<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อ‘โมลนูพิราเวียร์’5หมื่นคอร์ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.ไฟเขียวซื้อยา &amp;quot;โมลนูพิราเวียร์&amp;quot; 5 หมื่นคอร์ส ชง ครม.อนุมัติงบ เคาะฉีดวัคซีนเพิ่ม 15 จังหวัดท่องเที่ยว &amp;quot;WHO&amp;quot; ขึ้นทะเบียนแอสตร้าฯ ที่ผลิตในไทยแล้ว ตั้งโต๊ะแจง &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; ล็อตแรกมา พ.ย. ทยอยส่งสัปดาห์ละ 1-3 แสนโดส รพ.เอกชนย้ำเงื่อนไขคืนเงินไม่ได้ เลื่อน-โอนสิทธิ์แทน อภ.ขู่ซิลลิคฯ ห้ามช้าอีกงัด กม.ฟันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงผลประชุม ศบค. ว่าที่ประชุมเห็นชอบแผนการจัดหายาโมลนูพิราเวียร์ จำนวน 50,000 คอร์ส ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากรอบวงเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศบค.ยังรับทราบแผนการจัดหาวัคซีน โดยตามแผนที่แจ้งมาการนำเข้าวัคซีนตลอดทั้งปี 64 คือ 127 ล้านโดส ซึ่งยังคงเดิมตามแผน ขณะที่เป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดให้ได้อย่างน้อยครอบคลุมประชากรทั้งหมด ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร้อยละ 50 และอย่างน้อยร้อยละ 70 ในหนึ่งพื้นที่ COVID Free Area หรือพื้นที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว หรือเชื่อมโยงจังหวัดเปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตั้งเป้าฉีดครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพิ่มเป็นร้อยละ 80&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยังเพิ่มการฉีดจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวจากเดิม ประกอบด้วย ภูเก็ต, &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า), พังงา (เขาหลัก เกาะยาว), กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์) ที่ตั้งเป้าฉีดระยะที่ 1 ให้ได้ภายในวันที่ 31 ต.ค.64 &amp;nbsp;โดยเพิ่มอีก 15 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ระนอง เชียงใหม่ เลย บุรีรัมย์ หนองคาย อุดรธานี ระยอง และตราด ตั้งเป้าฉีดระยะที่ 1 ให้ได้ภายในวันที่ 30 พ.ย.64 ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 13 ต.ค. ฉีดเพิ่มเติมได้ 583,994 โดส ทำให้ยอดฉีดสะสมรวม 62,579,803 โดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ด้วยว่า สธ.ได้เพิ่มสูตรการฉีดวัคซีนซิโนแวค+ไฟเซอร์, ซิโนแวค+ซิโนแวค กระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า และแอสตร้าเซนเนก้า+แอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นด้วยไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ไทยอีก 1 ล้านโดสว่า การดำเนินการเรื่องนี้ ฝ่ายสหรัฐมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ กระทรวงการต่างประเทศ, สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ และผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีน แต่ทั้ง 3 ฝ่ายของเขายังไม่ได้ประชุมร่วมกัน ดังนั้นเรื่องเอกสารที่มีบางคนเข้าใจว่าฝ่ายไทยยังไม่ได้เริ่ม ถือเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว เพราะกรณีวัคซีน 1 ล้านโดสนี้ไม่มีเรื่องเอกสาร ทั้งนี้ จากการพูดคุยของคณะทำงานไทยและสหรัฐ วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าอาจจะเป็นวัคซีนชนิดอื่นที่ไม่ใช่ของบริษัทไฟเซอร์ โดยฝ่ายไทยและสหรัฐมีการพูดคุยกัน 3 ครั้ง และยังคงมีการประสานงานกันต่อไป โดยฝ่ายสหรัฐตั้งใจไว้ว่าจะดำเนินการเรื่องวัคซีน 1 ล้านโดส ให้เสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งตอนนี้เราต้องรอให้ฝ่ายเขาได้ข้อยุติเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน (EUL) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว ซึ่งการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีผลทันทีและครอบคลุมถึงวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยก่อนหน้านี้ด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. แถลงข่าวออนไลน์เรื่อง &amp;ldquo;ความคืบหน้าการส่งมอบวัคซีนโมเดอร์นา&amp;rdquo; ว่า อภ.ร่วมกับสมาคมรพ.เอกชน ในการทำสัญญาซื้อวัคซีนโมเดอร์นา จากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เป็นตัวแทนถูกต้องจากโมเดอร์นา โดยได้ลงนามมาตั้งแต่ ก.ค. ซึ่ง อภ.ได้เร่งรัดทางบริษัทเรื่อยมา และหวังว่าจะนำเข้าต.ค. แต่กลับต้องล่าช้าเพราะเห็นว่ามีข้อติดขัด หากบริษัท ซิลลิคฯ ไม่สามารถส่งได้ตามกรอบเวลาที่แจ้งล่าสุดในเดือนพ.ย. ทาง อภ.จะต้องพิจารณาว่ามีอะไรผิดสัญญาหรือไม่ หากมีจะให้ทางฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ล็อตที่ 1 สั่ง 3.9 ล้านโดส แต่ปัญหาคือความชัดเจนตารางกำหนดระยะเวลาที่นำเข้ามา ทำให้สมาคม รพ.เอกชนค่อนข้างเหนื่อย หมายความว่าต้องติดต่อลูกค้า 3.9 ล้านคน คำตอบที่ให้กลุ่มลูกค้าจึงต้องมีทั้งเลื่อนการฉีด โอนสิทธิ์ เพราะรัฐบาลให้ฉีดเข็ม 3 ทั้งแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์ ซึ่งเราเห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คำถามที่มาทางกลุ่ม รพ.ถามว่าเลื่อนได้หรือไม่ หรือโอนสิทธิ์ได้หรือไม่ ซึ่งทำได้ ส่วนที่ว่าวัคซีนจะมาเมื่อไหร่ เราตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเราก็ยังไม่ได้วันที่ชัดเจน ซึ่งหลายคนคาดหวังและไม่ยอมฉีดเข็มที่ 3 เพราะรอโมเดอร์นา แต่ส่วนตัวขอให้ไปฉีดเข็ม 3 ก่อน แล้วโมเดอร์นาให้เลื่อนออกไป ทั้งนี้ ในใบจองวัคซีนของลูกค้าเขียนชัดเจนว่าเลื่อนได้ &amp;nbsp;โอนสิทธิ์ได้ แต่ไม่ได้ระบุเรื่องการคืนเงิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภญ.สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย กล่าวว่า ทั้งบริษัท ซิลลิค ประเทศไทย และบริษัทแม่ ตระหนักถึงความกังวลในการนำเข้าวัคซีน แต่ที่ช้า คือติดปัญหาการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน ล่าสุดที่หารือกับโมเดอร์นาคือวัคซีนจะส่งมาให้ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้อย่างแน่นอน และจะทยอยส่งสัปดาห์ละ 1-3 แสนโดส ทุกสัปดาห์จนกระทั่งครบ 1.9 ล้านโดสในไตรมาส 4 และที่เหลือไตรมาส 1 ในปี 2565 ทั้งนี้ ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยการเพิ่มแหล่งผลิตที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย โดยจะเพิ่มแหล่งผลิตในสหรัฐอีกหนึ่งทางเลือก หากทำได้จะนำเข้าวัคซีนได้เร็วมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนองค์กรประชาสังคมที่ทำงานส่งเสริมการเข้าถึงยา ได้ทำหนังสือถึง สธ. เรียกร้องให้ต่อรองราคายาโมลนูพิราเวียร์ที่กำลังจะจัดซื้อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และนำเข้ายาชนิดนี้เดียวกันที่ราคาถูกกว่าเกือบ 50 เท่าจากอินเดียมาใช้แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119767</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., ศบค.ไฟเขียวซื้อยา &quot;โมลนูพิราเวียร์&quot; 5 หมื่นคอร์ส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fefd81c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคอร์ฟิวเหลือ4ชม. เพิ่ม15จว.ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบค. สั่ง &amp;ldquo;ศปก.ศบค.&amp;rdquo; หารือ สธ.เคาะชื่อประเทศจะเข้าไทย 1 พ.ย. พร้อมให้ตั้งศูนย์ส่วนหน้าแก้วิกฤตโควิดด้ามขวาน &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; แจงยอดติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 11,276 ราย สังเวย 112 ราย รองรับเปิดประเทศขยายพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวเพิ่ม 15 จังหวัด จัดเกลี่ยโซนสีใหม่ยกแผง พร้อมขยับเคอร์ฟิวเป็น 5 ทุ่มถึงตีสาม ห้าง-ร้านสะดวกซื้อ-โรงหนัง เปิดได้ถึง 4 ทุ่ม &amp;ldquo;ผับ-บาร์&amp;rdquo; ให้อาบน้ำแต่งตัวรอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ครั้งที่ 16/2564 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน&amp;nbsp;
หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกรองนายกฯ รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน มาร่วมยืนแถลงข่าวด้วย โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญที่อยากประกาศในวันนี้คือเรื่องได้แถลงการณ์เรื่องเตรียมการเปิดประเทศในเดือน พ.ย.นี้เป็นต้นไป และมาตรการผ่อนคลายในเดือน ธ.ค.นี้ โดยมีหลายเรื่องที่นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ศบค. สำหรับรายชื่อประเทศที่จะเข้ามาในไทยโดยไม่ต้องกักตัวนั้น จะต้องกำหนดมาตรการและเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน และขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ผมยืนท่ามกลางภาครัฐและเอกชน วันนี้ผมและพวกเราอยากขอความร่วมมือจากประชาชนว่า เรื่องนี้อย่างน้อยจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยให้ประชาชนหลายๆ ส่วนน่าจะได้เริ่มกลับมาทำมาหากิน กลับมาตั้งตัวได้ดีอีกครั้ง ซึ่งเราต้องมีความพยายามในการดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เข้ามาในไทยมากขึ้น ให้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศไทย และดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับที่หลายๆ ประเทศกำลังทำอยู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงผลประชุม ศบค. ว่าในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 14 ต.ค.ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 11,276 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,487 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 10 ,413 ราย, &amp;nbsp;มาจากการคัดกรองเชิงรุก 677 ราย, อยู่เรือนจำ 134 ราย, เป็นผู้โดยทางมาจากต่างประเทศ 52 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,751,704 &amp;nbsp;ราย มีผู้หายป่วยเพิ่มเติม 10,407 ราย ผู้หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,625,750 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 107,925 ราย อาการหนัก 2,890 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 675 ราย เสียชีวิต 112 ราย ทำให้ผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ 2563 จำนวน 18,029 ราย โดยที่ประชุมมีความเป็นห่วงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงตัวเลขเพิ่มสูง โดย พล.อ.ประยุทธ์ระบุให้ ศปก.ศบค.ส่วนหน้าค่อยบัญชาการนำไปสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้การควบคุมโรคเห็นผลภาพเดียวทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้หารือแผนการรองรับการเปิดประเทศ ตามที่นายกฯ ได้ออกแถลงการณ์ที่เอ่ยชื่อมา 5 ประเทศที่เข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัวไม่จำกัดพื้นที่คือ อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, สิงคโปร์ และจีน ซึ่งที่ประชุมยังไม่ได้ระบุประเทศเพิ่มเติม แต่มอบหมายให้ ศปก.ศบค.ไปพิจารณาร่วมกับ สธ.ต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ยกเลิกการกำหนดประเทศดินแดนความเสี่ยงของสถานการณ์โควิด-19 เนื่องการจัดกลุ่มประเทศต่างๆ เป็นเรื่องเดิม ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว&amp;nbsp;
15 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเปิดประเทศว่า หากเปิดประเทศแล้วต้องมีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวโดยเป็นพื้นที่สีฟ้าที่ จ.ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, เกาะสมุย, เกาะเต่า, เกาะพะงัน, พังงา และกระบี่ ดังนั้นต้องขยายพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวรองรับเพิ่มเติมในช่วง 1-30 พ.ย. จะขอเพิ่มอีก 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ (สนามบินสุวรรณภูมิ), กระบี่ (ทั้งจังหวัด), พังงา (ทั้งจังหวัด), ประจวบคีรีขันธ์ (ตำบลหัวหิน หนองแก), เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ), ชลบุรี (พัทยาอำเภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ เกาะสีชัง อำเภอศรีราชา), ระนอง (เกาะพยาม), เชียงใหม่ (อำเภอเมืองฯ แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า), เลย (เชียงคาน), บุรีรัมย์ (เมือง), หนองคาย (เมืองฯ ศรีเชียงใหม่ ท่าบอ สังคม), อุดรธานี (เมืองฯ นายูง หนองหาน ประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี บ้านดุง), ระยอง (เกาะเสม็ด) และตราด (เกาะช้าง) &amp;nbsp;และในเดือน ธ.ค. จะปรับพื้นที่สีฟ้าอีก 16 จังหวัด อาทิ เชียงราย, แม่ฮองสอน, ลำพูน, แพร่ และสุโขทัย เป็นต้น โดยจังหวัดเหล่านี้จะต้องเข้าที่ประชุม ศปก.ศบค.อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับแผนการเปิดประเทศแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ ต้องมีกลยุทธ์ต่างๆ ที่ประชุมจึงได้สั่งให้จัดทำแผนกลยุทธ์เสนอ ศบค.ให้อนุมัติภายใน 2 เดือนหลังจากนี้ และถ่ายทอดไปทุกหน่วยงานและดำเนินการตามแผน โดยวันที่ 1-30 พ.ย. จะดำเนินการตามแผนระยะที่ 1 ระยะที่ 2 เดือน ธ.ค. จะดำเนินการต่อเนื่อง และทำการประเมิน และระยะที่ 3 เดือน ม.ค.65 ก็จะผลักดันกลยุทธ์ดังกล่าวต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการปรับพื้นที่ และการปรับมาตรการการป้องกันควบคุมโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม จาก 29 จังหวัด เหลือ 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, จันทบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตาก, นครปฐม, นครนายก, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, นนทบุรี, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี, ปัตตานี, อยุธยา, ยะลา, ระยอง, ราชบุรี, สงขลา, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร และสระบุรี พื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่สีแดง 37 จังหวัด เหลือ 30 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยนาท, ชัยภูมิ, ชุมพร, เชียงราย, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, นครสวรรค์, ประจวบคีรีขันธ์, พัทลุง, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบุรี, มหาสารคาม, ระนอง, ลพบุรี, ศรีสะเกษ, สตูล, สระแก้ว, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์, อ่างทอง, อุดรธานี, อุบลราชธานี, เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม จาก 11 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด ได้แก่ กระบี่, กำแพงเพชร, นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, พะเยา, พังงา, แพร่, ภูเก็ต, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ลำปาง, ลำพูน, เลย, สกลนคร, สุโขทัย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุตรดิตถ์, อุทัยธานี และอำนาจเจริญ
เคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตี 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยนั้น ได้ปรับเวลาห้ามออกนอกเคหสถานเป็นเวลา 23.00-03.00 น. ของวันรุ่งขึ้นอย่างน้อย 15 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในตลาดโต้รุ่ง ตลาดเช้า &amp;nbsp;เพื่อให้ประกอบการและทำมาหากิน กลับมาสู่วิถีชีวิตเดิม และปรับเวลาการเปิดของร้านสะดวกซื้อเป็น 22.00 น. และต้องพิจารณาความเห็นชอบเรื่องการเปิดบริการสวนสนุกและเครื่องเล่น ส่วนกิจการและกิจกรรมอื่น เช่น โรงภาพยนตร์เปิดได้ถึง 22.00 น. แต่เน้นย้ำมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;สถานดูแลผู้สูงอายุ ให้เปิดดำเนินการแบบรับไป-กลับได้ การจัดการประชุม จัดงานตามประเพณีนิยม ได้แก่ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน สามารถทำได้ในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าและโรงแรมได้ แต่ต้องจำกัดจำนวนคน ไม่เกิน 500 คน เว้นระยะห่าง จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุด เพื่อไม่ให้ปนเปื้อน ไม่ให้รับประทานอาหารร่วมกัน ลักษณะที่มีอาหารวางตรงกลางและสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้เวลาจัดงานไม่เกิน 2 ชั่วโมง เปิดได้ปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น. หากเป็นกรณีเกิน 50 คน ให้ขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. ส่วนขนส่งสาธารณะทุกประเภท จากเดิมที่อนุญาต 75% ให้ปรับเพิ่มได้โดยดูความสามารถในการบรรจุของยานพาหนะ และผ่านการพิจารณาคณะกรรมการควบคุมและกำกับด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทุกพื้นที่ ศูนย์แสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดตู้เกม เครื่องเล่นร้านเกม ที่เล่นรายบุคคลหรือแข่งเป็นคู่ได้ ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ส่วนสวนน้ำ สวนสนุกในทุกพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้เปิด สนามกีฬา อนุญาตให้เปิดบริการได้โดยขยายเวลาถึง 22.00 น.และการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มให้ขยายจำนวนคนได้ โดยปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่เฝ้าระวังตามลำดับคือ จากเดิม 25 เป็น 50, &amp;nbsp;เดิม 50 เป็น 100, เดิม 100 เป็น 200, เดิม 200 เป็น 300 และ 500 ตามลำดับ ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ประชุม ศบค.ยังไม่อนุญาตให้เปิด เป็นเพียงให้เตรียมการไว้ก่อน เช่น เตรียมพื้นที่ให้สะอาด ปลอดโปร่ง โล่ง ดำเนินมาตรการภายในไว้ก่อน และในเดือนถัดไปจะมีการเร่งรัดมาตรการให้แล้วเสร็จเพื่อที่จะเปิดดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดสงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อสูงขึ้น โดยนายอนุทินระบุว่า ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 12 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 7 วันย้อนหลังอยู่ที่กว่า 2,400 ราย สาเหตุการติดเชื้อเป็นการระบาดในครอบครัวและชุมชน มีระบาดเป็นกลุ่มเล็กๆ ในโรงงาน ตลาด และในกิจกรรมการรวมกลุ่ม ไม่มีคลัสเตอร์ใหญ่ มีบางส่วนมาจากการลักลอบเข้าประเทศผ่านพรมแดนธรรมชาติ และประชาชนบางส่วนยังไม่มารับการฉีดวัคซีน จึงได้ส่งทีมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งฉีดวัคซีน โดยได้สนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ให้ 1 ล้านโดส ฉีดให้ครอบคลุมประชากรเป้าหมาย 70% ภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์ให้ จ.นราธิวาส 200,000 เม็ด, ปัตตานี 50,000 เม็ด, สงขลา 1,200,000 เม็ด และยะลา 350,000 เม็ด พร้อมส่งชุดตรวจ ATK ให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีก 140,000 ชุด มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119765</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ประยุทธ์, มาตรการผ่อนคลายในเดือน ธ.ค., สธ.เคาะชื่อประเทศจะเข้าไทย 1 พ.ย., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167e292a21b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายล็อก9กิจการ ลดเคอร์ฟิว4ทุ่ม-ตี4ต่อฉุกเฉิน2เดือนจ่อผุด‘ศรช.’แทน‘ศบค.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ ศบค.ไฟเขียวต่อ พรก.ฉุกเฉิน 2 เดือน ลดเวลาเคอร์ฟิวเหลือ 4 ทุ่มถึงตี 4 &amp;nbsp;คลายล็อก 9 กิจการ โรงหนัง-เล่นดนตรีในร้านอาหาร-ฟิตเนส-กีฬากลางแจ้งมีผู้ชมได้ ส่วนห้าง-ร้านสะดวกซื้อ-ตลาดเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม ยังคงพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จว. ลดเวลากักตัวเข้าไทย ทุกมาตรการมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. &amp;nbsp;เคาะพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว 3 ระยะ &amp;quot;กทม.-เชียงใหม่-พัทยา&amp;quot; ดีเดย์ 1 พ.ย. ไทยติดเชื้อลดลงเหลือหมื่นราย ดับ 101 ราย จ่อผุด &amp;quot;ศรช.&amp;rdquo; รับมือโควิดแทน ศบค. นายกฯ ควานหามือขวาคุมหลังปรับโครงสร้างใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 กันยายน เวลา &amp;nbsp;13.00 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน โดยเริ่มจากการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 10,288 ราย &amp;nbsp;เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,149 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,180 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 969 ราย และมาจากเรือนจำ 127 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,571,926 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 12,494 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,435,401 ราย อยู่ระหว่างรักษา 120,156 ราย อาการหนัก 3,341 &amp;nbsp;ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 728 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 101 &amp;nbsp;ราย เป็นชาย 56 ราย หญิง 45 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 74 ราย มีโรคเรื้อรัง 23 ราย เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 2 ราย ที่ จ.จันทบุรีและฉะเชิงเทรา โดยจังหวัดที่พบผู้เสียชีวิตมากสุดคือ สมุทรปราการ 16 ราย &amp;nbsp;รองลงมาคือ กทม. 12 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 16,369 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. &amp;nbsp;1,785 ราย สมุทรปราการ 607 ราย ชลบุรี 587 &amp;nbsp;ราย สงขลา 466 ราย ยะลา 445 ราย ระยอง 355 &amp;nbsp;ราย ปัตตานี 305 ราย นราธิวาส 300 ราย สมุทรสาคร 291 ราย ราชบุรี 274 ราย โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานในที่ประชุม ศบค.ว่า การติดเชื้อของทั้งประเทศ กทม.และปริมณฑลถือว่าลดลง แต่ที่ยังน่ากังวลใจคือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสั่งการควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ถึง 30 พ.ย. ทั้งนี้ แม้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ยังต้องมีการเตรียมเปลี่ยนผ่านจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาเป็นกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;ในส่วนของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ศบค., คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จึงให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณาเรื่องนี้ให้มีความรอบคอบก่อน&amp;nbsp;
