<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลืองระดมป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อเหลืองพรึ่บสวนลุมฯ ประกาศปกป้องสถาบัน &amp;quot;วรงค์&amp;quot; จวกยับ &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; พร้อมแพลมแผนไคลแมกซ์ไปตึกไทยซัมมิท &amp;quot;บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์&amp;quot; &amp;nbsp;นัด 1 พ.ย. ใส่เสื้อเหลือง-ชมพู หน้าวัดพระแก้ว แสดงพลังปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ลานด้านหน้าพระบรมรูป ร.6 กลุ่ม &amp;quot;อนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;quot; กว่า 1,000 คน นำโดย นางทยา ทีปสุวรรณ จัดกิจกรรม &amp;quot;รวมใจคนไทย ใส่เสื้อเหลือง ถือพระบรมรูปในหลวง ร.9 และ ร.10&amp;quot; โดยมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมฉายาลักษณ์​พระบรมวงศานุวงศ์​ พร้อมถือธงตรา​สัญลักษณ์​ ว.ป.ร. ธงชาติ ที่มีการประดับด้วยริบบิ้น​ธงชาติ ที่คาดผมธงชาติ และร่มธงชาติ อีกทั้งมีป้ายคัดค้านการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาต่างตะโกนว่า เรารักพระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระเจริญ เรามาด้วยใจ มาแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบัน เราจะสู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องการให้ใครมาจาบจ้วง​สถาบัน หากอยากอยู่ประเทศไทยอย่าคิดล้มสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการเตือนสติเยาวชนไม่ให้ออกมาชุมนุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเผชิญหน้า ปะทะกัน ขอให้น้องๆ กลับบ้าน ฟังเสียงคนไทยทั้งชาติที่ไม่ได้มีแต่น้องๆ เพียงกลุ่มเดียว การที่ออกมายื่นคำขาดเหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งควรจะไปยื่นกับพ่อแม่ที่บ้านตัวเอง การออกมาชุมนุมเรียกร้องแล้วบอกว่าตัวเองเป็นใหญ่ ถือว่าเป็นการเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เพราะยังมีคนไทยที่รักชาติและในหลวงอยู่ทั่วประเทศ และมีมากกว่า 90%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกคงไม่เป็นไร แต่ขออย่ามาย่ำยีหัวใจคนไทย โดยการใช้คำหยาบคายกับในหลวง หากอยากบอกอะไรท่าน ก็ให้ทำหนังสือไป เราเชื่อว่าเหตุการณ์ในบ้านเมืองท่านเข้าใจดี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าขอให้น้องๆ กลับบ้าน และไปค้นคว้าหาข้อมูล อย่าไปเชื่อนายสมศักดิ์และนายปวิน&amp;quot; นพ.ตุลย์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต เซกัล อดีตแกนนำ กกปส. กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องโดยใช้คำหยาบคายเป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะเรียกว่าปัญญาชน โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้คือการจาบจ้วงสถาบัน ยืนยันว่าประชาชนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรไทยยังเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ถ้ามีความขัดแย้งก็ว่ากันไป อย่าดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี กล่าวว่า การมารวมตัววันนี้ เพื่อให้รับรู้ว่ามีคนที่จงรักภักดีนี้มากที่สุดในประเทศ และเป็นการแสดงออกด้วยความสงบและสันติ เพื่อปกป้องและให้กำลังใจพระมหากษัตริย์ ไม่มีความคิดที่จะปะทะ สำหรับคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชนที่เคลื่อนไหวขณะนี้คือ &amp;quot;สามสัส&amp;quot; คนแรกพ่อแม่เป็นจีนมาอยู่แผ่นดินไทย แต่ลูกคนพวกนี้คิดที่จะทำร้ายแผ่นดินไทย เมื่อก่อนเราเรียกคนพวกนี้ว่าผู้ชุมนุม แต่ต่อไปนี้ให้เรียกว่าพวกกบฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้หมดมุกแล้ว เพราะขีดเส้นตายทุกวัน คนที่เก็บอาการไม่อยู่คือคนที่ชอบพูดว่าการปฏิรูปคือเปลี่ยนแปลงแบบพร้อมใจกัน แต่ปฏิวัติคือไม่ยินยอมต้องใช้กำลัง ในทางการเมืองเขาขู่ว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ก็ต้องมีการปฏิวัติแผ่นดินไทย คนนี้เป็นมีสะใภ้เป็นฝรั่ง แต่มาย่ำยีหัวใจคนไทย และยังบอกว่าคนใส่เสื้อสีเหลืองเหมือนสัตว์ที่ถูกบังคับ คนนี้คือปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า คนที่สองครอบครัวมาจากเมืองจีน ครอบครัวทำมาหากินแล้วร่ำรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ปลุกเด็กให้คิดรุนแรงเพราะต้องการให้เกิดสงครามการเมือง คนนี้คือธนาธร ส่วนคนที่สามอีกำลังเจอคดีเมย์เดย์ เป็นโจทย์ฟ้องนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แต่ไม่มาเบิกความ เพราะไมเกรนขึ้น อ้วกแตก อาจจะเครียดกับคดีเงินบริจาคที่กำลังเดินหน้า ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี ประมาณ 9 โมงเช้า แถลงเหตุผลคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกคนไปร่วมชุมนุมเพื่อฟังในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.00 น. กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้ยืนตรงร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้กล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า &amp;ldquo;ข้าพุทธเจ้าทั้งหลาย เราพสกนิกรชาวไทย ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะถวายความจงรักภักดี เทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้าด้วยชีวิต จะรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะไม่ยอมให้ผู้ใดละเมิดล่วงเกินต่อพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์เจ้าเป็นอันขาด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นได้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยุติการทำกิจกรรมลงเมื่อเวลา 18.35 