<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เตือนอีกสองสัปดาห์เตรียมรับจุดพีค ส่วนตจว.อัตราครองเตียงแตะระดับ 75% แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงการบริหารจัดการนำผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา ว่า ปัญหาในการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวนมาก ผู้ที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดจึงได้ถูกนำส่งให้กลับไปรักษา จากข้อมูลการ Import Case ที่สะสมจนถึงวันที่ 4 ส.ค. ผู้ติดเชื้อที่กลับไปรักษาในภูมิลำเนามีทั้งสิ้นจำนวน 94,664 คน โดยจำนวนที่อยู่ในระบบยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางไปในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วประเทศ แยกเป็น 12 เขต ส่วนใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน อยู่ในเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 13,022 คน เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 13,761 คน เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 17,293 คน เขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 9,821 คน รวม 4 เขตเท่ากับครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลือจะกระจายในภาคเหนือจำนวน 3 เขต คือ เขตสุขภาพที่ 1 เป็นภาคเหนือตอนบนจำนวนกว่า 4,000 คน เขตสุขภาพที่ 2 นับจากจ.ตากลงมาจำนวนกว่า 5,000 คน เขตสุขภาพที่ 3 บริเวณจ.นครสวรรค์ลงมาจำนวนกว่า 7,000 คน ส่วนภาคกลางเขตสุขภาพที่ 4 ประมาณ 4,700 คน &amp;nbsp;เขตสุขภาพที่ 5 ประมาณ 7,800 คน &amp;nbsp;เขตสุขภาพที่ 6 ภาคตะวันออกประมาณ &amp;nbsp;6,800 คน ส่วนภาคใต้ในเขตสุขภาพที่ 11 เป็นภาคใต้ตอนบนประมาณ 1,400 คน และเขตสุขภาพที่ 12 &amp;nbsp;ภาคใต้ตอนล่างประมาณ 983 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า โดยการนำผู้ติดเชื้อส่งกลับภูมิลำเนาในการดำเนินการที่ผ่านมา ในช่วงเริ่มต้นจะเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับบ้านด้วยตนเอง มีทั้งแจ้งโรงพยาบาลปลายทางในพื้นที่เพื่อกลับไปรักษา และไม่แจ้ง หรือมีกลับไปที่บ้านบ้าง และไปกักตัวที่โรงแรม เมื่อมีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับต่างจังหวัดเยอะขึ้น ทางผู้ว่าจังหวัดต่างๆ ก็เริ่มมีมาตรการประกาศให้บริการสายด่วนเป็นช่องทางติดต่อในการรับผู้ติดเชื้อกลับบ้าน และส่วนท้องถิ่นก็มาช่วยเสริม ตัวอย่างเขตสุขภาพที่ 1 ในจ.เชียงราย ทางท้องถิ่นให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดหารถบัสมารับถึงกรุงเทพฯ และดำเนินการส่งต่อไปรักษายังพื้นที่ที่จัดให้ ส่วนในระดับนโยบายภาครัฐก็มีการส่งผู้ติดเชื้อกลับภูมิลำเนาผ่านทางรถไฟ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า เมื่อถึงภูมิลำเนาก็จะมีการประเมินอผู้ป่วยเบื้องต้น เพื่อแยกอาการความรุนแรงและเตรียมการรักษา โดยการประเมินอาการจะแยกผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสีเขียว เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย โดยกระบวนการรักษามีหลายรูปแบบ ส่วนมากที่ทำเยอะ คือ โรงพยาบาลสนาม ในทุกจังหวัดได้มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม เพราะมีการกระจายส่งผู้ติดเชื้อกลับบ้านไปกว่า 9 หมื่นคนในทุกจังหวัด จึงมีตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ในบางพื้นที่โรงพยาบาลสนามอาจจะมีข้อจำกัดจึงทำจุดแยกในชุมชนเรียกว่า community isolation เช่น ในบางจังหวัดได้มีการสั่งการให้ทุกอำเภอมี community isolation และบางจังหวัดอาจจะมีข้อจำกัดในการทำ Home Isolation ดังนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ประเมินทั้งอาการ และบ้านว่าเหมาะกับการกักตัวรักษาหรือไม่ หรือในบางจังหวัดก็มีการจัดสรรไปพักรักษาอยู่ในโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มสีเหลือง ที่มีอาการไม่รุนแรง ก็จะพิจารณาให้รักษาในโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งทั่วประเทศ สุดท้ายกลุ่มสีแดง ที่มีอาการหนัก จะอยู่ในโรงพยาบาลหลักจังหวัดนั้นๆ ดังนั้นในภาพรวมส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อที่กลับภูมิลำเนาจึงเป็นกลุ่มสีเขียว สีเหลืองบางส่วน และสีแดงส่วนน้อย ซึ่งในทุกพื้นที่ก็จะมีเจ้าหน้าที่รอรับไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ สถานีรถบัส หรือในสถานที่ที่มีการนัดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับบุคคลที่อยากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา อยากให้มีการติดต่อประสานงานล่วงหน้าเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับตัวบุคคลเอง ในการประเมินอาการโควิดว่าอยู่ในระยะกลุ่มสีใด ที่จะแบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง เพื่อลดการแพร่ระบาดในระหว่างเดินทางและในพื้นที่ปลายทาง โดยติดต่อประสานงานไปยังโรงพยาบาลภูมิลำเนาปลายทาง เพื่อรับคำแนะนำในการเดินทาง หรือประสานกับทางภาครัฐเพื่อประเมินอาการและประสานงานก่อนเดินทาง อย่างในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ผู้ที่เดินทางมามาจากกรุงเทพอาจจะไม่ได้ระวังตัวหรือทำการตรวจโควิดมาก่อน ดังนั้นก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาก็ควรที่จะตรวจคัดกรองก่อนเพื่อไม่แพร่เชื้อต่อให้กับครอบครัวและคนในพื้น เนื่องจากโควิด สายพันธุ์เดลต้ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่าย หากผู้ประสงค์ที่จะเดินทางด้วยตัวเองก็ต้องระวังอย่างเข้มงวด ไม่แวะระหว่างทาง หากจำเป็นต้องแวะห้องน้ำสาธารณะก็ต้องมีการทำความสะอาดมือก่อนทุกครั้ง โดยปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H แต่เข้าสู่กระบวนการประสานการเดินทางกลับภูมิลำเนาน่าจะดีที่สุด&amp;rdquo; นพ.ธงชัย ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงสถานการณ์เตียงในพื้นที่ต่างจังหวัด นพ.ธงชัย กล่าวว่า ภาพรวมของเตียงที่มีอยู่ทั้งหมดในเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต ยกเว้นกรุงเทพฯ มีเตียงอยู่ทั้งหมด 156,189 เตียง ปัจุบันมีการใช้เตียงไปประมาณ 114,786 เตียง หรือประมาณ 73.49% คงเหลือเตียงว่างอยู่ประมาณ 41,185 เตียง โดยการขยายเตียงออกไปมากกว่านี้ จะต้องแยกเตียงออกเป็น 3 กลุ่ม คือ สีเขียว สีเหลือง สีแดง ขณะนี้ในเขตสุขภาพที่เริ่มมีผู้ป่วยครองเตียงสูงขึ้นอยู่ในเขตสุขภาพที่ 3 ประมาณ 70% เขตสุขภาพที่ 11 ประมาณ 62% เขตสุขภาพที่ 1 ประมาณ 52% เขตสุขภาพที่ 2 ประมาณ &amp;nbsp;64% ยกเว้นเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งมีการระบาดอยู่ด้วย จึงมีจำนวนการครองเตียงอยู่ที่ 74% และสูงสุดอยู่ที่เขตสุขภาพที่ 4 5 6 ประมาณ 80% ซึ่งก็ยังมีเตียงว่างอยู่ แต่หากเป็นเตียงสีเขียว จะหาไม่ค่อยยาก เพราะมีโอกาสในการจัดการไม่ว่าจะเป็นการแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation หรือที่ชุมชนจัดไว้เป็น community isolation และโรงพยาบาลสนาม ตัวอย่างจ.