<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 6 ประเด็นทำแผนปฏิรูปประเทศด้านศึกษา   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการหารือถึงการยกร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งจะทำหน้าที่รองรับการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และแผนดังกล่าวจะสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ด้วย โดยจะเร่งการประชุมหารือเพื่อยกร่างแผนดังกล่าวอย่างเข้มข้น และจะประกาศรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 15 ส.ค. และสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คือ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องใช้เวลาและเมื่อเกิดแล้วจะต้องเดินต่อไปในระยะยาวด้วย ดังนั้น ในแผนฉบับนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการทั้งเรื่องการจัดทำวิทยฐานะของครู ซึ่งเป็นกระบวนที่ใช้เวลาและหาแนวทางการจัดการในอนาคต และการจัดทำงบประมาณด้านการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น ปัจจุบันงบฯ หมดไปกับบุคลากร &amp;nbsp;คาดจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้อย่างช้าต้นเดือนก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษากำหนดเป็น 6 ประเด็น ดังนี้ 1.แผนปฏิรูปการบริหารจัดการกลุ่มเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน 2.การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งกลุ่มเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงดูการขับเคลื่อนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 3.เรื่องครูจะปฏิรูปทั้งระบบตั้งแต่การผลิต คัดกรอง พัฒนาครู และการดูแลวิชาชีพครู 4.การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน 5.การปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรองรับกลไกการปฎิรูปการเรียนการสอน อย่างการให้อิสระสถานศึกษาบริหารจัดการ การจัดทำฐานข้อมูลระบบบิ๊กดาต้าด้านการศึกษา และระบบงบประมาณที่จะสนับสนุนการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 6.การจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ....จะต้องออกกฎหมายฉบับรองอีกกว่า 30 ฉบับ แต่ไม่ใช่ทำกฎหมายใหม่ทั้งหมด บางเรื่องมีกฎหมายเดิมสามารถนำมาปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปได้ การกำหนดประเด็นจะช่วยให้การปฏิรูปครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ และบรรลุผลอย่างที่คณะกรรมการอิสระฯ ตั้งใจไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับการจัดทำแผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาทั้ง 6 ประเด็นจะอิงจากข้อมูล 4 ส่วน ประกอบด้วย คือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตรา 54 และ 258 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน และนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กำหนดแผนเป็น 3 ระยะ คือ แผนระยะ 9 เดือน แผนระยะ 3 ปี และแผนระยะ 5-10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14916</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69814cc2ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระฯ ประกาศต้องมีหน่วยงานกลางดูแลเด็กปฐมวัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;31 ก.ค.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรณีที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้มีข้อซักถามเกี่ยวกับความจำเป็นในการออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.... และมีหน่วยงานพิเศษที่จะเกิดขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการอิสระฯ มีความชัดเจนว่า ได้พิจารณาเกี่ยวกับความจำเป็นในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้ว และจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (รธน.) พ.ศ.2560 ทำให้เห็นว่าจะต้องมีการดำเนินการเรื่องปฐมวัย เพราะเป็นเป้าหมายของ รธน.ที่จะต้องดูแล อีกทั้งขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายหรือหน่วยงานที่รองรับหรือรับผิดชอบกลาง ส่งผลให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น คณะกรรมการอิสระฯ จึงเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานกลางเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ และการดูแลเด็กปฐมวัยมีความจำเป็นสำหรับการสร้างให้เด็กสามารถพัฒนาสมองให้สามารถเจริญเติบโตในระยะต่อไปได้ รวมถึงยังมีหลักฐานและผลการวิจัยจากทั่วโลกว่า การลงทุนเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยจะได้ผลตอบรับดีกว่าถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับการลงทุนกับเด็กระยะอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาถึงเรื่องการปฏิรูปอาชีวศึกษา ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการศึกษา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา และข้อมูลการศึกษาดูงานการศึกษา ด้านการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาของประเทศอังกฤษ ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่จะนำไปสู่ปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อให้ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 &amp;nbsp;อีกทั้งการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะนำไปสู่ความยืดหยุ่นของการเรียนรู้ จะไม่ใช่ระบบการเรียนรู้แบบตายตัวเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ การเรียนเฉพาะทางจะต้องเกิดขึ้นในแง่ศาสตร์การเรียนรู้ต้องเรียนแบบหลากหลาย เพราะการเรียนอาชีวศึกษามีทั้งการเรียนเกษตร อุตสาหกรรรม และพานิชย์ ดังนั้น เราจะต้องสร้างผู้เรียนที่มีทักษะทางฝีมือเฉพาะด้านให้เกิดขึ้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....เราจะระบุถึงเรื่องการปฏิรูปอาชีวศึกษาด้วย เพราะในอนาคตคงต้องมีการหารือว่าจะมีการปรับแก้ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา อย่างไรบ้าง ซึ่งจะอยู่ในแผนปฏิรูปการศึกษา อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยต้องการปรับตัวเองให้มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทั้งการเทคโนโลยี การท่องเที่ยว จำเป็นต้องมีการลงทุนในเรื่องของผลิตและพัฒนาคน ซึ่งการปฏิรูปอาชีวศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปอาชีวศึกษาของ กมธ.ด้านการศึกษาของ สนช.นั้น จะมีทั้งในเรื่องการจัดทวิศึกษาที่ให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเรียนจบการศึกษาแล้วได้ 2 วุฒิทั้งสามัญและอาชีพ &amp;nbsp;ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วในบางพื้นที่ &amp;nbsp;และยังมีเรื่องการบริหารจัดการสถาบันการอาชีวศึกษา ขณะนี้ยังไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของการจัดตั้งเท่าที่ควร &amp;nbsp;เรื่องการสร้างฐานข้อมูลของผู้เรียนอาชีวะให้เชื่อมโยงกับการมีงานทำ &amp;nbsp;รวมถึงเรื่องทวิภาคี ซึ่งมีความก้าวหน้าดีมากแต่เหมือนอิ่มตัวในอนาคตต้องปรับให้ตอบโจทย์การมีระบบทวิภาคีให้ได้ อีกทั้งยังมีข้อเสนอเรื่องการปรับมาตรฐานครูอาชีวศึกษา ที่จะต้องปรับทั้งการผลิตและกาพัฒนา และยังต้องการสร้างนักเกษตรอาชีวะ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเรื่องการสร้างมาตรฐานอาชีวะสู่สากล โดยในเรื่องนี้คงต้องดูว่ามาตรฐานอาชีวะของไทยในอนาคตควรจะออกมาในรูปแบบไหนอย่างไร โดยในที่ประชุมมีข้อเสนอว่าการสร้างมาตรฐานอาชีวะของไทยจะต้องเทียบเคียงระดับสากลเหมือนกับมาตรฐานอาชีวะของประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร ไม่ใช่เราต้องเอาของประเทศอื่นเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14454</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, ออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ....</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b604a37409b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