น. โดยแกนนำประกาศเป้าหมายต่อไปในการเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นและฝรั่งเศส โดยรอประสานกับเจ้าหน้าที่ก่อน และขอให้รอไคลแมกซ์นัดหมายสำคัญที่ตึกไทยซัมมิท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ช่วงเช้า ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย &amp;nbsp;นางสาวหฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ หฤทัย นักร้อง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยนายศาสตรา โตอ่อน นักวิชาการอิสระ และนายศุภอรรถ จันทรสกุนต์ ทนายความ นำมวลชนสวมเสื้อสีเหลืองเดินทางมาที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยนำแผ่นป้ายกระดาษเขียนข้อความในการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องไม่ให้มีการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ Stop Hybrid War
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวหฤทัยกล่าวว่า การมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้ ไม่ได้มีจดหมายมายื่นถึงตัวแทนสถานทูต แต่ต้องการแสดงออกเพื่อเรียกร้อง ไม่ได้มีการแทรกแซงกิจการภายในไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็ก เยาวชน และนักศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบมีการปล่อยข้อมูลที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งคล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เพื่อทำให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศนั้นๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับทำให้หลายประเทศได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประกอบกับเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เพิ่งย้ายจากฮ่องกงมาประจำการในประเทศไทย จึงต้องการเรียกร้องให้เคารพกฎหมายไทย ไม่ก้าวล่วงหรือทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวหฤทัยกล่าวอีกว่า มีหลักฐานชัดเจนแน่นอนว่ามีการบงการมาจากนอกประเทศ จะใช้ประเทศนี้ให้เป็นเหมือนฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนว่าสถาบันอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่มีกลุ่มที่ต้องการดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้อง ก็เพื่อต้องการให้คนไทยแตกแยก ยืนยันว่าจะไม่มีการปะทะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วๆ นี้เราจะรวมมวลชนจำนวนมากทั่วประเทศ ทั่วทั้งแผ่นดิน และขอประกาศว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง และส่วนตัวเคารพความเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นการเมือง ทั้งเรื่องขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเองก็ไม่ขัดข้องหากเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ควรนำเรื่องสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง&amp;quot; นางสาวหฤทัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลของสหรัฐไม่ได้มีการสนับสนุนเงินทุน การประท้วง บุคคลหรือพรรคการเมือง แต่สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม และในฐานะมิตรประเทศ ก็จะสนับสนุนทุกฝ่าย ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง มีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ถึงแนวทางที่ประเทศจะก้าวหน้าต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดง และอาสาสมัครเพื่อสังคม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กราบขอบคุณทุกๆ ท่านที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่อยากจะสร้างความรักที่มีต่อชาติ ศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ ให้สืบต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาแล้วครับที่พวกเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่า ยังมีคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา เช่น ยกนิ้วกลางให้ขบวนเสด็จฯ ฉีกพระบรมฉายาลักษณ์ เอารูปพระมหากษัตริย์ไปแปะไว้ข้างบันได เขียนข้อความหยาบคาย ทำคลิปออกมาล้อเลียนพระมหากษัตริย์ จาบจ้วงด้วยถ้อยคำหยาบคายสกปรก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าขืนเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ให้พวกเขามาทำร้ายจิตใจเราต่อไปหรือครับ ผมคิดว่าวันข้างหน้าเราอาจจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พวกเราได้รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศได้ ผมขอพลังอันเป็นมหาพลังของทุกคนชาวไทยที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในหัวใจ ลุกขึ้นมาปกป้องและเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านด้วยนะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะไปทุกที่ ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ถ้ามีการรวมพลังออกมาปกป้องสถาบัน ช่วยกันนะครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องให้เขารู้ถึงพลังของพวกเรา อย่ากลัวถ้าเราทำในสิ่งที่ถูก กราบท่านนายอำเภอ กราบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จัดให้พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ถ้าท่านไม่เริ่ม ก็คงจะยากที่พี่น้องจะออกมาครับ แล้วผมจะออกไปเดินเคียงข้างทุกๆ ท่านครับ วันที่ 1 พ.