<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย. ชี้เครื่องดื่มชาไทยมีส่วนผสม เอื้อต่อเชื้อจุลินทรีย์เติบโต  เก็บนานเปลี่ยนสภาพได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ต.ค.63- นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปที่ผู้บริโภคซื้อเครื่องดื่มชาไทยจากตลาดนัด นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น 2 วัน แต่ปรากฏว่าเมื่อแกะถุง ชาไทยได้เปลี่ยนสภาพเป็นเมือกเหลวคล้ายพลาสติกถูกหลอมละลาย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า ชาไทย เป็นเครื่องดื่มที่ผลิตจากชาซีลอนที่นำมาปรับกลิ่น และแต่งสี เพื่อให้เวลาชงแล้วออกมาเป็นสีส้ม และนำมาชงดื่มในแบบต่าง ๆ เช่น ชาร้อน (ใส่นม และน้ำตาล) ชาดำร้อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ใส่น้ำตาล) ชาดำเย็น (ใส่น้ำตาล และน้ำแข็ง) ชาเย็นหรือชาไทย (ใส่นม หรือครีมเทียม น้ำตาล หรือนมข้นหวาน และน้ำแข็ง) โดยอาจเติมนมข้นจืด หรือครีมเทียมข้นจืดเพื่อเพิ่มรสชาติ ผลิตภัณฑ์ชาเย็นซึ่งมีน้ำ น้ำตาล และนมเป็นส่วนประกอบ จึงเอื้อต่อการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย และจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ดังนั้น จึงต้องมีกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ทั้งความสะอาดของเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ อุณหภูมิที่ใช้ในการต้ม และความสะอาดของผู้จำหน่าย รวมทั้งอุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องดื่มชาไทยที่ขายตามร้านค้า ตลาดนัดโดยไม่ได้บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อ ควรเลือกซื้อจากร้านที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ทั้งความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต และสุขลักษณะของผู้ปรุงจำหน่าย อีกทั้ง ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น เป็นเมือก เป็นยาง เหนียวข้น หรือมีสี กลิ่น รส เปลี่ยนไปมาบริโภค สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. จะเป็นผลิตภัณฑ์ชาปรุงสำเร็จที่บรรจุในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ซึ่งมีข้อกำหนดในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เช่น ตรวจไม่พบแบคทีเรียชนิด อี.โคไล ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค สถานที่ผลิตต้องผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) ในการเลือกซื้อ ผู้บริโภคควรสังเกตภาชนะบรรจุต้องสะอาด ไม่บุบ แตก หรือฉีกขาด มีเลขสารบบอาหาร มีการแสดงฉลาก เช่น ชื่ออาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาตรสุทธิ วันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน ข้อมูลการใช้วัตถุเจือปนอาหาร และข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์บนฉลาก หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเก็บรักษาในตู้แช่เย็น ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิของตู้แช่เย็นตลอดเวลา ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัย สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะดําเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กระทําผิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81117</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ชาไทย, #อย., นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์, เชื้อจุลินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d4f95953e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย. เผย อย่าแชร์ต่อ ภาพขนมยี่ห้อต่าง  อ้าง สธ.  ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย  เพราะวัตถุดิบมีความเสี่ยงทำให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ต.ค.62-นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อมูลทางสื่อโซเชียล แสดงขนมยี่ห้อต่าง ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามจำหน่ายและนำเข้า เนื่องจากมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ห้ามรับประทาน นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งว่า ภาพและข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ห้ามขาย ไม่ได้ห้ามกินขนมเหล่านี้ ซึ่งประเด็นนี้สืบเนื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุขมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ &amp;nbsp;หรือที่เรียกว่าไขมันทรานส์ รวมถึงการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2562 เป็นต้นมา โดย อย. ได้ &amp;nbsp; มีการควบคุมและกำกับดูแลไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารประเภท เนยเทียม น้ำมันและไขมัน ไอศกรีม &amp;nbsp;ขนมปัง บิสกิต คุกกี้ &amp;nbsp;และได้ติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในสถานที่ผลิต &amp;nbsp;10 แห่ง จำนวน &amp;nbsp;38 รายการ &amp;nbsp;สถานที่จำหน่าย &amp;nbsp;34 แห่ง จำนวน 151 รายการ และสถานที่นำเข้า 4 แห่ง จำนวน 14 รายการ ทั้งหมดไม่พบข้อบกพร่อง บางส่วนมีไขมันทรานส์บ้างในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันทรานส์ไม่ควรเกิน 1% ของค่าพลังงานต่อวัน (ประมาณ 2 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค) และปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกิน 10% ของค่าพลังงาน (ประมาณ 20 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 กรัมต่อมื้อ) เนื่องจากไขมันทั้ง 2 ประเภท เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่ใช้กระบวนการอื่นแทนแล้ว และ อย. ได้มีการตรวจติดตามคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้บริโภคอย่าตระหนกกับข้อมูลที่แชร์ผ่านสื่อโซเชียลดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48347</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์, อย่าแชร์ขนให้่ข้อมูลเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a5e357f892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ยันแป้งฝุ่นโรยตัวในไทยไม่พบแร่ใยหิน เฝ้าระวังตลอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ธ.ค.61-นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ &amp;nbsp;มีข่าวพบแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวของ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากสหรัฐนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งว่าในประเทศไทยแป้งฝุ่นโรยตัวจัดเป็นเครื่องสำอาง มีส่วนประกอบหลัก คือ ทัลคัมหรือทัลค์ ซึ่งสารทัลคัมมีอยู่ในธรรมชาติ มีการใช้มาเป็นเวลายาวนาน ปัจจุบันยังคงสามารถใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ และยังไม่มีผลการศึกษาที่ระบุว่าสารนี้ก่อให้เกิดมะเร็ง ส่วนสารทัลคัมที่ได้จากบางแหล่งอาจมีการปนเปื้อนของแร่ใยหิน (Asbestos) ปัจจุบันแร่ใยหินถูกจัดเป็นสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์ ดังนั้น สารทัลคัมที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะต้องมีความบริสุทธิ์สูง เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ปราศจากการปนเปื้อนของแร่ใยหิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2559 กำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แป้งฝุ่นโรยตัวเป็นเครื่องสำอางที่ต้องใช้ &amp;nbsp;ด้วยความระมัดระวัง ผู้บริโภคไม่ควรโรยแป้งครั้งละมาก ๆ เพราะผงแป้งจะฟุ้งกระจายลอยในอากาศ &amp;nbsp; หากสูดดมเข้าไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะสะสมเป็นก้อนในปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ควรเทใส่มือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปริมาณเล็กน้อยแล้วทาบาง ๆ บนผิวกาย นอกจากนี้ ได้กำหนดให้แสดงคำเตือนที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; แป้งฝุ่นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ว่า &amp;ldquo;ระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็ก&amp;rdquo; และเพื่อความปลอดภัย สตรีไม่ควรโรยแป้งฝุ่นบริเวณจุดซ่อนเร้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองเลขาอย. กล่าวต่อไปว่า อย. มีการติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด โดยในปี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ศ. 2552-2553 ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลคัม จำนวน 40 ตัวอย่าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งตรวจวิเคราะห์ ไม่พบแร่ใยหิน และในปี พ.ศ. 2557-2558 ได้มีการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลคัม จำนวน 73 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์ก็ไม่พบแร่ใยหิน ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เครื่องสำอางที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสม &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของแร่ใยหิน จัดเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้ เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ไม่ปลอดภัย หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24962</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์, อย., แป้งฝุ่นโรยตัว, แป้งฝุ่นโรยตัวปนเปื้อนแร่ใยหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a5e357f892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
