<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ต้อม ไกรวิทย์’ไม่หักเงินลูกน้องแม้ต้องหยุดธุรกิจซาลอน 3สาขา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตนักแสดง-นักร้อง ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข เจ้าของร้าน Sukho salon เผยถึงธุรกิจซาลอนที่โดนผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ผ่านรายการ &amp;quot;เรื่องลับมาก (no censor)&amp;quot; พร้อมกับ นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กรณีคลายล็อกดาวน์ธุรกิจร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ที่อนุญาตเฉพาะตัด สระ ไดร์ เท่านั้น และต้องหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชั่วโมง ให้จองคิวเข้ารับบริการ ไม่ให้นั่งรอในร้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้อม ไกรวิทย์ เผยว่า &amp;quot;รวมๆก็หยุดมาเดือนกว่าแล้วค่ะ ทั้ง 3 สาขาพร้อมกันเลย พอประกาศวันที่ 21 วันที่ 22 ก็ปิดหมด ผลกระทบเรื่องแรกคือลูกน้อง ต้องยอมรับว่าเด็กหรือบุคลากรที่มีอาชีพช่างทำผม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการเตรียมการล่วงหน้ากับชีวิตเท่าไหร่ อีกอย่างชีวิตเขามาจากต่างจังหวัด รายได้ก็ถูกส่งกลับบ้านเสียส่วนใหญ่ ก็เลยไม่ได้เตรียมเงินให้ตัวเอง พอถูกสั่งปิดปุ๊บ เราก็บอกว่าคนไหนที่อยู่ต่างจังหวัดให้ยูกลับบ้านต่างจังหวัด เพราะกลับบ้านยังมีข้าวกิน แต่อยู่ที่นี่มีแค่รายจ่ายอย่างเดียว รายได้เป็นศูนย์แน่นอน เราซัปพอร์ตเขาในระดับหนึ่ง แต่ถึงขนาดอยู่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่ายเงินเดือนค่ะ ถึงจะทำไม่เต็มเดือนแต่เราคิดให้เต็มเดือนอยู่แล้ว ส่วนที่สองต้องมานั่งดูก่อนว่าใครต้องกลับบ้านต่างจังหวัด เราบอกว่ากลับเถอะเพราะเราเห็นวี่แววว่ามันไม่รู้ทิศทางแน่นอน สองในส่วนที่ไม่กลับต้องแจ้งให้เรารู้ ลูกน้องต้อมมีประมาณ 20 คน 3 สาขา เราต้องรู้ว่าเราต้องให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เรื่องกินสำคัญมาก อย่างน้อยถ้าคุณกลับไม่ได้เราจะช่วยคุณเรื่องอาหารการกิน ทุกวันนี้เราก็ทำไปช่วยคนอื่นอยู่แล้ว เราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามมาตรการที่เราต้องดูแลในรูปแบบบริษัท คนไหนมีประกันสังคมเราต้องเตรียมเรื่อง จัดทำเรื่องให้เขา ให้เขาเซ็นเอกสารอะไรก็ตาม แต่ในส่วนที่เขาไม่ได้ส่งประกันสังคม เขาเป็นอาชีพอิสระ บางคนเป็นพาร์ทไทม์ เราก็รีบแจ้งว่าคุณต้องรีบทำเอกสารเดี๋ยวจะไม่ทันการ เพราะรู้ว่าระบบมันยุ่งยากนิดนึง แล้วก็เช็กว่าเขาได้เงินหรือไม่ได้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนเปิดเขามีเงื่อนไขให้ตัดสระไดร์ รายได้จาก 3 อย่างนี้ไม่พอ อยู่ยากค่ะ เพราะต้องยอมรับว่ากิจการร้านทำผม เราอยู่ได้ด้วยงานเคมี ทำสี ดัดผม หรือทำทรีตเมนต์หลักๆ การตัด สระ ไดร์ ไม่ใช่รายได้หลัก ต้องยอมรับเรื่องนี้ แต่ต้องเปิดค่ะ คือวินาทีตรงนี้ต้อมว่าไม่ใช่แค่ตัวเองต้องมองเผื่อลูกน้อง สมมติเด็กบางคนเขาแค่รับทราบข่าวสารโดยทั่วๆไป เขาก็จะทราบแค่ว่า 1 พ.ค. ได้เปิดแล้ว เราก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มกับเขา แต่บอกเขาว่าถ้าคุณกลับมาจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯ คุณต้องกักตัวเองก่อน 14 วัน ไม่งั้นพี่ไม่ให้มาทำงาน มันอันตรายร้าน อันตรายลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากบอกอะไรรัฐบาล อย่างแรกเลยคือต้องขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ให้กลุ่มช่างทำผม ทีนี้กลุ่มช่างทำผมก็ใจเย็นๆกันนิดนึง ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน อย่าเพิ่งร้องกันเยอะมาก ในเรื่องไดร์เป่าผม เคมี เมื่อกี้ท่านก็พูดเองว่าท่านไม่ได้ไปกำหนดเรื่องนี้ ดังนั้นเราทำงานกันได้ เพียงแค่ว่าเราจัดการเวลาให้ดี ความสะอาด การดูแลให้คิดถึงตัวเองเป็นหลักว่าเราจะดูแลยังไง ให้ความร่วมมือกันคนละฝ่าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายแพทย์ดนัย ธีวันดา เผยถึงสาเหตุที่ว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขต่างๆ &amp;quot;จริงๆอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ต้องสัมผัสกับลูกค้า ทุกอย่างเสี่ยงหมด