เชียงใหม่ ที่เคยมีการระบาดพบผู้ติดเชื้อถึง 4,000 คน &amp;nbsp;ก็ได้ใช้พื้นที่ศูนย์ประชุม 700 ปี ทำเป็นพื้นที่รองรับผู้ป่วยได้ถึง 3,000 เตียง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนต่างจังหวัดการขยายเตียงเขียวไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนเตียงเหลืองอาจจะยากขึ้น แต่อยางไรก็ตามจะใช้วิธีการโดยใช้พื้นที่ในโรงพยาบาลชุมชนที่มีทั่วประเทศกว่า 800 แห่ง จัดตั้งทำเป็นโรงพยาบาลโควิดไปก่อน เพื่อให้คนในชุมชนได้เข้ามารักษาได้ง่าย ส่วนที่ยากจะเป็นเตียงสีแดง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เพราะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมเตียงสีแดงทั้งหมด อัตราครองเตียงอยู่ที่ 75% ยังคงมีเหลืออยู่บ้างประมาณ 1,000 กว่าเตียง ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในเขตสุขภาพไหน เพราะบางเขตสุขภาพเหลือเตียงแดงเพียง 20-30 เตียง และคาดว่าอีกใน 2 สัปดาห์น่าจะเป็นช่วงพีคของผู้ติดเชื้อที่ส่งกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นับว่าเป็นภาระที่หนักของบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยที่กลับภูมิลำเนา และส่วนภูมิภาคยังต้องส่งทั้งแพทย์และพยาบาลมาช่วยทำงานในโรงพยาบาลบุษราคัมและหอผู้ป่วยหนักที่เพิ่งเปิดไปอีกจำนวน 17 เตียง ประมาณ 200-300 คน เพื่อดูแลคนไข้กว่า 4,000 คน รวมไปถึงโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเหล่าบุคลากรแพทย์และเจ้าหน้าที่ก็จะทำหน้าที่ในการดูแลรักษาอย่างเต็มที่ แม้จะมีความเหนื่อยล้า ก็มีการให้กำลังใจกัน หรือการปรับการดูแลในรูปแบบบัดดี้ &amp;nbsp;และพยายามเสริมปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่อย่างทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลในการช่วยงานในการตรวจคัดกรอง ส่วนค่ารักษาพยาบาลฟรีทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112316</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, รับจุดพีค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610baac50fa3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดชื้นเนื้อปอด นักท่องเที่ยวสาวจีนเสียชีวิตในเชียงใหม่ไปตรวจ เผยไม่มีสัญญาณโคโรนา ส่วนเพื่อนปกติดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 ม.ค.63- &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวจีนที่รีสอร์ทในจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ได้ส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สอบสวนโรค ได้รับรายงานว่าผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุ 32 ปี เดินทางจากเมืองกวางโจว บินตรงมาลงที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 มกราคม เบื้องต้นเพื่อนผู้เสียชีวิตแจ้งว่า ไม่มีอาการผิดปกติมาก่อน ไม่มีไข้ ไอ หอบเหนื่อยมาก่อน ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ของผู้ป่วยเข้าข่ายเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แต่สอบสวนพบว่าได้ดื่มสุราตั้งแต่ช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วได้เก็บตัวอย่างเนื้อปอดผู้เสียชีวิตส่งตรวจการติดเชื้อทางห้องปฏิบัติการ และวางแผนผ่าศพพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต สำหรับเพื่อนที่ผู้เสียชีวิตเดินทางมาพบ 4 คน ขณะนี้ทุกคนอาการปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับการใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อของเจ้าหน้าที่นั้น เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และยังไม่มีข้อมูลการสอบสวนมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55810</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, สาวนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตที่เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31602a36e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมูป่าเล่าชีวิตติดถ้ำ แค่ไปเที่ยวเจอน้ำปิดทาง/พระราชทานเลี้ยงฮีโร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงมีพระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดเลี้ยงทีมช่วยเหลือหมูป่า ขณะที่ 13 หมูป่าออกจาก รพ.เปิดใจก่อนกลับบ้านผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เผยตั้งใจเข้าไปสำรวจถ้ำ ไม่ได้มีอาหารติดตัวไป ถึงจุด &amp;quot;เมืองลับแล&amp;quot; เลยเนินนมสาว แล้วกลับมาถึงสามแยกน้ำจึงทะลักเข้ามา เล่าวิธีเอาตัวรอดใช้หินขุดผนังเพื่อหาทางออก กินน้ำจากหินย้อย ถอดบทเรียนจะใช้ชีวิตไม่ประมาท ฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แถมอยากเป็นหน่วยซีลด้วย พร้อมใจบวชหมู่ให้ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; หมอจิตวิทยาขอพื้นที่ส่วนตัวให้หมูป่ากลับไปใช้ชีวิตปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เตรียมออกจากโรงพยาบาล และจะพบกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในช่วงเย็น ว่า &amp;nbsp;เด็กๆ คงได้รับคำเตือนอยู่แล้ว ก็ขอฝากสื่อที่จะไปถามคำถาม ก็ขอให้ระมัดระวัง ทุกอย่างก็เรียบร้อยและไปด้วยดีแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ก็อย่าไปซักไซ้ให้มาก วันนี้ทุกอย่างนั้นดีอยู่แล้ว รวมถึงการรับรู้ทั้งในและในต่างประเทศก็ดีทั้งหมด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ต้องไม่ทำอะไรให้มันเสียไปกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกอย่างจบไปด้วยดีแล้วกัน อย่าให้เสียหาย ยิ่งทำอะไรที่มันมากเกินไป ทั้งเจตนาหรือไม่ บางทีก็จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเด็กๆ บางครั้งคำถามเขาก็ไม่รู้ ก็ตอบไปด้วยความเป็นเด็ก สื่อต้องระมัดระวังกันหน่อย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ร่วมในปฏิบัติการถ้ำหลวงจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เชิญทุกคนมาร่วมงานเลี้ยง มีการจัดอาหาร การแสดง ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา ส่วนชาวต่างชาตินั้น ก็ได้เชิญไปแล้ว หากมาได้เขาก็จะมา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการจัดงานที่ชัดเจนต้องประชุมหารือกันอีกที ส่วนสถานที่นั้น นอกจากจะจัดที่กรุงเทพฯ แล้ว อาจต้องมีอีกแผนสำรอง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมากรุงเทพฯ ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก แต่ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรัฐบาลจะขอพระราชานุญาตใช้สถานที่เพื่อจัดเลี้ยงผู้ที่มีส่วนช่วยทีม 13 หมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างปลอดภัยว่า ได้มีพระราชานุญาตมาแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุวันที่มา เพราะต้องดูอะไรหลายอย่าง ทั้งลม ฟ้า อากาศ &amp;nbsp;และต้องดูว่าในช่วงเวลาไหนที่จะมีการใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เพราะเนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย ทั้งนี้ เราไม่ได้หวังเลี้ยงว่าใครจะมาหรือไม่มาก็ได้ สุดท้ายกินกันเอง คงไม่ใช่อย่างนั้น เราคงคาดหมายให้เขามา โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องในนามรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้นำรถยนต์ตู้ของ พม. จำนวน 2 คัน มารับเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ พร้อมโค้ชรวม 13 คนออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางชาวบ้านที่มารอส่งโบกมือส่งเสียงให้กำลังใจ เดินทางไปยังหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เพื่อร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.05 น. มีการแถลงข่าว &amp;ldquo;ส่งหมูป่ากลับบ้าน&amp;rdquo; ถ่ายถอดสดผ่านรายงานเดินหน้าประเทศไทย ทางสถานนีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นำโดย 1.นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 2.นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 3.นางอัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิก 4.พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 5.พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 และทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีลอีก 3 นาย ที่อยู่กับเยาวชนและโค้ชในช่วงรอการช่วยเหลือ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นคนสัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อทีมหมูป่าฯ และโค้ช 13 คน ประกอบด้วย 1.ด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง (ไตตั้น) 2.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (เติ้ล) 3.ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) 4.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) 5.ด.ช.พรชัย คำหลวง (ตี๋) 6.ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี (มิก) 7.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค) 8.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงศ์ (พงษ์) 9.ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน (อดุลย์) 10.นายพิพัฒน์ โพธิ (นิค) 11.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนท์) 12.นายเอกรัฐ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) 13.นายเอกพล จันทะวงษ์ (โค้ชเอก)
ให้เด็กใช้ชีวิตปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ทีมหมูป่าฯ ได้ทดลองเตะฟุตบอลแบบวอร์มอัพก่อน จากนั้นได้เปิดคลิปทีมหมูป่าฯขณะอำลาทีมหมอ โดยบางคนซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ซึ่งทุกคนสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยคนละ 3 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.ไชยเวชกล่าวว่า ปกติคนที่ผ่านวิกฤติแล้วอาจจะมีอาการท้อถอยได้ แต่เราพบว่าทีมหมูป่าฯ ไม่มีแบบนั้นเลย กำลังใจดีเยี่ยม มีความแข็งแรงและความเข้มแข็งภายในที่จะเดินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พัชนีวรรณกล่าวว่า สำหรับสภาพความรู้สึกของน้องๆ ซึ่งจากการตรวจประเมินจิตวิทยา พบว่ามีความเข้มแข็งทางใจดี ตอบรับกับความเครียดที่จะเกิดในสังคมปกติได้ โรงพยาบาลเห็นว่าน้องมีสภาพจิตใจแข็งแรงแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เราเองอยากให้น้องๆ กลับไปใช้ชีวิตเดิมให้เร็วที่สุด กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว มีชีวิตที่โรงเรียนเป็นปกติ มีการบ้านเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร อยากฝากทุกคนให้มีพื้นที่ส่วนตัวกับเขา ให้เขามีโอกาส มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว โรงเรียน อยู่กับกิจกรรมที่เขารัก ส่วนคำถามต่างๆ ที่จะทำให้เขาลำบากใจ อยากให้มีโอกาสให้น้องๆ เตรียมตัว และมีโอกาสที่จะปฏิเสธไม่ตอบคำถามที่เขาลำบากใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัปษรศรีกล่าวว่า เราพบว่าน้องมีความเข้มแข็งทางใจปรากฏตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว มีปัจจัยบวกเยอะมาก สิ่งที่เราเป็นห่วงที่จะเจอข้างนอก ได้มีกระบวนการเตรียมไว้ และน้องเองมีวิธีที่จะรับมือพอสมควร คิดว่าค่อนข้างพร้อม เมื่อออกไปข้างนอกความแข็งแกร่งที่มีอาจมีบางอย่างเหมือนกันที่จะสกัดกั้นพัฒนาการบางอย่างที่เขาเป็น คือการให้เขาได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อเดินๆ อยู่จะมีใครมาดูเขาตอนไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนะที่นายประจญกล่าวว่า ด้วยเดชะพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทรงห่วงใยน้องๆ &amp;nbsp;ทั้ง 13 ชีวิต และทีมที่เราไปช่วยเหลือกันทุกตน นอกจากนี้ ด้วยแรงอธิษฐานของคนทั้งโลกใบนี้ ต้องกราบขอบคุณแทนน้องๆ &amp;nbsp;และขอเชิญน้องและทีมงานทุกคน กราบเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า มีเยาวชนทีมหมูป่าฯ 4 คนยังไม่ได้สัญชาติไทย ตรงนี้จะทำอย่างไร นายประจญกล่าวว่า น้องๆ ได้ไปยื่นเรื่องที่อำเภอแล้ว อยู่ในกระบวนการของสำนักทะเบียน ซึ่งมีดำเนินการตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไปถ้ำหลวง โค้ชเอกบอกว่า เรามีการปรึกษากันตั้งแต่แรก โดยมีน้องๆ เอ่ยปากว่าอาทิตย์หน้าไปเที่ยวถ้ำหลวงกันหรือไม่ เพราะมีบางคนไม่เคยไป ซึ่งนัดกันว่าจะไป จึงวางโปรแกรมซ้อมฟุตบอล โดยมีการอุ่นเครื่องระหว่างทีมสายใต้กับสายเหนือในช่วงเช้า ตอน 10.00 น. พออุ่นเครื่องเสร็จก็ไปที่ถ้ำหลวงกัน เพื่อไปศึกษาว่ามีอะไรบ้าง ต่างคนต่างอยากเห็น โดยเข้าไปลึกจุดเนินนมสาว ไปถึงจุดที่เรียกว่าเมืองลับแลหรือบาดาล ซึ่งก่อนหน้านี้ตน น้องดอม เคยไปมาแล้ว และเคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือพอมาถึงจุดสามแยกพบว่ามีน้ำนิดๆ ครั้งนี้ก็แบบเดียวกัน มีน้ำนิดๆ ตรงสามแยกเลยลองเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามน้องทุกคนว่าจะไปต่อหรือไม่ ถ้าไปพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมง แล้วต้องออกมาเลยนะ เพราะต้องออกมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะต้องไปส่งน้องตั้นเรียนพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร แม้จะเป็นวันเกิดน้องไมค์ แต่น้องบอกว่าวันนี้วันเกิด เวลา 17.00 น. ต้องถึงบ้าน เพราะพ่อแม่จัดงานวัดเกิดรอแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;ไปถึงเมืองลับแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกเล่าว่า มารู้ว่าติดถ้ำตอนเดินกลับออกมาเลย ตอนเข้าไปเราเดินเลยจุดเนินนมสาว ไปจุดที่เรียกว่า เมืองลับแล หรือบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ จึงถามทุกคนว่าจะเข้าไปสำรวจหรือไม่ ถ้าไปต้องว่ายน้ำเข้าไป ทุกคนบอกว่าไป โดยส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นหรือไม่ขึ้น พอเช็กแล้วว่าน้ำไม่ค่อยลึก ก็บอกทุกคนว่ามากันได้ จากนั้นทุกคนทยอยไป จากนั้นมีการเช็กกันว่าระยะทางสามารถไปได้อีก แต่มองนาฬิกาแล้วมันเกินเวลากำหนด จึงบอกน้องว่าให้กลับก่อน