<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว 85% ทำ Home Isolation อยู่ที่บ้านลดการใช้เตียงรพ.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 2564 นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 สายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดได้รวดเร็ว ทำให้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ความต้องการเตียงจึงมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด มีประมาณร้อยละ 15 ที่มีอาการปานกลางหรืออาการรุนแรง ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลและต้องการใช้เครื่องมือแพทย์&amp;nbsp; ส่วนมากอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง รวมถึงคนอ้วน และส่วนใหญ่อีกร้อยละ 85 จะมีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย ไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ทำลายเชื้อโรคได้ดี สามารถทำ Home Isolation อยู่ที่บ้านได้ และต้องทำการกันป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อสู่คนในครอบครัวรวมทั้งพี่น้องที่อยู่ด้วย แต่หากไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้ จะนำมาอยู่รวมกันเป็น Community Isolation โดยให้ชุมชนช่วยกันดูแล เพื่อจะได้มีเตียงเพียงพอสำหรับให้ผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเหลือง สีแดงได้รับการดูแลอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า หลังทราบผลการติดเชื้อ ให้ตรวจสอบอาการตนเอง หากไม่มีไข้ หรือมีไข้ต่ำๆ ไม่มีอาการหายใจเร็ว หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ สามารถอยู่ที่บ้านได้ ให้โทรไปได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 กด 14&amp;nbsp; จะได้รับการติดต่อกลับพร้อมนำชุดเซ็ตในการดูแลตัวเองที่บ้านไปให้ เช่น ปรอท ที่วัดออกซิเจน ยาฟ้าทะลายโจร หรือยาฟาวิพิราเวียร์ทานที่บ้านได้เลย และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานติดตามอาการวันละ 2 ครั้ง หากเริ่มมีอาการที่หนักขึ้น เช่น หายใจติดขัด ไอ แน่นหน้าอก ออกซิเจนต่ำ ก็จะมีรถไปรับ มารักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111865</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, การแพร่ระบาดของโรคโควิด19, นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร, ผู้ติดเชื้อทั้งหมด, ผู้ป่วยสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61067e5307fcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรพ.ปังตอไล่ฟัน สธ.ดำเนินคดีเฉียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุอีกรายที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก อุบลราชธานี หนุ่มใหญ่ควงปังตอไล่ฟันคนเจ็บขณะไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉิน เล่นเอากระเจิงทั้งคนไข้และแพทย์ พยาบาล เครื่องกระตุ้นหัวใจมูลค่า 2.5 แสนบาทพังเสียหาย เผยแค้นถูกคนเจ็บหนุ่มรุ่นน้องเตะต่อหน้าเพื่อนบ้าน ปลัด สธ.ส่งผู้ตรวจปลอบขวัญบุคลากร ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 10 เดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุมีผู้เข้าไปทำร้ายผู้ป่วยที่กำลังรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก ต.เหล่าเสือโก้ก อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี และเหตุทำร้ายญาติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พร้อมกำชับให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องค่าเสียหายจากการทำลายเครื่องมือแพทย์อย่างถึงที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุทำร้ายผู้ป่วยที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมัคร ทองเหลือง รอง สวป.สภ.เหล่าเสือโก้ก รับแจ้งเกิดทะเลาะวิวาทฟันกันภายในห้องฉุกเฉิน รพ.เหล่าเสือโก้ก จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.อ.ประคอง บุญสุภา รอง สว.สอบสวน พบภายในห้องฉุกเฉินอุปกรณ์การแพทย์กระจัดกระจาย ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัว ชื่อนายธนกฤติ มุ้งพร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 บ้านโพนเมือง หมู่ 15 ต.โพนเมือง อ.เหล่าเสือโก้ก พร้อมของกลางเป็นมีดปังตอ 1 เล่มเปื้อนเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อนายปรีดา ดวงเพชร อายุ 27 ปี ชาวบ้านโพนเมือง ต.โพนเมือง อ.เหล่าเสือโก้ก หมู่บ้านเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ มีบาดแผลถูกฟันที่ใบหน้า 1 แห่ง และที่ศีรษะอีก 2 แผล อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลก่อนส่งไปรับการรักษาต่อที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อ.เมืองอุบลราชธานี ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธนกฤติได้จัดงานบุญแล้วจ้างหมอลำซิ่งมาเล่น มีผู้ไปร่วมงานจำนวนมาก จากนั้นก็กลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มก่อเหตุวิวาทชกต่อยกันชุลมุน ทำให้นายธนกฤติเจ้าของงานไม่พอใจอย่างยิ่ง ขึ้นไปบนเวที ประกาศผ่านไมโครโฟนให้หมอลำซิ่งหยุดการแสดง และกล่าวว่า &amp;quot;ถ้าจะตีกันก็มาตีกับกูนี่&amp;quot; จากนั้นก็ลงมานั่งที่ด้านหน้าเวที ทันใดนั้นนายปรีดาหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่อง วิ่งเข้าไปเตะนายธนกฤติจนล้มคว่ำ เหตุการณ์กลับชุลมุนวุ่นวายอีกครั้ง ขณะที่นายธนกฤติคว้าขวดตีศีรษะนายปรีดาจนเลือดอาบ ซึ่งต่อมา รถกู้ชีพได้ไปรับตัวนายปรีดาส่ง รพ.