คลายล็อก 9 กิจการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้พิจารณาว่าจำเป็นต้องเข้มข้นในมาตรการส่วนบุคคลมากขึ้น ส่วนมาตรการทางสังคมยังคงเดิม ได้มีการปรับมาตรการสำหรับกิจการและกิจกรรมที่ถูกปิดไปตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 10 &amp;nbsp;กิจการและกิจกรรม ประกอบด้วย 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน ให้เปิดดำเนินการได้ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน และบ้านหนังสือ 3.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน 4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม และหอศิลป์ ให้เปิดได้ แต่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมไม่เกิน 75% 5.ร้านทำเล็บ เปิดได้โดยนัดหมายล่วงหน้า 6.ร้านสัก เปิดได้โดยนัดหมายล่วงหน้า &amp;nbsp;ลูกค้าได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจ ATK หรือ &amp;nbsp;RT-PCR ผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นวดสปา เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า จำกัดเวลาบริการไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อคน โดยลูกค้าต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ &amp;nbsp;หรือตรวจ ATK หรือ RT-PCR ผลเป็นลบภายใน &amp;nbsp;72 ชั่วโมง แต่ยังไม่เปิดบริการอบไอน้ำ 8.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ เปิดดำเนินการได้ถึง 21.00 &amp;nbsp;น. จำกัดจำนวนผู้เข้าชม 50% และนั่งที่เว้นที่ แต่ถ้ามาด้วยกันให้นั่งด้วยกันได้ ห้ามรับประทานอาหาร 9.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร ให้เปิดดำเนินการได้ โดยจำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 5 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องสามารถถอดหน้ากากอนามัยเฉพาะเวลาร้องเพลง และ 10.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ยังไม่เปิดดำเนินการ &amp;nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์อีก 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้มีการเดินทางเข้าร่วมอบรมสัมมนาจากหลายพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบปรับเงื่อนไขมาตรการสำหรับกิจการและกิจกรรมในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ 1.การห้ามออกนอกเคหสถาน จากเดิมเวลา &amp;nbsp;21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ปรับลดลงเป็นเวลา &amp;nbsp;22.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น อย่างน้อย 15 วัน 2.ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า จากเดิมเปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง 21.00 น. &amp;nbsp;โดยอนุญาตให้เปิดสถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา &amp;nbsp;ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ แต่ยังไม่เปิดดำเนินการในส่วนของตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ &amp;nbsp;และห้องประชุมจัดเลี้ยง 3.ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด เฉพาะจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค จากเดิมให้เปิดถึง 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง 21.00 น. และ 4.กีฬากลางแจ้ง ไม่มีระบบปรับอากาศ หรือในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ จากเดิมเปิดได้ถึง 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ทุกประเภทกีฬาไม่เกิน 21.00 น. กรณีกีฬาในร่มจัดการแข่งขันได้ โดยไม่มีผู้ชม กีฬากลางแจ้งจัดการแข่งขันได้ โดยมีผู้ชมไม่เกิน 25% และผู้ชมต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจโควิด-19 แล้วผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบคงระดับพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด และพื้นที่สีอื่นๆ เหมือนเดิม &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.ยังมีมติปรับลดเวลากักกันสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว หรือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR &amp;nbsp;2 ครั้ง ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบินและไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางน้ำ จะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนทุกคน &amp;nbsp;
เคาะพื้นที่สีฟ้าเที่ยว 3 ระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก หรือพื้นที่สีฟ้า ระหว่างวันที่ 1-31 &amp;nbsp;ต.ค.64 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก &amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ประกอบด้วย 4 จังหวัด ที่เริ่มดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;ได้แก่ ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า), พังงา (เขาหลัก เกาะยาว) และกระบี่ (เกาะพีพี &amp;nbsp;เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก )&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพื้นนำร่องระยะที่ 1 ที่จะเริ่มระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย.64 ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก หรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด &amp;nbsp;10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, กระบี่ทั้งจังหวัด, &amp;nbsp;พังงาทั้งจังหวัด, ประจวบคีรีขันธ์เฉพาะ ต.หัวหิน และ ต.หนองแก, เพชรบุรีเฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ, ชลบุรีเฉพาะเมืองพัทยา อ.บางละมุง ต.จอมเทียน ต.บางเสร่, &amp;nbsp;ระนองเฉพาะเกาะพยาม, เชียงใหม่เฉพาะ อ.เมืองเชียงใหม่ แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า, เลยเฉพาะ อ.เชียงคาน, บุรีรัมย์เฉพาะ อ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;1-31 ธ.ค.64 จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ หนองคาย สุโขทัย เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ ตราด ระยอง ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา &amp;nbsp;และนราธิวาส ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวระยะ 3 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 เป็นต้นไป จำนวน 13 จังหวัด &amp;nbsp;ได้แก่ สุรินทร์ &amp;nbsp;สระแก้ว จันทบุรี ตาก นครพนม มุกดาหาร &amp;nbsp;บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี น่าน กาญจนบุรี ราชบุรี &amp;nbsp; และสตูล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา &amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เสนอขอขยายระยะเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special &amp;nbsp;Tourist VISA (STV) ไปอีก 1 ปี เพื่อนำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งนี้มีเรื่องการปรับรายละเอียดโครงการแฟกตอรีแซนด์บ็อกซ์ในระยะที่ 2 ผอ.ศบค.ได้เห็นชอบ รวมทั้งยังได้ให้ความเห็นชอบและลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรองรับการเดินทางเข้าประเทศและโครงการแซนด์บ็อกซ์ทั่วประเทศหลังวันที่ 1 ต.ค.64 โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดูแล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำว่า กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ที่คนจะเข้ามาในประเทศไทยนั้น ให้มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและใช้ระบบฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัย เพื่อจะดูแลได้ทั้งสุขภาพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผอ.ศบค.ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ทั้งภาคเอกชนและผู้ประกอบการ จนถึงภาคประชาชน ขอบคุณอย่างสูงที่ทำให้ได้มีวันนี้ ถึงแม้ตัวเลขการติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่เป็นหลักหมื่นอยู่ ซึ่งเราต้องมีการตื่นตัวในการป้องกันตัวเองตามหลักของการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ไว้ โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องมีการกลับไปชีวิตวิถีใหม่ จะต้องอยู่กับโควิด โดยจะเปลี่ยนแปลงจากโรคระบาดเป็นเป็นโรคติดต่อประจำท้องถิ่น และขอให้ประชาชนช่วยร่วมมือกันต่อไป&amp;quot; โฆษก ศบค.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การที่ ศบค.มีมติขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน เนื่องจากการจัดทำโครงสร้างหน่วยงานรองรับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดตามการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติยังไม่แล้วเสร็จ ในเบื้องต้นโครงสร้างใหม่จะมีการตั้งศูนย์อำนวยการโรคติดต่อแห่งชาติ (ศรช.) รวมถึงการพิจารณาหาผู้มาทำหน้าที่บูรณาการงานแทน ศบค.และ ศปก.ศบค.ที่บริหารงานอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กำลังพิจารณาว่าจะให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือหัวหน้าส่วนราชการมาทำหน้าที่ในส่วนเลขาฯ เพราะสถานการณ์โควิด-19 คงไม่จบในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ยังต้องดูความพร้อมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดด้วย เพราะที่ผ่านมาการดำเนินการจะเป็นไปตามมาตรการของ ศบค.ชุดใหญ่ที่มีกฎหมายเก่าเป็นกรอบการปฏิบัติ แต่กฎหมายใหม่มีความครบเครื่อง เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความเข้มงวดรวดเร็วของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่บัญญัติไว้อย่างครอบคลุม ข้าราชการในจังหวัดที่รับผิดชอบอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจอะไรบ้างที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังมีโครงสร้างของศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาโควิด กทม.และปริมณฑลที่มีนายกฯ เป็นประธาน ถ้ายุบ ศบค.โครงสร้างนี้ก็จะหายไปด้วย ดังนั้นจึงต้องอุดช่องว่าง เมื่อโครงสร้างใหม่และร่างกฎหมายเสร็จ รัฐบาลจะประกาศเป็น พ.ร.ก.และประกาศใช้ในทันทีเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาค่อยเสนอให้ความเห็นชอบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118038</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.ไฟเขียวต่อ พรก.ฉุกเฉิน 2 เดือนลดเวลาเคอร์ฟิวเหลือ 4 ทุ่มถึงตี 4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fefd81c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ลดเวลากักตัว กางแผนเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 3 ระยะ 13 จว.ชายแดนรอปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ศบค.ได้มีมติปรับลดเวลากักกันสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ที่ต้องกักกันในสถานกักกันทุกรูปแบบ ทุกประเภท รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว หรือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือตามนโยบายของรัฐบาลให้มีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยให้ปรับลดระยะเวลาในการกักกันในสถานที่กักกันของรัฐ โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9&amp;nbsp;ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13 ส่วนผู้ดินทางเข้าประเทศไทยทางน้ำ จะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับมาตรการทำกิจกรรมสำหรับการเข้าพักที่โรงแรมกักตัวทางเลือกหรือ&amp;nbsp;Alternative Quarantine (AQ)&amp;nbsp;อนุญาตให้ทำกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน สั่งซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก และประชุมสำหรับนักธุรกิจระยะสั้นได้ ส่วนสถานกักกันของรัฐ หรือ&amp;nbsp;State Quarantine (SQ)&amp;nbsp;และการกักกันผู้เดินทางในสถานที่เอกเทศ ซึ่งดำเนินการโดยองค์กร หรือหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหรือ&amp;nbsp;Organizational Quarantine (OQ)&amp;nbsp;อนุญาตให้ทำกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง สั่งซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมศบค.ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก หรือ พื้นที่สีฟ้า โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับลักษณะและความพร้อมของพื้นที่สีฟ้า คือการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด รวมถึงการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้ง อำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่ ขณะเดียวกัน ยังต้องดูเรื่องการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เฉพาะสถานที่ เฉพาะพื้นที่หรือระหว่างสถานที่ ระหว่างสถานที่หรือระหว่างพื้นที่ โดยระบบการเดินจะต้องเป็นแบบ&amp;nbsp;Bubble and Seal&amp;nbsp;ที่เรียกว่า&amp;nbsp;Sealed Route&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับระยะเวลา นำร่องระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค.64 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ประกอบด้วย 4 จังหวัด ที่เริ่มดำเนินการแล้วได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ( เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) พังงา ( เขาหลัก เกาะยาว ) และกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นนำร่องระยะที่ 1 ที่จะเริ่มระหว่าง วันที่ 1-30 พ.ย.64 ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก หรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร,&amp;nbsp;กระบี่ ทั้งจังหวัด,&amp;nbsp;พังงา ทั้งจังหวัด,&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก,&amp;nbsp;เพชรบุรี เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ,&amp;nbsp;ชลบุรี เฉพาะเมืองพัทยา อ.บางละมุง ตำบล จอมเทียน ตำบลบางเสร่,&amp;nbsp;ระนอง เฉพาะเกาะพยาม,&amp;nbsp;เชียงใหม่ เฉพาะอำเภอเมือง อำเภอแม่ริม แม่แตง ดอยเต่า,&amp;nbsp;เลย เฉพาะอำเภอเชียงคาน,&amp;nbsp;บุรีรัมย์ เฉพาะอำเภอเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เป็นเมืองหลัก หรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ15 จากการท่องเที่ยวทั้งหมด หรือเป็นจังหวัดที่มีสินค้า การท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม หรือเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ หนองคาย สุโขทัย เพชรบูรณ์ ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ ตราด ระยอง ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวระยะ 3 ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค.65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจ จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สระแก้ว จันบุรี ตาก นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี น่าน กาญจนบุรี ราชบุรี&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวระยะที่ 3 นี้ จะต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยสามารถปรับให้เป็นไปตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักรตามพื้นที่เฝ้าระวังได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร อย่างรอบคอบและมีระบบติดตามมาตรการอย่างเข้มแข็ง แต่ที่ต้องเน้นย้ำคือมาตรการแบบครอบจักรจักรวาลและโควิด ฟรี เซตติ้ง แต่ยังคงต้องปิดสถานบริการ สถานบันเทิง และสถานบริการอื่นในลักษณะคล้ายกัน โดยไม่จำกัดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดกิจกรรมห้ามรวมคนมากกว่า 500 คน ร้านอาหารสามารถบริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าเปิดบริการได้ตามปกติ ร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงาม เปิดบริการได้ตามปกติ สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา เปิดบริการและจัดการแข่งขันได้ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรการที่ราชการกำหนด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมศบค.ได้มอบหมายให้ศปก.ศบค. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd5f62d6ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เห็นชอบสีของจังหวัดยังคงเดิม ปรับเวลาห้าง ตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ที่ประชุม ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ที่ประชุมศบค. เห็นชอบปรับเงื่อนไขมาตรการสำหรับกิจการ กิจกรรม ในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่&amp;nbsp;1.การห้ามออกนอกเคหะสถานจากเดิมเวลา&amp;nbsp;21.00 &amp;ndash; 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ปรับลดลงเป็นเวลา 22.00 &amp;ndash; 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น อย่างน้อย 15 วัน 2.ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า จากเดิมเปิดดำเนินการได้ถึงเวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น. ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น. โดยอนุญาตให้เปิดสถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ แต่ยังไม่เปิดดำเนินการในส่วนของตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ และห้องประชุมจัดเลี้ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ร้านสะดวกซื้อ&amp;nbsp;ตลาดสด ตลาดนัด เฉพาะจำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค จากเดิมให้เปิดถึง&amp;nbsp;20.00 น.&amp;nbsp;ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง&amp;nbsp;21.00 น.&amp;nbsp;และ 4.กีฬากลางแจ้ง ในร่มที่เป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีระบบปรับอากาศ&amp;nbsp;หรือในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ จากเดิมที่ให้กีฬากลางแจ้งหรือในที่ร่มที่เป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่มีเครื่องปรับอากาศ เปิดได้ถึง&amp;nbsp;20.00 น.&amp;nbsp;ปรับมาเป็นเปิดได้ดำเนินการได้ทุกประเภทกีฬาไม่เกิน&amp;nbsp;21.00 น.&amp;nbsp;กรณีกีฬาในร่มจัดการแข่งขันได้ โดยไม่มีผู้ชม กีฬากลางแจ้งจัดการแข่งขันได้ โดยมีผู้ชมไม่เกิน&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;และผู้ชมต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจโควิด-19 แล้วผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบคงระดับพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp;29 จังหวัด&amp;nbsp;และพื้นที่สีอื่นๆ&amp;nbsp;เหมือนเดิม&amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118002</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ร้านสะดวกซื้อ, ล็อกดาวน์, ศบค., โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับเข็ม3เร็วขึ้น ฉีดวัคซีนล้านโดส เนื่องในวันมหิดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ปรับฉีดกระตุ้นเข็ม 3 เร็วขึ้นก่อน ต.ค. ส่งวัคซีนพื้นที่ภูเก็ตเพิ่ม สธ.ตั้งเป้าวันเดียว 1 ล้านโดส ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันมหิดล 24 ก.ย.นี้ รพ.วชิระภูเก็ตโชว์ผลวิจัยฉีดใต้ผิวหนัง &amp;nbsp;ใช้วัคซีนเพียง 20% ภูมิสูงกว่าเข้ากล้ามเนื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 กันยายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน &amp;nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงว่า ยอดฉีดวัคซีนวันที่ 14 ก.ย. จำนวน &amp;nbsp;694,076 โดส ฉีดวัคซีนสะสม 41,647,101 โดส โดยเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 27,769,059 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.5 ของจำนวนประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 13,260,456 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.4 ของประชากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลปิยะเวท กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบใบประกาศขอบคุณผู้บริจาค 11 ราย ในการสร้างโรงพยาบาลสนามปิยะเวทไอซียู 120 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงว่า ภาคเอกชนมีส่วนร่วมอย่างมากทั้งการดูแลรักษาและการควบคุมโรคโควิด-19 เช่นการฉีดวัคซีน ที่ขณะนี้ทั่วประเทศฉีดไปแล้วกว่า 40 ล้านโดส จากศักยภาพการฉีดวัคซีนแต่ละวันเชื่อว่าภายในสิ้นปี 2564 จะฉีดวัคซีนได้มากกว่า 100 ล้านโดส ส่วนปี 2565 รัฐบาลได้เจรจาจัดหาวัคซีนเพื่อฉีดเป็นเข็มกระตุ้น ซึ่งการบริหารจัดการจะง่ายขึ้นเนื่องจากฉีดเพียงเข็มเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.64 &amp;nbsp;ประมาณ 3 ล้านคน จะฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าที่ได้รับเข็ม 3 ไปแล้ว คาดว่าจะเหลือประมาณกว่า 2 ล้านคน กรมควบคุมโรคกำลังเร่งวางแผนการฉีด โดยพิจารณาทั้งพื้นที่และกลุ่มเสี่ยง คาดว่าจะเริ่มได้ก่อนเดือน ต.ค.ซึ่งเร็วกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีรายงานการติดเชื้อในจังหวัดเพิ่มขึ้นนั้น จะส่งวัคซีนไปเพิ่มเติม รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวทางการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังแทนกล้ามเนื้อว่า หลังจากทดลองฉีดในบางกลุ่มพบอาการผื่นแดงบริเวณที่ฉีด ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นสมควรให้ฉีดตามวิธีเดิม ประกอบกับขณะนี้วัคซีนมีเพียงพอจึงยังไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนการฉีดวัคซีนและรวมพลังนัดหมายประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ 1 ล้านเข็ม (รวมวัคซีนทุกชนิดทั้งเข็มที่ 1, 2 และ 3) พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ &amp;nbsp;24 ก.ย.นี้ เนื่องในวันมหิดล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;ldquo;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ในด้านการแพทย์การสาธารณสุขและเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศขณะนี้มีแนวโน้มการติดเชื้อลดลงชัดเจน และมี 25 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุได้เกิน 50% แล้ว ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี &amp;nbsp;ระยอง สมุทรปราการ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา &amp;nbsp;และ กทม. สามารถขับเคลื่อนฉีดวัคซีนแบบปูพรมฉีดให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ทันที นอกจากนี้ได้ให้ 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ &amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และชลบุรี เตรียมความพร้อมรองรับตามแผนการเปิดประเทศระยะที่ 2 ได้กำหนดให้ผู้ตรวจราชการ สธ.เลือกจังหวัดที่ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุม 50% มา 1 อำเภอ ซึ่งเป็นอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% และมีตำบลหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ฉีดได้ครอบคลุม 80% รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด และสถานประกอบการดำเนินการตามแนวทาง Covid Free Setting&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แถลงผลงานวิจัยการฉีดวัคซีนใต้ผิวหนังว่า รพ.