ย.2563 เวลา 16.00 น. เจอกันที่วัดพระแก้วนะครับ เสื้อเหลืองกับชมพูงามจับตาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มีเพจปลอมบอกว่าผมนัดให้ออกมา อย่าไปเชื่อนะครับ หน้าแฟนเพจ ของผมต้อง 9,500,000 คน ถ้าหลักหมื่นอย่าไปอ่าน อย่าไปสนใจครับ กราบขอบคุณทุกๆ ท่านครับผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา​ นัดรวมตัวคนเสื้อเหลืองแสดงพลังปกป้องสถาบัน ที่ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี ว่าภรรยาของตนไปในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และไปคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการไปจัดการอะไร แต่คนที่เขาติดตามทางโซเชียลที่มีอยู่พอสมควร เมื่อทราบจึงไปรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน เสร็จแล้วก็สลายแยกย้ายกลับ ไม่ยืดเยื้อ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรน่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการเผชิญหน้าของผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย นายณัฏฐพลกล่าวว่า ก็เห็นว่าหลบเลี่ยงกันอยู่ และเวลานี้สภาเป็นทางออกที่ดี เริ่มมีแนวทางชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านั้นก็เห็นชัดว่ามีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเป็นทางออก ส่วนคนอื่นจะกดดันแค่ไหน ตนไม่ทราบ อยากให้มองไปที่จุดเริ่มต้นที่ฝ่ายเรียกร้องให้ปฏิรูปออกมาแสดงท่าที ก็อาจจะทำให้คนที่รักและไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงต้องออกมา เพื่อบอกจุดยืนเขาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายม็อบ 3 นิ้วนั้น ที่ สน.หัวหมาก กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรมจากการถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้ลงมาพูดคุยพบปะกับกลุ่มนักศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ชี้แจงความคืบหน้าของคดีว่า เบื้องต้นได้สอบพยานฝั่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 4 ปาก ส่วนประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด ทาง สน.หัวหมากได้ขอทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงไปจริง แต่เพิ่งขอไปวันนี้ ซึ่งก็ยังไม่ได้กล้องวงจรปิดจากทางมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ถ้ามวลชนหรือกลุ่มนักศึกษามีภาพหรือหลักฐาน ก็สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ พร้อมรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม และคดีจะชัดเจนภายใน 7 วัน​ อย่างไรก็ตาม ผกก.สน.หัวหมากได้เรียกตัวแทนของกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยขึ้นไปพูดคุยชี้แจงถึงความคืบหน้าคดี พร้อมทั้งประสานงานแนวทางเรื่องการดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย​หากมีการชุมนุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ธิติมา บุตรดี หรือ &amp;ldquo;น้องแบม&amp;rdquo; วัย 19 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกลำโพงทุ่มใส่จนเอ็นเท้าซ้ายฉีกต้องใส่เฝือกในวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า รู้สึกโกรธและเสียใจมากที่ไม่ได้รับความยุติธรรม พร้อมทั้งรู้สึกสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน รวมถึงจิตตกลงเรื่อยๆ หนำซ้ำยังถูกเพิกเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับตนเป็นอย่างมาก จึงอยากฝากถึงตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และอย่าอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ เนื่องจากหลักฐานทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งภาพข่าวจากโซเชียลและผลใบรับรองแพทย์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานถึง 7 วันแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ธิติมา บุตรดี, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์, สาธิต เซกัล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839cb9bb6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์&#039; เย้ยม็อบ3นิ้วหมดมุกแล้ว ขีดเส้นตายทุกวันแต่ไม่สำเร็จ นัดแถลงค้านแก้ รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - ที่สวนลุมพินี บริเวณลานด้านพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมรวมใจคนไทย ใส่เสื้อเหลือง นำโดยนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี และ&amp;nbsp;นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ชาวอินเดีย จากนั้น&amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี เดินทางมาร่วมกิจกรรม พร้อมกล่าวว่า การมารวมตัววันนี้เพื่อให้รับรู้ว่ามีคนที่จงรักภักดีนี้มากที่สุดในประเทศ และเป็นการแสดงออกด้วยความสงบและสันติเพื่อปกป้องและให้กำลังใจพระมหากษัตริย์ ไม่มีความคิดที่จะปะทะ สำหรับคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชนที่เคลื่อนไหวขณะนี้คือ &amp;quot;สามสัส&amp;quot;&amp;nbsp;คนแรกพ่อแม่เป็นจีนมาอยู่แผ่นดินไทยแต่ลูกคนพวกนี้ คิดที่จะทำร้ายแผ่นดินไทย เมื่อก่อนเราเรียกคนพวกนี้ว่าผู้ชุมนุมแต่ต่อไปนี้ให้เรียกว่าพวกกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้หมดมุกแล้ว เพราะขีดเส้นตายทุกวัน คนที่เก็บอาการไม่อยู่คือ คนที่ชอบพูดว่าการปฏิรูปคือเปลี่ยนแปลงแบบพร้อมใจกัน แต่ปฏิวัติคือไม่ยินยอมต้องใช้กำลัง ในทางการเมืองเขาขู่ว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ก็ต้องมีการปฏิวัติแผ่นดินไทย คนนี้เป็นมีสะใภ้เป็นฝรั่งแต่มาย่ำยีหัวใจคนไทย และยังบอกว่า&amp;nbsp;คนใส่เสื้อสีเหลืองเหมือนสัตว์ที่ถูกบังคับคนนี้คือ ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่สองครอบครัวมาจากเมืองจีน ครอบครัวทำมาหากินแล้วร่ำรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ปลุกเด็กให้คิดรุนแรง เพราะต้องการให้เกิดสงครามการเมือง คนนี้คือ&amp;rdquo;ทอน&amp;rdquo; (ธนาธร) ส่วนคนที่สามกำลังเจอคดีเมย์เดย์ เป็นโจทย์ฟ้องนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แต่ไม่มาเบิกความ เพราะไมเกรนขึ้น อ้วกแตก