<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าพรรษายุคโควิด..ละเลิกบุหรี่ หยุดสูบได้!! ด้วยสายด่วน1600</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.ผนึก สธ. สายเลิกบุหรี่ 1600 รณรงค์ลดละเลิกบุหรี่ช่วงเข้าพรรษาในจังหวะโควิดระบาดระลอก 4 ข่าวดีคนไทยสูบบุหรี่ลดลง สสส.ผนึกภาคีรุกโซเชียล เร่งช่วยคนอยากเลิกบุหรี่ เหตุโควิดระบาด สิงห์อมควันแห่ขอคำปรึกษาเลิกสูบพุ่ง สายเลิกบุหรี่ 1600 มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลิกบุหรี่ปลอดภัย ขยายเวลาให้คำปรึกษา ชี้สิงห์อมควันได้รับวัคซีนทำกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า สังคมให้กำลังใจคนเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ เป็นสังคมไร้ควันสูดอากาศบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) จัดเสวนาออนไลน์หัวข้อ &amp;ldquo;เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; ผ่านทาง Facebook สายเลิกบุหรี่ 1600 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เพื่อร่วมกันหาแนวทางให้คนไทยเข้าถึงช่องทางการสื่อสารในการลดละเลิกสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่การสูบบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตในผู้ที่ติดเชื้อ และในโอกาสเข้าพรรษาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ถือศีล ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า กม.คุ้มครองให้พวกเราได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ในสถานที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน สสส.ก็ไม่เคยลืมว่าแม้คุณจะเป็นผู้สูบบุหรี่ แต่ก็มีคุณค่า สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีความรักและเป็นห่วง สสส. พร้อมที่จะหนุนช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้อย่างปลอดภัยเพื่อดูแลตัวเองเป็นอย่างดี บางคนกล่าวว่า ฉันไม่สูบบุหรี่ในบ้านแล้วนะ ก็เป็นเรื่องน่าขอบคุณ แต่ในระยะยาวแล้วบุหรี่เป็นสารเสพติดที่แม้ว่าคนติดบุหรี่หลายคนอยากจะเลิกบุหรี่ แต่ไม่ได้เลิกกันได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันคนที่ไม่สูบบุหรี่ควรเข้าใจความรู้สึกของคนที่ติดบุหรี่ด้วยการสนับสนุนให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการลดละเลิกบุหรี่ที่มีหลายช่องทาง แม้แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ผลักดันให้มีหมายเลขโทรศัพท์ 1600 บนซองบุหรี่ เป็นส่วนสำคัญให้ผู้สูบบุหรี่ได้ทดลองใช้บริการ ทั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการทางโทรศัพท์ว่าการเลิกบุหรี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขอให้สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันแนวโน้มคนไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง โดยข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 คนไทยสูบบุหรี่ลดลงเหลือร้อยละ 17.4 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 19.1 ในปี 2560 ขณะที่องค์การอนามัยโลก ประมาณการในปี 2562 มีคนไทยที่เสียชีวิตจากบุหรี่ถึง 70,952 คน และเสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง 9,435 คน ซึ่งก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายถึงสูงถึงร้อยละ 15 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศทั้งหมด ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 สสส.และภาคีเครือข่ายได้ปรับแผนการทำงาน โดยให้ความสำคัญการทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในการให้ความรู้ การรณรงค์สังคม ให้ลดละเลิกยาสูบและสิ่งเสพติดต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ยูทูบ และซูม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยากเชิญชวนผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ใช้โอกาสในช่วงเข้าพรรษาเป็นวันเริ่มต้นที่ตัดสินใจเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และเตรียมพร้อมรับการฉีดวัคซีน ซึ่งมีข้อมูลจากหลายประเทศยืนยันว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่ มีความเสี่ยงที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ที่สำคัญคนสูบบุหรี่เมื่อได้รับวัคซีนโควิด-19 ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้น้อยกว่าคนไม่สูบ ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ควรเลิกสูบบุหรี่ก่อนได้รับวัคซีน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันและปอดฟื้นฟูกลับมาทำงานได้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยลดควันบุหรี่มือสองที่อาจกระทบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะคนในครอบครัว คนที่เรารัก โดยสามารถขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่จากสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผอ.กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตอกย้ำว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักในการทำลายปอดและเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดโควิด-19 มีอันตรายและเสี่ยงตายสูง โอกาสรับเชื้อรุนแรงเพิ่มขึ้น 0-15 เท่า มีความเสี่ยงรับเชื้อได้ง่ายขึ้น ภูมิต้านทานต่ำลง และยังมีโรคเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด องค์การอนามัยโลกมีการตั้งเป้าหมายที่จะให้คนทั่วโลกเลิกบุหรี่ 100 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ครั้งนี้ผลักดันในคณะกรรมการยาสูบ รณรงค์ให้มีคำขวัญ &amp;quot;เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้&amp;quot; ด้วยนโยบาย เป้าหมาย แผนการควบคุมยาสูบแห่งชาติ กำหนดเป็นแผนฉบับที่ 3 ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็ง ยกระดับขีดความสามารถเฝ้าระวังนักสูบหน้าใหม่ ขณะเดียวกันติดตามอย่างรู้เท่าทันธุรกิจยาสูบ การบำบัดรักษาผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ การทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ ลดควันบุหรี่มือสอง ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อปราบปรามยาสูบ ด้วยความตั้งใจให้สังคมไทยปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นภารกิจสำคัญของสายด่วน 1600 มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพคอยให้คำแนะนำติดตามผลการรักษาอย่างเป็นระบบ Chance for Change ในบรรยากาศ New Normal &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง การสูบบุหรี่ทำให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายแย่ลง ติดโควิดได้ง่ายและมีอาการรุนแรงมากขึ้น เส้นทางคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสป่วยโรคเรื้อรังสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ โรคเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้อาการป่วยรุนแรงมากยิ่งขึ้น มือที่คีบบุหรี่เพื่อสูบเสี่ยงต่อการนำเชื้อโควิดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่มวนหรือการสูบบุหรี่ไฟฟ้าล้วนเสี่ยงต่อโควิดทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลยุทธ์การตลาดของบริษัทบุหรี่ มีการบิดเบือนผลของการสูบบุหรี่ต่อการติดเชื้อโควิดว่านิโคตินช่วยต้านการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการใช้ความพยายามให้เชื่อว่านิโคตินต้านโควิด-19 ซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นจะต้องช่วยกันเปิดโปงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบอ้างประโยชน์จากนิโคติน ด้วยการกลบเกลื่อนในเรื่องฤทธิ์เสพติดและอันตรายต่อสุขภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;สูบบุหรี่เบียดเบียนตัวเองและทำร้ายผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมในการเสวนาครั้งนี้ กล่าวว่า เทศกาลเข้าพรรษามีความสำคัญในการให้รางวัลชีวิตอย่างมีคุณค่า สถานการณ์ทุกวันนี้ย่อมมีโอกาสดีให้สังคมไทยเมื่อเจอสถานการณ์โควิด เรามีเครื่องมือดูแลตัวเอง ใช้โอกาสสำคัญในวันพุทธศาสนามีความสำคัญทางจิตใจ ทำอย่างไรให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกัน ด้วยการให้ความสำคัญในเทศกาลวันเข้าพรรษาด้วยการเลิกบุหรี่ การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเข้าพรรษาเดินทางลำบาก เหมาะกับสถานการณ์โควิดที่ไม่ให้เดินทางไปพบปะกัน พระภิกษุก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย ญาติโยมอธิษฐานจิตทำสิ่งดีๆ ประพฤติปฏิบัติรักษาศีล มีความศรัทธา การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ผิดศีลทุกข้อ เบียดเบียนตัวเองและยังทำร้ายผู้อื่นด้วย หากเลิกบุหรี่ได้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ยิ่งในสถานการณ์โควิดเราเลิกบุหรี่ได้ งดอบายมุข เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อาตมาเชิญชวนให้ช่วยกันดูแลร่างกายและจิตใจ ช่วยกันรักษาศีล 5 ห่างไกลจากโรคโควิด ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น ช่วยกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติธรรม จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;สายด่วนเลิกบุหรี่บริการทั้งเชิงรับ-รุก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;เข้าใจ เข้าถึง ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) เปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 มีประชาชนขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่กับสายเลิกบุหรี่ 1600 จำนวนมาก โดยให้เหตุผลว่า กลัวการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิมที่เหตุผลของการโทรมาปรึกษาคือ เลิกเพื่อสุขภาพ และเลิกสูบเพื่อคนรอบข้าง สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญต่อการระบาดของโควิด-19 โดยขณะนี้สายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ปรับแผนการทำงานเพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการบริการเชิงรับและเชิงรุก โดยเพิ่มเวลาให้บริการ ตั้งแต่ 09.00-23.00 น. เนื่องจากพบว่าช่วงเวลาบ่ายและค่ำเป็นช่วงที่มีการโทรเข้ามาขอคำปรึกษาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ เฟชบุ๊กแฟนเพจ เว็บไซต์ และศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างเต็มที่ นอกจากให้ความรู้เรื่องยาสูบแล้ว ยังสามารถให้คำปรึกษาการสูบบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้วย โดยประชาชนสามารถโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่ได้ฟรีทุกเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางคลินิกชานุมานจะมีพยาบาลคอยซักถามคุณต้องการเลิกบุหรี่ ภาวะแทรกซ้อนจะลดลงได้&amp;nbsp; แต่มีปัญหาหลายคนยังไม่ได้มีความพร้อมจริงในการเลิกบุหรี่ เราจะให้คำปรึกษาสั้นๆ ถ้าให้คำปรึกษายาวๆ ผู้สูบจะไม่ให้ความสนใจ เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย อีกทั้งผู้สูบเกิดความไม่พึงพอใจเมื่อไหร่ที่ผู้สูบพร้อมเลิกจริง จึงให้คำปรึกษาแบบเข้มข้นมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ให้คำปรึกษาแล้วก็ต้องติดตามผลทุกเดือน 2 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการเลิกสูบบุหรี่ไม่หันกลับมาสูบบุหรี่ใหม่ แต่ถ้าประเมินแล้วว่าผู้สูบหันมาสูบบุหรี่ใหม่ ก็ต้องมีการประสานงานอย่างต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุด การฝากข้อความอัตโนมัติติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทาง Social Network การให้บริการผ่านทางไลน์ มีการสำรวจคนที่รับคำปรึกษา 1600 ด้วยการใช้สายโทรศัพท์เลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 32% มีงานวิจัยจากวารสารนานาชาติ ไม่มีใครป่วยจากการเลิกบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลินิกฟ้าใส ให้บริการผู้ติดบุหรี่ที่บางครั้งจะส่งต่อจาก 1600 แพทย์ให้ยาเพราะมีการประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเลิกบุหรี่แล้วหลายครั้งยังเลิกไม่ได้ เพราะติดบุหรี่มาก และยังมีโรคประจำตัวหลายโรค งานนี้ร่วมมือกันหลายหน่วยงาน สสส., สปสช. แผนการควบคุมยาเสพติดจะลดการสูบบุหรี่แบบบูรณาการได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111676</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chance for Change, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ (กคส.), คลินิกฟ้าใส, นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์, พญ.เริงฤดี ปธานวนิช, พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ลดควันบุหรี่, ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยง, ละเลิกบุหรี่, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, สธ., สสส., สายด่วน1600, สายเลิกบุหรี่1600, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส., สิงห์อมควัน, เข้าพรรษา, เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600, เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้, เลิกเพื่อสุขภาพ, เสวนาออนไลน์, โรงพยาบาลรามาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f4c7f03dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับขายบุหรี่ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการแฉเล่ห์ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า บุกตลาดในสื่อออนไลน์ บิดเบือนข้อมูลให้ประชาชนหลงเชื่อ ขณะที่เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ งัดกลยุทธ์สร้างแบรนด์ดีเอ็นเอแฝงโฆษณา หวั่นเด็กเยาวชนตกเป็นเหยื่อ ปูทางสร้างนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ จี้หน่วยงานรัฐต้องเท่าทัน สาธารณสุขจานรับคำสั่งนายกฯ ประสาน ตร.-สคบ.