<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอทวี&#039; เผยวัคซีนซิโนแวค-แอสตราเซเนกา อยู่ในเกณฑ์ทั่วโลกยอมรับ ป้องกันเสียชีวิต-ลดผู้ป่วยไอซียู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ แถลงถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า การฉีดวัคซีนเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรค ในอดีตจะต้องใช้เวลาวิจัย 5-10 ปีก่อนนำมาใช้ แต่ในการระบาดโควิด-19 ใช้เวลาเพียง 10 เดือน โดยเป็นการอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ที่จะต้องเฝ้าระวังมากกว่าปกติ เช่น สังเกตอาการ 30 นาที หลังฉีดทันที และรายงานผลในช่วงวันที่ 1, 3, 7 และ 30 วันหลังฉีด แม้วันนี้ผู้ติดเชื้อลดลงเหลือ 1,800 ราย แต่การฉีดวัคซีนยังต้องดำเนินต่อไป เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนต่อสู้กับโรคนี้ที่ยังต้องต่อสู้อีกยาวนานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังมีวัคซีนชนิดอื่นเข้ามา แต่จะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยคณะผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10 คน ประเทศไทยฉีดวัคซีนรวมสะสม 1.3 ล้านโดส หรือ ร้อยละ 1.7 ของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี กล่าวว่า ประเด็นประสิทธิภาพวัคซีน 1.วัคซีนซิโนแวค เทคโนโลยีเชื้อตายใช้กระบวนการผลิตดั้งเดิม มีความปลอดภัย ที่ยอมรับได้ โดยข้อมูลจากบราซิลตีพิมพ์ว่าหลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 14 วัน สามารถป้องกันโรคได้เกือบ ร้อยละ 50 และเมื่อฉีดเข็มที่ 2 ก็ป้องกันได้สูงขึ้นมากกว่า ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2.วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ (viral vecter) ใช้เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ตัดตอน ไม่สามารถแพร่ขยายจำนวนได้ ฝังเข้าไปให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน การศึกษาพบว่า การฉีดเข็มที่ 1 ครบ 3 สัปดาห์ จะเริ่มป้องกันโรคได้ ร้อยละ 71 หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี ยังกล่าวอีกว่า วัคซีน 2 ชนิดที่ฉีดในขณะนี้ไม่ต่างกันมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ทั่วโลกยอมรับ มีประสิทธิภาพที่ดี สำหรับคำถามว่าจะรองรับเชื้อกลายพันธุ์ได้หรือไม่ วัคซีนซิโนแวค ประเทศจีนศึกษาวิจัยนำน้ำเหลืองของผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค วัคซีนซิโนฟาร์ม และน้ำเหลืองของผู้ป่วยที่หายแล้ว มาจัดการกับไวรัส ซึ่งสามารถทำได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าไม่ดีเทียบเท่ากับเชื้อดั้งเดิม ส่วนวัคซีนแอสตร้าฯ กับสายพันธุ์อังกฤษที่ระบาดเยอะในบ้านเรา ก็สู้กับเชื้อได้ประมาณเกือบ ร้อยละ 70 แต่สู้ได้ถึงร้อยละ 81 กับสายพันธุ์ดั้งเดิม จึงสรุปได้ว่าวัคซีนที่เรามีอยู่ในมือ ยังรับมือเชื้อกลายพันธุ์ได้แต่อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่ากับสายพันธุ์ดั้งเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั่วโลกขณะนี้มีวัคซีนที่ทดสอบในคนระยะที่ 3 สำเร็จและกำลังจดทะเบียน ประมาณ 13-15 ตัว ทุกตัวมีผลในการป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันอาการรุนแรงของโรค ลดการนอนไอซียูและการใส่ท่อช่วยหายใจได้เกือบ 100% จึงเป็นหัวใจว่าวัคซีนนั้นต้องการต่อสู้กับความรุนแรงของโรค โดยผู้ป่วยในไอซียู 1 รายจะต้องใช้ทรัพยากรทั้ง บุคคล ยา เวชภัณฑ์มหาศาล ฉะนั้น เมื่อมีจำนวนผู้ป่วยมาก การแพทย์กังวลที่สุดคือผู้ป่วยไอซียู แต่ขณะนี้เรายังรับมือได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นความปลอดภัยของวัคซีน พบว่าวัคซีนซิโนแวคมีผลข้างเคียงน้อยกว่าวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าจะมีประมาณ ร้อยละ 20-30 พบอาการปวด บวม แดงร้อน ปวดร่างกายหลังฉีด แต่จะหายไปภายใน 2 วัน ส่วนกรณีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พบอาการหลังฉีดวัคซีนคล้ายอัมพฤกษ์ชั่วคราว ความจริงแล้วจากการวิเคราะห์พบว่า