจะมีแนวคิดการจัดงานที่แตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับ งานเทศกาลคาวบอยเมืองปากน้ำโพ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2563 ภายใต้แนวคิด &amp;quot;Giving is the best: การให้ที่ดีที่สุดคือการให้ต่อที่ไม่มีวันสิ้นสุด&amp;quot; อันเป็นจิตวิญญาณของคาวบอยที่เน้นการแบ่งปัน มีน้ำใจเอื้ออาทร และเป็นการเพิ่มความรักความสามัคคีของคนในชุมชนและต่างชุมชน สถานที่จัดงานอยู่บริเวณถนนริมเขื่อนกั้นน้ำ ร้านอาหารจันทร์เสวย โรงเรียนสอนขี่ม้าสี่แควฮอร์สบาย จันทร์เสวยคันทรีเพลส และทองประไพฟาร์ม ท้ายเกาะญวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภายในงานมีสินค้าให้เลือกซื้อ เช่น เครื่องหนัง Cowboy, การแข่งขันขี่ม้า Thailand Cowboy Extreme และกิจกรรมต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป และได้การคัดร้านอาหารถิ่นรสเด็ดของเมืองปากน้ำโพมาให้เลือกชิมกันกว่า 60 บูธ ฟังดนตรีสดจากวงจันทร์เสวยแบรนด์ทุกค่ำคืน กิจกรรมคาวบอยไนท์ และชมฟรีคอนเสิร์ตวง Maveric วงร็อกชื่อดังขวัญใจชาวคาวบอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากมาร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมของเทศกาลคาวบอยแล้ว จังหวัดนครสวรรค์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น วัดคีรีวงศ์ ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด ตั้งอยู่บนยอดเขาในตัวเมืองนครสวรรค์ จุดเด่นคือมีองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ คือ พระจุฬามณีเจดีย์ เป็นสีทองเหลืองอร่ามไปทั้งเจดีย์ เมื่อขึ้นไปถึงฐานพระเจดีย์ชั้น 4 จะมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ภูเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวอยู่รอบๆ ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เป็นจุดที่คนนิยมมาชมกันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;หอชมเมืองนครสวรรค์&amp;quot; ตั้งอยู่ติดกับวัดคีรีวงศ์ ในเส้นทางเดียวกัน แต่หอชมเมืองจะถึงก่อน หอชมเมืองนครสวรรค์ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองนครสวรรค์ ลักษณะเป็นหอสูงประมาณ 32 เมตร มีทั้งหมด 10 ชั้น มีลิฟต์ให้บริการไปถึงชั้น 9 ชั้นบนสุดคือชั้นดาดฟ้า สำหรับชมวิวตัวเมือง สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองนครสวรรค์ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร โดยทิศตะวันออกมองเห็นทิวทัศน์เขากบและบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้เห็นอุทยานสวรรค์ ต้นน้ำเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ส่วนด้านทิศตะวันตกจะพบความสวยงามของทิวเขา เป็นฉากธรรมชาติที่งดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;อุทยานสวรรค์&amp;quot; หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;ldquo;หนองสมบุญ&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ ถนนวงสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่บนพื้นที่ 314 ไร่ ตรงกลางเป็นเกาะ มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ จุดเด่นที่มองเห็นมาแต่ไกลคือ มังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง อุทยานสวรรค์ประกอบด้วยหนองน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า หนองสมบุญ มีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะ เนื้อที่ 4 ไร่ มีสวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตกจำลอง ศาลาและสวนสุขภาพ อุทยานสวรรค์เป็นสวนสาธารณะที่ได้รับรางวัลสวนสาธารณะระดับดีมากจากกรมอนามัยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;พาสาน&amp;quot; อาคารสัญลักษณ์สุดล้ำแห่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ที่ตัวอำเภอเมือง เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่บริเวณเกาะยม จุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจในปากน้ำโพ ตัวแบบของอาคารพาสานเป็นเส้นสายโค้งมาบรรจบกัน แลดูคล้ายการรวมตัวกันของสายน้ำ ในปัจจุบันกำลังเตรียมดำเนินการเพิ่มเติมภายในตัวอาคาร ทั้งในส่วนของการแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม อีกทั้งจะมีการติดตั้งระบบมัลติมีเดีย แสง สี เสียงที่สวยงามทันสมัยภายนอกอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อุทยานเทวสถานพระพิฆเนศ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่ ตำบลกลางเเดด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ไม่ไกลจากฟาร์มแกะทหารช่าง ค่ายจิรประวัติ ภายในเทวสถานพระพิฆเนศมีการจัดสวนอย่างสวยงาม มีพระพิฆเนศปางประทานพรองค์ใหญ่สีชมพูสดใส มองเห็นเด่นเป็นสง่าแต่ไกล รวมทั้งเทวรูปเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มากมาย ปัจจุบันยังคงทยอยต่อเติม เพิ่มความสวยงามให้แก่สถานที่แห่งนี้ด้วยงานปั้นฝีมือประณีตงดงาม ให้นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาเยี่ยมชมและสักการะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ เมื่อมาเยือนปากน้ำโพแล้ว สำหรับนักชิมถือว่าพลาดไม่ได้กับการไปลิ้มลองของอร่อยกันที่ &amp;quot;ตลาดริมน้ำ&amp;quot; ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นร้านอาหารแผงลอยแนวสตรีทฟู้ด เปิดขายตั้งแต่ช่วงเย็นๆ เรื่อยไปจนถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน มีให้เลือกหลากหลายเมนู ทั้งอาหารตามสั่ง ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากราย ขนมโบเกี๊ยะ ซึ่งเป็นขนมหวานๆ ใส่น้ำแข็ง เอกลักษณ์เฉพาะของชาวนครสวรรค์ โดยเฉพาะ &amp;quot;หอยทอดเจ๊ฮวย&amp;quot; ร้านหอยทอดชื่อดังประจำตลาด สะดุดตาด้วยกระทะหอยทอดใบใหญ่ถึง 3 ใบ พร้อมพวงถุงน้ำจิ้มนับร้อยที่ห้อยอยู่หน้าร้านที่การันตีรสชาติความอร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เข้าสู่ใจกลางเมืองก็จะมี &amp;quot;ข้าวต้มนายเจือ&amp;quot; ร้านอาหารไทย-จีนเก่าแก่ของเมืองนครสวรรค์ เปิดให้บริการในช่วงเย็นไปจนถึงดึกๆ ร้านนี้ชาวปากน้ำโพการันตีว่ารสชาติอาหารอร่อยเด็ดมัดใจมากๆ เพราะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และยังมีอาหารให้เลือกสั่งหลากหลายเมนูที่ขึ้นชื่อ อาทิ กระดูกหมูผัด, หมูสับผัดหนำเลี้ยบ, ไก่คั่วเค็ม, ไส้พะโล้, ปีกไก่เหล้าแดง, ผัดผักบุ้งไฟแดง, กะเพราไข่เยี่ยวม้า, เนื้อปลาทอดราดพริก, หมูมะนาว หรือต้มยำทะเล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ต้มเครื่องในหมูนายซุ้ย&amp;quot; เป็นร้านต้มเลือดหมูเก่าแก่และชื่อดังมาก อยู่ใกล้ๆ ร้านข้าวต้มนายเจือ ใครมาเยือนเมืองปากน้ำโพแล้วย่อมไม่พลาด เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของทุกวัน จุดเด่นคือน้ำซุปหวานหอมไม่เหมือนใคร เครื่องในหมูที่สดใหม่ ทานคู่กับผักจิงจูฉ่ายแสนอร่อย ใครไม่ชอบเครื่องใน สั่งมาแล้วกินแค่เนื้อหมูคู่หมูบะช่อพร้อมซดน้ำก็คุ้มค่าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อด้วย &amp;quot;ร้านหลีลูกชิ้นปลา&amp;quot; ลูกชิ้นปลากรายทำจากปลากรายแท้ เหนียวนุ่ม ปั้นเป็นลูกเล็กๆ ตามสูตรนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีหมูบดปั้นเป็นก้อนกินเข้ากันดี ที่ร้านมีให้เลือกทุกเส้น โดยเฉพาะเส้นหมี่ และหากถูกใจซื้อกลับบ้านก็เป็นของฝากที่ผู้รับชอบกันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ร้านผัดไทยแม่พยอม&amp;quot; ร้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เมนูเด็ดอันขึ้นชื่อก็คือ &amp;quot;ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ&amp;quot; โดยทางร้านจะทอดแผ่นเกี๊ยวให้กรอบกำลังดี ก่อนจะนำมาผัดในกระทะกับเครื่องและซอสผัดไทย และยังมีเส้นต่างๆ ให้เลือกชิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายด้วยของหวาน &amp;ldquo;ขนมโมจิ&amp;rdquo; ขนมขึ้นชื่อของชาวนครสวรรค์ที่มีให้เลือกหลายแบรนด์ สำหรับซื้อติดมือเป็นของฝากได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์และพิจิตรได้ที่ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ โทร. 0-5622-1811-2 Facebook: TAT Nakhonsawan.Phichit.