<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดสุขภาพลาออกเพียบ หนีแจงบัญชีทรัพย์สินปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนีแจงบัญชีทรัพย์สินกันจ้าละหวั่น บอร์ดองค์กรด้านสุขภาพทยอยลาออกเพียบ &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; ขอให้รอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อน ขณะที่บอร์ด สปสช.เลือก 4 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน กก.ที่ลาออกแล้ว &amp;quot;นิมิตร์&amp;quot; ตั้งคำถามทำไมไม่พร้อมเปิดเผย ด้าน ป.ป.ช.ยันประกาศชัดเจนแล้วยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติม ส่วนบอร์ด สปสช.ลาออกเป็นสิทธิส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีการประชุมคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยมี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ดเป็นประธาน เพื่อพิจารณาสรรหากรรมการแทนผู้ที่ลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวภายหลังว่า สำหรับการพิจารณาเลือกกรรมการสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิแทน 4 ท่านที่ลาออกไปนั้น ประกอบด้วย 1.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข เป็นกรรมการ สปสช.สัดส่วนด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเคยเป็นปลัดกระทรวง และเคยเป็นกรรมการในบอร์ดสปสช. 2.พลเอก นพ.เอกจิต ช่างหล่อ กรรมการ สปสช.สัดส่วนด้านแพทย์ทางเลือก โดยเป็นผู้รู้ด้านแพทย์ทางเลือก 3.นางดวงตา ตัณโช กรรมการ สปสช. สัดส่วนด้านการเงินการคลัง ซึ่งเคยเป็นกรรมการ สปสช.ปีที่ผ่านมา และ 4.นางสมศรี วัฒนไพศาล กรรมการสัดส่วนด้านกฎหมาย ซึ่งก็มีความรู้ด้านกฎหมาย และเป็นรองอัยการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีลาออกเพิ่มเติม คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.นั้น ได้มีการหารือกันแล้วโดยได้ส่งผู้แทนจาก กทม. คือ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม.มาแทน ส่วนสภาเภสัชกรรมก็ส่งผู้แทนมาใหม่แล้วเช่นกัน คือ ภญ.วรนัดดา ศรีสุพรรณ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวบอร์ดอื่นๆ ทยอยลาออกด้วย ทั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่ามีการลาออก แต่ยังไม่เห็นหนังสือรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามคิดว่าทุกคนกำลังรอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนประกาศอย่างไร จะให้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะชัดเจนภายในเดือนนี้ หากใครยังลังเลอยู่ขอให้รอความชัดเจนตรงนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าล่าสุดเหมือนบอร์ดสถาบันรองรับคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) จะลาออกยกชุด ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่าตนยังไม่เห็นรายงานเข้ามา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าบอร์ดในแวดวงสาธารณสุขเริ่มมีกรรมการยื่นหนังสือขอลาออกบ้างแล้ว อย่างที่ทราบบอร์ด สปสช.มีรวม 6 คน ขณะที่บอร์ด สรพ.มีข่าวว่าจะลาออกยกชุด แต่ยังไม่มีความชัดเจน เบื้องต้นมี 3 คนที่ยื่นหนังสือลาออกแล้ว ได้แก่ 1.นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย 2.น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ &amp;nbsp;อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนบอร์ด สพฉ.มีข่าวว่ายื่นลาออก 3 คน คือ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ส่วนอีก 2 คนยังไม่ยืนยันว่ายื่นหนังสือลาออกแล้วหรือยัง คือ นายมนัส แจ่มเวหา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน และ นพ.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;สถิตนิรามัย ขณะที่บอร์ด สวรส.มีผู้แสดงความประสงค์แต่ยังไม่ยื่นหนังสือ 2 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) หรือ สรพ.กล่าวว่า บอร์ดของ สรพ.มีกรรมการทรงคุณวุฒิทั้งหมด 8 คน ล่าสุดยื่นขอลาออกถึง 3 คน ซึ่งทั้งหมดยื่นหนังสือลาออกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนั้นขณะนี้ต้องให้บอร์ดที่เหลืออีก 5 คนทำการสรรหากรรมการใหม่ 3 คน แต่จากการที่ นพ.สุรเชษฐ์ซึ่งเป็นประธานบอร์ดได้ลาออกด้วย ทำให้ต้องตั้งกรรมการ 1 ใน 5 คนมาเป็นรักษาการแทนไปก่อน แต่เบื้องต้นคาดว่าไม่กระทบกับการทำงานมากนัก แต่จะมีผลทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ มีความล่าช้าลง เพราะบอร์ดชุดนี้ก็เพิ่งทำการแต่งตั้ง เชื่อว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อการพิจารณาโบนัส เพราะกรรมการที่เหลือสามารถพิจารณาได้ และขณะนี้ได้ส่งหนังสือรายงานไปให้ รมว.สธ.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากบอร์ด สรพ.แล้ว ทั้งนี้ตนไม่ได้คัดค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สินเพราะถือเป็นการป้องกันการทุจริตได้ แต่คิดว่าไม่ควรมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจเป็นการกระทบต่อบุคคลที่สามหรือไม่ ที่สำคัญมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินและมีการเปิดเผย กับการที่ตนมานั่งทำงานเป็นบอร์ดให้ สรพ.