จับเพจดัง &amp;quot;สุดจัดปลัดบอก&amp;quot; ไลฟ์สดขายบุหรี่ไฟฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมแมนดาริน ในเวทีเสวนา &amp;ldquo;จากบุหรี่ไฟฟ้าถึงเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ทางเลือกเพื่อสุขภาพหรือการตลาดอาบยาพิษ&amp;rdquo; จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม โดย ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคติน ก่อให้เกิดการเสพติดเหมือนบุหรี่ ซึ่งมีผลวิจัยจากต่างประเทศตั้งแต่ปี 2493 พบว่านิโคตินมีคุณสมบัติก่อให้เกิดการเสพติดสูงกว่าเฮโรอีน แอลกอฮอล์ และกัญชา ซึ่งอุตสาหกรรมยาสูบทราบดี แต่ปิดบังความจริงนี้ไว้ ขณะที่ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าบางยี่ห้อมีสารนิโคตินสูงเทียบเท่าบุหรี่แบบปกติ 20 มวน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้นิโคตินเร็วขึ้น 2.7เท่าเมื่อเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ เพื่อให้เกิดการเสพติดได้ง่ายขึ้น จึงไม่แปลกใจที่กลุ่มธุรกิจนี้หรือกลุ่มผู้สนับสนุน พยายามผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเสพบุหรี่ไฟฟ้าได้ด้วยข้ออ้างสารพัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วศินกล่าวต่อว่า ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย มีผลการศึกษาที่สอดคล้องว่าวัยรุ่นที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนและลองใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะริเริ่มสูบบุหรี่แบบปกติในเวลาต่อมา และพัฒนาไปสู่การเสพติดยาเสพติดประเภทอื่น นอกจากนี้ เกาหลีใต้มีงานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากับภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น พบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ธรรมดากว่า 6 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.บุญอยู่ ขอพรประเสริฐ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าตามกฎหมายห้ามโฆษณาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ภาคธุรกิจทำคือ ใช้ปรากฏในสื่อออนไลน์ เน้นให้ข้อมูลเชิงวิชาการผ่านบทความเชิงให้ความรู้ โดยแฝงว่าจะช่วยลดการสูบบุหรี่ได้ และบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ซึ่งธุรกิจใช้เทคนิคการเขียนแบบเนียนๆ แล้วเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ ผ่านโซเชียลมีเดีย จนทำให้เกิดกระแส แต่จริงๆ แล้วเป็นกลยุทธ์แฝงโฆษณา ทำให้คนส่วนหนึ่งแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง อยากฝากเจ้าหน้าที่ให้ควบคุมเข้มงวด ห้ามนำเข้า ใช้ข้อบังคับตามกฎหมายห้ามโฆษณาเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว นักวิชาการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า ศวส. สำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เคยดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ 4,000 คนจากทั่วประเทศ ระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. พบว่า 69% ที่เคยดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยังคงดื่มเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ตามปกติเท่าเดิม ส่วนคนที่ดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์แทนเบียร์ปกติ มีเพียง 4% กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือประมาณ 3 ใน 4 เมื่อได้เห็นแพ็กเกจเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ทำให้นึกถึงเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ยี่ห้อของบริษัทเดียวกัน อีกทั้ง 40% ระบุว่า เมื่อเห็นโฆษณาเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ยิ่งทำให้อยากซื้อเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ยี่ห้อเดียวกัน และอีก 36% บอกว่าอยากดื่มเบียร์ยี่ห้อนั้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างกว่า 70% เห็นด้วยกับการห้ามโฆษณา จำกัดเวลา สถานที่ขาย และไม่เห็นด้วยที่จะให้เยาวชนดื่ม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องควบคุมเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ เพราะเป็นกลยุทธ์การตลาดที่หาช่องโหว่ทางกฎหมาย แฝงโฆษณา ใช้สัญลักษณ์ แพ็กเกจ ที่เหมือนหรือคล้ายกับเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ เพื่อหวังขยายฐานลูกค้า ทำกำไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตนและทีมนิติกร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และตำรวจ จับกุมเพจชื่อดัง &amp;ldquo;สุดจัดปลัดบอก&amp;rdquo; ขณะถ่ายทอดสดไลฟ์ขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติมบุหรี่ ภายในบ้านเช่าย่านรามคำแหง จากการขยายผลพบว่า เพจและช่องยูทูบ &amp;ldquo;สุดจัดปลัดบอก&amp;rdquo; เป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่นักสูบบุหรี่ไฟฟ้าและวัยรุ่นติดตามผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้าที่เตรียมการจัดส่งให้กับลูกค้า จากนั้นนำตัวผู้กระทำผิดไปยัง สน.