วชิระภูเก็ต ประสบความสำเร็จในการทำวิจัยฉีดวัคซีนเข็ม 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าฯ &amp;nbsp;แบบฉีดเข้าผิวหนัง โดยใช้ปริมาณวัคซีนเพียง 20% นำโดย พญ.ศุภลักษณ์ ละอองเพชร และ พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม ได้ริเริ่มงานวิจัยนี้เพื่อเป็นทางเลือกในการบริหารวัคซีนของจังหวัดภูเก็ต และน่าจะเป็นทางเลือกของประเทศไทยในการใช้วัคซีนเข็มที่ 3 ที่ใช้ปริมาณน้อยลงถึง 5 &amp;nbsp;เท่า ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการขอเป็นลายลักษณ์อักษรกับ สธ.ในการฉีดใต้ผิวหนัง ซึ่งภูเก็ตอาจเริ่มฉีดวัคซีนใต้ผิวหนังเป็นแห่งแรกทันทีที่ สธ.อนุมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า การวิจัยนี้มีอาสาสมัครอายุระหว่าง 18-60 ปี จำนวน 242 คนที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็มเข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับการฉีดแบบทั่วไป (แบบเข้ากล้ามเนื้อ) &amp;nbsp;จำนวน 120 คน โดยได้รับวัคซีน 0.5 ml. และกลุ่มที่ 2 ได้รับการฉีดแบบใต้ผิวหนัง จำนวน 122 คน โดยได้รับวัคซีน 0.1 ml. หรือ 1 ใน 5 &amp;nbsp;ของการฉีดแบบทั่วไป ผลการทดลองพบว่าภูมิต้านทานของผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบทั่วไปเล็กน้อย โดยผู้ที่รับการวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีภูมิคุ้มกันเฉลี่ย 17,662.3 &amp;nbsp;AU/ml และผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบทั่วไปมีภูมิคุ้มกันเฉลี่ย 17,214.1 &amp;nbsp;AU/ml โดยผู้รับวัคซีนทั้งสองกลุ่มมีค่าภูมิคุ้มเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด &amp;nbsp;(840 AU/ml) ซึ่งผลข้างเคียงในการฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีน้อยกว่าการฉีดแบบทั่วไป เช่น มีไข้หรือปวดศีรษะเพียง 70 ราย เมื่อเทียบกับ การฉีดแบบทั่วไป 98 ราย แต่การฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังจะมีผลข้างเคียงบริเวณที่ฉีด เช่น ระคายเคืองและบวมแดงมากกว่า แต่ไม่เป็นที่น่าวิตกกังวล โดยภูเก็ตจะนำร่องในการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ แบบใต้ผิวหนังให้ชาวภูเก็ตจำนวน 200,000 คนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มไปก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116846</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ปรับฉีดกระตุ้นเข็ม 3 เร็วขึ้น, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114b04dd2962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนเที่ยวกทม.15ตค. เปิดปท.หมอเหนื่อยอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดโควิดรายใหม่ 13,798 ราย เสียชีวิต 144 ราย &amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot; เตือนอย่าเพิ่งการ์ดตก ชี้คนติดเชื้อยังมากกว่าคาดการณ์ ระบุงานศพ-อีเวนต์-ตลาดยังเสี่ยง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งแหล่งท่องเที่ยวจัดแผนรับช่วงไฮซีซั่น &amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งคุมโควิดภูเก็ตกันกระทบท่องเที่ยว &amp;ldquo;หมอประสิทธิ์&amp;rdquo; ห่วงเปิดประเทศ 1 ต.ค.ทำโควิดพุ่ง สะกิดรัฐดูบทเรียนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พ้อหมอ-พยาบาลยังไม่ได้พักต้องเจองานหนักอีก &amp;quot;กทม.&amp;quot; เลื่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว 15 ต.ค. เล็งขยายต่างชาติเที่ยวอีก 4 จว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,798 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ &amp;nbsp;13,325 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,117 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,208 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 451 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 22 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,420,340 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 14,133 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 1,277,029 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 128,546 ราย อาการหนัก 3,994 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 806 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 144 ราย เป็นชาย 77 ราย หญิง 76 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 106 ราย มีโรคเรื้อรัง 30 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.นราธิวาส เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย ที่ กทม.และสตูล โดยจังหวัดที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ กทม. 43 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 14,756 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 226,661,161 ราย เสียชีวิตสะสม 4,662,880 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 2,772 ราย สมุทรปราการ 1,351 ราย ชลบุรี 835 ราย ระยอง 680 ราย ราชบุรี 487 รายสมุทรสาคร 404 ราย นนทบุรี 359 ราย นราธิวาส 354 ราย ปราจีนบุรี 345 ราย และสงขลา 327 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จากกราฟการติดเชื้อโดยรวมของประเทศจะเห็นภาพภูเขาสูงกำลังลดลง แต่ก็มีบางพื้นที่ที่กราฟยังขึ้นอยู่ เช่น ในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง รวมถึงจังหวัดอื่นๆ 48 จังหวัด นอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนั้นจึงขอว่าทุกคนการ์ดต้องไม่ตกเพื่อจะได้ลงมากกว่านี้ และถ้าดูข้อมูลฉากทัศน์การประเมินแนวโน้มการติดเชื้อในประเทศ พบว่าสถานการณ์จริงยังสูงกว่าการคาดการณ์ จำนวนผู้ติดเชื้อที่เป็นผลจากมาตรการล็อกดาวน์ เราต้องการให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำกว่าการคาดการณ์ ดังนั้นการล็อกดาวน์อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องรวมหลายมาตรการ เช่น การป้องกันส่วนบุคคลแบบครอบจักรวาล เมื่อออกจากบ้านต้องคิดอยู่เสมอว่าคนรอบข้างมีโอกาสติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุม ศปก.ศบค.มีการสรุปว่า ในปัจุบันยังคงมีพื้นที่เสี่ยงการติดเชื้อคือ งานศพ งานอีเวนต์ ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน สถานประกอบการ แคมป์ก่อสร้าง บางทีมีการเลี้ยงสังสรรค์ที่ละเมิดกฎหมายเป็นกลุ่มก้อน ตรงนี้ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกัน เช่น ถ้าอยากให้แคมป์ก่อสร้างทำงานต่อไปได้ก็ต้องชัดเจนเรื่องมาตรการบับเบิลแอนด์ซีล เพราะปัจจุบันในพื้นที่ กทม.การติดเชื้อในกลุ่มนี้มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจากหลักหน่วยเป็นหลักสิบ ดังนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศปก.ศบค.ยังได้หารือตอนนี้ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว และได้รับรายงานเรื่องการทำงานของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์พบยอดการจองที่พักช่วง 1 ก.ค.-14 ก.ย.นี้ สะสม 76 วัน ประมาณ 524,221 คืน จำนวนคน 32,005 คน และพบว่าจากการตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พบผู้ติดเชื้อเพียง 91 คน ส่วนใหญ่พบเชื้อเดลตา ส่วนการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่ มีรายงานว่า 229 ราย มีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ภูเก็ต แต่ชาวต่างประเทศนั้นเป็นศูนย์&amp;nbsp;