ซึ่งเป็นองค์การมหาชน งบประมาณไม่ได้มากมาย และการตัดสินใจพิจารณาเรื่องต่างๆ ก็เป็นองค์คณะ ไม่ใช่รายบุคคล ซึ่งตนก็ไม่ใช่มาทำงานการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้บอร์ดของ สวรส.มีการแจ้งความประสงค์ว่าจะยื่นเรื่องลาออกจำนวน 2 คน แต่ก็ยังไม่มีการยื่นหนังสือมาอย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่ายังรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และอดีตกรรมการบอร์ด สปสช.สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า ในแง่ของการแสดงบัญชีทรัพย์สินภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสมเพื่อใช้ในการควบคุม กำกับดูแลบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐที่มีส่วนในการจัดการการเงินของประเทศ แต่ทั้งนี้การที่บอร์ด สปสช.ได้ลาออกไปนั้น ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรเพราะไม่ได้มีการเปิดเผย แต่หากมีเหตุผลว่าไม่พร้อมที่จะเปิดเผย ก็เป็นสิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับการทำงานที่ผ่านมา ทำไมถึงไม่พร้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งก็สามารถมองได้เป็น 2 ประเด็น คือ 1.แบบฟอร์มที่ให้กรอกอาจมีความยุ่งยาก หากกรอกผิดอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง เช่นอาจจะมีโทษต่างๆ ตามมา ดังนั้นต้องมีความชัดเจนว่าส่วนไหนต้องยื่น ส่วนไหนไม่ต้อง เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้แสดงบัญชีทรัพย์สินสามารถมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาภายหลัง หรือ 2.การที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินทำให้กระทบชีวิตส่วนตัวมากเกินไปหรือไม่ ทั้งคู่สมรสและตัวกรรมการเอง อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่ได้กระทบกับระบบบริการ เพราะระบบไม่ได้ขับเคลื่อนไปด้วยบุคคล แต่สามารถเดินหน้าไปด้วยด้วยตัวระบบเอง&amp;quot; นายนิมิตร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีการลาออกจากบอร์ด สปสช. สืบเนื่องจากประเด็นการยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. ว่า ขณะนี้ในส่วนของ ป.ป.ช.เองยังไม่มีมาตรการหรือคำสั่งเพิ่มเติมในการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ออกไปอีกครั้ง มีแต่เพียงคำสั่งเดิมเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ยืดระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป 60 วันในกลุ่มที่กำหนดไว้ ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยืนยันขณะนี้ยังไม่มีแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศชัดเจนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการลาออกของบอร์ด สปสช. ถือเป็นสิทธิของเจ้าตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศแล้วว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้พิจารณาทบกวนก่อนจะมีการบังคับใช้เสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23400</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, นพ.นพพร ชื่นกลิ่น, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นิมิตร์ เทียนอุดม, พลเอก นพ.เอกจิต ช่างหล่อ, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c053fe752755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศธ.&quot;ไม่รอด !บอร์ดอิสระเริ่มแตะปรับโครงสร้าง เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
27พ.ย.61-บอร์ดอิสระฯ เริ่มหยิบเรื่องปรับโครงสร้าง ศธ. มาหารือ &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผยแนวทาง จัดระบบงานเป็น 3กลุ่มหลัก กำกับดูแล, สถานศึกษาของรัฐ-เอกชน และสนับสนุนจัดการศึกษา &amp;nbsp;เน้นเปลี่ยนแปลงในส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพในบทบาทหน้าที่ และการใช้อำนาจ &amp;nbsp; ย้ำจะพยายามกระทบกับโครงสร้างเดิมให้น้อยที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้นำเสนอกรอบแนวคิดที่จะเชื่อมโยงจากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติไปสู่โครงสร้างของ ศธ. ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้บริหาร ศธ. โดยเป็นการจัดระบบโครงสร้างให้ชัดเจน คือ &amp;nbsp;กลไกขับเคลื่อนทางนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะมีบทบาทสำคัญในเชิงนโยบายและจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาในระยะยาว และในส่วนของสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระ ส่วนโครงสร้างที่เหลือคณะอนุกรรมการฯ ได้นำเสนอแนวคิดว่า ศธ.น่าจะมีการจัดระบบเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดประสิทธิภาพ โดยดึงระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลไว้กลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่สองเป็นส่วนของสถานศึกษาแบ่งเป็นเอกชนและรัฐ และกลุ่มสนับสนุนการจัดการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนทางวิชาการและการสนับสนุนการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานอนุกรรมการฯกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าแท่งไหนจะเป็นอย่างไร แต่เห็นสอดคล้องในหลักการที่จะจัดระบบให้ชัดเจนและไปจัดทำรายละเอียด &amp;nbsp;โดยมีทางเลือก 2 ทางคือ จัดทำรายละเอียดการปรับโครงสร้างเป็นส่วนๆ หรือจัดทำข้อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เป็นผู้ไปดำเนินการในระยะต่อไป ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากคณะอนุกรรมการปฎิรูปโครงสร้างฯก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อย่างไรก็ตามจะปรับโครงสร้างให้น้อยที่สุด แต่เน้นปรับบทบาทหน้าที่และอำนาจเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและให้งานเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังได้หารือแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา โดยมีการนำร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา 4 ฉบับที่อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกามา ซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นมาพิจารณาประกอบว่าองค์ประกอบสำคัญในร่างกฏหมายดังกล่าวสอดคล้องหรือตอบสนองต่อแผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาในส่วนของอุดมศึกษาที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งพบว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22923</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, บอร์ดอิสระปฎิรูปการศึกษา, ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ, ปรับโครงสร้างศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180718/image_mid_5b4e9184d2303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 6 ประเด็นทำแผนปฏิรูปประเทศด้านศึกษา   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการหารือถึงการยกร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งจะทำหน้าที่รองรับการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และแผนดังกล่าวจะสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ด้วย โดยจะเร่งการประชุมหารือเพื่อยกร่างแผนดังกล่าวอย่างเข้มข้น และจะประกาศรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 15 ส.ค. และสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คือ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องใช้เวลาและเมื่อเกิดแล้วจะต้องเดินต่อไปในระยะยาวด้วย ดังนั้น ในแผนฉบับนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการทั้งเรื่องการจัดทำวิทยฐานะของครู ซึ่งเป็นกระบวนที่ใช้เวลาและหาแนวทางการจัดการในอนาคต และการจัดทำงบประมาณด้านการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น ปัจจุบันงบฯ หมดไปกับบุคลากร &amp;nbsp;คาดจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้อย่างช้าต้นเดือนก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษากำหนดเป็น 6 ประเด็น ดังนี้ 1.แผนปฏิรูปการบริหารจัดการกลุ่มเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน 2.การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งกลุ่มเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงดูการขับเคลื่อนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 3.เรื่องครูจะปฏิรูปทั้งระบบตั้งแต่การผลิต คัดกรอง พัฒนาครู และการดูแลวิชาชีพครู 4.การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน 5.การปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรองรับกลไกการปฎิรูปการเรียนการสอน อย่างการให้อิสระสถานศึกษาบริหารจัดการ การจัดทำฐานข้อมูลระบบบิ๊กดาต้าด้านการศึกษา และระบบงบประมาณที่จะสนับสนุนการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 6.การจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ....จะต้องออกกฎหมายฉบับรองอีกกว่า 30 ฉบับ แต่ไม่ใช่ทำกฎหมายใหม่ทั้งหมด บางเรื่องมีกฎหมายเดิมสามารถนำมาปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปได้ การกำหนดประเด็นจะช่วยให้การปฏิรูปครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ และบรรลุผลอย่างที่คณะกรรมการอิสระฯ ตั้งใจไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับการจัดทำแผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาทั้ง 6 ประเด็นจะอิงจากข้อมูล 4 ส่วน ประกอบด้วย คือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตรา 54 และ 258 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน และนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กำหนดแผนเป็น 3 ระยะ คือ แผนระยะ 9 เดือน แผนระยะ 3 ปี และแผนระยะ 5-10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14916</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา, นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69814cc2ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
