<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะฟิตร่างกายเพื่อสุขภาพ อยู่ดีมีสุขไม่หวั่นแม้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กรกฎ พานิช คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (NAB) กล่าวว่า จากผลสำรวจล่าสุดของ NAB เกี่ยวกับการ &amp;ldquo;สูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (healthy aging)&amp;rdquo; โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีทั้งสิ้น 5,510 คนจาก 11 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีคนไทยจำนวน 502 คนที่ร่วมทำแบบสำรวจออนไลน์นี้ พบว่าร้อยละ 74 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยตอบว่า การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีคือ &amp;ldquo;การไม่เป็นภาระให้ลูกหลานยามแก่เฒ่า&amp;rdquo; ในขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 66) ตอบว่า คือ &amp;ldquo;การเคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉงแม้จะแก่ตัวไปเรื่อยๆ&amp;rdquo; จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าคนไทยมีมุมมองและความเข้าใจเรื่องการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีที่แตกต่างออกไป และทำให้มีการจัดลำดับความสำคัญต่างๆ ในชีวิตต่างจากคนในประเทศอื่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ร้อยละ 98 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเห็นด้วยว่า พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมอย่างจริงจังเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีได้เช่นเดียวกับผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยร้อยละ 60 มองว่า ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมพร้อมอย่างจริงจังเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี คือช่วงอายุ 40-50 ปี ในขณะที่สัดส่วนของผู้ตอบแบบสำรวจโดยรวมทั้งหมดในเอเชียแปซิฟิกที่มองว่าช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมพร้อมอย่างจริงจังเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีในช่วงอายุ 40-50 ปี มีมากถึงร้อยละ 71 นั่นหมายถึงคนไทยผู้ตอบแบบสำรวจอาจคิดถึงการเตรียมตัวที่ช้ากว่าผู้คนที่ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก ในขณะที่แพทย์ทั่วโลกส่วนใหญ่มักจะสนับสนุนให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้นเมื่ออายุเข้าสู่เลข 40 เพราะวัยนี้เป็นต้นไปคือช่วงวัยที่เริ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและมีโรคภัยต่างๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าสมัยยังหนุ่มสาว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอได้แนะนำหลักการ 3 ประการที่ช่วยให้สูงวัยอย่างมีสุขภาพดี มีดังนี้ เริ่มจาก 1.โภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ การได้รับและเสริมโภชนาการที่สมดุลให้แก่ร่างกายก็จะช่วยลดโอกาสในการเจ็บป่วยได้ แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ และลดโอกาสเสี่ยงที่กระดูกจะหักหรือเปราะบางได้ง่ายเมื่อเราหกล้ม นอกจากนี้ การจะดูแลระบบย่อยอาหารให้ดี และเสริมด้วยอาหารที่มีเส้นใยอาหารและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สายตาและการมองเห็นก็จะลำบากขึ้นเมื่อเราแก่ตัวลง ดังนั้นให้หมั่นตรวจเช็กสุขภาพสายตาและเสริมด้วยอาหารที่มีสารลูทีน ที่พบมากในข้าวโพดหวาน ฟักทอง แครอต ไข่แดง เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับระบบหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่จะส่งผลเสียต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น กลุ่มอาหารหวาน มัน เค็ม หมั่นออกกำลังกายและดูแลควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และที่สำคัญที่สุด ต้องรักษาระดับความเครียดซึ่งเป็นภัยเงียบไม่ให้สูงเกินไป ด้วยการฝึกหายใจช้าๆ หัดสังเกตความรู้สึกของตนเองอย่างมีสติ ก็นับเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาสุขภาพหัวใจของคุณด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย และจากคำตอบของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยส่วนใหญ่ที่ว่า &amp;ldquo;การไม่เป็นภาระให้ลูกหลานยามแก่เฒ่า&amp;rdquo; ทราบหรือไม่ว่า การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ จะนำมาซึ่งการไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานในที่สุด อีกทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้เราสามารถรักษามวลกระดูกและมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งเสริมให้เรายังคงมีพละกำลัง มีความยืดหยุ่นของร่างกาย ซึ่งทำให้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.หมั่นทำกิจกรรมที่ฝึกฝนและกระตุ้นให้สมองได้คิดอยู่เสมอ หมั่นฝึกฝนให้สมองได้คิดอยู่เสมอ มองหากิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมอง เช่น เกมปริศนาปัญหาเชาว์ การอ่านหนังสือ การสร้างงานศิลปะ หรือแม้กระทั่งการทำสมาธิ เพื่อลับสมองให้มีความเฉียบคม ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องปัญหาความจำและกระบวนการคิดที่จะเกิดขึ้นเมื่อสูงวัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีนั้นจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ชีวิตเราแน่นอน และเราโชคดีมากที่สังคมไทยเป็นสังคมที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สำหรับการเป็นผู้สูงวัยอย่างมีสุขภาพดีนั้น การได้รับกำลังใจและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวและเพื่อนๆ รอบตัวเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะกำลังใจและความห่วงใยที่ได้รับจะช่วยให้ผู้สูงอายุเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตเพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างมีความสุขมากขึ้นได้ ตลอดจนมีไลฟ์สไตล์ที่สดใส แข็งแรง และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวได้อย่างยืนยาว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21478</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.กรกฎ พานิช, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19a4252d29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
