<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทวงแชมป์ส่งออกข้าว นบข.เคาะประกันรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ที่ประชุม นบข.มีมติเห็นชอบประกันรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 63/64 ให้ 15,000 บาทต่อตัน&amp;nbsp; ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน เริ่ม 1 กันยา.เป็นต้นไป &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทวงแชมป์ส่งออกคืนใน 2 ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 3/2563 ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 2563/2564 โดยหลักการเหมือนการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ผ่านมา ต่อข้าว 5 ชนิด ประกอบด้วย 1.ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน 2.ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน 3.ข้าวเจ้า 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน 4.ข้าวหอมปทุมธานี 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และ 5.ข้าวเหนียว 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน โดยโครงการเริ่มต้นในวันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป จนถึงสิ้นฤดูกาลผลิตเดือนพฤษภาคมปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมอบหมาย ธ.ก.ส. กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียดโครงการประกันรายได้ มาตรการคู่ขนาน และงบประมาณตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. นำเสนอ ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมเรื่องข้าวชะลอการขายข้าว ในกรณีที่ข้าวล้นตลาด เพื่อไม่ให้มีการกดราคาข้าว ซึ่งหากเกษตรกรเก็บข้าวไว้ไม่ขายก็จะมีเงินชดเชยให้ 1,500 บาทต่อตัน ขณะที่สถาบันเกษตรกรก็ได้รับการชดเชย 1,500 บาทต่อตันเช่นกัน แต่สถาบันเกษตรกรจะได้รับเงิน 1,000 บาท และเกษตรกรได้รับ 500 บาท อีกทั้งจะมีการช่วยเหลือเงินกู้โดยรัฐบาลช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 ให้กับสถาบันเกษตรและโรงสีข้าวที่เก็บสต๊อกข้าวไว้ รวมถึงช่วยค่าบริหารจัดการและการปรับปรุงคุณภาพข้าวให้กับเกษตรกร รายละไม่เกิน 20 ไร่ ไร่ละ 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา? ธนาดิเรก? รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี? เปิดเผยว่า? ในที่ประชุมมีการรายงานว่าผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะมี&amp;nbsp; 502.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.58 เนื่องจากผลผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สต๊อกข้าวโลกปลายปี 63/64 คาดว่าจะอยู่ที่ 185.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26 โดยจีนมีสต๊อกข้าว 117.50 ล้านตัน รองลงมาคืออินเดีย 38 ล้านตัน ไทย 4.19 ล้านตัน? การส่งออกข้าวไทยเทียบกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญ วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ค.63 อินเดียส่งออกอันดับ 1 ของโลก 4.65 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ เวียดนาม 4.17&amp;nbsp; ล้านตัน, ไทย 3.15 ล้านตัน,&amp;nbsp; ปากีสถาน 2.07 ล้านตัน, สหรัฐ 1.61 ล้านตัน การค้าข้าวในตลาดโลก ไทยส่งออกลดลงเนื่องจากข้าวไทยมีราคาสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาข้าวไทยเทียบกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญ ก.ค.63 ไทยราคาข้าวปรับตัวลดลง เนื่องจากอินเดียและเวียดนามกลับมาส่งออกข้าวได้ตามปกติ ความต้องการซื้อข้าวไทยจึงมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง? แนวโน้มสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยเมื่อเดือน ม.ค.63 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดการณ์เป้าหมายการส่งออกข้าวปี 63 ไว้ที่ 7.5 ล้านตัน โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้? ปัจจัยสนับสนุนการส่งออกข้าวไทย ได้แก่ ไทยได้รับจัดสรรโควตาประมูลนำเข้าข้าวจากเกาหลีใต้ ขณะที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสการส่งออกข้าวไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียอาจนำเข้าข้าวในช่วงครึ่งปี หลังเพิ่มขึ้น, ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการส่งออกข้าวไทย ได้แก่ ข้าวไทยราคาสูงกว่าคู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทวงแชมป์ผู้ส่งออกข้าวและการประกวดข้าวหอมโลกให้ได้ใน 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงจะเร่งให้มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์และการผลิตข้าว จึงมอบหมายให้กรมการข้าวจัดงาน &amp;quot;การประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก ประจำปี 2563&amp;quot; ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวต่อว่า ความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้มั่นใจว่าปีหน้าไทยจะสามารถเรียกคืนแชมป์ส่งออกข้าวกลับมาได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp; รวมถึงแชมป์การประกวดข้าวหอมโลก ซึ่งจัดขึ้นทุกปี สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ชนะการประกวดครั้งนี้จะต้องไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ที่ผ่านมาชาวนาใช้เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำประมาณ 350 กิโลกรัมต่อไร่ แต่หากใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 500-700 กิโลกรัมต่อไร่ โดยมอบหมายกรมการข้าวส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเครื่องมือและความรู้ให้เกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปัญหาอะไรที่มีอยู่ หรือที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชน พบการติดขัด&amp;nbsp; ไม่โปร่งใส ก็ไม่ต้องกังวล สั่งให้มีการตรวจสอบทั้งหมด ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ที่ผ่านมาได้หารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวร่วมหารือกับกรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาข้าวไทย แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของข้าวไทย โดยต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมีการเชื่อมโยงหน่วยงานหลายภาคส่วน ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไปจนถึงการขยายตลาดการค้าข้าวในต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวไทย พร้อมวางแนวทางการพัฒนาระบบให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะสามารถแข่งขันการส่งออกข้าว ในตลาดโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานวันนี้มีการประกวดข้าว 5 ประเภท มีผู้ส่งตัวอย่างข้าวเข้าประกวด 131 ตัวอย่าง โดยคณะกรรมการฯ ได้ทำการคัดเลือกตัดสินผู้ชนะเลิศดังนี้ ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวหอมมะลิไทย (พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105) คือ นายพศิน ตรงใจ อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp; จังหวัดสุรินทร์, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวหอมไทย (พันธุ์ข้าว PTT13036-5-1-1-1-6) คือ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวขาวพื้นนุ่ม (พันธุ์ข้าวพิษณุโลก 80) คือ สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวขาวพื้นแข็ง (พันธุ์ข้าว 20RJP-2) คือ บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และผู้ชนะเลิศประเภทข้าวเหนียว (พันธุ์ข้าว กข 6) คือนางทองใส คำเจริญ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุดสาครกล่าวว่า หลังจากนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมรวบรวมและผลิตเมล็ดพันธุ์, สมาคมโรงสีข้าวไทย,&amp;nbsp; สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ฯลฯ มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้นโยบายการตลาดนำการผลิต และยังช่วยเพิ่มแนวคิดมุมมองทางด้านกำลังการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยพันธุ์ข้าวที่ได้รับการคัดเลือกจากการประกวด กรมการข้าวจะตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเมล็ดพันธุ์เชิงการค้า และส่งเสริมการปลูกข้าวสายพันธุ์ที่ผลผลิตคุณภาพและปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงมากขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71777</URL_LINK>
                <HASHTAG>นบข., ประกันรายได้ให้เกษตรกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11a80d9b44f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นบข.ไฟเขียวโครงการประกันรายได้  มาตรการคู่ขนานปีการผลิต 63/64 ช่วยชาวนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม และนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 63 - 31 พ.ค. 64 โดยให้ใช้แนวทางการดำเนินการเหมือนปีที่ผ่านมา และให้อนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดกฎเกณฑ์กลางราคาอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปพิจารณาราคาประกันรายได้ต่อครัวเรือน และนำกลับมาเสนอคณะกรรมการนบข.อีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลชาวนาสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการคู่ขนานประกอบด้วย 1. มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2563/64 ผ่าน 1)โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงินรวม 1.98หมื่นล้านบาท 2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 1.55หมื่นล้านบาท 3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ในอัตราชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 วงเงินรวม 610 ล้านบาท ทั้งสามโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถดูดซับอุปทานในช่วงที่ข้าวเปลือกออกมาสู่ตลาดมาก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก​&amp;nbsp;2. โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราสนับสนุน ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท​&amp;nbsp;3. โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก และโครงการยกระดับคุณภาพและต่อยอดด้านการตลาดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ที่ประชุมรับทราบ 1. การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี2562/2563 ตั้งแต่ 15ต.ค. 62 - 31 พ.ค. 63 จ่ายแล้ว 30 งวด จำนวน 1.1 ล้านครัวเรือน จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท ร้อยละ92.67 ของงบประมาณ (งวดที่23-27 ไม่มีการจ่ายชดเชยเนื่องจากราคาอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกเหนียวสูงกว่าราคาประกันรายได้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การดำเนินการมาตรการคู่ขนานเพื่อชะลอการจำหน่ายข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก สามารถดึงอุปทานได้รวม 5.13 ล้านตัน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต และมาตรการการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว จ่ายเงินแล้วมาตรการละ 4 ล้านกว่า ครัวเรือน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การผลิตข้าวทั่วโลกปี 63/64 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านตัน จาก 493.79 ล้านตัน เป็น 501.96 ล้านตัน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สต๊อกข้าวทั่วโลก ณ ปลายปี 63/64 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.83 ล้านตัน เป็น 184.18 ล้านตัน โดยจีนมีสต๊อกข้าวมากที่สุด รองลงมา คือ อินเดียและไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ภูมิภาคที่ซื้อเข้าจากไทยมากที่สุด คือ แอฟริกา 4.11 ล้านตัน ในปี 2562&amp;nbsp;7. ปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกข้าวไทยในปี 2563 ได้แก่ การได้รับการจัดสรรโควต้าส่งออกไปเกาหลีใต้ ปริมาณ 2.8 หมื่นตันต่อปี และการที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นโอกาสของข้าวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต โดยกำชับให้กรมการข้าว หน่วยงานวิจัยภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพข้าวและการใช้พันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองให้ได้อย่างกว้างขวาง&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นบข., รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf78838f9b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงใยประชาชนช่วงอากาศเย็นลงขอให้ดูแลสุขภาพ- ระวังเรื่องอัคคีภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ธ.ค.62-เมื่อเวลา 11.35 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงการดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่เข้าร่วมรัฐบาล โดยกล่าวเพียงว่า เดี๋ยวบ่ายจะพูดทีเดียว ซึ่งบ่ายนี้จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.)
