<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 เทคนิค  รับมือลูกโดนแกล้งในโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรังแก กลั่นแกล้งในโรงเรียนได้กลายเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย จากสถิติของกรมสุขภาพจิตชี้ว่า ในปี 2561 มีจำนวนนักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงถึง 600,000 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 40% มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ปัจจุบันระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการกลั่นแกล้งและปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;BDMS&amp;rdquo; จึงได้จัดกิจกรรมเพื่ออบรมให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูที่โรงเรียนทอสี ในหัวข้อ &amp;ldquo;คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่ ไม่บูลลี่ในเด็ก&amp;rdquo; เพื่อเป็นการสานต่อโครงการ &amp;ldquo;Shared Kindness คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่&amp;rdquo; รณรงค์ลดการทำร้ายจิตใจผ่านคำพูด สนับสนุนการส่งต่อคำพูดสร้างสรรค์ในสังคมไทย เพราะปัญหาเด็กถูกกลั่นแกล้ง หรือล้อเลียนปมด้อย ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กมล แสงทองศรีกมล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในมุมของผู้ใหญ่ เรามักจะมองว่าการกลั่นแกล้งกันในเด็ก เป็นเรื่องเด็กเล่นกัน เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมุมของเด็กที่ถูกกระทำเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา เพราะเด็กต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกๆ วัน เราควรจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้ในระยะยาว ดังนั้น เราในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู จึงไม่ควรนิ่งเฉย ควรเฝ้าสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ และดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเคล็ดไม่ลับ 9 วิธีรับมือเมื่อเด็กๆ ถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูนำไปปรับใช้ ได้แก่ &amp;ldquo;ทำความเข้าใจว่าการกลั่นแกล้งคืออะไร&amp;rdquo; ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจปัญหาของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำมากขึ้น แท้จริงแล้วการกลั่นแกล้งคือ นิสัยที่เรียนรู้และเลียนแบบมาจากการเห็นหรือได้ยิน เช่น การพบเจอปัญหาคนในครอบครัวทะเลาะกัน หรือพบเจอคนในชุมชนด่าทอกันด้วยถ้วยคำหยาบคายทุกวัน จนมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ ผู้กระทำบางรายอาจจะเป็นบุคคลที่ขาดความมั่นใจในตนเอง อิจฉาริษยาผู้อื่น รวมถึงผู้กระทำบางรายอาจจะเคยเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กล้าที่จะพูดหรือแสดงความไม่พอใจต่อผู้กระทำ&amp;rdquo; เพราะหลายครั้งที่ปัญหาการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นกับบุคคลหนึ่งมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ถูกกระทำ ไม่กล้าที่จะพูด หรือแสดงความไม่พอใจออกมา ทำให้ผู้กระทำไม่รับรู้ว่าผู้ถูกกระทำนั้นมีความรู้สึกอย่างไร จึงกลั่นแกล้งซ้ำๆ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ การแสดงออกหรือการพูดสื่อสารออกมาว่าผู้ถูกกระทำนั้นไม่พอใจ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้กระทำมีแนวโน้มที่จะกลั่นแกล้งลดน้อยลง หรือหยุดการกระทำนั้นๆ ลงได้ เนื่องจากผู้กระทำได้รับการตระหนักรู้ ถึงความรู้สึกของผู้ถูกกระทำว่า &amp;ldquo;ไม่พอใจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เสียใจ&amp;rdquo; ตลอดจนรับรู้ว่าการกระทำของตนนั้นสร้างผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บอกเล่ากับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูรับทราบ&amp;rdquo; เพราะส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนเกิดจากการที่ผู้ถูกกระทำไม่ได้บอกเล่าเรื่องถูกกลั่นแกล้งให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทราบ จึงทำให้ปัญหาการกลั่นแกล้งยังคงเกิดขึ้น และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องสอนเด็กและลูกหลานของเราไม่ให้เงียบ เพิกเฉย หรือทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกลั่นแกล้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย&amp;rdquo; หลายคนอาจไม่ทราบว่าในบางสถานการณ์ การกลั่นแกล้งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากว่าผู้ถูกกระทำ ถูกกลั่นแกล้งทางร่างกายหรือทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดด่าทอเชื้อชาติหรือเพศสภาพ ใช้กำลังและความรุนแรงรังแกผู้อื่น หรือแม้แต่การแชร์เรื่องส่วนตัวของผู้อื่นในอินเทอร์เน็ต ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น หากพบเจอการกลั่นแกล้งที่รุนแรงเช่นนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูสามารถรายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่ามองว่าตัวเองเป็นปัญหา&amp;rdquo; เพราะการมีอัตลักษณ์ที่ต่างจากผู้อื่น เช่น เพศสภาพ เชื้อชาติ รูปร่างหน้าตา ที่ต่างจากผู้อื่น ไม่ใช่ปัญหาของผู้ถูกกระทำเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะทัศนคติของผู้กระทำต่อผู้อื่นต่างหาก สิ่งที่สำคัญคือเราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก หากลูกของคุณเป็นผู้ถูกกระทำ จงสอนเขาว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมันไม่ใช่ปัญหาของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวผู้กระทำเองทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มองหาวิธีจัดการกับความเครียด&amp;rdquo; ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การกลั่นแกล้งสามารถสร้างความเครียดให้แก่ผู้ถูกกระทำเป็นอย่างมาก นอกจากการบอกเล่าปัญหาต่อผู้ที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ หรือครูแล้ว ควรลองมองหากิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง หรือออกไปเที่ยว เพื่อจัดการกับความเครียดของตนเอง และทำให้สภาพจิตใจไม่หมกมุ่นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ที่สำคัญ อย่าแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว เพราะการอยู่คนเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทำให้เราจัดการกับการกลั่นแกล้งได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ที่จะคอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรม อารมณ์ของเด็กๆ ไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเงียบหรือปลีกตัวมาอยู่คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดูแลสุขภาพกายและใจของตนเองให้ดี&amp;rdquo; การกลั่นแกล้งนั้นสามารถสร้างบาดแผล และปมในใจให้กับผู้ถูกกระทำ ซึ่งส่งผลต่อสภาพร่างกาย เช่น การอดอาหาร เครียดจนนอนไม่หลับ เป็นต้น หากบุตรหลานของท่านถูกกลั่นแกล้งที่กระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและจิตวิทยา เพื่อช่วยให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาได้อย่างดีและตรงจุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มองหาบุคคลต้นแบบที่ดี&amp;rdquo; เพราะการกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ถูกกระทำสับสนและไม่ชอบตัวเอง หากผู้ถูกกระทำมีบุคคลต้นแบบที่ดีจะสามารถเห็นว่ามีอีกหลายคนที่เคยพบเจอกับปัญหาเดียวกัน แต่พวกเขาสามารถก้าวข้ามการโดนกลั่นแกล้งได้ การมีบุคคลต้นแบบที่ดีจะทำให้ผู้ถูกกระทำมองเห็นคุณค่าของตัวเองและรักตัวเองมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53029</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กมล แสงทองศรีกมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff70d419df7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