ห่วงเปิด ปท.หมอเหนื่อยอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ศบค.มีแผนการรับการท่องเที่ยวที่จะเปิดประเทศในวันที่ 1 ต.ค.อย่างไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. สั่งการว่าให้มองไปถึงในช่วงที่เรามีฤดูกาลท่องเที่ยวในภาคปกติ คือ ไตรมาส 4 ของทุกปี หรือไฮซีซั่น เพื่อที่จะดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอะไรกันอย่างไร โดยให้ไปดูในพื้นที่เพื่อที่จะประกาศพื้นที่นำร่อง คือ 1.พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจากโควิด-19 หรือโควิดฟรี ทัวริสต์แอเรีย แซนด์บ็อกซ์ ที่มีภูเก็ตแซนบ็อกซ์ทำเป็นตัวอย่างมาแล้ว จึงได้มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ไปร่วมกันพิจารณา เช่น พื้นที่เกาะ พื้นที่ที่มีสนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนระยะที่สองก็อาจจะเป็นพื้นที่อื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงระยะเวลา 15 &amp;nbsp;ค.ค.-1 พ.ย.ไปแล้ว ที่อาจจะเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆ เช่น ทะเลในภาคตะวันออก ภูเขาในภาคเหนือ หากพร้อมก็ให้ทดลองดำเนินการ&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า หลัง จ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 200 กว่าราย เป็นคนในพื้นที่จากการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในพื้นที่ ขณะที่นักท่องเที่ยวโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กว่า 30,000 คน พบผู้ติดเชื้อเพียง 89 ราย จากระบบการคัดกรองที่เข้มงวดตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศ รวมทั้งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดมาแล้ว และเฝ้าระวังกำกับติดตามระหว่างท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ขณะนี้ สธ.ได้ส่งทีมจากกองระบาดวิทยา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่สนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ ได้สั่งการให้เร่งป้องกันควบคุมโรค จัดสรรวัคซีนเพิ่มให้กลุ่มเสี่ยงกลุ่มใหม่ในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนมีความปลอดภัย ได้ทำงาน มีรายได้ และเดินหน้าเศรษฐกิจไปได้&amp;rdquo; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงการเดินหน้าเปิดประเทศในวันที่ 1 ต.ค.ว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาไม่น่ากลัว เพราะทั่วประเทศก็เป็นสายพันธุ์นี้กันเกือบหมด ที่ห่วงคือสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน โดยการเปิดประเทศให้มีการท่องเที่ยวเกิดขึ้น เข้าใจว่าน่าจะเป็นการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาของเศรษฐกิจ แต่อยากให้นำบทเรียนของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาประกอบการพิจารณาด้วย เพราะแม้ฉีดวัคซีนครบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ และหากยกเลิกมาตรการกักตัวหรือ Quarantine ก็น่าเป็นห่วง เพราะการทำแซนด์บ็อกซ์ หมายถึงการพิสูจน์ การทดลองในการจำลองเหตุการณ์บางพื้นที่เท่านั้น ไม่ใช่พื้นที่ทั้งหมด ไม่เกิดผลกระทบวงกว้าง และสามารถยกเลิกหรือแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ในการเปิดประเทศที่ไทยกำลังจะทำนี้ ต้องถือว่าเปิดเร็วกว่าประเทศอื่นๆ อันนี้มองในทางวิชาการ เพราะการเปิดประเทศในต่างประเทศหมายความว่าประเทศนั้นๆ มีการฉีดวัคซีนเกิน 70% แต่สำหรับประเทศไทย ขณะนี้การฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ยังแค่ 38% เข็ม 2 เพียง 18% เท่านั้น หากต้องการความชัวร์ว่าเปิดจริงมีความปลอดภัย ต้องฉีดวัคซีนเข็ม 1 ให้ได้ 60% และเข็ม 2 ต้องได้ 40-50% แต่จะเร่งฉีดตอนนี้ก็คงไม่ได้ ความจริงหากจะเปิดประเทศ รออีกสัก 1 เดือนก็ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมจริงๆ ดังนั้นใครทำอะไรต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อจากนี้การทำงานของแพทย์ก็คงต้องกลับมาเหนื่อยกันอีก ยังแทบไม่ได้พักกันเลย ตอนนี้สิ่งที่ห่วงคือ หากมีการกลับมาระบาดอีก เตียงผู้ป่วย เตียงไอซียูต้องเพียงพอ ไม่ควรต้องเผชิญกับเตียงไม่พออีก และหวังว่าจะไม่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่มีผลต่อวัคซีน&amp;quot; คณบดีแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลกล่าว&amp;nbsp;
กทม.รับนักท่องเที่ยว 15 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการหารือกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการเตรียมความพร้อมเปิดกรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า จากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะเปิดกรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาได้ล่าช้า จากกำหนดเดิมคือ 1 ต.ค.64 ไปประมาณ 2 สัปดาห์ หรือจะเริ่มเปิดรับได้ในวันที่ 15 ต.ค.64 เป็นต้นไป เพราะคนกรุงเทพฯ ยังได้รับวัคซีนไม่ครบกำหนด 2 เข็ม เกิน 70% ของประชากร และการเปิดกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ไม่เหมือนพื้นที่นำร่องอื่นๆ ที่เปิดเฉพาะพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญเท่านั้น เพราะหากเปิดเป็นบางเขตหรือบางพื้นที่จะทำให้ยากต่อการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในพื้นที่อื่นๆ ที่เตรียมเปิดอีก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี (พัทยา) อ.บางละมุง อ.สัตหีบ, เชียงใหม่ อ.เมือง อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.ดอยเต่า, เพชรบุรี อ.ชะอำ และประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหินนั้น ยังยืนยันว่ามีความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยพื้นที่ใดมีความพร้อมก็ดำเนินการได้ตามแผน โดยจะเสนอที่ประชุม ศปก.ศบค.ใน 1-2 วันนี้ และเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ ศบศ.อีกครั้งในเดือน ก.ย.นี้เห็นชอบ โดยคาดว่าทั้งปี 64 หากเป็นไปตามแผน จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 1 ล้านคน&amp;quot; รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาด เช็ดถูและพ่นยาฆ่าเชื้อห้องทำงานสื่อมวลชนประจำรัฐสภา หลังพบผู้สื่อข่าวติดเชื้อโควิด-19 และเข้ามาทำงานที่รัฐสภา รวมถึงทำความสะอาดห้องแถลงข่าว ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ขณะเดียวกันก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะมีการตรวจ ATK ให้กับ ส.ส.และเจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชนด้วย ทั้งนี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 15-16 ก.ย. และจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา 17 ก.ย. จากนั้นจะปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาลมีรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย หลังจากพบเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา 1 ราย รวมแล้วขณะนี้ 4 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116845</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ยอดติดโควิดรายใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือนอย่าเพิ่งการ์ดตก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fefd81c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