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสข่าวการปรับครม. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะพูดทีเดียวช่วงบ่าย และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำอีก พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่หันมาโบกมือโดยไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าว ฝากความเป็นห่วงถึงประชาชนในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นลงด้วย
ทั้งนี้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประชาชนในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งหลายพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลง ทั้งนี้ จากรายงานของกรมอุตินิยมวิทยาพบว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6 - 8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7 - 9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6 - 12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1 - 8 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 - 18 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย พร้อมทั้ง ขอให้ระมัดระวังโรคที่มาพร้อมกับฤดูหนาว ประกอบด้วย โรคหัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส และโรคมือ เท้า ปาก รวมถึงขอให้ระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51916</URL_LINK>
                <HASHTAG>นบข., นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9e2ac7e62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาเฮ! &#039;จุรินทร์&#039; ชงมาตรการช่วยเหลือราคาข้าวเข้าที่ประชุม นบข. 6 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - ที่ท้องสนามหลวง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่ง ชาติ (นบข.) เพื่อพิจารณามาตรการต่างๆในการช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะการประกันรายได้ข้าวที่จะมีมาตรการเสริมต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การชะลอการขาย ตรงนี้จะมีการให้เงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาท โดยหลังพิจารณาของ นบข.แล้ว จากนั้นในสัปดาห์ถัดไปก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม.และจะคิกออฟโครงการทันที ส่วนงบประมาณที่ใช้ประกันรายได้ข้าว ได้มีวงเงินลงไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องงบปีต่อปี และทำตลอด เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาล ส่วนการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ยังไม่พบปัญหาทุจริตใดๆ การซื้อขายในตลาดก็เป็นไปตามกลไก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, นบข., มาตรการช่วยชาวนา, โครงการประกันรายได้ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de897beee260.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาเฮ! นบข.ไฟเขียวประกันรายได้-หนุนปัจจัยผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุม นบข.เห็นชอบหลักการดูแลเกษตรกรแบบผสมผสาน โดยเฉพาะข้าว เพื่อช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ทั้งการเก็บเกี่ยว การพัฒนาคุณภาพข้าว การตั้งราคาเป้าหมาย และการประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นผู้เสนอ และตัวแทนผู้ปลูกข้าวซึ่งอยู่ในคณะกรรมการฯได้แสดงความเห็นว่าในส่วนของประกันรายได้ถ้าทำอย่างเดียว เกรงว่าเกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง เหตุนี้ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบในหลักการทำแบบผสมผสาน คู่ขนานกันไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกฯได้กำชับว่า 2 มาตรการที่คู่ขนานกันไปนี้ จะต้องดูเรื่องความเป็นไปได้ของงบประมาณ ต้องดูเรื่องไม่บิดเบือนกลไกตลาด รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะสามารถส่งเข้าไปได้ เช่น ตัวกลไกตลาด การดูดซับอุปทานออกจากตลาด สินเชื่อชะลอรวบรวมการขาย การเก็บสต๊อก จะต้องดูเม็ดเงินรวมให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง โดยให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังไปหารือกับสำนักงบประมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าว, นบข., นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ประกันรายได้, เกษตรกร, แบบผสมผสาน, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cc63837b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งหัวโต๊ะประชุมนบข.เคาะมาตรการช่วยชาวนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 21 ส.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับทราบและพิจารณาวาระการประชุมที่สำคัญต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกข้าวไทย ปี 2562/63 และรับทราบผลการดำเนินงานมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2561/62 ด้านการตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับพิจารณาโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 และพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ นบข. รวม 5 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต 2.คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด 3.คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และ 5. คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยชาวนา, นบข., นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โครงการประกันรายได้ข้าว, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5b95133e51f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;ทำงานปกติถก&#039;นบข.&#039;ขอทุกฝ่ายทำงานต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29มี.ค.62-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) ครั้งที่ 3/2562 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำงานมาตลอดก่อนการเลือกตั้ง และหลังจากเลือกตั้งแล้วก็ต้องทำงานเหมือนเดิม ขอให้รักษาการทำงานอย่างเนื่องในทุกมิติ โดยช่วยกันปรับแก้มาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้นั่งเป็นประธานการประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนมอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมต่อ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป โดยนายกฯ มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการอ่อนเพลียแต่อย่างใด หลังจากวานนี้ (28 มี.ค.) แพทย์ได้ให้น้ำเกลือที่ห้องทำงาน เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ มีภารกิจเยอะ ต้องเดินทางบ่อยและทำงานหนัก จึงเกรงว่าร่างกายจะอ่อนเพลียและไม่สบาย จนภาพถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปลี่ยนผ่าน, นบข., ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878498db482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