เป็นผลข้างเคียงจากความวิตกกังวล รวมถึงความอ่อนเพลียจากการทำงาน ซึ่งอาการหายภายใน 3 วัน ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า มีผลข้างเคียงที่คล้ายกัน เช่น ปวดศีรษะ ปวดร่างกาย แดงร้อน ซึ่งเกิดขึ้นสูงถึง ร้อยละ 40-50 แต่หายภายใน 48 ชั่วโมง ส่วนกรณีลิ่มเลือดอุดตันที่พบในต่างประเทศ เกิดขึ้นได้ 4 ใน 1 ล้านโดส และพบน้อยในกลุ่มคนทวีปเอเชีย แต่การศึกษาพบว่า หากเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ได้ 125,000 ต่อ 1 ล้านคนที่ป่วย ซึ่งสูงกว่าการเกิดจากวัคซีนเป็นร้อยเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วัคซีนสามารถฉีดได้ทุกตัว ตัวไหนก็ดี แต่ก่อนฉีดก็จะต้องรับข้อมูลต่างๆ ให้พร้อมเพื่อสร้างความพร้อมก่อนฉีด สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนที่ฉีดวัคซีนจะป้องกันตัวเอง ป้องกันครอบครัวได้ เพราะการระบาดรอบนี้มีการติดเชื้อภายในครอบครัวเยอะทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต และสุดท้ายคือ ป้องกันการระบาดได้ เพื่อให้เราค่อยๆ แง้มประตูเปิดประเทศ ทำให้เราค่อยๆ กลับมาใช้วิถีชีวิตได้ปกติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ทวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี กล่าวว่า สำหรับกรณีหญิงตั้งครรภ์ มีข้อมูลออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิด-19 จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ติดเชื้อโควิดถึง 22 เท่า ดังนั้น ประเด็นการฉีดวัคซีนให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน โดยผู้รับจะต้องชั่งน้ำหนักผลดีและผลเสียเอง โดยข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาว่า หญิงตั้งครรภ์ 35,000 คน ที่ได้รับวัคซีน ไม่ค่อยมีผลต่อครรภ์ แต่อาจจะมีผู้ที่คลอดก่อนกำหนดบ้างเล็กน้อย โดยขณะนี้เรายังไม่ฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์แต่หากมีความเสี่ยงก็จะพิจารณาฉีดได้ซึ่งจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์&amp;rdquo; นพ.ทวี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, นายกสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งประเทศไทย, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608aa0664c3b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์เตือน! ดารา-คนใกล้ตัว&#039;แมทธิว&#039;ที่ไม่พบเชื้อยังต้องกักตัวต่ออีก14วัน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่นักแสดงหนุ่ม &amp;quot;แมทธิว ดีน&amp;quot; ออกมาประกาศว่าติดโควิด-19 ล่าสุดวันนี้ ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน ก็ออกมาประกาศว่าตนเองติดไวรัสโควิด-19 จากสามีเช่นกัน โดยคาดว่าแมทธิวติดเชื้อไวรัสดังกล่าวมาจากสนามมวยลุมพินี ที่ตอนนี้แม้แต่เซียนมวย นายทหารระดับผู้ใหญ่ก็ติดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด รายการโหนกระแสวันนี้ (16 มีนาคม) ได้เปิดใจสัมภาษณ์ &amp;quot;รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์&amp;quot; ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ รวมถึงลูกชาย &amp;quot;ดร.นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์&amp;quot; โฆษกกรมสุขภาพจิต ถึงเรื่่องราวของไวรัสเจ้าปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ทวี เผยว่า &amp;quot;ลีเดียประกาศว่าเธอติดโควิด-19 จากสามี เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ เพราะอยู่ในครอบครัวเดียวกัน มีความใกล้ชิดกัน ส่วนลูก อันดับแรก พอแม่รู้ว่าพ่อเป็นเขาก็รีบใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp; อันนี้เป็นการป้องกันชั้นนึง สองลูกยังเป็นเด็กเล็กอยู่ เด็กจะไม่รู้จักแคะแกะเกาหน้า สามด้วยธรรมชาติของโรคในเด็ก ถ้าติดจะไม่มีอาการ อันนี้การศึกษาจากประเทศจีน ว่าเด็กมีโอกาสเป็นได้น้อย และที่คุณลีเดียประกาศว่าน้องดีแลนไม่ได้ติด แต่น้องเดมี่ยังไม่มีการตรวจ เพราะกลัวพาไปเจอเชื้อโรคต่างๆ จริงๆยังต้องรอจนกว่าจะพบ 14 วัน ถ้า 14 วันอาจต้องตรวจซ้ำ แต่ส่วนใหญ่ในเด็กไม่ค่อยมีอาการอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่อยู่ใกลุ่มเสี่ยงอย่างคุณม้า คุณกาละแมร์ ดีเจนุ้ย คุณหนูเล็ก คุณอาร์ต พศุตม์ ไปอยู่ใกล้กัน หรือคนที่ไปสนามมวย ไปตรวจแล้ววันนี้ไม่เจอ ต้องรอดูอาการอีก 14 วันข้างหน้า ถ้าเผื่อว่าเชื้อติด มันเริ่มแสดงอาการ เช่น ปวดเมื่อยตามตัว เป็นไข้ เจ็บคอ สมมติคนที่เจอคุรแมทธิวให้นับจากวันที่ใกล้ชิด นับจากวันนั้นไป 14 วัน คุณม้า อรนภา ไปเจอวันอังคาร วันศุกร์ไปตรวจ เท่ากับอังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ สามวันมีโอกาสเจอเชื้อแต่ที่เจอบ่อยที่สุดคือประมาณ 5-7 วัน สามวันที่ไปตรวจอาจยังไม่เจอ แต่อาจไปเจออีก 7 วันข้างหน้าก็ได้ เพราะฉะนั้นถึงต้องให้เก็บตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน ถ้า 14 วันแข็งแรงดี ก็จบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดที่ทำให้หลายคนติดคือสนามมวยลุมพินี อย่างคุณแมทธิวเป็นพิธีกรกับคุณพินิจ พลขัน หรือ มิสเตอร์ป๋อง ก็ติดเชื้อ ยังมี พลตรีราชิด อรุณวงษ์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกก็ติดเหมือนกัน หลายคนก็ติด คือจะไปบอกว่าติดกันบนเวทีนี้อย่างเดียวไม่ได้ เขาอาจลงไปข้างล่าง และข้างล่างไปอยู่กับใคร อันนี้ไม่ได้แปลว่าเขาติดกันบนนี้ มันมีอย่างอื่นด้วย ตอนนี้เราไม่รู้ว่าคนไหนเป็น ที่สำคัญคือเราไม่รู้ ตอนช่วงที่เขาเชียร์มวย ใส่หน้กากไหม เวลาเชียร์จะเงียบๆหงิมๆก็ไม่ได้ ต้องเต็มที่ ต้องใส่อารมณ์ ต้องเสียงดัง โอกาสแพร่ไปรอบข้างก็ได้หมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งถ้าเป็นสถานที่ไม่มีอากาศถ่ายเท แออัด มีโอกาสแพร่มากกว่าปกติ ผมว่าอาจจะมากกว่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้ เราเคยเห็นที่เป็นกลุ่มก้อน อยู่ในระหว่างเฝ้าระวังต่อ ยังไม่ครบ 14 วัน มันก็จะโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ กลุ่มก้อนใหญ่นี้กำลังกำลังติดตาม กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักระบาดเขาส่งคนเข้าไปติดตาม ในกรณีคนไปสนามมวยในวันนั้น สมมติออกจากสนามมวยแล้วไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหาร และไปช้อปปิ้ง เขาเกิดจาม ละอองอยู่บนพื้นผิว แล้วคนไปติดแล้วมาขยี้ตา อันนี้ยังไม่ติดครับ เพราะคนเพิ่งไปติดสนามมวย เชื้อต้องเข้าร่างกายเขาและฟักตัว ซึ่งระยะฟักตัวเฉลี่ยแล้ว 5-7 วัน ที่เขาเพิ่งได้รับเชื้อมา 1 ชั่วโมงแล้วแพร่เลยไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เขาบอกว่ามันเริ่มติดระยะฟักตัว ยังครับ ไม่ครับ ฟักตัวคือกำลังก่อปัญหาอยู่ ยังไม่ได้ก่อโรค ต้อง 5-7 วันที่ผมพูดถึง อาการโรคมาก-น้อยแล้วแต่บุคคล กลุ่มก้อนนี้เราจะสังเกตว่ามันจะโผล่มาช่วง 12-13 วัน ระยะฟักตัวส่วนใหญ่เฉลี่ย 5-7 วัน พอดีเลย เดี๋ยวต้องตามต่อ ใครเป็นไม่เป็นต้องตามต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่อยู่ในชุมชนแออัด อากาศถ่ายเทไม่ค่อยดี เมื่ออากาศถ่ายเทไม่ค่อยดี เวลามีใครไอจามจะมีการหมุนเวียนอยู่ในนั้น มาติดอยู่แถวหน้าเราได้ เพราะเราอยู่ในรัศมี 1-2 เมตร แต่ถ้าคนอยู่ท้องไร่ท้องนา กว่าจะมีคนผ่านมาสักคนก็ยาก มันอยู่ที่ว่าชุมชนเมืองมันใล้ชิด มันแน่น ชุมชนที่อยู่ชนบท บ้านเขาห่างไกล ลมพัดแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ช่อง3 มีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหมดแล้ว ถ้าถามว่ามีโอกาสมีเชื้อหลงเหลืออยู่ไหม มีได้แต่ยาก คุณจะให้รัฐรับประกันว่าไม่มีเชื้อเลยค่อนข้างยาก แต่ลองดู มันจะหลบอยู่ตรงไหน ตรงเย็นๆ เป็นมุม เขาก็จะอยู่ตามพื้น เวลาเชื้อเข้าก็เข้าจมูก ฉะนั้นสิ่งพาเชื้อเข้าคือนิ้วมือ งานของคุณไปจับพวกนี้หรือเปล่า ตามโต๊ะคุณคงเช็ดเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างถ้ามือไม่ได้พามา หน้าเราจมูกเราไม่ได้ไปกับพื้น เราก็ปลอดภัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน อ.