แต่ถ้าเราดูแลความสะอาดทุกครั้งก่อนให้บริการ อันนั้นจบ ยืนยันว่าโดยมาตรฐานวิชาชีพของช่างตัดผมหรือเสริมสวยซึ่งได้รับการอบรมมาอย่างดีตรงนี้เชื่อมั่นได้ ถ้าเราทำความสะอาดก่อนทุกครั้งก่อนให้บริการ หรือหลังให้บริการ ทำความสะอาดอีกรอบก็จบนะ รายได้เขาอยู่ที่เรื่องเคมี ทรีตเมนต์ ย้อม แต่&amp;quot;เรื่องเงื่อนไขตรงนั้นต้องดูเป็นรายๆไป ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งคือถ้าเป็นลูกค้าประจำ เราชัวร์ตรงนี้ ทำได้เลย มันไม่ได้ห้าม แต่เป็นการเตือนให้ระวังมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่มั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่คุณต้อมพูดว่าเรายกระดับการให้บริการอยู่แล้ว สองลูกค้าเองสามารถตรวจสอบได้ร้านค้าต่างๆ เหล่านี้โอเคมั้ย ถ้าโอเคก็ไปใช้บริการ ส่วนภาครัฐเองก็ทำงานเข้มข้นอยู่แล้วในการตรวจสอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข, นพ.ดนัย ธีวันดา, นายแพทย์ดนัย ธีวันดา, รองอธิบดีกรมอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa9997231cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพันธุ์ข้าว3.6แสนซองวันพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูก 7 พันธุ์กว่า 3.6 แสนซองแก่พสกนิกร-ชาวนา เป็นสิริมงคลวันพืชมงคล กรมข้าวชูงานวิจัยข้าวป่ายับยั้งเซลล์มะเร็ง ส่วนประมงนำร่อง &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; ที่เบตงสร้างสันติสุข โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไอศกรีมนมระดับพรีเมียม 3 รส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 09.00 น. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมอนามัย กรมประมง กรมการข้าว โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ร่วมกันแถลงข้อมูลและการจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 ณ อาคารศาลามหามงคล ภายในพื้นที่เขตพระราชฐานพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เนื่องในโอกาสวันพืชมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาส วรวาท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา กรมการข้าว กล่าวรายงานสรุปผลผลิตการดำเนินงานปี 2560 ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาว่า แปลงนาทดลองฯ มีผลผลิตพืชหมุนเวียนตระกูลถั่วและตระกูลไร่ รวมทั้งสิ้น 325 กิโลกรัม ผลผลิตข้าวนาสวน พันธุ์คัด จำนวน 45 สายพันธุ์ ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 24,515 รวง ผลผลิตข้าวนาสวนพันธุ์หลัก จำนวน 7 พันธุ์ รวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม โดยนำผลผลิตข้าวนาสายพันธุ์หลักจำนวน 7 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี 1 กข &amp;nbsp;71 กข 43 ขาวดอกมะลิ 105 กข 6 กข 57 และข้าวสังข์หยดพัทลุง ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม ขอพระราชานุญาตจัดเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน บรรจุซอง 361,000 ซอง แจกจ่ายให้พสกนิกร ชาวนาผู้สนใจเพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนหนึ่งนำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับการจัดนิทรรศการในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 วันที่ 14 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร &amp;quot;น้อมนำคำ &amp;quot;พ่อ&amp;quot; สอน&amp;quot; สานต่อปณิธานการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงงานด้านข้าว นิทรรศการพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานด้านข้าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการพระประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากข้าว 3 พันธุ์ &amp;nbsp;ได้แก่ พันธุ์ข้าว กข 75 นำมาผลิตเป็นแป้งทำขนมดอกจอก พันธุ์ข้าว ข้าวเหนียวดำหมอ 37 เป็นพันธุ์ข้าวเพาะปลูกมากใน จ.