อาจจะเครียดกับคดีเงินบริจาคที่กำลังเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอนัดหมายในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านนนทบุรีประมาณ 9 โมงเช้าเพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องทั้งประเทศเพื่อแถลงเหตุผลคัดค้านการแก้ไขธรรมนูญ&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนไปร่วมชุมนุมเพื่อฟังในวันนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปกป้องสถาบัน, สวนลุมพินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9803dd7b2e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอตุลย์-สาธิต&#039; รวมตัวสวนลุมฯเรียกร้องม็อบ3นิ้วกลับบ้าน อย่าคิดว่าเสียงดังกว่าคนไทยหัวใจรักในหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 18.30 น. ที่สวนลุมพินี บริเวณลานด้านพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมรวมใจคนไทย ใส่เสื้อเหลือง ถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 และ ร.10&amp;nbsp;โดยบรรยากาศมีกลุ่มประชาชนปกป้องสถาบัน สวมใส่เสื้อสีเหลือง แสดงพลังปกป้องสถาบั​น โดยมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมฉายาลักษณ์​พระบรมวงศานุวงศ์​ พร้อมถือธงตรา​สัญลักษณ์​ ว.ป.ร. ธงชาติ ที่มีการประดับด้วยริ้บบิ้น​ธงชาติ ที่คาดผมธงชาติ และร่มธงชาติ อีกทั้งมีป้ายคัดค้านการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาต่างตะโกนว่า เรารักพระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระเจริญ เรามาด้วยใจ มาแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบัน เราจะสู้ไปด้วยกันไม่ต้องการให้ใครมาจาบจ้วง​สถาบัน หากอยากอยู่ประเทศไทยอย่าคิดล้มสถาบัน ก่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมร้องเพลงเพลงรักชาติ-รักสถาบัน &amp;nbsp;เช่น รักเธอประเทศไทย รักกันไว้เถิด จากยอดดอย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแกนนำทำกิจกรรมในช่วงต้นประกอบไปด้วย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี และ นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจ ซึ่งเข้าร่วมกับการชุมนุม กกปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการเตือนสติเยาวชนไม่ให้ออกมาชุมนุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเผชิญหน้า ปะทะกัน ขอให้น้องๆ กลับบ้าน ฟังเสียงคนไทยทั้งชาติที่ไม่ได้มีแต่น้องๆ เพียงกลุ่มเดียว การที่ออกมายื่นคำขาดเหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งควรจะไปยื่นกับพ่อแม่ที่บ้านตัวเอง การออกมาชุมนุมเรียกร้องแล้วบอกว่าตัวเองเป็นใหญ่ถือว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะยังมีคนไทยที่รักชาติและในหลวงอยู่ทั่วประเทศ และมีมากกว่า 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกคงไม่เป็นไร แต่ขออย่ามาย่ำยีหัวใจคนไทย โดยการใช้คำหยาบคายกับในหลวง หากอยากบอกอะไรท่านก็ให้ทำหนังสือไป เราเชื่อว่าเหตุการณ์ในบ้านเมืองท่านเข้าใจดี อย่างไรก็ตามยืนยันว่าขอให้น้องๆ กลับบ้านและไปค้นคว้าหาข้อมูล อย่าไปเชื่อนายสมศักดิ์ และนายปวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจ ซึ่งเข้าร่วมกับการชุมนุม กกปส. กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องโดยใช้คำหยาบคายเป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะเรียกว่าปัญญาชน โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้คือการจาบจ้างสถาบัน ยืนยันว่าประชาชนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรไทยยังเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ถ้ามีความขัดแย้งทางการเมืองก็ว่ากันไปแต่ขออย่างเดียวอย่าถึงสถาบันเข้ามาเกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, ปกป้องสถาบัน, สวนลุมพินี, สาธิต เซกัล, เสื้อเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f93d828db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเต็มม็อบทุกข้อหา ตร.ลั่นดำเนินคดีเด็ดขาดเพราะล่วงละเมิดสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอบคุณทุกฝ่ายทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสันติอีกครั้ง ฝากให้นึกถึง 3 &amp;nbsp;สถาบันหลัก หมุดคณะราษฎรที่ 2 อยู่ไม่ครบ 24 ชั่วโมงดี ถูกถอดเป็นของกลางในคดีแล้ว สน.ชนะสงครามสุดคึกคัก แห่ร้องแจ้งความแกนนำธรรมศาสตร์พรึ่บ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เล่นบทโหดบอกจะดำเนินคดีเด็ดขาด เพราะล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เล็งฟัน 18 แกนนำ ศรีสุวรรณซัดเป็นกรรมหนักปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้ &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; รับสภาพหมุดหาย โวลั่นหมุดปักในใจประชาชนแล้ว เตรียมแจกแบบให้ผลิตเพื่อปักในที่ต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 &amp;nbsp;ก.ย.