<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอ&quot;เผยคน&quot;กินพลาสติก&quot;ไม่รู้ตัว กุ้ง หอย ปู ปลา เกลือ กะปิ มีไมโครพลาสติกปนอยู่ ชี้ก้นบุหรี่  ใยสังเคราะห์เสื้อผ้า แทรกในซีฟู้ด น้ำ อากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ย.62-นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวถึงการลดขยะพลาสติกว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่นัก แต่ที่มักได้ยินกันบ่อยคือพลาสติกที่ทิ้งนั้นไปตกถึงท้องสัตว์ทะเลจนทำให้มันตาย อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้อาจยังไม่กระทบกับความรู้สึกของหลายคนมากนักเพราะยังรู้สึกไกลตัว ที่จริงมันมีพลาสติกที่ใกล้ตัวกว่านั้น คือมันเข้าไปอยู่ในตัวของเราได้เลยว่างั้น สิ่งนี้มาจากขยะพลาสติกที่มนุษย์ทิ้งอีกเช่นกันแต่มันร้ายกว่าดังจะขอเรียกว่า &amp;ldquo;พลาสติกจิ๋ว (Microplastic)&amp;rdquo; หรือไมโครบีดส์เล็กๆ (Microbead) ซึ่งเจ้าอนุภาคพลาสติกจิ๋วนี้มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรแต่หลายอนุภาคก็มองไม่เห็นด้วยตาแถมยังเล็กกว่าฝุ่นละออง 2.5 ที่เป็นข่าวดังไปทั่วเสียอีก
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พลาสติกจิ๋วนี้มาได้จากหลายสิ่งในชีวิตประจำวัน อาทิก้นบุหรี่ ที่มีรายงานว่าพบมากกว่าถุงพลาสติกเสียอีก ,เส้นใยสังเคราะห์ของเสื้อผ้า,ยางรถยนต์และอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก ซึ่งสามาถเข้าสู่ร่างกายเราได้ 3 ทางคืออากาศ มีรายงานการตรวจพบพลาสติกจิ๋วลอยฟ่องอยู่ในอากาศที่เราสูดหายใจเข้าไป อาหาร พลาสติกจิ๋วแทรกอยู่ในซีฟู้ดและสัตว์ทะเลที่เราบริโภคเป็นจำนวนมากโดยที่มองไม่เห็น น้ำดื่ม มีการสำรวจพบน้ำเปล่าบรรจุขวดที่ดื่มพบอณูของพลาสติกจิ๋วนี้เจือปนอยู่ในปริมาณพอสมควรที่คนดื่มน้ำขวดบ่อย ๆ ที่ควรทราบ&amp;rdquo; นายแพทย์กฤษดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวต่อว่ามีการศึกษาในสหราชอาณาจักรพบว่าพลาสติกจิ๋วนี้มีเจือปนแทรกเป็นยาดำอยู่ในแทบทุกแห่งหนบนโลกแล้วไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำลำธาร มหาสมุทรอันไพศาลหรือขุนเขาสูงเสียดฟ้าล้วนแต่ตรวจพบว่ามี &amp;ldquo;ไมโครพลาสติก&amp;rdquo; ปนเปื้อนอยู่อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีรายงานล่าสุดถึงการพบ &amp;ldquo;เชื้อแบคทีเรีย&amp;rdquo; มากกว่า 400 ชนิดที่ติดอยู่บนพลาสติกจิ๋วนี้ซึ่งสำรวจพบตามชายหาดท้องถิ่น เชื้อพวกนี้มีตั้งแต่เชื้อลำไส้อักเสบ,ติดเชื้อในกระแสเลือดไปจนถึงมีผลกับการเกิดปะการังฟอกสี จุดที่พบไมโครพลาสติกนี้มากเป็นอันดับต้นๆได้แก่แม่น้ำแยงซีและตลอดชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศสเปน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์ กล่าวว่า สำหรับของกิน-ของใช้ใกล้ตัวที่อาจมีไมโครพลาสติกจิ๋วนี้มาปะปนอยู่ได้ที่ควรต้องจับตาคือ1) น้ำดื่ม แม้จะเป็นน้ำขวดก็ตามดังมีรายงานจากต่างประเทศว่าพบอนุภาคพลาสติกจิ๋วนี้ในขนาดที่ตาแทบมองไม่เห็นคือ 100 ไมครอนอยู่จากน้ำดื่มตัวอย่าง ด้วยอย่าลืมว่าขยะพลาสติกจิ๋วจากน้ำมือมนุษย์เหล่านี้แทรกซึมอยู่ตามแหล่งน้ำทั่วโลกทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล2) เกลือปรุงอาหาร เกลือสมุทรที่มาจากน้ำทะเลนั้นมีพลาสติกจิ๋วปะปนอยู่ได้3) ซีฟู้ด อาหารทะเลสัตว์เปลือกแข็ง กุ้ง,หอย,ปูปลา4) กะปิ เพราะตัวเคยนั้นอาจกินพลาสติกพีวีซีเข้าไปสะสมในตัว5) ผงกลิตเตอร์วิบวับ ที่ใช้แต่งหน้าหรือทำการฝีมือ 6) ก้นบุหรี่ ทำจากเซลลูโลสอะซีเตทที่เป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ทำแว่นกันแดด &amp;nbsp; 7) หอยแมลงภู่ มีการเก็บตัวอย่างหอยแมลงภู่ในอังกฤษและตามชายหาดท้องถิ่น 8 