ก็พากันกลับมาแบบปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอมาเจอตรงสามแยก น้องบิวตะโกนเราเจอน้ำ ตอนแรกมีน้องคนหนึ่งถามว่าเราหลงทางหรือไม่ ซึ่งไม่หลง เพราะมีเส้นทางเดียว ผมจึงสำรวจอีกครั้งว่าใช่ทางเข้าที่มาหรือไม่ โดยให้น้องถือเชือกไว้ แล้วผมจะจับเชือกและเดินไป โดยบอกสัญญาณน้องๆ ไปว่าถ้ากระตุก 2 ครั้ง แสดงว่าผมออกจากรูไม่ได้ให้ดึงกลับ ผมก็มุดดู ปรากฏว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนก้อนหิน เลยกระตุกเชือก น้องก็พากันดึง แล้วบอกน้องๆ ว่าเราออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จึงพากันขึ้นมาบนบก แล้วขุดร่องให้น้ำระบายมา โดยใช้ก้อนหินมาขุด ตอนนั้นเกือบ 17.00 น. ขุดไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีน้ำจะลด 6 โมงเย็นกว่าแล้ว ทุกคนเลยตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ ซึ่งผมบอกว่าไม่ต้องกลัว อาจเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง จึงไปหาที่นอนกัน แต่ไม่มีขนมอะไรเลย ไม่ได้เตรียมอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกกล่าวว่า เราถอยจากสามแยกเข้าไป 200 เมตร แล้วเจอเนินที่เป็นทราย มีน้ำที่ตกและน้ำย้อยอยู่ จึงบอกน้องๆ ว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า เลยพากันค้างคืนตรงนั้น แล้วก่อนนอนได้บอกให้ทุกคนไหว้พระก่อนนอนกันดีกว่า ตอนนั้นไม่กลัว คิดว่าพรุ่งนี้น้ำน่าจะลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ใครเป็นคนตอบเป็นภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำต่างชาติที่เจอคนแรก น้องอดุลย์กล่าวว่า วันนั้นเป็นช่วงเย็น พวกเรานั่งอยู่บนโขดหินด้านบน ได้ยินเสียงเหมือนคนพูดกัน โค้ชเอกจึงให้เงียบๆ ก่อนเพื่อฟัง ปรากฏว่ามันเป็นเสียงคนพูดคุยกันจริง ตอนแรกพวกเราคิดว่าคนไทยหรือเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่ จากนั้นเขาลุกขึ้นจากน้ำ พวกเราตกใจ เขาเป็นคนอังกฤษ ไม่รู้จะพูดไร ช่วงนั้นมันงงๆ เพราะไม่ได้รับประทานอาหารหลายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะบวชให้ น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ที่เสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือจริงหรือไม่ โค้ชเอกกล่าวว่า จะไปบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้ น.ต.สมาน ทุกคนพร้อมใจกันหมด โดยน้องๆ บอกว่าบวชกี่วันก็ได้ โค้ชเอกบวชเท่าไรก็จะบวชเท่านั้น โดยเป็นการบรรพชาหมู่พร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลเล่าอีกว่า &amp;quot;ตอนนั้นยังไม่มีความกลัว เพราะคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะหาทางออกได้ ซึ่งผมพาน้องๆ เดินหาทางออก และคอยดูเวลาตลอด พร้อมหาแหล่งน้ำในถ้ำกินไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากหินย้อย ซึ่งเป็นน้ำที่สะอาด รสชาติเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป แต่ไม่มีอาหารประทังชีวิต เมื่อเริ่มหิวก็ต้องอาศัยกินน้ำเพื่อประทังชีวิตอย่างเดียว ก่อนจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอประมาณวันที่ 2 ก็บอกให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ และใช้ไฟฉายทีละกระบอก ซึ่งใช้ได้จนถึงวันที่ 2 ก.ค. และเป็นวันที่ 10 ขณะที่น้องๆ ทุกคนเริ่มอ่อนแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ช.ชนินทร์กล่าวว่า เริ่มอ่อนแรง หิวมาก โดยไม่นึกถึงกับข้าวเลย เพราะจะทำให้หิวกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลกล่าวอีกว่า ก่อนจะมีการใช้หินเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก แต่ถ้าไม่เจอ หมายความว่าเราโดนปิดตายสองชั้น ก่อนได้ยินเสียงน้ำไหลมา จึงบอกให้เด็กๆ ขึ้นไปอยู่ที่สูงขึ้น ก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงเกือบ 3 เมตร ก่อนตัดสินใจว่า ทางข้างล่างไม่สามารถใช้ได้แล้ว จึงต้องเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก โดยสลับกันขุดทีละคน ซึ่งแรงค่อยๆ หมดไป โดยอาศัยการกินน้ำเพื่อแก้หิวเท่านั้น ช่วงเย็นจะลงมาบริเวณเนินที่อยู่ใกล้น้ำเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยซีล (ใบเตย) กล่าวว่า เมื่อเข้าไปถึงได้ทดสอบกำลังใจทั้ง 13 คน และถามเด็กว่าสู้ไหม ตนได้พกยารักษาโรค และไฟฉาย ซึ่งเมื่อไปถึงก็แจกจ่ายแผ่นฟอยล์สำหรับให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆ และต้องใช้ปูพื้นด้วย เนื่องจากพื้นบริเวณดังกล่าวเป็นโคลนและชื้น หากไม่ปูจะนอนไม่ได้ ทำให้ฟอยล์สำหรับผู้ใหญ่ไม่พอเพียง ตนจึงใช้เศษที่เหลือมาทำเป็นเกาะอกและกระโปรง ซึ่งเหมือนกับชุดของใบเตย อาร์สยาม
ฝันเป็นนักบอล-หน่วยซีล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกิจกรรมระหว่างเด็กกับทีมงานช่วงอยู่ในถ้ำ บิวบอกว่า เล่นหมากฮอส โดยมีพี่ใบเตยเป็นแชมป์ถ้ำ หรือ คิง ออฟ เคฟ ซึ่งตนได้พยายามจำแผนการเล่นของพี่เตยไว้ โดยเขาเล่นเป็นสามเหลี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความทรงจำที่มีต่อหน่วยซีล นายเอกพลบอกว่า เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะกินนอนด้วยกัน มาร์คบอกว่า พี่ใบเตยเหมือนพ่อ เพราะเขาเรียกตนว่าลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการจากไปของจ่าแซม นายเอกพลกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ และประทับใจที่จ่าแซมยอมเสียสละชีวิตเพื่อป้องกัน 13 หมูป่า พิธีกรขอให้ทีมหมูป่าส่งตัวแทนออกมาอ่านข้อความไว้อาลัยของหมูป่า ซึ่งเขียนบนรูปวาดของจ่าแซม ซึ่ง &amp;ldquo;ไตตั้น&amp;rdquo; เป็นตัวแทนอ่านคำไว้อาลัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้บทเรียนอะไรจากการติดถ้ำ นายเอกพลกล่าวว่า ซาบซึ้งน้ำใจของทุกคน และจะใช้สติอย่างมีประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่ตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท จะเช็กให้ดีว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ น้องตี๋กล่าวว่า จะเป็นคนดีของสังคม อดุลย์กล่าวว่า ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตประมาท ไม่คิดก่อนทำจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกับเราในวันข้างหน้า ตนจะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ความฝันเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ น้องมาร์คกล่าวว่า ไม่เปลี่ยน ยังคงอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และจะเข้มแข็งอดทน น้องไตตั้นกล่าวว่า ทำให้อดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อ และรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง น้องบิวบอกว่า อยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเดิม และอยากเป็นหน่วยซีลด้วย ส่วนน้องมิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ และเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ส่วนพงศ์กล่าวว่า อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นหน่วยซีล เพราะอยากช่วยคน เติ้ลบอกว่า อยากเรียนจบสูงๆ ก่อน โน้ตกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไนท์กล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และอยากติดทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้ามีคนชวนกลับไปถ้ำจะไปอีกไหม นายเอกพลกล่าวว่า ถ้าชวนอาจไม่ไป แต่ถ้าหน่วยงานขอให้เป็นไกด์ อาจจะเป็นไกด์ให้ แต่เป็นไกด์แค่หน้าถ้ำ ส่วนที่เหลือให้พี่ๆ เขาไปกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอภาคย์กล่าวเสริมว่า ตามแผนที่คุยกับ ดร.