ว่า สถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาต้องขอแสดงความยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบสุขและสันติอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเสียสละ &amp;nbsp;อดทนและอดกลั้น จึงขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบ้านเมืองสงบสุขอย่างนี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ขอฝากไปถึงประชาชนโดยรวมด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักสำคัญยิ่งของคนไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยุติและประกาศเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ติดตามตอนต่อไป เมื่อถามว่าการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ถือว่าผิดกฎหมายใช่หรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;จ้ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะในประเด็นหมิ่นเหม่ว่า ไม่ได้ตามเรื่องจึงไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ได้ยินข้อเรียกร้องมาบ้าง ซึ่งเขาเรียกร้องไปยังองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ส่วนจะมาถึงรัฐบาลหรือไม่-ไม่ทราบ แต่ข้อเรียกร้อง 2-3 เรื่องถือว่าเป็นไปได้ เช่นการห้ามคุกคาม ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคุกคาม การที่รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายถือว่าคุกคามไม่ได้ หากคุกคามคงไม่สามารถชุมนุมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้ฟังเนื้อหาการปราศรัยรู้สึกตกใจหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;พิศวง&amp;quot; จากนั้นถามต่อว่า พิศวงในแง่ไหน นายวิษณุย้อนว่าพิศวงหมายความว่าอะไร สื่อมวลชนจึงตอบว่า &amp;quot;งง&amp;quot; นายวิษณุเลยสวนว่าก็เท่านั้น ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความต่อเนื่องจากการชุมนุม โดยในกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมฯ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้องถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านประธานองคมนตรี โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.รับหนังสือนั้น ผบช.น.ไม่ได้ส่งหนังสือสำนักงานองคมนตรีแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องหรือรับหนังสือถวายฎีกา โดยขั้นตอนต้องไปยื่นที่สำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง และต้องลงลายมือชื่อของผู้ทำฎีกานั้นๆ รวมทั้งต้องลงเลขรับตามระเบียบ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ถ้าไม่ขัดต่อข้อกำหนดถึงจะนำฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องในการให้ประชาชนเลิกใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์นั้น นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโสและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้หารือกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อพิจารณาสภาพคล่องตอนนี้พบว่า สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรงมีมากกว่าที่จำเป็นเกือบ 1 &amp;nbsp;เท่า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูง จึงไม่น่าห่วง แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
หุ้นไทยพาณิชย์ผันผวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นั้น พบว่าเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์เปิดซื้อขายที่ 67.25 &amp;nbsp;บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ระหว่างวันราคาหุ้นผันผวนขึ้นลง โดยปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 68.00 บาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.11% จากนั้นมีแรงขายปรับลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 66.25 บาท ลดลง 1.00 บาท &amp;nbsp;หรือ 1.48% และปิดที่ 66.75 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.74% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,033.68 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพื้นที่สนามหลวงนั้น หลังจากกรุงเทพมหานครได้ปิดสนามหลวงเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ &amp;nbsp;20 ก.ย. และเปิดประตูรั้วเมื่อเวลา 05.00 น. ปรากฏว่าหมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่แกนนำม็อบ 19 ก.ย.ได้ร่วมกันปักไว้ได้ถูกรื้อถอนออกไปแล้ว โดยพบว่าปูนซีเมนต์ที่เทปิดทับไว้ยังเปียกชื้นอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูทางเข้าปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าว เพราะเพิ่งมาเปลี่ยนเวร ต่อมาในช่วงบ่ายพบว่ามีคนนำหมุดพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วมาวางแทนที่หมุดทองเหลือง พร้อมมีหมวกแก๊ปสีดำปักรูปมือชู 3 นิ้ว และภาพวาดการ์ตูน น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ชู 3 นิ้วมาตั้งไว้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวเรื่องนี้ว่า ตำรวจไม่ใช่ผู้รื้อถอนหมุดดังกล่าว แต่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หลังการเข้าไปตรวจสถานที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร, กทม., ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามรับไปเก็บรักษา เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ข้อหาบุกรุกโบราณสถาน หรือทําให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนถอดออกไป &amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นของกลางในคดี เป็นพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนต้องเก็บไว้ อยู่ในการดูแลของพนักงานสอบสวน ขั้นตอนต่อไปต้องตรวจสอบ หากมีความผิดก็ออกหมายเรียกหมายจับผู้ที่ทำผิดต่อไป&amp;nbsp;
ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 กรณีแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จัดชุมนุมเมื่อ 19 &amp;nbsp;ก.ย. โดยมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ย. กทม.และสำนักงานเขตพระนครเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามในกรณีดังกล่าว ในฐานะผู้แจ้งความที่ 1 แล้ว และมีตำรวจเป็นผู้แจ้งความที่ 2 &amp;nbsp;กรมศิลปกากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสถาพรกล่าวภายหลังให้ปากคำว่า ได้นำเอกสารการขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็นโบราณสถาน และภาพการชุมนุมจากสื่อต่างๆ มาแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามมาตรา 10 ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขุดค้นโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 85 &amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า ที่กรมศิลปากร นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินการเอาผิด 18 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ฝ่าฝืนกฎหมายโดยบุกรุกเข้าใช้โบราณสถานสนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต และตัดทำลายรั้วและพื้นสนามหลวงเพื่อปักหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดทำลายรั้วเพื่อนำมวลชนบุกรุกเข้าไปตั้งเวทีชุมนุมปราศรัย และเจาะพื้นสนามหลวงให้เสียหาย โดยทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ลงในพื้นที่สนามหลวงที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ถือเป็นกรรมหนักที่จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปมิได้ สมาคมฯ จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากรและ ผอ.เขตพระนคร เพื่อเร่งแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเอาผิดผู้ที่บังอาจกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้ง 18 รายดังกล่าวโดยเร็ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ
ก้าวไกลข้องใจกรมศิลป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.เขต 3 นครปฐม ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้ว่า สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ ตอนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี &amp;nbsp;พ.ศ.2520 อัตลักษณ์ที่ระบุในเวลานั้นคือลานสนามหญ้า การที่ กทม.มาปรับปรุงเป็นลานคอนกรีตได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรหรือไม่ และกรมศิลปากรได้เข้ามากำกับการเทปูนทำลานคอนกรีตหรือเปล่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ควรเปิดเผยรายละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่า กทม.ไม่ได้กระทำผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ เสียเอง แต่ถ้า กทม.ไม่ได้ขออนุญาต แสดงว่าลานคอนกรีตไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่แรก จะมาเอาผิดคนเจาะพื้นปูนที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ได้อย่างไร และอีกประเด็นหนึ่งคือ ปัจจุบันมีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วหลายแห่งถูกทำลายและสูญหาย กรมศิลปากรต้องชี้แจงให้สาธารณชนทราบด้วย เช่น อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมไม่ทำอะไรเลย ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ตร.แถลงถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมและผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทุกข้อหาไม่ละเว้น โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่บังควร การปราศรัยที่หมิ่นเหม่ไม่เหมาะสม กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย เบื้องต้นมีผู้ปราศรัยเข้าข่ายความผิดนี้ 3-4 ราย และมีข้อมูลว่ามีผู้สนับสนุนด้วย ซึ่งปรากฏข้อมูลชัดเจนในโซเชียลมีเดียก็ต้องดำเนินคดีหากหลักฐานไปถึง ครั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนบางส่วนไปแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามแล้ว พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีในทุกกรณี ไม่ละเว้น เรายืนยันว่ายึดมั่นการดูแลความสงบเมื่อชุมนุมตามกฎหมาย &amp;nbsp;แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย กระทำการล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนายต้องพิทักษ์รักษาดำเนินการอย่างถึงที่สุด&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะตอบว่า ไม่ชี้ว่าเป็นกฎหมายข้อใด แต่ตำรวจจะดูอย่างละเอียดใครที่ทำผิดกฎหมาย หากเข้าข่ายข้อกฎหมายใดก็ไม่ละเว้น ตำรวจมีหลักฐานทุกอย่างหมดแล้ว รวมทั้งกรณีที่ตำรวจภูธรภาค 1 ตรวจยึดเอกสารที่จะนำมาร่วมชุมนุม หากเข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นเอกสารเปิดผนึกถึงประธานองคมนตรีผ่าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์นั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์รับเอกสารมา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ในขณะนั้น และได้ดำเนินการตามกระบวนการ โดยส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบเนื้อหา แล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากพบว่าเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีด้วย ซึ่งขณะนี้พบชัดเจนว่าผู้ชุมนุมเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ชุมนุมโดยไม่ขออนุญาต ซึ่ง ผกก.สน.ชนะสงครามดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ตามที่กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร และที่ประชาชนคนอื่นๆ เข้าแจ้งความก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เบื้องต้นกลุ่มนี้มีอย่างน้อย 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอบคุณผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ แต่ก็มีบางส่วนที่ทำผิดกฎหมาย แกนนำหรือผู้ชุมนุมรายใดทำผิดซ้ำก็ต้องนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนประกันต่อไป ทั้งนี้การชุมนุมต่อไปจากนี้ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อาศัยโอกาสทำสิ่งไม่เหมาะสม หากทำผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีซ้ำ ถือเป็นต่างกรรมต่างวาระ&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