วรตม์ เสริมทิ้งท้ายว่าอย่าไปตื่นตระหนก สุดท้ายแล้วเราควบคุมสิ่งที่เราควบคุมได้ สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ก็เผชิญหน้ากับมัน ถ้าเราจะควบคุมทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ เราควบคุมได้คือดูแลตัวเอง อย่าไปจับหน้า กินร้อนช้อนกลาง&amp;nbsp; นี่คือสิ่งที่เราควรทำ ช้อนกลางส่วนตัวแต่ละคนควรมีช้อนส้อมและช้อนกลางส่วนตัว ไม่ต้องไปตักกับ แล้วพกเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือก่อนทานอาหาร เข้าไปที่คนเยอะๆก็ใส่หน้ากากอนามัย เราดูแลตัวเองดีที่สุด สุดท้ายก็จะลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม lydiasarunrat&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59954</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ, ดร.นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์, นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์, นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์, สนามมวยลุมพินี, แมทธิว  ดีน, โควิด-19, โฆษกกรมสุขภาพจิต, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f657330d43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทย&#039;เซ่นโควิด-19 ชายวัย35ปีพันกรุ๊ปทัวร์จีน/สธ.เร่งถอดบทเรียน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยพบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 เสียชีวิตรายแรก เป็นชายวัย 35 ปี มีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มทำทัวร์จีน ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ก่อนพบติดเชื้อโควิด-19 ให้ยาต้านไวรัสที่ดีที่สุด แต่สภาพปอดที่เสื่อม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานหนักจึงสุดยื้อชีวิต &amp;quot;สธ.&amp;quot; เตรียมถอดบทเรียน &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; แสดงความเสียใจ เร่งทำความสะอาดทำเนียบฯ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จี้รัฐบาลทบทวนเปิดรับนักท่องเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;หรือโควิด-19 ว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ผู้ป่วยรายนี้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ต่อมามีการติดเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเอกชน รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ทำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่ดีที่สุด ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 16 ก.พ.2563 หลังจากรักษาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ด้วยสภาพปอดที่เสื่อมแต่เดิม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานหนัก ทำให้อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลว (Multiorgan failure) จึงเสียชีวิตในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากตรวจไม่พบเชื้อแล้ว ดังนั้นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตจะเกี่ยวกับโควิด-19 หรือไม่ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป&amp;quot; นพ.สุวรรณชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า หลังจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. เน้นย้ำให้มีการเฝ้าระวังและการแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ กรณีพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งจะต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง หากฝ่าฝืนจะมีความผิด โดยปรับไม่เกิน 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข่าวการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสุนัข อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ยังไม่มีรายงานในประเทศไทยแต่อย่างใด อยู่ระหว่างเฝ้าระวังและค้นหาข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม ขอแนะนำให้เจ้าของผู้ดูแลสุนัขรักษาความสะอาดของทั้งผู้เลี้ยงและสุนัข และหมั่นล้างมือบ่อยๆ หลังสัมผัสสุนัข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านได้ 2 ราย รายที่ 1 เป็นชายชาวจีน อายุ 33 ปี รายที่ 2 เป็นเด็กหญิงไทย อายุ 3 