<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.อิสระฯแจงเหตุใดเปลี่ยนนิยาม&quot;ผอ.รร.&quot;เป็น&quot;ครูใหญ่ &quot;เพราะรร.ไม่ควรได้แค่ซีอีโอบริษัท แต่ควรได้&quot;หัวหน้าครู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12มี.ค.62-&amp;quot;หมอจรัส&amp;quot;ระบุพ.ร.บ.การศึกษาชาติ กำหนดนิยาม&amp;quot;ครูใหญ่&amp;quot; เพื่อให้&amp;quot;ผอ.รร.&amp;quot;ไม่เป็นเหมือนผู้บริหารบริษัท แต่ต้องมีความเป็นครูในตัวเองด้วย ตลอดจนใส่ใจในเนื้อหาวิชาการด้วย &amp;quot;หมอจิรุตม์ &amp;quot;เผยความในใจคณะกรรมการอิสระฯ มองผู้บริหารโรงเรียนต้องมีส่วนผลักดันปฎิรูปการศึกษา จึงต้องมีจิตวิญญาณ ความเป็น&amp;quot;หัวหน้าครู&amp;quot; ไม่ใช่แค่บทบาทบริหารองค์กรอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีพิจารณาข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ในประเด็นนิยามคำว่า ครูใหญ่ แทนคำว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษา &amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การกำหนดนิยามดังกล่าวนั้น เป็นความตั้งใจทำให้ครูดีขึ้น โดยเน้นเรื่องความเป็นครู &amp;nbsp;และให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไม่ใช่เป็นเพียงผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้ดูแลในเรื่องวิชาการและเรื่องอื่นๆ ร่วมด้วย &amp;nbsp;เพราะขณะนี้ผู้บริหารสถานศึกษาเหมือนกับผู้บริหารอื่น ๆ ที่เป็นแบบธุรกิจ และไม่ได้ดูรายละเอียดในเรื่องเนื้อหาวิชาการ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดูแลในเรื่องนี้ เพื่อให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น เป็นการขยายอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา &amp;nbsp;ดังนั้น การกำหนดนิยามดังกล่าวไม่ได้ทำให้ครู ผู้อำนวยการ หรือผู้บริหารสถานศึกษามีฐานะลดลง แต่จะทำให้ครู และผู้บริหารดีขึ้น ส่วนที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาออกมาทักท้วงนั้น คาดว่าน่าจะกังวลเพราะขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียด และอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ นั้น จะมีการกำหนดในกฎหมายลำดับรองต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะประกาศใช้ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า การกำหนดนิยาม ครูใหญ่ ใช้แทนคำว่า ผู้บริหารสถานศึกษา นั้น ทางคณะกรรมการอิสระฯ ได้นำวิเคราะห์ข้อกังวลของผู้บริหารสถานศึกษา ได้ข้อสรุป ว่า สิ่งที่สำคัญของการเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องมีการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษามากขึ้น คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีบทบาทในส่วนของการดูแลครู ให้เป็นครูที่มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู และมีความเป็นหัวหน้าครู &amp;nbsp;กำหนดนิยามครูใหญ่ เพื่อเป็นหัวหน้าของสถานศึกษา อีกทั้งการใช้คำว่าครูใหญ่ เมื่อวิเคราะห์เจตนารมณ์ เชื่อว่า การใช้คำดังกล่าว เป็นคำศัพท์ทั่วไป และในมาตรา 39 วรรค 3 ได้ระบุไว้ว่า คำว่าครูใหญ่ หรือผู้ช่วยครูใหญ่ ถ้าจะใช้คำอื่น สามารถกระทำได้ ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้บริหารสถานศึกษาจะกำหนด &amp;nbsp;อีกทั้ง ในบทเฉพาะกาลของกฎหมาย ได้มีการกำหนดความคุ้มครองสิทธิของบุคลากรที่เป็นผู้บริหารของสถานศึกษาที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว รวมทั้งไม่ได้มีการบังคับว่าต้องเปลี่ยนชื่อจากผู้บริหารสถานศึกษามาเป็นครูใหญ่ &amp;nbsp;และไม่ได้แปลว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....กฎหมายนี้ผ่านแล้ว คนที่ใช้ป้ายชื่อผู้บริหารสถานศึกษาต้องมาเปลี่ยนเป็นครูใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น &amp;nbsp;เพราะชื่อตำแหน่งดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยกาลนั้นเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ถือเป็นรัฐธรรมนูญทางการศึกษา เป็นตัวให้หลักการและแนวทางในการจัดการศึกษา &amp;nbsp;ไม่ได้เป็นเรื่องชื่อตำแหน่ง ส่วนชื่อเรียกหรือกลไกจริงๆ ที่จะเกิดขึ้น ถ้าในเรื่องที่กฎหมายระบุไว้ว่าเป็นไปตามกฎหมายลำดับรอง ก็ต้องไปปรับปรุงสาระต่อไป หรือต้องดำรงไว้ชื่อแบบเดิมก็สามารถไปหารือกันในขณะนั้นได้ &amp;nbsp;โดยหลังจากนี้คงต้องเป็นไปตามคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าจะพิจารณาเช่นใด &amp;nbsp;ดังนั้น