กทม.แจงความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง &amp;nbsp;ผบช.น., พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. และนายสถาพรได้ร่วมกันแถลงการชุมนุมที่สนามหลวงของกลุ่ม 19 กันยาอีกครั้ง โดย พล.ต.ท.โสภณกล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบแผงเหล็ก 7 แผง แม่กุญแจที่ใช้คล้องระหว่างแผงเหล็ก 92 อัน รวมถึงจุดที่เจาะพื้นเพื่อปักหมุดได้รับความเสียหาย จึงให้ ผอ.เขตพระนครในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่แจ้งความดำเนินคดี ส่วนความเสียหายอื่นๆ อาทิ ต้นไม้ สนามหญ้า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประเมินความเสียหายมากน้อยเพียงใด
พล.ต.ต.สุคุณกล่าวว่า เรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้อง 16 คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุม การโฆษณาชักชวนคนมาร่วมการชุมนุม และปราศรัยบนเวที เข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันจัดให้ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งคาดว่าเมื่อรวบรวมความผิดได้ชัดเจนแล้ว &amp;nbsp;จะเริ่มออกหมายเรียกให้ผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนกรณีบุกรุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เบื้องต้นยังไม่พบมีการแจ้งความให้ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่ น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ และนายพริษฐ์ ในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีการปราศรัยบนเวทีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยนำหลักฐานเอกสารข่าว ไฟล์ภาพและเสียงการปราศรัยบนเวทีของบุคคลทั้งสามมาประกอบการแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็เดินทางเข้ามายัง สน.ชนะสงครามเพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.พรรคไทรักธรรม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในข้อหาร่วมชุมนุมในสถานที่ห้ามชุมนุม จากกรณีที่มีภาพของทั้ง 3 คนปรากฏระหว่างการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ โดยแสดงตัวด้วยการชูสามนิ้วในสถานที่ห้ามชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 23 ก.ย.จะยื่นประธานรัฐสภาเพื่อขอให้สอบจริยธรรมของ ส.ส.ทั้ง 3 คนด้วย เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นมีการโจมตีให้ร้ายต่อสถาบันอย่างต่อเนื่อง โดยส่อไปถึงการล้มล้างการปกครอง ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 3 คนมีพฤติกรรมร่วมสนับสนุน โดยกำลังให้ทีมกฎหมายตรวจสอบอยู่ว่าจะยื่นศาลเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองของทั้ง 3 คนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า &amp;quot;ต่อไปไม่ชู 3 นิ้วแล้ว เพราะผิดกฎหมาย งั้นชู 1 นิ้วพอ ถ้าอยากยุบพรรคยุบไปเลย จะได้ลงถนนเต็มตัว เจอกัน จำชื่อไว้เต้ พระราม 7 สะกดคำว่ากลัวไม่เป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งได้นัดนายอานนท์, นายพริษฐ์, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่, &amp;nbsp;น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ &amp;nbsp;ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มาส่งตัวพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสำนวน ในคดีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง กรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อ 20 &amp;nbsp;ก.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างเดินทางมายังสำนักงานอัยการฯ นายพริษฐ์ได้คุยกับนายอานนท์ขณะเจอหน้าว่า &amp;quot;ของเราหายแล้วนะ&amp;quot; ซึ่งหมายถึงหมุดคณะราษฎร 2563 ได้ถูกถอนออกไปจากสนามหลวงแล้ว และให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฎร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการแจกไฟล์แบบหมุดคณะราษฎร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมนำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปัก ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุง สำหรับหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่แกนนำได้อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมณ์และข้อเรียกร้องแล้ว
หวังถอดถอนนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวต่อไปว่า หนังสือข้อเรียกร้องไม่ได้กำหนดเวลาของคำตอบที่ได้ เชื่อว่าจากข้อเรียกร้องทั้งหมดในส่วนประเด็นการถอดถอนนายกฯ น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะขณะนี้นายกฯ &amp;nbsp;ขาดเสถียรภาพทางการเมือง ถูกทอดทิ้งทางการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนายกฯ จะลาออกก็ควรนำคนที่รับใช้ทั้งหมดออกไปด้วย ส่วนการชุมนุมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.63 ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอก ส่วนตัวไม่ทราบเวลา แต่ทราบว่าสาเหตุที่ต้องมีการชุมนุมวันดังกล่าว เพราะรัฐสภามีการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องมีการแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนตั้งใจต้องการให้เกิดการแก้ไข และป้องกันการเพิกเฉยหรือทำให้ญัตติตกลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกิจกรรมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า อยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้หยุดงาน เพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาล จะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือออกไปเที่ยวก็ได้ทั้งหมด ส่วนแกนนำจะมีการจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยหารือร่วมกันซึ่งจะมีความชัดเจนต่อไป