พัทลุง มีวิตามินบี 1 และ 6 ธาตุเหล็ก สังกะสีและไอโอดีนมากกว่าข้าวชนิดอื่น ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวต้มใบกะพ้อ ขนมพื้นเมืองของชาวใต้สำหรับใช้ในงานบุญ รวมทั้งพันธุ์ข้าว ขะสอ เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกในระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,200-1,500 เมตร เดิมทีชาวลาหู่เป็นผู้ริเริ่มเพาะปลูก สามารถนำมาผลิตเป็นสุราพื้นบ้าน นิทรรศการข้าวเหนียวดำหมอ 37 นิทรรศการข้าวพันธุ์ใหม่ที่รอการรับรอง ข้าวพันธุ์ขะสอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพล ม่วงงาม นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ กรมการข้าว กล่าวว่า นิทรรศการในวันพืชมงคลปีนี้ยังมีนิทรรศการข้าวป่ากับคุณค่าทางเภสัชกรรม จะนำเสนอผลการศึกษาข้าวป่าสปีชีส์ O.officinalis ซึ่งพบในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ใบของข้าวป่าสปีชีส์นี้มีคุณสมบัติยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า พบสุนัขป่วยเป็นเนื้องอกที่บริเวณหน้าอก เมื่อได้กินใบของข้าวป่าดังกล่าว ทำให้เนื้องอกยุบลง จึงเก็บตัวอย่างใบนำไปวิเคราะห์ฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ซึ่งผลตรวจพบสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม ปี 2561 จึงเริ่มทำโครงการวิจัยอย่างจริงจัง เน้นการศึกษาเปปไทน์ หากรู้ว่าเป็อะมิโนชนิดใด ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อขยายผลนำไปสู่การใช้ในวงการเภสัชกรรมและวงการแพทย์ ขณะนี้ยังเป็นผลการทดลองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม พบภัยคุกคามจากการขยายตัวของหมูบ้านจัดสรร ทำให้พื้นที่แปลงข้าวป่าดังกล่าวลดลง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อเกียรติ กูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำปทุมธานี กรมประมง ทำการทดลองเลี้ยงเปรียบเทียบ &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; กับสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ พบว่า ปลานิลจิตรลดา 4 ให้ผลผลิตสูงกว่าถึงร้อยละ 36 และเป็นครั้งแรกที่ อ.เบตง จ.ยะลา ทดลองปฏิบัตินำร่องเป็นหมู่บ้านปลา มีเกษตรกรสนใจเลี้ยง 200 ราย เลี้ยงด้วยระบบน้ำไหล ออกแบบให้มีบ่อระบบน้ำไหลผ่าน 24 ชั่วโมง มีการจัดวางระบบน้ำโดยการวางท่อทางธรรมชาติบางส่วนเพื่อให้น้ำไหลผ่านบ่อเลี้ยง และไหลออกจากบ่อกลับสู่ทางน้ำธรรมชาติตามเดิม ทำให้สามารถผลิตปลาคุณภาพ ไร้กลิ่นโคลนให้ผู้บริโภค ราคาขายอยู่ที่ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม จะผลักดันปลานิลเป็นหนึ่งในกุญแจเปิดประตูสันติสุข เพราะปลานิลสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในงานวันพืชมงคลประจำปี 2561 กรมอนามัยจะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย ซึ่งทางกรมร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สร้างเด็กไทยฟันดีอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การอนามัยโลก ในรูปแบบการเสริมฟลูออไรด์ผ่านทางนม ซึ่งอยู่ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเพื่อป้องกันฟันผุ มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตเด็กไทยที่ดื่มนมที่โรงเรียนทุกวัน เริ่มครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบปัญหาฟันผุสูง และมีฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคต่ำ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนมฟลูออไรด์เป็นแห่งแรกในประเทศ ในรูปแบบนมพาสเจอไรซ์ขนาดถุงละ 200 มิลลิลิตร ปริมาณฟลูออไรด์ 0.5 มิลลิกรัมต่อถุง ปัจจุบันโครงการทำใน 12 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พัทลุง ตรัง อีกทั้งพบปัญหาที่ขอนแก่น สระแก้ว ชลบุรี มีโรงนมที่ร่วมผลิตนมฟลูออไรด์รวม 21 แห่ง กระจายในจังหวัดเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการมีความก้าวหน้า จากผลศึกษาพบว่าการดื่มนมฟลูออไรด์ต่อเนื่อง 5 ปี ลดโรคฟันผุในฟันแท้ได้ ร้อยละ 34.4 ไม่พบผลเสียเรื่องฟันตกกระ และเด็กยังต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ และจากการกำกับเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ทั้ง 12 จังหวัด พบเด็กได้รับฟลูออไรด์ระดับพอเหมาะป้องกันฟันผุตามค่ามาตรฐาน WHO ปีนี้มีแผนการปรับปรุงข้อมูลปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภคของจังหวัดที่ร่วมโครงการ เพื่อจัดทำแผนที่ฟลูออไรด์ต่อไป&amp;quot; นายแพทย์ดนัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา กล่าวว่า ขณะนี้มีแผนดำเนินการปรับปรุงอาคารและโรงงานต่างๆ ของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อให้มีความเหมาะสมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มเติมจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วย&amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเตรียมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ไอศกรีมนมคุณภาพสูง เพิ่มเติมอีก 3 รสชาติ ได้แก่ ไอศกรีมนมกลิ่นวานิลลา ที่ใช้ฝักวานิลลาแท้ ไอศกรีมนมรสกาแฟผสมอัลมอนด์ และไอศกรีมนมรสช็อกโกแลตผสมช็อกโกแลตชิพ โดยใช้นมผงที่ใช้ผลิตนมอัดเม็ดมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิต นอกจากนี้มีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์นมให้มีความทันสมัยและสะดวกในการบริโภคขึ้น โดยหลังจากเสร็จงานนิทรรศการวันพืชมงคล 14 พฤษภาคมแล้ว จะมีการวางจำหน่ายตามร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากกระแสความนิยมบริโภคผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดจิตรลดา รวมถึงผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์จนขาดตลาดนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เกิดจากกำลังการผลิตจำกัดเพียง 5 หมื่นซองต่อวัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่นี่เป็นเพียงโรงงานสาธิต จึงผลิตในจำนวนจำกัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กรมประมง, กรมอนามัย, ก่อเกียรติ กูลแก้ว, นพ.ดนัย ธีวันดา, ปลานิลจิตรลดา, พระราชดำริฯ, พีรพล ม่วงงาม, ยะลา, วันพืชมงคล, สวนจิตรลดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อพ.สธ., โอภาส วรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b66415b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัยแนะคาเฟ่สัตว์เลี้ยง พาสุนัข-แมวฉีดวัคซีนสกัดเชื้อบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 61 - นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้ากำลังเป็นประเด็นสังคมที่ต้องเร่งให้ความรู้และรณรงค์ให้เจ้าของสุนัขและแมวนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน ในส่วนของธุรกิจคาเฟ่ประเภทสัตว์เลี้ยงที่เปิดบริการแบบขายอาหารและเครื่องดื่ม และนำสัตว์เลี้ยงสุนัข แมว ปล่อยให้เดิน นั่ง นอน ภายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสและถ่ายรูปเล่นระหว่างรับประทานอาหารในร้าน หรืออนุญาตให้ลูกค้านำสัตว์เลี้ยงของตนเข้ามาได้นั้น ผู้ประกอบการกิจการต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยนำสุนัขและแมวไปรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เพราะโรคพิษสุนัขบ้าสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้จากการกัดหรือข่วน ซึ่งหากผู้ประกอบการหรือผู้มารับบริการโดนสุนัข หรือแมว กัด ข่วน จะต้องรีบไปรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ประกอบการกิจการต้องควบคุมการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เกิดจากสัตว์เป็นสื่อได้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสมูล-ปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง รวมถึงน้ำมูก น้ำลาย ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำ หากสัมผัสสัตว์เลี้ยง ต้องล้างมือทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์เลี้ยงและก่อนสัมผัสอาหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ประกอบหลักการสุขาภิบาลอาหาร สถานที่จำหน่ายอาหารทุกประเภท ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจการ หากมีบริการสัตว์เลี้ยงดังกล่าวต้องแยกออกให้เป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกันกับสถานที่รับประทานอาหาร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5476</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, คาเฟ่สัตว์เลี้ยง, นพ.ดนัย ธีวันดา, พิษสุนัขบ้า, สุนัข แมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1d57f889f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