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57649</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), คาวบอย, นครสวรรค์, ปากน้ำโพ, อนันต์ สีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d262b11dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;104 ปีอัตลักษณ์ประเพณีวิถีแห่งศรัทธา&quot; ชวนเที่ยวตรุษจีนปากน้ำโพประจำปี 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เมื่อเอ่ยถึงเทศกาลตรุษจีนในเมืองไทยแล้ว จังหวัดนครสวรรค์ คงเป็นเป้าหมายของใครๆ หลายคนที่ต้องการอยากจะได้ชมสักครั้งหนึ่ง เนื่องจากอัตลักษณ์ความเก่าแก่และอลังการเทศกาลงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ซึ่งจัดต่อเนื่องกว่าร้อยปี โดยมีไฮไลต์สำคัญคือขบวนแห่มังกรทองสุดยิ่งใหญ่ การเชิดสิงโต และความสวยงามของขบวนเจ้าแม่กวนอิม ที่จัดขึ้นบริเวณรอบเมืองปากน้ำโพในเวลากลางวันและกลางคืน&amp;nbsp; ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองตกแต่งสีสันสดใสเปรียบดังสรวงสรรค์&amp;nbsp; ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปี 2563 ที่ไม่ควรพลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายอิทธิ สุเมธโชติเมธา ประธานคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2562-2563 กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการรักษาประเพณีโบราณ ซึ่งมีเพียงที่เดียวในประเทศไทย ที่ยังคงสืบทอดประเพณีการแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่มากว่า 104 ปี ด้วยพลังศรัทธาของผู้คนในชุมชนทุกเชื้อชาติ ที่ผสานความร่วมมือกัน ผ่านการแสดงจากคณะต่างๆ และรถขบวนแห่วิจิตรตระการตา รวมไปถึงการตกแต่งเมืองให้มีบรรยากาศเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนไปทั่วทั้งเมือง ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;อัตลักษณ์ประเพณี วิถีแห่งศรัทธา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวตลาดปากน้ำโพได้สืบทอดต่อกันมายาวนาน ในทุกๆ ปี จะมีการอัญเชิญองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่แห่รอบตลาดปากน้ำโพ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน และร้านค้าต่างๆ โดยงานในปีนี้ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึง 29 มกราคม 2563&amp;nbsp; เป็นระยะเวลา 12 วัน 12 คืน โดยวันแห่กลางคืน คือ วันที่ 27 มกราคม 2563 และการแห่กลางวัน คือ วันที่ 28 มกราคม 2563&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางคณะกรรมการฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพที่มีมายาวนาน&amp;nbsp; จึงได้จัดเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ภายในงานมากมาย เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้มาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดช่วง 12 วัน 12 คืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมงานจะได้สักการบูชาองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่สำคัญของชาวตลาดปากน้ำโพ ที่อัญเชิญมาประดิษฐานรวมไว้ ณ ศาลเจ้าชั่วคราว ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การจำลองหมู่บ้านจีนโบราณ ขนาดเท่าของจริง บนถนนศรีไกรลาศ ถือเป็นถนนวัฒนธรรมของเรา ทุกท่านจะได้พบกับบรรยากาศบ้านจีนโบราณ ได้ถ่ายรูปกับประตูเมืองและบ้านเรือนสวยๆ ได้ถ่ายรูปร่วมกับมังกร เอ็งกอร์ สิงโตคณะต่างๆ และพบการแสดงดนตรีจีน และการแสดงวัฒนธรรมไทยจีนร่วมสมัยบนเวทีต้นแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดทุกวัน ที่บริเวณหาดทรายจะพบกับลานบุญแก้ชงสุดยิ่งใหญ่ตระการตาขนาด 1,600 ตารางเมตร เพื่อให้ทุกท่านได้ทำบุญแก้ชงเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยลานบุญแห่งนี้ และพบประติมากรรมทรายครั้งแรกในงานตรุษจีนนครสวรรค์ รวมไปถือการแสดงจากศิลปินชื่อดังมากมาย และการแสดงของลูกหลานชาวนครสวรรค์จากสถาบันต่างๆ บนเวทีใหญ่ ที่หาดทรายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีฉากหลังตระการตาเป็น พาสาน Landmark แห่งใหม่ของจังหวัดนครสวรรค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษสุดของงานในปีนี้เป็นการผสานงานประเพณี คู่กับเทคโนโลยีอันทันสมัย ครั้งแรกในประเทศไทย กับกิจกรรม AR ขุมทรัพย์ 3 มิติ เพื่อลุ้นชิงรางวัลรถมอเตอร์ไซค์และ โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp; I Phone11&amp;nbsp; ทั้งยัง เพิ่มเติมความสุขทั่วทั้งงาน กับกิจกรรม RC ค้นหาขุมสมบัติ เพื่อสะสมรับพวงกุญแจ 12 แบบ ตลอด 12 วัน 12 คืน และในงานนี้ได้รวบรวมร้านอาหารชื่อดังมากมายในทุกท่านได้อิ่มท้องบนถนนวิถีนักชิม และอิ่มใจกับการช็อปปิ้ง บนถนนวิถีนักช็อป ตลอดเส้นทางสายไหมของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวถึงการร่วมส่งเสริมและสนับสนุนงานสำคัญการสืบสานประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นกันมายาวนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ททท.มีความยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งในการสนับสนุนงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพและการฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ครั้งที่ 104 งานเทศกาลท่องเที่ยวระดับอินเตอร์ ภายใต้ความศรัทธาของวิถีชุมชน ภายใต้ความสามัคคีที่ยังคงดำรงประเพณีโบราณที่อาจสูญหายไปแล้วจากประเทศต้นกำเนิด แต่ยังคงไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์ ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศและทั่วโลก เพื่อให้นครสวรรค์เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนที่จังหวัดของเราในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปี 2563 นี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากจะเป็นการรักษาความเป็นอัตลักษณ์โบราณ การสืบต่อของประเพณีสู่รุ่นลุกรุ่นหลานมายาวนานกว่า 104 ปี นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากขึ้น ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ แต่ชาวตลาดปากน้ำโพกลับยังคงไว้ซึ่งประเพณีโบราณ และผสมผสานด้วยเทคโนโลยีร่วมสมัย จึงเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เพราะในงานนี้รวบรวมทั้งศรัทธา การสักการะองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ การทำบุญแก้ชง รวมไปถึงความสนุกสนานจากกิจกรรม RC และ AR 3 มิติ และที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวในยุคนี้ คือ การถ่ายรูปกับเมืองจีนโบราณจำลอง ขนาดเท่าของจริง ตลอดถนนสายวัฒนธรรม บนถนนศรีไกรลาศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวถึงความร่วมมือ พร้อมให้การสนับสนุนงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ถือเป็นประเพณีที่สำคัญของนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางเทศบาลฯ ให้การสนับสนุนในหลายส่วนงาน ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่หาดทรายบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา การสนับสนุนการให้พื้นที่จัดงาน ทั้งบริเวณริมเขื่อนจุดจัดงาน หาดทราย และจุดต้นขบวนบริเวณเทศบาลนครนครสวรรค์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนั้นยังอำนวยความสะดวกในเรื่องของสถานที่ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณรอบเทศบาลเมือง การจัดเตรียมพื้นที่บริเวณ พาสาน สำหรับบริการนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการดูแลความสะอาดภายในบริเวณงาน เพื่อให้การดำเนินงานไปอย่างลื่นไหลและต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ตรุษจีนปากน้ำโพ เป็นการสืบสานประเพณีสำคัญของจังหวัด&amp;nbsp; ทางเทศบาลจึงยินดีและพร้อมที่จะให้การสนับสนุน คณะกรรมการจัดงานฯ ตลอด 12 วัน 12 คืน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีความรู้สึกประทับใจตลอดทั้งงาน และช่วยกันสืบสานประเพณีของเราต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณจิตรา หมีทอง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวถึงการร่วมสนับสนุนงานประเพณีสำคัญนี้ เพื่อร่วมสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ นำมาซึ่งความรักและสามัคคีของชาวจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งยังสืบสานประเพณีสำคัญให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ในนามขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ รู้สึกดีใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์เช่นนี้ในทุกๆ ปี ประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพนี้ เกิดขึ้นจากชุมชนชาวจีนโบราณ ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา นับแต่ครั้งที่มีโรคระบาด จนโรคร้ายได้คลี่คลายลง ก่อกำเนิดศรัทธาจนกลายเป็นประเพณีสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน จึงทำให้จังหวัดนครสวรรค์ นอกจากจะเป็นที่รู้จักในนามต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดประเพณีโบราณ และคณะการแสดงต่างๆ ที่เกิดจากชาวจีนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้านนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; ประธานในงาน กล่าวสรุปปิดท้ายถึงความร่วมมือร่วมใจกันของคณะกรรมการจัดงานฯ และความสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ในการร่วมสร้างสรรค์และสืบสานประเพณีสำคัญของพี่น้องชาวไทย ชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีน ในจังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เห็นความทุ่มเท ความร่วมแรงร่วมใจของคณะกรรมการจัดงานฯ ความสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งจากทางภาครัฐและภาคเอกชน ที่ต่างร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดงานประเพณีโบราณ ประจำจังหวัดนครสวรรค์ โดยในปีนี้ทางคณะกรรมการฯ ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานให้งานเกิดความน่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยมายังงานนี้ ซึ่งทำให้ผมมั่นใจว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเราได้ดี ตลอดระยะเวลา 12 วัน 12 คืนอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานพร้อมเสริมความสิริมงคล ในงานตรุษจีนปากน้ำโพ&amp;nbsp; &amp;quot;104 ปี อัตลักษณ์ประเพณี วิถีแห่งศรัทธา&amp;quot; (งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ) ประจำปี 2563 ห้ามพลาด!!! กิจกรรมที่น่าสนใจให้ชมและร่วมสนุกมากมาย ตลอด 12 วัน 12 คืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึง 29 มกราคม 2563 นี้ ทั้งนี้ ผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ตรุษจีนนครสวรรค์ สืบสานงานประเพณี แห่เจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54317</URL_LINK>
                <HASHTAG>104 ปีอัตลักษณ์ประเพณีวิถีแห่งศรัทธา, การท่องเที่ยว, ชวนเที่ยวตรุษจีนปากน้ำโพประจำปี 2563, ตรุษจีน, นครสวรรค์, ปากน้ำโพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e19b79799931.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