อยากให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าใจเรื่องนี้ เจตนารมณ์ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการพัฒนาครู&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกประเด็นที่มีข้อวิตกกังวล คือ เรื่องใบรับรองความเป็นครูนั้น ตามข้อบัญญัติที่อยู่ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... &amp;nbsp;จะเป็นการให้ความสำคัญกับความเป็นครูตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ไว้ และให้ความสำคัญกับครูมากเป็นพิเศษ &amp;nbsp;เป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่เป็นการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพทั่วไป ตามที่กฎหมายกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม เป็นการยกระดับเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นครูมากขึ้น ส่วนความแตกต่างระหว่างการใช้คำว่าครูใหญ่ แทนผู้บริหารสถานศึกษา &amp;nbsp;และการใช้ใบรับรองความเป็นครู แทนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะแตกต่างกันอย่างไรนั้น ต้องไปดูในรายละเอียดของกฎหมายลำดับรอง ทั้งนี้ประเด็นเรื่องใบรับรองความเป็นครู แทนใบประกอบวิชาชีพครู นั้น โดยหลักแล้วเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรมากๆ จะทำให้เกิดความกังวล &amp;nbsp;ซึ่งตนต้องการอยากให้เข้าใจธรรมชาติของกฎหมาย รวมถึงสิ่งที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้บรรจุไว้เป็นสาระ ซึ่งมีบทบัญญัติในการคุ้มครองสิทธิ์ ของบุคลากรที่มีใบประกอบวิชาชีพครูอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้สถานะด้อยลง ส่วนการปรับเปลี่ยนในเชิงรายละเอียดหรือกลไกต่างๆ &amp;nbsp;เป็นสิ่งที่ทางวิชาชีพครู ครุสภา หน่วยงานเกี่ยวข้อง อย่าง กระทรวงศึกษาธิการ ต้องไปทำในรายละเอียดในลำดับต่อไป สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งเรื่องของเงินเดือน &amp;nbsp; เงินวิทยฐานะต่างๆ ทางกฎหมายได้มีบทบัญญัติคุ้มครองไว้อยู่แล้ว อยากให้ครูสบายใจ ไม่ต้องกังวล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่, เปลี่ยนผอ.รร.เป็นครูใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c879c56d1a47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 23:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พ.ร.บ.การศึกษาชาติ&quot;สกัดเด็กเรียนพิเศษ มีข้อกำหนดห้ามออกข้อสอบเกินเนื้อหาที่เรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6มี.ค.62- &amp;quot;หมอจิรุตม์ &amp;quot;แจงพ.ร.บ.การศึกษาชาติ มีข้อกำหนดห้ามออกข้อสอบการสอบเข้า หรือคัดเลือกเกินกว่าเนื้อหาที่เด็กเรียน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าจงใจให้ผู้อื่นเสียหาย มีเหตุผลหวังให้เด็กไม่มุ่งเรื่องสอบอย่างเดียว โดยไม่ห่วงเรียน และยังไม่ต้องการให้มีการไปติวหรือเรียนพิเศษ สิ้นเปลืองเงินทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ &amp;nbsp;คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า &amp;nbsp;ทั้งนี้ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ที่ผ่านความเห็นขอบของสนช.แล้ว ในส่วนของมาตราที่กำหนดวิธีการรับผู้เรียนเข้าศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ โดยการศึกษาระดับก่อนวัยเรียนและการศึกษาภาคบังคับ คือ อนุบาล 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 &amp;nbsp;ว่าต้องไม่ใช้วิธีการสอบแข่งขัน หรือ คัดเลือกด้วยวิธีการอื่นใด ถ้ามีหากมีผู้เข้าเรียนมากกว่าที่นั่งเรียนให้ใช้วิธีจับสลากนั้น แนวคิดของเรื่องนี้มาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลให้สถานศึกษามีคุณภาพ และมีความเพียงพอ ทั้งนี้หากประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นและกระจุกตัวในสถานศึกษาบางแห่ง รัฐก็จะต้องยกระดับคุณภาพในสถานศึกษาส่วนอื่น เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการเข้าเรียน ไม่ใช่ว่าอยากเรียนก็มาสอบเข้า สอบได้ก็เรียน สอบไม่ได้ก็ไปเรียนที่อื่น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการศึกษาภาคบังคับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กับ อุดมศึกษา การคัดเลือกต้องใช้ผลการเรียนหรือสิ่งที่ได้เรียนมาในช่วงระดับก่อนหน้าเท่านั้น การวัดผลคัดเลือกที่สูงกว่าที่กำหนดถือว่าเป็นการจงใจทำให้บุคคลอื่นเสียหายนั้น เรื่องนี้ที่กรรมการให้ความสำคัญ เพราะหากข้อสอบที่ใช้ในการคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่อไปไม่สอดคล้องกับสมรรถนะในช่วงวัยก่อนหน้า