แห่งโดยมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีพลาสติกจิ๋วนี้ติดมากับตัวหอยเป็นจำนวนน่าตกใจโดยเฉลี่ยถึง 70 ชิ้นในทุกๆ 100 กรัมของหอยซึ่งเรามองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่มีการอ้างว่าพลาสติกจิ๋วที่คนเรากินเข้าไปนี้น่าจะขับถ่ายออกมาได้ แต่อย่าลืมว่าของพวกนี้คือสิ่งแปลกปลอมและไมโครพลาสติกหลายชนิดเล็กระดับ &amp;ldquo;นาโนพลาสติก&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่ามันอาจแทรกซึมเข้าในร่างกายเราถึงในระดับเซลล์ได้ และถ้าในพลาสติกจิ๋วบางชนิดอาจดูดซับเคมีพิษติดตัวมันมาด้วย จะเห็นว่าถึงแม้จะยังไม่เห็นผลเสียชัดเจนในตอนนี้แต่ก็ไม่ควรประมาทกับเรื่องสุขภาพเพราะมันก็คือสิ่งแปลกปลอมที่อาจกลับมาทำร้ายคนได้&amp;rdquo; นายแพทย์กฤษดา กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45620</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กฤษฎา ศิรามพุช, พลาสติกอยู่ในร่างกายมนุษย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a1b6ae0e83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์เตือนกระแสน้ำปั่น&quot;ขึ้นฉ่าย สาย ฝ &quot;ระวังได้รับ “โพแทสเซียม” เกิน เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มิ.ย.62-ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่า มีกระแส &amp;quot;ขึ้นฉ่ายสาย ฝ. &amp;quot;หรือขึ้นฉ่ายฝรั่ง (เซเลอรี่) สามารถดีทอกซ์ร่างกายได้ พร้อมคุณประโยชน์อีกหลายประการ จนมีคนนำไปปั่นเป็นน้ำผักรับประทานกันอย่างแพร่หลาย นั้น นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่าผักและผลไม้หลายชนิดเป็นแหล่งของแร่ธาตุหลายชนิด อาทิ เซลีเนียม ทองแดง แมกนีเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งแร่ธาตุ &amp;ldquo;โพแทสเซียม&amp;rdquo; นี้มีผลต่อร่างกายคือ ช่วยคุมของเหลวในและนอกเซลล์ คุมความดันโลหิต ปรับสมดุลย์แร่ธาตุโซเดียม นำพากระแสประสาท ช่วยคุมประสาทและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ แต่ถ้าได้รับมากเกินไปอาจเป็นอันตรายโดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคประจำตัวที่ต้องระวัง &amp;ldquo;โพแทสเซียมเกิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวะ &amp;ldquo;โพแทสเซียมทำพิษ&amp;rdquo; ทำให้ชีวิตเปลี่ยน อาจเกิดได้ในหลายกรณีเช่น ท่านที่มีปัญหาในการขับโพแทสเซียม อย่างโรคไตวาย หลังได้รับยาเคมีบำบัด ประสบอุบัติเหตุกล้ามเนื้อบาดเจ็บ (โพแทสเซียม 80%อยู่ในกล้ามเนื้อ) กินยาลดความดัน (ACEI , ARB) หรือท่านที่มีปัญหาโรคหัวใจซึ่งต้องจำกัดโพแทสเซียม และการที่โพแทสเซียมมากเกินไปทำให้เกิดอันตรายคือ ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพลีย หมดเรี่ยวแรง คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บแน่นอก หายใจลำบาก หัวใจหยุดเต้น หากระดับโพแทสเซียมสูงขั้นวิกฤติ&amp;rdquo; นพ.กฤษดา กล่าว
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม นพ.กฤษดา ย้ำว่า แม้ไม่ต้องถึงขั้นต้องกังวลแต่เพื่อความไม่ประมาทจึงควรทราบชนิดของผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุชนิดนี้ซึ่งนอกจาก &amp;ldquo;กล้วย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;มะเฟือง&amp;rdquo;แล้วยังมีที่ใกล้ตัวหรือบางทีคาดไม่ถึงอีก 10 ชนิดคือ อโวคาโด มันเทศ ปวยเล้ง แตงโม น้ำมะพร้าว ถั่วขาว ถั่วดำ ถั่วแระญี่ปุ่น มันฝรั่ง ผลไม้แห้ง เช่น ลูกเกด แอปริคอตแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38833</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นฉ่ายฝรั่ง, นพ.กฤษฎา ศิรามพุช, เซเลอรี่, โพแทสเซียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d088fe8b18a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