แฮร์ริส มาร์คจะอยู่ใน 6 คนแรกที่ได้ออกจากถ้ำ ปรากฏว่าอุปกรณ์มีจำกัด โดยไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก จึงเหลือแค่ 4 คน มาร์คจึงตกขบวน ต่อมาวันที่สอง มาร์คจัดอยู่ในคิวแรก แต่ ดร.แฮร์ริสบอกว่ายังไม่มีหน้ากากสำหรับเด็กให้รอไปก่อน จึงต้องให้มาร์คออกวันสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า มีวิธีคัดเลือกเด็กๆ ออกมาจากถ้ำอย่างไร นายเอกพลกล่าวว่า จะมีตนและหน่วยซีลปรึกษากัน ซึ่งพี่หน่วยซีลบอกให้ตนพิจารณาดู ทุกคนบอกว่าใครออกก่อนก็ได้ ไม่ซีเรียส ตนจึงตัดสินใจว่าให้ชุดแรกเป็นคนที่อยู่บ้านไกลออกไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลับไปบ้านอยากบอกอะไรกับพ่อและแม่ ซึ่งน้องๆ ทุกคนกล่าวขอโทษพ่อแม่ที่เป็นเด็กดื้อ ต่อไปนี้จะบอกตลอดว่าไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 เปิดเผยว่า กระบวนการดูแลเยาวชนนักฟุตบอล และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน จากนี้จะส่งทีมจิตแพทย์ไปติดตามอาการ หลังจากกลับบ้านไปพักฟื้น 1 สัปดาห์ โดยจะติดตามเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ ส.ค.-ต.ค. จากนั้นจะแบ่งการติดตามเป็น 6 เดือน/ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมสุขภาพจิตประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตเด็กประเทศออสเตรเลียและทีมเอ็มแคทจังหวัดเชียงราย วางแผนการติดตามเฝ้าระวังอาการทางจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนต่อเนื่อง โดยน.ต.นพ.บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเด็กควรได้รับการปกป้อง ไม่ให้ต้องเผชิญกับสื่อหรือหน่วยงานใดๆ นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลคุ้นเคยที่คอยดูแล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13676</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่า, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, ประจญ ปรัชญ์สกุล, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน, พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อัปษรศรี ธนไพศาล, เดินหน้าประเทศไทย, เนินนมสาว, เมืองลับแล, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4e7158a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; มีความคืบหน้าและมีข่าวดีเรื่อยๆ สำหรับ 13 หมูป่าอะคาเดมี โดย นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพร่างกายดีขึ้นมาก ทีมแพทย์จะให้กลับบ้านวันที่ 18 ก.ค.นี้ ส่วนที่กังวลเรื่องการเข้าไปพูดคุยของบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะสื่อมวลชนในการสัมภาษณ์ที่บ้านแบบเจาะลึกนั้น ก็ควรเปิดสัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียว และสามารถขอสื่อมวลชนในการเลือกคำถามอย่างสร้างสรรค์ได้ หากสื่อสำนักไหนทำผิดกรอบจริยธรรม สังคมจะพิพากษาเอง เหมือนช่วงเกิดเหตุการณ์สื่อที่ออกนอกลู่นอกทางเจอพลังโซเชียลถล่มจนต้องออกแถลงการณ์แสดงความรับผิดชอบกันเอง...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเคลื่อนไหวทางการเมือง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ยังคงเดินหน้าประชุม ครม.สัญจร คราวนี้ไปที่ จ.อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค. ทำเอาพรรคเพื่อไทย อุบลฯ ดิ้นกันพล่าน นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สายภาคอีสาน กลุ่ม เจ๊แดง-น.ส.เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้เปิดบ้านที่ อ.เมือง จ.อุบลฯ นัดหารืออดีต ส.ส.และ ส.จ.ในพื้นที่ พร้อมกำชับไม่ให้ร่วมกิจกรรมและต้อนรับนายกฯ หลังฐานที่มั่น พท.อุบลฯ โดนตีแตก โดย นายสุพล ฟองงาม อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ และ นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ ไม่มาร่วมวงด้วย เชื่อว่าย้ายขั้วไปซบพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยโรงเรียนลุงตู่แล้ว...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจไม่เพียงอดีต ส.ส.ที่ถูกทาบทามหรือดูด แต่กลุ่ม นปช.-คนเสื้อแดง ก็โดดดึงมาร่วมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช.จึงโจมตีว่าละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย เจอ นายเทพพนม นามลี แกนนำ นปช.สุรินทร์ ย้อนเกล็ดแทบจุกอกว่า แกนนำ นปช.ไม่เคยมาจากการเลือกตั้ง มาจากแต่งตั้งทั้งนั้น ใครไม่มีเส้นสายก็ไม่มีทางได้ขึ้นเวที แต่ตนเองมาจากการเลือกตั้ง นปช.สุรินทร์กว่า 2 หมื่นคน พวกตนไม่เคยทิ้ง นายทักษิณ ชินวัตร แต่สมาชิก นปช.ต้องเดินหน้าเพื่อหากินเลี้ยงครอบครัวต่อไป พร้อมบอกว่าถ้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรแล้วขอ 2 เรื่อง คือ อย่าให้เปลี่ยนอุดมการณ์คนเสื้อแดง และอย่าให้พวกตนด่านายกฯ ทักษิณ ซึ่งนายภิรมย์ พบวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร ก็รับปากโดยดี จึงพร้อมที่จะทำงานช่วยกลุ่มสามมิตรเต็มที่ และหาก พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้ง ก็พร้อมสนับสนุน นี่แหละสัจธรรมการเมือง...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แก้ปัญหาแบบขอไปที กรณี ผกก.หนุ่ย-พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาฯ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล หลังปรากฏภาพเดินตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในประเทศอังกฤษ ต้นสังกัดได้ยกเลิกวันลา และตั้ง กก.สอบสวนข้อเท็จจริง จากนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม ต่อมาปรากฏภาพไปอยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ทักษิณ ชินวัตร ชมฟุตบอลโลกที่รัสเซีย จเรตำรวจก็สั่งให้ฝ่ายเทคนิคตรวจสอบว่าเป็นภาพจริงหรือตัดต่อ เรื่องนี้เป็นการท้าทาย สตช.และหยามประชาชนผู้เสียภาษี ให้ตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แต่กลับไปปกป้องนักโทษหนีคุกคดีโกงชาติ 2 คน จึงเข้าข่าย กระทำการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็น การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้อง ไล่ออก หรือ ปลดออก เท่านั้น...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนถล่มยับสำหรับข้าราชการครูที่ร่วมกันประกาศ &amp;quot;ปฏิญญามหาสารคาม&amp;quot; ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ซึ่งมีลูกหนี้ 4.5 แสนราย ดร.อวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย อ้างว่าครูไม่ได้ชักดาบ แต่ให้หยุดหักดอกเบี้ยแบบมหาโหด 6 เท่า พูดเหมือนกับว่าตอนเซ็นสัญญากู้เงิน ไม่ได้อ่านสัญญาเงินกู้ หรืออ่านแต่ไม่เข้าใจ หากซื่อบื้อขนาดนั้นจะเป็นครูบาอาจารย์ไปสอนเด็กให้เป็นคนฉลาดรู้เท่าทันโลกได้อย่างไร ถ้าดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นมหาโหดผิดเงื่อนไข ก็รวมกันไปฟ้องเจ้าหนี้-ธ.ออมสิน แต่หากชักดาบก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย ถูกเจ้าหนี้ฟ้อง และหากตกเป็นบุคคลล้มละลายก็ขาดคุณสมบัติของการเป็นครู หลักการ-กติกาง่ายๆ แค่นี้ จะไปอ่านปฏิญญาให้อายขายขี้หน้าชาวโลกไปทำไม...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ดร.อวยชัย วะทา, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, บันทึกหน้า4, พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สุทธิชัย จรูญเนตร, สุพล ฟองงาม, อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์, เกรียง กัลป์ตินันท์, เทพพนม นามลี, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>19ก.ค.หมูป่าคืนรัง จัดแถลงใหญ่กัน&#039;สื่อ&#039;ตื๊อ/13ชีวิตรํ่าไห้หลังรู้ข่าว&#039;น.ต.สมาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;13 หมูป่า&amp;quot; ร่างกายดีขึ้น มีกำหนดออกจาก รพ. 19 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;หมอ&amp;quot; จัดแถลงข่าวพร้อมกันทุกคน หวั่นสื่อตามไปสัมภาษณ์ส่วนตัวเกรงกระทบจิตใจ &amp;nbsp; &amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผยยอมแจ้งเรื่องจ่าแซมเสียชีวิตขณะช่วยเหลือ ทำเอาเด็กๆ ร้องไห้เสียใจ ต่างเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดและยืนไว้อาลัย สัญญาจะเป็นคนดี &amp;nbsp; ญาติเก็บกระดูก &amp;quot;น.ต.สมาน&amp;quot; ลอยอังคารในแม่น้ำชี &amp;quot;สพฉ.&amp;quot; ถอดบทเรียนถ้ำหลวง เตรียมหลักสูตรสอนเด็กเอาตัวรอด &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; เดินหน้าสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซม โพลชี้ ปชช.ยกทุกคนคือฮีโร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงความคืบหน้าอาการโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ภายหลังจากที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช พบว่าทุกคนมีสภาพร่างกายดีขึ้นตามลำดับ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทีมแพทย์ได้มีการปรับห้องให้มีความเหมาะสม พร้อมให้ญาติเข้าเยี่ยมดูแลใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า อาการล่าสุดในวันที่ 15 ก.ค. &amp;nbsp;กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้อ อาการดีขึ้น ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว, กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2561 อาการโดยรวมดี สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2561 อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้แล้ว รายที่มีอาการหูอื้อดีขึ้น รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการดูแลด้านจิตใจ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ค. แพทย์พิจารณาแล้วว่าสภาพร่างกายของน้องๆ นักฟุตบอลและโค้ชแข็งแรงขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจให้ญาติแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ น.ต.สมาน กุนัน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ซึ่งทุกคนร้องไห้ และแสดงความเสียใจ โดยเขียนความรู้สึกลงบนภาพวาดของ น.ต.สมาน ร่วมกันยืนไว้อาลัย กล่าวขอบคุณและสัญญาว่าจะเป็นคนดี ซึ่ง พล.ต.วุฒิไชย อิศระ แพทย์ใหญ่กองทัพภาค 3 ได้กล่าวกับผู้ประสบภัยในฐานะตัวแทนทหารว่า ถือเป็นภารกิจ เป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้วางแผนการดูแลต่อเนื่อง เช่น การสื่อสารในครอบครัว การทำกลุ่มเตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน การประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อติดตามผลในระบบโรงเรียน เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปดำเนินชีวิตที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้มีข้อเสนอแนะสิ่งที่ควรและไม่ควรทำสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสื่อมวลชน ตัวน้อง ๆ และโค้ชทีมหมูป่า ครอบครัว โรงเรียน ชุมชนและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจว่าทุกคนมีความเป็นห่วงและหวังดี ไม่อยากให้มีการตำหนิหรือกล่าวโทษใคร ขอให้ใช้ช่วงเวลานี้ในการช่วยเหลือหรือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่ดีงามของคนทั้งประเทศ&amp;rdquo; ปลัด สธ.กล่าว
19 ก.ค.หมูป่าออก รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า จากการติดตามสภาพจิตใจของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน หลังมีการแจ้งข่าว น.ต.สมาน ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกผิดหรือเสียใจย่อมเป็นธรรมดา แต่ยังคงติดตามต่อเนื่องอีก 2-3 วัน สภาพจิตใจของน้องๆ ทุกคนเข้มแข็ง และผ่านวิกฤติความเครียดภายในถ้ำมามาก ซึ่งการอยู่ร่วมกันในลักษณะเป็นกลุ่ม เพิ่มความแข็งแกร่งของจิตใจ ถือว่าน้องๆกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานดี แต่ที่ห่วงมากกว่าคือเมื่อกลับไปอยู่บ้านตามลำพังและการเข้าสังคม หรือแม้แต่การไปโรงเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 19 ก.ค. ที่น้องๆ มีกำหนดออกจากโรงพยาบาล ทราบจากทางจังหวัดเชียงรายว่าจะจัดให้มีการแถลงข่าวของทั้ง 13 คน เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนติดตามรบกวนชีวิตปกติของน้องๆ ทุกคน เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้สัมภาษณ์ผู้ประสบภัย ที่ควรมีการสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม ดีกว่าปล่อยให้สื่อติดตามสัมภาษณ์รายบุคคลที่บ้านแบบแยกเดี่ยว เพื่อป้องกันมิให้เกิดบาดแผลในจิตใจ&amp;quot; ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่วัดบ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;07.00 น. พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเก็บเถ้ากระดูกของ น.ต.สมาน โดยมีนายวิชัยและนางสำราญ กุนัน บิดามารดา รวมทั้งนางวลีพร กุนัน ภรรยา พร้อมญาติพี่น้องกว่า 100 คน และจอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค นักแสดง ซึ่งรู้จักกับครอบครัวจ่าแซมร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดได้ร่วมกันทำพิธีคานสามหาบเวียนซ้ายรอบเมรุชั่วคราว 3 รอบ แล้วถวายผ้าไตร ตะกร้าใส่อาหาร ปิ่นโต พระสงฆ์ 4 รูปได้ชักผ้าแล้วสวดมาติกาบังสุกุล ต่อมาพระสงฆ์และญาติๆ ได้เก็บกระดูกของ น.ต.