<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. พัฒนา &#039;รพ.บุษราคัม&#039; ต่อเนื่อง เพิ่มคุณภาพดูแลผู้ป่วยโควิดหลังเจอปัญหาอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งโรงพยาบาลบุษราคัมที่อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อดูแลเฉพาะผู้ป่วยโควิด 19 อาการเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยมีขนาด 3,700 เตียง แต่จากสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นและมีอาการรุนแรงมากขึ้น จึงมีการเปิดหอผู้ป่วยวิกฤตโกเมน 17 เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยสีแดงเข้ม และกำลังสร้างหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตทับทิม 32 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยกลุ่มที่ใช้เครื่องช่วยหายใจออกซิเจนไฮโฟลว์&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือนสิงหาคมนี้ ภาพรวมดูแลผู้ป่วยแล้วกว่า 19,000 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้วกว่า 15,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลบุษราคัมได้พัฒนางานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างมีคุณภาพ ทั้งเรื่องห้องน้ำสกปรก ได้จ้างบริษัทภายนอกมาเพิ่มรอบทำความสะอาด เสริมอุปกรณ์ ได้แก่ ผ้าอ้อมแพมเพิร์ส ส้วมกระดาษ เก้าอี้นั่งถ่าย ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และสนับสนุนกิจกรรมทำความสะอาดห้องน้ำโดยจิตอาสาผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กิตติศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;ส่วนกรณีเตียงกระดาษชำรุด มักพบในเตียงที่ใช้กับผู้ป่วยติดเตียง แต่ยังพบเป็นส่วนน้อย ได้สำรวจเตียงชำรุดทุกวันและเพิ่มจำนวนเตียงใหม่เข้าไปทดแทนให้มากขึ้น เพิ่มฟูกยางกันน้ำและเตียงลมเพื่อช่วยผู้ป่วยติดเตียงป้องกันแผลกดทับ และช่วยยืดอายุการใช้งานของเตียง สำหรับกรณีผู้ป่วยและญาติติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ได้ยากนั้น มีการจัดระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อรับโทรศัพท์กรณีผู้ป่วยไม่สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ประจำโซนได้ เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงทบทวนระบบเบอร์โทรศัพท์ใหม่ให้เป็นปัจจุบัน และเพิ่มช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอผ่านทางคิวอาร์โคด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีมีผู้เสียชีวิตจากเดิมดำเนินการเพียง 2 ช่วงเวลา คือ 07.00 น. และ 15.00 น. จึงได้ติดต่อประสานหน่วยงานและมูลนิธิให้ช่วยบริการเรื่องการเก็บศพตลอด 24 ชั่วโมง จัดการศพผู้ป่วยด้วยความเคารพ โดยเจ้าหน้าที่เวรเปลช่วยเก็บทรัพย์สินที่มีค่า พร้อมถ่ายรูป ลงทะเบียน และส่งมอบตำรวจดำเนินการส่งคืนญาติต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำผู้ป่วยไม่ควรนำของมีค่าอื่นนอกจากโทรศัพท์มือถือมา ส่วนการจัดการขยะติดเชื้อนั้น เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวน 3 พันกว่าราย จึงมีขยะติดเชื้อมหาศาล ซึ่งการดูแลขยะติดเชื้อจะยากกว่าขยะไม่ติดเชื้อ จึงเจรจากับบริษัทผู้ให้บริการขอเพิ่มรอบการขนส่งเพื่อกำจัดขยะติดเชื้อจากสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เป็นดำเนินการทุกวัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นพ.กิตติศักดิ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114275</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์, รพ.บุษราคัม, รพ.สนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61237ef1061d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.บุษราคัม ขยายพื้นที่หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤติเพิ่ม 32 เตียง หวังเพิ่มอัตราการรอดชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;18 ส.ค.64 - นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลวันที่ 17 ส.ค.2564 เวลา 24.00 น. โรงพยาบาลบุษราคัม มีผู้ป่วยนอนรักษาตัว 3,526 ราย จากจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด 3,700 เตียง ถือว่าเต็มศักยภาพของโรงพยาบาล ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองอ่อน 3,196 ราย, สีเหลือง 221 ราย และสีแดง 109 ราย ในจำนวนนี้ใช้เครื่องช่วยหายใจ ชนิดออกซิเจนไฮโฟลว์จำนวน 103 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจ จำนวน 6 ราย เนื่องจากผู้ป่วยสีแดงเพิ่มมากขึ้น และจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ (กึ่งวิกฤต) มีโอกาสรอดชีวิตถึงร้อยละ 63 ขณะที่ผู้ป่วยที่ใช้ท่อช่วยหายใจ (วิกฤต) รอดชีวิตร้อยละ 26 ดังนั้นหากผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดการเข้าสู่ภาวะวิกฤต ลดการใส่ท่อช่วยใจ เพิ่มโอกาสรอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.