เท่ากับว่าการจัดการเรียนการสอนก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะคนจะมุ่งไปในเรื่องการสอบเพียงอย่างเดียว ไม่ห่วงเรื่องเรียน ดังนั้นการออกข้อสอบที่ไม่ใช่เรื่องที่เรียนมาถือว่าจงใจที่จะทำให้ผู้อื่นเสียหาย เพราะจะต้องเสียเงินให้ลูกหลานไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม อีกทั้งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะเด็กที่ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนให้เรียนพิเศษได้ก็จะมีโอกาสมากกว่า ซึ่งการกำหนดในลักษณะนี้เป็นวางแนวทางไว้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และคณะกรรมการกฤษฎีกายังมองว่าหากไม่มีมุมที่ชี้โทษไว้บ้างคนก็อาจจะไม่ปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30679</URL_LINK>
                <HASHTAG>การออกข้อสอบคัดเลือกห้ามเกินเนื้อหาที่เรียน, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6d87dcbfe48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฤษฎีกา เห็นชอบใช้คำว่า&quot;ครูใหญ่&quot;แทน &quot;ผอ.รร.&quot;ชี้เพื่อปลุกสปิริตความเป็น&quot;ครู&quot;กลับคืนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20ก.พ.62--นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีการ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ไปแล้วคืบหน้ากว่าร้อยละ 80-90 แล้ว ซึ่งตนเข้าใจว่าขณะนี้น่าจะเป็นการทบทวนรอบสุดท้าย ทั้งนี้ในส่วนของประเด็นการกำหนดตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการอิสระฯ เสนอในร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเห็นชอบให้กลับไปใช้คำว่าครูใหญ่ เหมือนที่ผ่านมา โดยในที่ประชุมมีผู้อภิปรายอย่างหลากหลายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ได้ข้อสรุปว่ายังจะกลับมาใช้คำว่า ครูใหญ่ เนื่องจากที่ประชุมให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นครูสูงมาก และตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษานั้น ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอยู่แล้ว อีกทั้งการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของครูในโรงเรียน และที่ผ่านมาเราก็เคยใช้คำว่าครูใหญ่ ดังนั้นที่ประชุมจึงลงความเห็น ว่า ความเป็นครูเป็นเรื่องสำคัญ จึงจะต้องให้ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่ความเป็นครู ซึ่งการที่หัวหน้าครูกลับมาใช้คำว่าครูใหญ่ ก็น่าจะทำให้มีพลังในการปฏิรูป เพื่อการศึกษาของเด็กมากกว่า และส่วนตัวตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเหมือนกับเราได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของงานนี้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่มองว่าการเปลี่ยนจากผู้อำนวยการโรงเรียน มาใช้คำว่าครูใหญ่ จะมีผลต่อการบริหารงานหรือไม่นั้น ผมคิดว่าจะไม่มีผลต่อระบบบริหารงานโดยตรง ผมคิดว่าจะไม่มีผลต่อระบบบริหารงานโดยตรง และตัวกฎหมายเองก็จะมีการบัญญัติถึงเรื่องนี้เป็นหลักเกณฑ์ไว้จำนวนหนึ่ง และจะต้องมีการมาปรับในกฎหมายลำดับรองอื่นๆ ให้สอดคล้องตาม ซึ่งการปรับครั้งนี้ถือว่าเป็นการปรับที่ไม่เกินหลักการที่ครม.อนุมัติ แต่สุดท้ายแล้วคณะกรรมการกฤษฎีการจะปรับปรุงแก้ไขในส่วนอื่นๆ เกินเนื้อหาและหลักการที่ครม.อนุมัติหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนจะเสนอให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณาและประกาศใช้ได้ภายในรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น เป็นขั้นตอนของรัฐบาลที่จะดำเนินการ&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29563</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ใช้คำว่าครูใหญ่แทนผอ.รร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6d87dcbfe48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ.ร.บ.การศึกษาชาติเสร็จสมบูรณ์&quot; หมอจรัส&quot;มั่นใจเกินร้อยปฎิรูปได้ตามสังคมคาดหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด อิสระฯ เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เตรียมเสนอ ครม.ภายในเดือนก.ค.นี้ &amp;ldquo;หมอจรัส&amp;rdquo; มั่นใจเกินร้อยปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง ด้าน &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผยวางกลไก ให้สามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าตามที่พ.