สมาน ส่วนที่เป็นชิ้นห่อด้วยผ้าขาวนำไปล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำมะพร้าว ส่วนเถ้ากระดูกที่เหลืออยู่ได้จัดทำเป็นหุ่นสมมติว่าเป็นจ่าแซม แล้วนำกระดูกที่ล้างแล้วมาวางไว้ใกล้ๆ แล้วถวายผ้าไตรพระสงฆ์ 4 รูป ชักผ้าแล้วมาติกาบังสุกุลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระราชพรหมจริยคุณเดินนำหน้า นายวิชัยถือกระถางธูป นางสำราญถือเชิงเทียน และนางวลีพรถือห่อกระดูก ไปตั้งไว้ในบริเวณศาลาเพื่อประกอบพิธีทำบุญตามประเพณี พระสงฆ์ 9 รูปได้เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม โดยสวดมาติกาบังสุกุล ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำให้พรเป็นอันเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากได้รับพระทานเพลิงศพและเก็บกระดูกทำบุญให้กับลูกชายแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ขอบคุณทุกคน และวันนี้คิดว่าลูกคงรับทราบที่ทำบุญไปให้ขอให้ไปสู่สวรรค์ ขอให้ไปมีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงทางบ้าน สำหรับเถ้ากระดูกของลูกชาย พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด บอกให้เก็บเอาไว้เพื่อทำบุญ 100 วันก่อน จึงให้ญาตินำส่วนเถ้ากระดูกที่เหลือแบ่งเป็น 2 ส่วนให้กับบิดามารดาและภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิชัย นางสำราญ นางวลีพร และญาติพร้อมคณะเดินทางไปถึงวัดท่าสะแบง พระสงฆ์และพ่อแม่ ภรรยา ญาติพี่น้อง ได้ประพรมน้ำหอมลงบนเถ้ากระดูกจ่าแซม และมีการไหว้พระ รับศีล บังสุกุล กรวดน้ำให้พร จากนั้นพระสงฆ์ได้นำไปลอยเถ้าอังคารลงแม่น้ำชี โดยมีพระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด นำประกอบพิธีจนแล้วเสร็จ และเถ้าอังคารอีกส่วนหนึ่ง นางวลีพร ภรรยาจ่าแซมจะนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง บริเวณใกล้ลานพญานาค อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนางวลีพร และเป็นสถานที่ที่จ่าแซมชอบมาก เนื่องจากว่าทั้งคู่พบรักกันเมื่อ 15 ปีที่แล้วจากการไปแข่งไตรกีฬา จนรักผูกพันและแต่งงานกันมาได้ครบ 8 ปี
สอนวิธีเอาตัวรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นวันที่ 2 เหล่าจิตอาสาร่วมกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบวนอุทยานฯ ให้กลับคืนสภาพเดิม หลังภารกิจกู้ชีพกู้ภัย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีสำเร็จลุล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่สำรวจถ้ำหลวง ระบุว่า ภายในถ้ำยังมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตของทีมแพทย์ อุปกรณ์ของหน่วยซีล รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารอยู่ในถ้ำ เนื่องจากน้ำยังท่วมสูง ไม่สามารถนำออกมาได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ใช้เป็นเส้นทางเบี่ยงน้ำออกจากถ้ำ ปล่องถ้ำ รวมถึงจุดที่ใช้ขุดเจาะบาดาล ได้รับความเสียหาย ต้องได้รับการฟื้นฟูให้สมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทางกรมมีแผนฟื้นฟูในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเห็นชอบ โดยหนึ่งในแผนระยะยาวคือการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในถ้ำ การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และจัดทำป้ายสื่อความหมาย เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะจัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยทั้ง 13 ชีวิต ในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายจะทำพิธีปิดถ้ำ โดยนิมนต์พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 28 รูป เบื้องต้นได้นิมนต์ครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังจากรัฐฉานมาร่วมพิธี แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าครูบาบุญชุ่มจะเดินทางมาร่วมพิธีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ททท. ได้ทำการผลิตคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาที เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เพื่อขอบคุณประชาคมโลกที่แสดงน้ำใจในการช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ชจนออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยจะนำเสนอผ่านเครือข่ายทั่วโลกของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ในช่วงระหว่างเดือน ก.ค.นี้ไปจนถึงเดือน ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากกรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ติดถ้ำ ทำให้ สพฉ.ได้ผนึกภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชนหลากหลายองค์กร เตรียมคลอดต้นแบบการเรียนการสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดจากเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 เรื่อง อาทิ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ไฟไหม้ การเรียนรู้การทำ CPR การใช้งานเครื่อง AED และการสังเกตอาการหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือด รวมถึงการฝึกการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 &amp;nbsp;เชื่อจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้เด็กจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พบกับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือและกำหนดพื้นที่ที่จะใช้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ น.ต.สมาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อ.เฉลิมชัยพร้อมผู้ว่าฯ เชียงรายได้เดินไปดูพื้นที่บริเวณลานหน้าถ้ำหลวง จุดที่เคยเป็นพื้นที่กางเต็นท์สำหรับสื่อมวลชน ซึ่งมีการถมดินและปรับปรุงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจารย์เฉลิมชัยระบุว่า จุดนี้แหละที่จะใช้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของจ่าแซม ขนาดใหญ่ 2 เท่าคนจริง วางไว้บนโขดหิน ลักษณะของอนุสาวรีย์จ่าแซมจะสวมชุดนักดำน้ำและกำลังทำท่าเดินไปข้างหน้า รอบๆ ขาจะมีรูปปั้นหมูป่า 13 ตัวและน้ำล้อมรอบ โดยอนุสาวรีย์ของจ่าแซมจะอยู่บนดินกลางเกาะ ส่วนเท้าของอนุสาวรีย์ก็จะอยู่ระดับเท่าศีรษะของคนดู สีรูปปั้นจะออกสีน้ำตาล ส่วนหลังของอนุสาวรีย์จะมีการก่อสร้างศาลาไม้เป็นห้องโถงโล่ง ผนังใช้ที่เก็บรูปของศิลปินต่างๆ ที่ได้วาดรูปของเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเด็กทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง
