<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าชะล่าใจ!&#039;หมอธีระวัฒน์&#039;เตือนติดเชื้อโควิดไปแล้ว ติดใหม่ยังได้อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

1 ต.ค.64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
1-ติดโควิดไปแล้ว ติดใหม่ยังได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ติดไปหยกๆ 3 เดือนที่แล้ว มีอาการนิดๆหน่อยๆ ตามกฎ ไม่ต้องตรวจก็ได้
แต่มีที่ตรวจแล้วพบไวรัสมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2- กักคัว ฮอสปิเทล ครบ 10 วัน บ้าง 14 วันบ้าง ตรวจเอ็กซ์เรย์ปอดปกติ กลับได้เลย ไม่ต้องตรวจพีซีอาร์อีก
แต่จริงๆแล้ว อาจต้องตรวจซ้ำ เพราะที่เหลือไม่ใช่ซาก ปริมาณไวรัสยังมากอยู่ก็ได้ในบางราย หรือถ้าตามกฎไม่ตรวจ กลับบ้านไป ขอร้องให้กักต้วมิดชืดอยู่บ้าน อีก 14 วัน จะทำให้ปลอดภัยขึ้นไม่แพร่คนที่บ้านต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โควิด ยุคนี้ คงต้องปรับเปลี่ยนตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์ อยู่ตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อโควิดซ้ำ, นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_615669ac27864.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะ &#039;6 อย่า&#039; ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรงเท่ากับช่วยประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;6 อย่า&amp;rdquo; ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรงเท่ากับช่วยประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทนงตนว่าเป็นหนุ่มสาวหรือไม่มีโรคประจำตัวแล้วไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* นอกจากจะเป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพแล้ว เราเห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงพยาบาลขณะนี้ ที่คนแข็งแรงอาการหนักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่าเมื่อติดเชื้อแล้วและเริ่มมีอาการจะรักษาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* กลไกของการติดเชื้อเมื่อเข้าร่างกายแล้วจะเพิ่มจำนวน และถ้าหยุดยั้งไม่ได้หรือไม่ทันเชื้อจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกระบบที่ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสอื่นๆ จากผลของการอักเสบจะกระทบทุกอวัยวะในร่างกาย และทำให้เลือดข้น เกิดลิ่มเลือดเล็กๆ ทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่ามียาต้านไวรัสแค่นั้นก็พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นจำเป็นต้องให้ยากดการอักเสบ ซึ่งทำให้ติดเชื้ออื่นได้ง่ายขึ้นจากการกดภูมิคุ้มกันและปอดอักเสบที่เห็นนั้น จะกลายเป็นทั้งจากไวรัสและแบคทีเรียซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าคิดว่าถ้าตัวเลขลดลงหมายความว่าต่อไปนี้ไม่ต้องระวังตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* ต้องเข้าใจข้อจำกัดของการที่จะตรวจให้ได้ทุกคนในทุกพื้นที่ของประเทศ แม้ว่าตัวเลขจะลดลงก็ตามยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาการอยู่ทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเข้าไปในสถานที่แออัด ที่อับ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานที่ดังกล่าวและยิ่งมีคนที่แพร่เชื้อได้หลายคน โอกาสที่จะได้รับเชื้อยิ่งสูงขึ้นและจำนวนเชื้อมากขึ้นตั้งแต่ต้น เชื้อที่อยู่กับละอองฝอยจะอบอวลอยู่ในอากาศได้นาน และแม้เมื่อตกพื้นไปแล้วการเดินจะกระพือให้ละอองฝอยเหล่านี้ลอยขึ้นอีก (จากข้อมูลของประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่านิ่งนอนใจในภาวะโรคประจำตัวทุกอย่าง ต้องคุมให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* โรคประจำตัวจะเปิดโอกาสทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เกี่ยวข้องกับกลไกในการรับเชื้อและการเพิ่มจำนวนของเชื้อได้เก่งขึ้น