หัวหมาก เพื่อสอบปากคำ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติการครั้งนี้สอดรับกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้มีการเร่งกวดขันการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการห้ามนำเข้า ห้ามขาย และห้ามครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งบทกำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วไป จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ที่กระทำผิดเป็นผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้ที่นำเข้ามาเพื่อขาย ต้องรับโทษเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะที่กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เช่น ในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บุญอยู่ ขอพรประเสริฐ, นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์, ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d43c008abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีก270 วันบังคับใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ ไร้โฆษณา แพร่ภาพคำเตือนแบบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61- ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบ และผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต พ.ศ. 2561 หรือประกาศซองบุหรี่แบบเรียบ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการจัดทำร่างประกาศดังกล่าวขึ้นมาเสนอตนเพื่อลงนาม ซึ่งพร้อมที่จะลงนามทันที ก็จะส่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมยาสูบ เพราะร่างประกาศดังกล่าวกำหนดให้ใช้ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่แบบใหม่ และให้ใช้ซองบุหรี่แบบเรียบที่ไม่มีสีสัน ซึ่งมีผลวิจัยออกมาว่า สามารถช่วยลดความการอยากซื้อสูบบุหรี่ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งจัดทำประกาศเพื่อให้ รมว.สาธาณสุข ลงนาม ซึ่งภาพคำเตือนบนซองบุหรี่แบบใหม่นั้นมีทั้งหมด 10 ภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพใหม่เกือบทั้งหมด มีเล็กน้อยที่เป็นภาพเดิมแต่มาปรับให้เกิดความชัดเจนของภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อบังคับให้บุหรี่ซิกาแรตทั้งหมด ต้องใช้ภาพคำเตือนตามที่ สธ.ประกาศเท่านั้น และต้องเป็นลักษณะของซองบุหรี่แบบเรียบด้วย โดยหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะใช้เวลาอีก 270 วันถึงจะมีผลบังคับใช้ โดยการเผยแพร่ภาพคำเตือนแบบใหม่นั้น จะรอให้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขประกาศออกมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า ขอสนับสนุนการประกาศใช้กฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียและประเทศที่ 11 ของโลก ที่มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ มาตรการซองบุหรี่แบบเรียบ เป็นมาตรการตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบที่ทางองค์การอนามัยโลก ได้แนะนำให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ข้อ ได้แก่ 1. ลดความดึงดูดของผลิตภัณฑ์ 2. ป้องกันไม่ให้ใช้ซองบุหรี่ในการโฆษณา 3. ป้องกันไม่ให้ใช้สีหรือข้อความบนซองบุหรี่สื่อสารข้อมูลผิดๆ เช่น มีอันตรายน้อยกว่า และ 4.ทำให้ภาพคำเตือนอันตรายของบุหรี่บนซองมีความชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.รณชัย กล่าวว่า ศจย.ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาจำนวน 1,239 คน จากทั่วประเทศ พบว่า ซองบุหรี่แบบเรียบจะส่งผลให้กลุ่มวัยรุ่นไม่อยากซื้อบุหรี่มากกว่าซองบุหรี่แบบเดิมถึง 57% และทำให้เห็นอันตรายจากการสูบบุหรี่มากกว่าซองบุหรี่แบบเดิมถึง 47.5% นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อภาพคำเตือนบนซองบุหรี่แบบเรียบมากที่สุด พบมีความมั่นใจที่จะไม่สูบบุหรี่เพิ่มเป็น 13.27 เท่า ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่เคยสูบบุหรี่มาก่อน พบมีความมั่นใจที่จะไม่กลับไปสูบบุหรี่เพิ่มเป็น 3.61 เท่า จากผลการศึกษานี้ทำให้มั่นใจว่า มาตรการซองบุหรี่เรียบจะเป็นอีกมาตรการที่เข้ามาเสริมมาตรการอื่นๆ ในการลดนักสูบหน้าใหม่ในประเทศไทย .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซองบุหรี่แบบเรียบ, นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed3d32b598d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