ขวบ ทั้งคู่รักษาอยู่สถาบันบำราศนราดูร ในส่วนผู้ป่วยอาการหนักที่เหลือ 1 ราย ที่มีการติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย ตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปในขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 30 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-29 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,953 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 92 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 2,861 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 1,748 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,205 ราย&amp;quot; นพ.สุวรรณชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่เสียชีวิต อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากผู้ป่วยชายไทย ลักษณะของตัวปอดอักเสบได้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) 2 คอร์ส โดยคอร์สหนึ่งทานยาประมาณ 5 วัน เมื่ออาการดีขึ้นแต่ยังคงมีอาการไอ จากนั้นให้คอร์สที่ 2 ต่ออีก 5 วัน ปรากฏว่าหายดีจึงให้กลับบ้านแล้ว และวันนี้ได้ย้ำว่าไม่มีการปิดข่าวและการแถลงทุกวัน
ถอดบทเรียนผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวเพิ่มเติมถึงผู้ป่วยที่เสียชีวิตว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เริ่มป่วยเป็นไข้เลือดออกตั้งแต่ 27 ม.ค. และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จนตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 5 ก.พ. และส่งต่อมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูรเป็นเวลาร่วม 1 เดือน โดยได้รับยาต้านไวรัสและน้ำเหลืองจากผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 รวมถึงใช้เครื่องช่วยหายใจและเครื่องพยุงปอด ให้ยาทุกอย่าง จนตรวจไม่พบเชื้อเมื่อ 16 ก.พ. และยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องวิกฤติไอซียู เนื่องจากอวัยวะภายในถูกทำลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศลำดับที่ 10 ของการมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ ไม่นับจีนและฮ่องกง คือไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และไทย&amp;quot; ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้มีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ทำทัวร์จีน แพทย์พยายามให้การรักษาช่วยการฟื้นตัวโดยใช้ปอดเทียมพยุง หรือเครื่องเอ็กโมมาพยุงไว้แล้ว แต่โชคร้ายที่ผู้ป่วยรายนี้เนื้อเยื้อปอดที่ถูกทำลายหนัก ไม่สามารถซ่อมแซมได้ทัน จึงเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งจะมีการถอดบทเรียนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการจัดการศพของผู้เสียชีวิตรายนี้ ย้ำว่าศพไอจามไม่ได้ จึงไม่แพร่เชื้อ ขออย่าวิตกกังวล โรงพยาบาลมีระบบจัดการตามมาตรฐาน&amp;quot; ที่ปรึกษากรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงความเสียใจกรณีชายไทยอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสองของผู้ป่วยที่มีอาการหนักก่อนหน้านี้ได้เสียชีวิตลงโดยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และต่อมามีการติดเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเอกชนไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร จนตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 มากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากรักษาเกือบ 1 เดือน ด้วยสภาพปอดที่เสื่อมแต่เดิม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานหนัก ทำให้อวัยวะภายในหลายอย่างล้มเหลวจึงเสียชีวิตในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าระบบสาธารณสุขและการรักษาของคณะแพทย์ไทยมีมาตรฐานระดับสูง ขณะนี้มีสถิติการรักษาผู้ป่วยหายแล้ว 30 ราย จากยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต 1 รายนี้ จะเกี่ยวกับโควิด-19 หรือไม่ จะเร่งตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีฝากให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และขอความเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ที่สำคัญได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และขอความร่วมมือคนไทยป้องกันตนเองและผู้อื่น ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการและประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ให้เฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่หรือคณะแพทย์ หากเข้าข่ายต้องสงสัยว่าป่วย เช่น เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