นอกจากนั้น โรคประจำตัวหลายชนิดจะมีลักษณะของการเอื้อให้เกิดมีการอักเสบในร่างกายอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ การอักเสบของข้อ การรักษาจะยิ่งซับซ้อนขึ้น ทั้งจากโควิด-19 เอง และโรคประจำตัวที่ปะทุซ้ำซ้อนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องรักษาตัวให้แข็งแรง คุมโรคประจำตัวให้หมดจดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการเอาตัวเข้าไปในที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วยตัวเองได้ = ช่วยคนไทยทั้งประเทศ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110792</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรคหัวใจ, การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด, นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1492c1161a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระวัฒน์ถาม&#039;การตรวจด้วยตนเองราคาถูก(จริงหรือ?)และไว&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;การตรวจ ด้วยตนเอง ราคาถูก (จริงหรือ?) และไว&amp;quot; ระบุว่า 1- เป็นสิ่งที่เรียกร้องและเสนอ ตั้งแต่ มีนาคม-เมษายน 2563 ต่อเนื่องมาตลอด ทั้งนี้เป็นการคัดกรอง ด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้ว (rapid antibody test) หาหลักฐานของการติดเชื้อที่ต้องมีความไวสูงสุดคิอ 100% แต่การที่มีความไวเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะพ่วงผลบวกเกินจริง&amp;nbsp; ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหา ถ้าบวกแยกตัวกักตัวทันที และพิสูจน์ต่อ แต่การตรวจเลือดลักษณะนี้ใช้ไม่ได้กับคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว เพราะอาจจะเห็นเลือดบวกเช่นกัน ชุดตรวจลักษณะนี้ที่ไวเต็ม 100 ไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- การใช้ชุดตรวจไว หาเศษโปรตีนของเชื้อหรือแอนติเจน (antigen) ต้องเข้าใจว่าความไว ลดหลั่นกันไปอาจจะผิดพลาดตั้งแต่ 4% ถึงมากกว่า 10% นั่นคือ ถึงแม้ว่าได้ผลลบไม่ได้หมายความว่าไม่มี เชื้อ นอกจากนั้นการใช้ตรวจจะได้ผลแตกต่างกันถ้านำไปตรวจในน้ำลาย ช่องโพรงจมูกทางด้านหน้า ที่มีเชื้อน้อยยิ่งพลาดได้ และจะได้รับ ผลลบปลอมมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ต่างจากนวัตกรรมที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ของเราพัฒนาขึ้นในการตรวจน้ำลายด้วยเครื่องมือวิเคราะห์โปรตีนขั้นสูง ซึ่งยังไม่ได้เป็นการบริการ และจะใช้ในโครงการนำร่องก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3- ชุดตรวจที่มีในท้องตลาดในขณะนี้ถึงแม้ว่าผ่านการอนุมัติจากทางการมาแล้วก็ตาม จำเป็นที่ต้องมีการติดตามว่าประสิทธิภาพเป็นไปตามจริงเช่นนั้นหรือไม่&amp;nbsp; 4- อย่างไรก็ตามสรุปว่า การใช้ ชุดตรวจ ไว ไม่น่าเสียหายเหมือนที่เคยเสนอมาเมื่อ&amp;nbsp; 15 ถึง 16 เดือนที่แล้ว เพราะปัจจุบัน &amp;ldquo;ประชาชนไม่มีที่พึ่ง&amp;rdquo; 5-อย่างน้อยมีการตรวจที่ทำได้ด้วยตนเอง แต่ต้องรู้ข้อจำกัด ว่าไม่ใช่ 100% ก็พอถูไถไปได้บ้าง&amp;nbsp; เพราะเป็นเรื่องตัวใครตัวมัน และทางการต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน อะไรที่ไม่ดีต้องไม่อนุมัติให้ผ่าน หรือถ้าเกิดพลาดอนุมัติ หลุดออกไปก็ต้องตามตรวจสอบและยกเลิก ไม่ใช่ว่าอนุมัติไปแล้วก็แล้วไป จนกว่าจะมีคนร้องเรียนหรือเสียหาย&amp;nbsp; และที่สำคัญ ต้องเข้าใจคำว่า&amp;nbsp; คัดกรองใหม่ ว่าถือความไวเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่มีความไวก็หลุดเละแพร่ต่อไปอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด, ตรวจโควิด, นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fa4af2c1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
