<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอลงอาญา3ปี เสี่ยเบนซ์2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน รอลงอาญา 3 ปี &amp;quot;เสี่ยเบนซ์&amp;quot; เมาขับชนรถ &amp;quot;รองตี๋&amp;quot; ดับ 2 ศพ พร้อมสั่งถอนใบขับขี่-ห้ามดื่มของมึนเมาทุกชนิด เจ้าตัวบอกซาบซึ้งที่ครอบครัวผู้สูญเสียให้อภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถนนทุ่งมังกร ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1839/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เป็นจำเลย ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อเดือน มิ.ย.2562 กรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 เวลาประมาณ 23.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดงได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์ชนกันที่ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เบนซ์ ทะเบียน บฮ-789 กทม. แต่ขณะนั้นไม่พบตัวคนขับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำตัวส่งโรงพยาบาลธนบุรี 2 เพราะได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เกิดเหตุพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพฯ และทราบจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ายังมีนางนงนาฏ งามสุวิชชากุล ภรรยา และบุตรสาวอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ต่อมา นางนงนาฏได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า นายสมชายได้ขับรถเบนซ์วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 3 จะไปทางถนนพุทธมณฑลสาย 2 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ได้ขับรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของ พ.ต.ท.จตุพร ที่วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 2 กำลังมุ่งหน้าไปถนนพุทธมณฑลสาย 3 จึงได้พุ่งชนกันอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้ง 2 คันได้รับความเสียหาย พ.ต.ท.จตุพรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่าคืนเกิดเหตุ นายสมชายได้ดื่มเบียร์มาจากสนามไดรฟ์กอล์ฟ แขวง-เขตทวีวัฒนา ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งให้มีการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา โดยให้พนักงานคุมประพฤติรายงานผลการสืบเสาะนั้นให้ศาลทราบภายใน 15 วัน และให้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งระหว่างนั้นนายสมชายก็ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายสมชายและทนายความก็เดินทางมาศาลพร้อมกับฟังคำพิพากษา ฝ่ายครอบครัวรองตี๋ ผู้ตาย ก็มีบุตรสาวทั้งสองอายุ 16 ปี และ 12 ปี เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาพร้อมกับป้า ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้เป็นผู้ปกครองแทนบิดา-มารดาที่เสียชีวิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำฟ้องประกอบคำรับสารภาพและรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยเกี่ยวกับประวัติการศึกษา อาชีพ ครอบครัวแล้ว จึงมีคำพิพากษาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2284/2562 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291, 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.43 (2) (4), 67 วรรคหนึ่ง, 152, 157, 160 ตรี วรรคสาม วรรคสี่ อันการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราฯ มาตรา 43 (2) ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 6 ปี และปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ปรับ 100,000 บาท ซึ่งหากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.29, 30 รวมทั้งมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอกนุญาตขับขี่ของนายสมชาย จำเลย และสั่งห้ามจำเลยดื่มสุรา-เบียร์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดด้วย พิเคราะห์ตามรายงานสืบเสาะแล้ว โทษจำคุกจำเลยนั้นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ภายใน 2 ปี กับทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ มีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายเวลา 1 ปี ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง นายสมชายกล่าวว่า ตนอยากจะกราบขอบพระคุณครอบครัวผู้เสียหายทั้งสองครอบครัว ที่ตนซาบซึ้งมากคือท่านได้ให้อภัยในการกระทำของตนตั้งแต่วันแรกๆ และอนุญาตให้ไปรดน้ำศพตั้งแต่คืนแรกจนถึงบวชหน้าไฟในวันสุดท้าย การให้อภัยคือบุญที่ประเสริฐ ตนก็บอกกับตัวเองให้ตอบแทนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือเหตุผลที่ตนได้เยียวยาไป หลังจากที่มีการเยียวยาเงินส่วนใหญ่ทั้งหมดก็จะตกไปอยู่กับน้องทั้งสอง และตนคิดว่าส่วนครอบครัวของคุณขนิษฐาที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องทั้งสอง รวมเป็น 7 คน เงินใช้จ่ายแต่ละเดือนคงจะไม่พอ เพื่อเป็นการตอบแทนในการอโหสิกรรมและให้อภัย ตนก็อยากมอบเงินให้กับน้องทั้งสองคนละ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีกเดือนละ 20,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 40,000 บาท ก็จะมีการช่วยเหลือกันทุกเดือน ตามที่บอกเป็นระยะเวลา 8 ปี จนกว่าน้องทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ ตนกระทำความผิดคงไม่กล้าไปให้คำแนะนำใคร ทุกคนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตนก็เลิกดื่มตลอดชีวิต ใครจะทำตามก็ได้ ขอขอบคุณสังคมที่ให้ความเมตตา เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ อายุ 45 ปี พี่สาวของนางนงนาฏ ภรรยารอง ผกก.ป. ที่เสียชีวิต กล่าวว่า ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใดก็ตามที่ได้เกิดการสูญเสีย ไม่มีทางไหนที่จะทำให้เกิดการพอใจได้ การสำนึกผิดที่จะบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมต่อไปถือเป็นสำนึกที่ดี และทางครอบครัวต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้น้องทั้งสองอย่างมากมาย ทำให้เราก้าวข้ามผ่านวันที่ลำบากยากเย็นมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือน้องพลอย อายุ 16 ปี บุตรสาวคนโตของรองตี๋ กล่าวว่า ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้น และให้อภัยนายสมชาย สิ่งที่ทำให้ก้าวผ่านเหตุการณ์มาได้ มีทั้งเพื่อน ที่บ้าน และทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้ ซึ่งตนและน้องก็จะตั้งใจเรียนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนเล็ก ที่มีป้าเป็นผู้ปกครองดูแลอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์, นงนาฏ ภรรยารอง, ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d4193ac10bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