จี้คุมนักท่องเที่ยว ปท.เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ระบุเป็นพนักงานขายสินค้าว่า บริษัทได้ตรวจสอบพบว่าเป็นพนักงานส่งเสริมการขายสินค้าของบริษัทคู่ค้า ที่มีสินค้าจำหน่ายในสาขาศรีวารี ซึ่งเมื่อทราบว่าเป็นไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ทางบริษัทจึงปิดให้บริการสาขาศรีวารีเป็นต้นมา และให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่ทำงานที่สาขาศรีวารีเป็นที่เรียบร้อยในวันเดียวกัน จากนั้นก็ดำเนินการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) รายงานได้ทำการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก และผู้โดยสารภายในประเทศขาออกจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 105,677 คน พบผู้โดยสารและลูกเรือที่มีอาการเข้าได้ข่ายเฝ้าระวัง จำนวน 3 ราย รายแรกเป็นผู้ป่วยชายชาวอินเดีย อายุ 39 ปี เดินทางมาจากโตเกียว, รายที่ 2 ผู้ป่วยชายชาวเยอรมัน เดินทางมาจากสิงคโปร์ และผู้ป่วยหญิงชาวญี่ปุ่น อายุ 21 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล กองสถานที่ ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้ดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจัดวางเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคทุกทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล และร่วมกับกองกำกับการ 4 &amp;nbsp;เขิญชวนให้ผู้ผ่านเข้า-ออกใช้เจลล้างมือ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคทุกอาคาร อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคหลังเลิกงานทุกวันทำการ โดยเฉพาะจุดเสี่ยง เช่น ลูกบิดประตู มือจับ ราวจับ ลิฟต์ สุขภัณฑ์ และบานประตู รวมทั้งจัดให้มีพ่นละอองสารกำจัดเชื้อโรคตามความเหมาะสม และกรณีมีการจัดงานที่ตึกสันติไมตรี เน้นย้ำ/ขอความร่วมมือ หน่วยงานที่จัดงาน ขอให้มีการวัดไข้ และติดสติกเกอร์ผู้ผ่านการวัดไข้ ตลอดจนการจัดเจล/สเปรย์ ล้างมือฆ่าเชื้อโรค ให้ผู้มาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถึงเวลาประเทศไทยทบทวนการปล่อยผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงเข้าประเทศได้อย่างไม่จำกัด คัดกรองไม่ได้แล้วหรือยัง มาตรการของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดโดยเฉพาะการแพร่เข้ามาจากต่างประเทศยังหละหลวมมาก ส่วนมาตรการรับมือทั้งระบบก็ควรได้รับการทบทวนดังที่ WHO ก็เพิ่งแนะนำประเทศต่างๆ แต่ทำไมต้องปล่อยให้คนเดินทางจากประเทศเสี่ยงเข้าไทยได้อย่างไม่จำกัด คัดกรองไม่ได้ และไม่ต้องกักตัว&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นายกฯ พูดในสภาคือควบคุมได้ ส่วน รมต.สาธารณสุขบอกว่าต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เขาคงไม่เปลี่ยนนโยบายง่ายๆ ต้องช่วยกันสีซอไปละครับ เขาฟังไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าสีซอกันมากๆ เขาอาจหนวกหูยอมแก้ก็ได้ มาตรการป้องกันรับมือ #coronavirus ของไทยหละหลวม ตามไม่ทันเหตุการณ์ ถ้าสถานการณ์แย่ลงอีกจะรับมือไม่ไหว นอกจากเปิดเสรีให้ผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงเข้าประเทศแล้ว ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือหน้ากากอนามัยที่ไม่มีขายจนบัดนี้&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58607</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bbc6d1d12e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