ร.บ.กำหนด&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;ชัยพฤกษ์&amp;rdquo; ชี้ทั้งฉบับมี 104 มาตรา เตรียมเสนอ 2 ทาง ทั้งครม. และ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... พร้อมทั้งจัดเตรียมรายละเอียดเอกสารประกอบ เพื่อที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคณะกรรมการอิสระฯ ได้ศึกษาพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นำปรับปรุงตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ มุ่งให้การศึกษาเป็นเรื่องในระดับสากล การสร้างความมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เรานำสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เช่น การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งร่างพ.ร.บ.ใหม่นี้จะมีการกำหนดคสามช่วยเหลือต่างๆ ที่จะลงไปสู่สถานศึกษา ซึ่งตนมั่นใจเกิน 100 ว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะสามารถปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการนำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีสาระสำคัญที่จะข่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา 5 ประเด็น คือ 1.การวางระบบการศึกษาที่รองรับความหลากหลาย ความแตกต่างและเริ่มพัฒนาระบบการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต 2.การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งในส่วนของครู ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งจะเข้ามาช่วยระบบการผลิตครู คัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสม เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและคัดเลือกสถาบันผลิตครูที่มีความเหมาะสมด้วย เพื่อที่จะได้ผู้ที่มีความเหมาะเข้ามาศึกษา รวมถึงจะมีการวางระบบสนับสนุนและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้สำหรับหลักสูตรและการจัดการศึกษา จะให้ความสำคัญกับการเน้นสมรรถนะที่จะสร้างคนดีและเก่งให้กับสังคม และเปิดโอกาสให้สถานศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้การศึกษาที่มีคุณภาพ มีการดึงระบบสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า 3.การให้ความเป็นอิสระกับสถานศึกษา โดยกฎหมายจะกำหนดให้มีกระบวนการและกลไกต่างๆ เข้ามาช่วยให้สถานศึกษามีอิสระในการดำเนินการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ วิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณและการบริหารงานทั่วไป และในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาและระบบสนับสนุนสถานศึกษา ที่จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นและสามารถบริหารจัดการงานตามบริบทพื้นที่ได้ เพื่อที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า ครูจะมีเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแลนักเรียน และการที่จะทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพตามความสามารถ ปละหระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะต้องมีการกระจายอำนาจลงไปอย่างมีแผนและขั้นตอน 4.การบริหารจัดการระบบคุณภาพในองค์รวม ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพไม่ใช่การตรวจสอบ นำผลการประเมินมาใช้พัฒนาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพทั้งระบบ ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีเครื่องมือที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ เช่น การประกันคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนา เป็นต้น และ 5.การให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินการและประเมินผล ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ ด้วย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ จะเป็นผู้ที่ดำเนินการยกร่างแผนฯ นี้ และจะต้องเป็นแผนที่มีความรอบด้าน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับระบบการศึกษาของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีการวางกลไกสำคัญ เพื่อที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าเมื่อได้มีการยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติแล้ว การดำเนินการจะสอดคล้องกับแผนที่กำหนดไว้ ทั้งด้านการบูรณาการงบประมาณการศึกษา ด้านการให้ความเห็นต่อการจัดสรรงบฯ และอื่นๆ ด้านการจัดการอัตรากำลังคน รวมถึงกลไกในการติดตามประเมินผล กลไกด้านวิชาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน สำหรับในส่วนของบทเฉพาะกาลในระยะสั้น คงจะเป็นเรื่องการกำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามาทำหน้าที่นี้ ภายใต้สังกัด ศธ.และยังมีรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อเนื่องต่อไปได้&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... จะมีทั้งหมด 104 มาตรา แบ่งเป็นเนื้อหา 92 มาตราและบทเฉพาะกาล 12 มาตรา ทั้งนี้สำหรับการเสนอจะดำเนินการ 2 ทาง คือ เสนอให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. และ เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4566c4b21b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดประชาพิจารณ์ร่างพรบ.ศึกษาชาติรอบสุดท้าย5-6ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ เตรียม Workshop ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 5-6 ก.ค.นี้ เตรียมเสนอ ครม. &amp;quot;จิรุตม์&amp;quot; เผย มีผู้สนใจดาวน์โหลดร่างฯ พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ กว่า 3 พันครั้ง ชี้นำทุกความคิดเห็นพิจารณาทบทวน&amp;nbsp; และเพิ่มบทเฉพาะกาลช่วงการเปลี่ยนผ่านจากระบบปัจจุบันไปสู่ระบบใหม่&amp;nbsp; โดยปรับโครงสร้าง ปรับ สกศ. ทำน้าที่สนง.นโยบายการศึกษาแห่งชาติ&amp;nbsp; &amp;quot;ชัยพฤกษ์&amp;quot; เผยต้องคลอดแผนปฏิรูปที่เห็นผลในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นเพียงกระดาษ เล็งสร้างเครื่องมือเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้มี พ.ร.บ.ฉบับใหม่เกิดขึ้น และในวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ จะมีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเป็นครั้งสุดท้าย และจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ เพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ 10 กรกฎาคม ก่อนจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....มีผู้สนใจดาวน์โหลดกว่า 3,000 คน และมีผู้ให้ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ประมาณ 100 ราย ซึ่งมีในความคิดเห็นต่างๆ จัดกลุ่มแล้วมีประมาณ 50 ประเด็น ดังนั้นคณะกรรมการอิสระฯ จะนำความคิดเห็นทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อทบทวนร่างพ.ร.บ. โดยจะใช้ความคิดเห็นส่วนหนึ่งสำหรับการปรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เช่น การแก้ไขข้อความให้มีความขัดเจนมากขึ้น เป็นต้น และส่วนที่เป็นรายละเอียดอื่นๆ จะกำหนดไว้ในกฎหมายรอง เช่น กฎกระทรวง หรือจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาหรือข้อเสนอต่างๆ ที่จะเสนอ ครม.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการเพิ่มบทเฉพาะกาลที่จะกำหนดเรื่องที่เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่าน จากระบบปัจจุบันสู่แนวทางที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือกฎหมายรับรองมารองรับ เช่น บทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่จะปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะมีการกำหนดในบทเฉพาะกาลให้ชัดเจน แต่คงอยู่ในสังกัด ศธ. เพราะมองว่าการนำทุกเรื่องไปไว้กับสำนักงานนายกรัฐมนตรี สุดท้ายในระยะยาวอาจจะมีปัญหาเรื่องการบูรณาการการทำงาน ส่วนองค์กรหลักอื่นจะไม่มีการระบุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;quot;ประธานคณะอนุฯ&amp;nbsp; พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขทฯ สกศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายฯ ที่จะเป็นผู้ยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่ง คณะกรรมการอิสระฯ ต้องการให้เป็นแผนที่เห็นผลในเชิงปฏิบัติไม่ใช่เป็นเพียงกระดาษเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องมือที่จะสร้างความมั่นใจว่าแผนจะเกิดผล เช่น ให้ความเห็นเรื่องงบประมาณต่อสำนักงบประมาณก่อนเสนอ ครม. และดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก อย่าง อัตรากำลังคนหรือวิทยฐานะ อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการออกแบบยังไม่ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12699</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีคณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลลังล์, บทเฉพาะกาลเปลี่ยนผ่านไปใช้พรบ.การศึกษาใหม่, ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, ร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c42f959e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