ส่วนประเด็นการเอาผิดทางกฎหมายกับแกนนำนั้น สนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีต ทั้งการเล่น การพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมที่แสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง ในอดีตที่ผ่านมาก็หลายครั้ง แต่มาในรัฐบาลนี้กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว และปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชน อีกทั้งปูนที่กลุ่มแกนนำมีการเจาะเพื่อฝังหมุดคณะราษฎร ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ เพราะปูนเพิ่งเทมาเพียงสามปี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กลุ่มแกนนำกลับมองว่าตัวหมุดคณะราษฎร 2563 น่าจะเป็นศิลปวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกผม เพราะถือเป็นศิลปวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต เป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ&amp;quot; นายพริษฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการในครั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งไม่ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากโทษและข้อหาที่แจ้งต่อกลุ่มแกนนำไม่ได้มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาอีกว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้นัดส่งสำนวนเห็นควรฟ้องพร้อมตัวผู้ต้องหาอีกสำนวน ประกอบด้วย น.ส.สุวรรณา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, &amp;nbsp;นายชาติชาย แกดำ, นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ และนายณรงค์ ดวงแก้ว ผู้ต้องหาในคดี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ จากการเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีร่วมกิจกรรม &amp;quot;เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย&amp;quot; บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการส่งสำนวนในคดีชุดของนายอานนท์และชุดของ น.ส.สุวรรณาแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง 3 ได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีของผู้ต้องหาทั้งหมดไปวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันครบกำหนดผัดฟ้องฝากขัง เนื่องจากเพิ่งได้รับสำนวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หนทางอีกยาวไกล ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลได้รับความชำรุดน้อย เนื่องจากเป้าในการเคลื่อนไหวที่ชู 10 ข้อไม่ได้พุ่งเล่นงานรัฐบาล ขณะเดียวกันเป้าหมายนั้นไม่ได้ง่ายในทางปฏิบัติ และถ้ายิ่งเคลื่อนไหวรุกมากขึ้นก็จะยิ่งเกิดกระแสตีกลับเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บอกมาแต่ต้นว่าสนับสนุน 3 ข้อ ไม่เอา 10 ข้อ มีหลายคนไม่พอใจ แต่ถ้ามองปรากฏการณ์ยาวๆ แล้ว ถึงที่สุดปลายทางต้องเจอกับอะไร เชื่อมั่นว่าถ้าเอาการต่อสู้ใน 3 ข้อ กระแสจะแรงมากที่สุด เพราะประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเลือกเส้นทาง 10 ข้อ แม้เป็นเสรีภาพการตัดสินใจ แต่ระยะเวลาเดินต่อไปนั้นจะถูกกล่าวโทษร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีหลากหลายเรื่องราว&amp;rdquo; นายจตุพรระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78186</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สิระ เจนจาคะ, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab4bd9c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอตุลย์&#039; แจ้งดำเนินคดี &#039;อานนท์-เพนกวิน-รุ้ง&#039; ผิดมาตรา 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.63 - ที่ สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี แจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ให้ดำเนินคดีต่ความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 กรณีการปราศรัยบนเวทีชุมนุม &amp;quot;19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร&amp;quot; โดยนำหลักฐานเอกสารข่าว ไฟล์ภาพและเสียงการปราศรัยบนเวทีของบุคคลทั้งสามมาประกอบการแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ได้มาแจ้งความเอาผิด น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน หลังเอ่ยถึงสถาบัน ด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน เป็นการดูหมิ่นสถาบัน เพราะคนไทยทั้งหลายต่างไม่รู้สึกสบายใจ ตนไม่ได้อยากให้บุคคลมั้งสามต้องติดคุก แต่ก็คาดว่าจะขอให้ได้รับการอภัยโทษตามกฎหมาย ตนไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก หากไม่เห็นด้วยกับนายกฯ รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องการเมืองก็เรียกร้องได้ เอามานั่งถกเถียงกันได้ ถือเป็นสิทธิ์ของพวกเขา เว้นแต่เรื่องสถาบัน ขอร้องอย่าปราศรัยเรื่องนี้ผ่านสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไตร่ตรองอย่างหนักแล้วว่าการแจ้งความครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งบุคคลทั้งสาม เพราะกฎหมายนั้นมีไว้เพื่อความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสถาบัน แม้การใช้สถานที่ชุมนุมที่ไม่เหมาะสมก็เข้าข่ายความผิด ม.116&amp;rdquo; นพ.ตุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ร้องทุกข์พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78116</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธรรมศาสตร์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, ม็อบ19กันยา, สนามหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f684d698c96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
