<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัด!พลทหารผูกคอ หมอยันผลชันสูตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.นิติวิทยาศาสตร์เผยผลชันสูตรพลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตจากเหตุแขวนคอ ไม่พบรอยฟกช้ำ-บาดแผลจากร่างกาย แต่ไม่อาจยืนยันว่าถูกวางยาก่อนหรือไม่ ระบุระหว่างตรวจพลิกศพ มารดาผู้ตายสังเกตการณ์ใกล้ชิด ก่อนรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ชี้แจงถึงผลการชันสูตรพลิกศพพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกส่งร่างจาก จ.ร้อยเอ็ด เข้าตรวจพิสูจน์เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับร่างของพลทหารพิชวัฒน์ เมื่อเวลา 07.50 น.ของวันที่ 8 พ.ย. สภาพศพแช่แข็งมาเป็นอย่างดี ไม่พบการเน่าเปื่อยตามที่เป็นข่าว ซึ่งสถาบันฯ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ นพ.ชัยธวัช หาญคุณากร และ นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ร่วมตรวจผ่าชันสูตรศพพลทหารพิชวัฒน์ โดยมีมารดาและญาติเข้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด สำหรับรายงานผลชันสูตรระบุว่า ไม่พบการบาดเจ็บภายในลำคอหรือกล่องเสียง ขณะที่สภาพร่างกายไม่พบรอยฟกช้ำ หรือร่องรอยการบาดเจ็บภายนอก ทำให้แพทย์ลงความเห็นว่า การกดรัดจากการแขวนคอเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต และเมื่อได้ผลการพิสูจน์แล้ว เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ย. มารดาของพลทหารพิชวัฒน์ได้รับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นซึ่งปรากฏเป็นข่าวว่าญาติของพลทหารพิชวัฒน์ติดใจการเสียชีวิต สภาพศพเน่า และพบข้อโต้แย้งเรื่องสถานที่ผ่าพิสูจน์พลิกศพนั้น ในรายละเอียดคือ พลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย. และทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์วันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ แต่เมื่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ประสานเข้ามา ต้องพร้อมให้บริการ และการตรวจสอบนั้นเป็นไปตามมาตรฐานและอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แพทย์ได้ตรวจสอบสิ่งที่แม่พลทหารพิชวัฒน์ติดใจ เช่น การถูกซ้อมที่บริเวณหลัง ทั้งนี้การเข้าสังเกตการณ์ของญาตินั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ เพื่อให้การตรวจพิสูจน์ของทีมแพทย์ได้รับความเชื่อถือและเกิดความโปร่งใส ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตเข้าสังเกตการณ์การผ่าพลิกศพแล้ว สมัยคดีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของสถาบันฯ ยังมีรายละเอียดที่ต้องรอผลการตรวจสอบทางพยาธิและทางเคมีอื่นๆ อีกประมาณ 6-8 สัปดาห์ เช่น ดีเอ็นเอ, สารในร่างกาย ซึ่งตรวจได้จากน้ำในลูกตา ปัสสาวะ อาหารในกระเพาะอาหาร เส้นขน &amp;nbsp;เส้นผม และส่งชิ้นเนื้อตรวจสอบ ที่ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลตรวจสอบที่แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถสรุปหรือยืนยันถึงเหตุการณ์เสียชีวิตตามที่มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นก่อน หรือถูกวางยาก่อนแขวนคอ หรือนำผลของแพทย์ชี้ว่าใครกระทำความผิด หรือเป็นการกระทำความผิดของใครได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะนำรายละเอียดไปดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงการเสียชีวิต ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83416</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชัยธวัช หาญคุณากร, นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ, พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa89240e938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