เหล่าเสือโก้ก ส่วนนายธนกฤติยังไม่หายแค้นที่ถูกหนุ่มรุ่นน้องหยาม คว้ามีดปังตอเดินทางตามไปที่ รพ. พบนายปรีดานอนอยู่ที่เตียงคนไข้ให้แพทย์ พยาบาลทำแผลอยู่ ก็ตรงเข้าใช้ปังตอฟันหัวนายปรีดา เล่นเอานายปรีดาวิ่งหนีตายหัวซุกหัวซุน ไปชนเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้ามูลค่าประมาณ 2.5 แสนบาท ล้มลงพังเสียหาย ส่วนแพทย์ พยาบาลต่างแตกฮือวิ่งเอาตัวรอดเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังก่อเหตุ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายธนกฤติดำเนินคดีข้อหา ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ขณะที่ตำรวจยังรอตัวแทน รพ.เข้าแจ้งความ บุกรุกสถานที่ราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุทำร้ายกันใน รพ.สมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร สืบเนื่องมาจากวัยรุ่น 2 กลุ่มก่อเหตุวิวาทกันหน้าเวทีหมอลำในงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านโคกสูง ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา ต่อมาชายคนหนึ่งถูกตีที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชฯ แต่กลุ่มคู่อริกว่า 10 คนยังตามไป และรุมทำร้ายญาติผู้ป่วยที่หน้าห้องฉุกเฉิน เป็นชายชราพิการ ก่อนจะพากันหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้โรงพยาบาลในเขตสุขภาพทุกแห่งประสานงานตำรวจทันที หากมีผู้ป่วยจากการทะเลาะวิวาทเข้ามารักษา ไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อน ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันญาติ หรือมีประตูนิรภัยให้ล็อกประตูทันที รวมทั้งติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเกิดเหตุบ่อยครั้ง ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้โรงพยาบาลจัดทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดทำระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ รวมทั้งจำกัดการเข้า-ออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีมาตรการป้องกัน แต่คงป้องกันไม่ได้ทั้งหมด ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในโรงพยาบาล ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับประชาชนทุกคน และที่สำคัญคือ จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจได้คุมตัวนายธนกฤติไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีนายธนกฤติรวม 4 ข้อหา คือ 1.มีอาวุธมีดและพกพาอาวุธมีด 2.บุกรุกสถานที่ราชการ 3.พยายามฆ่า และ 4.ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ธรรมพร ปรัสพันธ์ ผอ.โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก กล่าวว่า สำหรับความเสียหายของเครื่องตรวจวัดหัวใจและเครื่องมือแพทย์มูลค่า 225,000 บาท แม้ผู้ต้องหาจะมาขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ความเสียหายดังกล่าวก็ต้องรับผิดชอบชดใช้อยู่ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36321</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร, ปรีดา ดวงเพชร, พญ.ธรรมพร ปรัสพันธ์, ร.ต.อ.ประคอง บุญสุภา, ร.ต.อ.สมัคร ทองเหลือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce2aef386b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจ้งความ เรียกค่าเสียหายก่อเหตุวิวาท ในรพ.ยโสธร-อุบลฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20พ.ค.62-นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 10 ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุมีผู้เข้าไปทำร้ายผู้ป่วยที่กำลังรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก ต.เหล่าเสือโก้ก อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี และเหตุทำร้ายญาติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พร้อมกำชับให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องค่าเสียหายจากการทำลายเครื่องมือแพทย์อย่างถึงที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยที่โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก มีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ มีอุปกรณ์การแพทย์ที่เสียหาย คือเครื่องวัดความดันโลหิต ส่วนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทาผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นญาติผู้ป่วย &amp;nbsp;เบื้องต้น ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในเขตสุขภาพทุกแห่ง ประสานงานตำรวจทันที หากมีผู้ป่วยจากการทะเลาะวิวาทเข้ามารักษาไม่ต้องรอเกิดเรื่องก่อน ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันญาติ หรือมีประตูนิรภัยให้ล็อคประตูทันที รวมทั้งติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม&amp;rdquo; นายแพทย์ธงชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเกิดเหตุบ่อยครั้ง ดังนี้ 1.ให้โรงพยาบาลจัดทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดทำระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ รวมทั้งจำกัดการเข้าออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีมาตรการป้องกัน แต่คงป้องกันไม่ได้ทั้งหมด ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในโรงพยาบาลซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับประชาชนทุกคน และที่สำคัญคือ จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, ก่อเหตุวิวาทในรพ., นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร, รพ.ยโสธร, รพ.อุบลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce26415161e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