กิตติศักดิ์กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลบุษราคัม จึงได้เตรียมแผนขยายพื้นที่เปิดหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ (ทับทิม) เพิ่มอีก 32 เตียง ดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ หลังจากที่ได้ตั้งหอผู้ป่วยวิกฤติ (โกเมน) ระบบความดันลบ 17 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตต้องใช้ท่อช่วยหายใจ เพื่อลดการเคลื่อนย้าย ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤตและกึ่งวิกฤตอย่างใกล้ชิด โดยมอบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเร่งดำเนินการปรับปรุงสถานที่ โดยใช้พื้นที่ว่างด้านนอกหอผู้ป่วยเดิม ติดตั้งห้องความดันลบ ระบบไฟฟ้าและก๊าซทางการแพทย์ พร้อมนำอุปกรณ์การแพทย์ตามมาตรฐานเข้า โดยจะแล้วเสร็จภายใน 10 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113750</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์, รพ.บุษราคัม, รพ.สนาม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cd1ee5ffec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.บุษราคัม แจง &#039;บังซา&#039; รักษาครบ 7 วันตามมาตรฐาน ชี้ไลฟ์สดละเมิดสิทธิผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;31 ก.ค.64 - นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม กล่าวถึงประเด็นการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลบุษราคัม ว่า ตามมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของกรมการแพทย์ อนุญาตให้ผู้ป่วยอาการน้อย รักษาอยู่ที่ รพ. อย่างน้อย 7 วัน และวันที่ 8 ต่อไปสามารถกลับไปรักษาตัวเองที่บ้านได้ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีการระบาดสูง เนื่องจากจะต้องใช้เตียงให้ผู้ป่วยรายใหม่ โดยผู้ป่วยอาการน้อยที่ไม่รุนแรง เมื่อติดเชื้อครบ 7 วัน โดยทั่วไปของโรคอาการจะไม่รุนแรงขึ้น อาการจะดีขึ้น ซึ่งสามารถกลับบ้านไปกักตัวต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนผู้ป่วยที่รักษาครบ 14 วันแล้ว ตามมาตรฐานของกรมการแพทย์ก็ไม่จำเป็นจะต้องตรวจหาเชื้อ RT-PCR ซ้ำ เนื่องจากอาจเจอซากเชื้อได้ ที่เมื่อตรวจก็จะพบว่ามีผลบวกอีก ทั้งนี้ เราจะให้ใบรับรองแพทย์ว่า ผู้ป่วยมีการรักษาในโรงพยาบาลครบกำหนดแล้ว อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้า ทางโรงพยาบาลบุษราคัม กำลังจะเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ เพื่อสื่อสารกับประชาชน เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ภายในโรงพยาบาล​รับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งทางโรงพยาบาลยินดีรับคำติชมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วย ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเจตจำนงของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม​ว่า​ ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยทั่วไปแล้วถือว่าพื้นที่ในโรงพยาบาล​บุษราคัม เป็นโรงพยาบาล ดังนั้น การถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะภาพผู้ป่วย ภาพเจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ แม้กระทั่งผู้ป่วยถ่ายภาพผู้อื่นภายในโรงพยาบาล​เอง ก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับ โรงพยาบาล​ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามถึงกรณีอาสาสมัคร &amp;ldquo;บังซา&amp;rdquo; ที่ไลฟ์สดใน โรงพยาบาล​บุษราคัม ซึ่งภายหลังบังซาระบุว่า ตนถูกเชิญออกจากโรงพยาบาล​ นพ.กิตติศักดิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องขอขอบคุณที่มีการสะท้อนแง่มุมภาระงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเท่าที่ดูก็ไม่ได้เห็นว่ามีการตำหนิเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าการนำเสนอที่อาจจะต้องการให้มีความน่าสนใจ จึงมีการใช้คำพูดที่รุนแรง แต่เชื่อว่าไม่ได้มีเจตนาอะไร ทั้งนี้ถ่ายทำ ตามปกติแล้วจะมีเรื่องของสิทธิผู้ป่วย ซึ่งหากกระทำได้ต้องมีการขออนุญาตผู้ป่วยและทาง รพ. ซึ่งเป็นวิธีการปกติตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.กิตติศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ต้องออกจากโรงพยาบาล​ เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยของกรมการแพทย์ ที่ผู้ป่วยอยู่ครบ 7 วันแล้วก็สามารถกลับไปรักษาต่อที่บ้านได้ โดยเฉพาะสถานการณ์เช่นนี้ เตียงมีความสำคัญมาก ดังนั้นหากผู้ป่วยสามารถกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้ ก็เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรายอื่นที่รอเตียงเข้ามา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111751</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์, รพ.สนาม, โรงพยาบาลบุษราคัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a6b3a3ac19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ถกเตรียมย้าย รพ.บุษราคัมไปสนามบินสุวรรณภูมิ กลางเดือนต.ค. ปรับเพิ่มเงินหมอ-จนท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมร่วมกับ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัด สธ. และผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม โดยกล่าวถึงความตั้งใจว่า อยากจะลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจการทำงานของทุกหน่วย แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข จึงให้เป็นการประชุมผ่านระบบทางไกล ซึ่งทราบว่าทุกฝ่ายได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อผู้ดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม รายงานการดำเนินการว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ขณะนี้ผู้ป่วยสะสม 12,268 ราย สถานการณ์โรงพยาบาลบุษราคัมประมาณช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้ป่วยสะสมถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 64 จำนวน 9,435 ราย จนถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 64 ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 12,268 ราย ขณะนี้มียอดผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 3,592 ราย กลับบ้านไปแล้ว 8,000 กว่าราย วันนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนจำนวน 770 ราย จากสถานการณ์การระบาดต่อเนื่องและรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สัดส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการหนักในโรงพยาบาลบุษราคัมมีจำนวนมากขึ้น โรงพยาบาลบุษราคัมได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุขให้พัฒนาพื้นที่รองรับผู้ป่วยวิกฤติสีแดงเข้มจำนวน 17 เตียงเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบกำลังใจและขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความร่วมมือ ร่วมใจทำงานเพื่อประชาชน ทราบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ การแพร่ระบาดมีความรุนแรง จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น เป็นผลให้โรงพยาบาลมีปริมาณงานที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความซับซ้อนของผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องการให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาให้มากที่สุด จึงได้ให้แนวทางพิจารณาว่า หากโรงพยาบาลใดมีพื้นที่ว่างก็อาจให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในบริเวณโรงพยาบาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอยืนยันรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพียงพอ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และให้ความมั่นใจรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานทุกหน่วยงาน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจทำงานเพื่อประชาชน รัฐบาลจะดูแลบุคลากรทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าวด้วยว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;ได้หารือถึงกรณีโรงพยาบาลบุษราคัม ที่จะหมดสัญญาเช่าพื้นที่เมืองทองธานีสิ้นเดือนต.ค.นี้ จึงเตรียมย้ายไปที่ใหม่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคาร AOT โดยจะเริ่มย้ายในช่วงกลางเดือนต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่สุวรรณภูมิจะมีเตียงสีเหลืองขึ้นไป มีเตียงที่ให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยสีแดงถึง 3,000 เตียง จากเดิมที่เมืองทองมีเพียง 800 เตียง นอกจากนี้จะมีการปรับเบี้ยบำรุงให้กับบุคลากรสาธารณสุขด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111316</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์, รพ.บุษราคัม, รพ.สนาม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a6b3a3ac19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