ชี้ทุกคนฮีโร่ถ้ำหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นเราคงจะสร้างไว้อีกจุดที่หน้าอาคารอำนวยการของวนอุทยานฯ ซึ่งจะมีโครงการสร้างในภายหลัง เป็นที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์การช่วยเหลือและรูปภาพต่างๆ ไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้ รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจะเอาไว้ตรงจุดนี้ ซึ่งเราจะสร้างในภายหลัง ตอนนี้เราจะสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซมก่อน คาดว่าใช้เวลาราว 5-6 เดือน ส่วนหุ่นจ่าแซม จะสวมชุดนักดำน้ำและหันหน้าเข้าไปทางหน้าถ้ำในลักษณะกำลังก้าวเดิน เราคาดว่าจะปั้นให้เสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะนำไปปรับแต่ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ส่วนศาลาที่อยู่ตรงกันข้ามอนุสาวรีย์จ่าแซม คงจะสร้างเสร็จก่อน มีความกว้าง 40 เมตร คูณ 50 เมตร เป็นอาคารไม้เก่า เพื่อจะเอารูปที่ศิลปินๆ ต่างร่วมกันเขียนนำมาติดโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Aunyarat Wonghu โพสต์ว่า ได้รับโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน ดีใจมากที่ทีมทหารสหรัฐขอนัดเจอพวกเราตอนเช้าของวันนี้ เพื่อจะขอบคุณพวกเราที่ซักผ้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบภารกิจ ไม่รู้จะอธิบายรูปภาพว่าอะไร มันคือความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตที่ฉันได้ของขวัญตอบแทนจากพวกคุณ ฉันจะจดจำตลอดไป พวกเราขอขอบคุณมากกว่าที่ทีมทหารสหรัฐได้เข้ามาช่วยน้องๆ ทีมหมูป่า ทำให้คนไทยทั้งประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวรู้สึกดีใจ และขอบคุณทีมงานของพวกท่านที่มาช่วยเรา ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอให้ท่านทุกคนเดินทางปลอดภัยกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (ผอ.สปท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนกรณีถ้ำหลวงว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงพละกำลังและศักยภาพในการบริหารจัดการกับวิกฤติปัญหาระดับชาติได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมไม้ร่วมมือและความเสียสละจากทุกภาคฝ่ายทั้งรัฐ เอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน บรรยากาศแบบนี้อาจมีให้เห็นไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติความขัดแย้งในสังคมการเมืองไทยกว่าทศวรรษที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสกล่าวว่า พละกำลังหรือกำลังของแผ่นดินครั้งนี้ ได้รับการสรรเสริญและชื่นชมไปทั่วโลก ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราจะทำให้กำลังของแผ่นดินครั้งนี้เป็นแรงส่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเอาการเมืองไทยออกจากถ้ำของการทุจิตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งแตกแยกและการเมืองที่ล้มเหลวได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ควรเป็นธุระของทุกฝ่ายที่จะทำให้คุณูปการของภารกิจถ้ำหลวงเป็นโมเดลของการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะบทเรียนที่ต้องยอมรับกันว่า ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้นั้นไม่มีอยู่จริง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ เสียสละคนละเล็กละน้อย ก็จะทำให้ภารกิจนั้นสำเร็จได้เช่นกรณีปรากฏการณ์ถ้ำหลวง เทียบเคียงกรณีของการปฏิรูปประเทศไทยที่บางคนบางกลุ่มอาจถอดใจหรืออาจคิดว่าเป็น mission impossible หรือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่สามารถทำให้เป็นจริงได้ถ้าเราเรียนรู้จากปรากฏการณ์ถ้ำหลวง ที่สำคัญมีคนและกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนี้ แต่ไม่ประสงค์ออกนาม ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องขอชื่นชม&amp;quot; นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความสุขประชาชน ความสุขประเทศไทย กรณีทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.9 ติดตามข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงตั้งแต่วันแรกถึงวันช่วยเหลือออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยทุกคน ในขณะที่ร้อยละ 25.5 ติดตามปกติเหมือนข่าวทั่วไป และร้อยละ 2.6 ไม่ได้ติดตาม นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.1 สนใจข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่ามากกว่าข่าวฟุตบอลโลก, ร้อยละ 11.0 สนใจข่าวฟุตบอลโลกมากกว่า และร้อยละ 25.9 สนใจทั้งสองข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความประทับใจ ใครคือฮีโร่ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.7 ประทับใจคนไทยและทุกชาติที่ช่วยเหลือคือฮีโร่ของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 5.3 ประทับใจบางคน และคะแนนเฉลี่ยความสุขประชาชนวันที่ทราบข่าวช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำปลอดภัยทุกคนอยู่ที่ 9.78 คะแนน เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 เชื่อมั่นว่าความรักความสามัคคีของคนในชาติจะรักษาความสุขของประชาชนไว้ได้ ในขณะที่ร้อยละ 3.5 ไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13460</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธัญญา เนติธรรมกุล, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, นพดล กรรณิกา, พล.ต.วุฒิไชย อิศระ, ยุทธศักดิ์ สุภสร, วลีพร กุนัน, สำราญ กุนัน, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b601d0461a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!4หมูป่าปลอดภัย ออกถํ้าหลวงฯถึงมือ&#039;หมอ&#039; ไม่เกิน20ชม.ช่วยอีก9ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศอร.&amp;quot; เปิดปฏิบัติการลำเลียงทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนสำเร็จ! เบื้องต้นช่วยเด็กออกมาแล้ว 4 คน นำส่งตรวจร่างกาย รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ทันที &amp;quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; ยันทุกคนปลอดภัย ระบุอีก 9 คนรอความพร้อมหลังขวดออกซิเจนวางรายทางหมดต้องนำไปวางใหม่ คาดไม่เกิน 20 ชม.เริ่มปฏิบัติการอีกครั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เชียงรายรอบ 2 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) เปิดปฏิบัติการลำเลียงโค้ชและเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จากบริเวณจุดเนินนมสาวออกมาภายนอกถ้ำหลวงฯ หลังจากทั้งหมดติดอยู่ภายในถ้ำมานานกว่า 16 วัน รวมทั้งกรมอุตุนิยมวิทยายังได้พยากรณ์อากาศในช่วงตั้งแต่วันที่ 8-13 ก.ค.2561 จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 10.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) แถลงถึงการลำเลียง 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกจากถ้ำหลวงฯ ว่า ความพร้อมในการที่จะลำเลียงเด็กออกมาคือ สภาพอากาศ น้ำ ร่างกาย และจิตใจของเด็ก รวมถึงทุกปฏิบัติการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ความพร้อมถึงขีดสุดแล้ว โดยดีเดย์ปฏิบัติการเมื่อเวลา 10.00 น. ใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดำน้ำถ้ำจากต่างประเทศ 13 คน และผู้เชี่ยวชาญของไทยอีก 5 คน เข้าไปปฏิบัติการช่วยเด็กให้ออกมา โดยมีการวางแผนกันชัดเจนว่าจะเข้าไปและนำเด็กออกมาอย่างไร โดยในหน้างานจะมีผู้ปฏิบัติการและทีมแพทย์เท่านั้น&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. น้ำลงต่ำที่สุด โถง 1 ไปโถง 3 สามารถเดินได้แล้ว มีการสูบน้ำลดได้สูงสุด 30% ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 10 วัน และดูจากสภาพอากาศวันนี้เราเห็นว่าพายุลูกใหม่กำลังจะมา ถ้าเรารอจะเกิดฝนตกลงมา ความพร้อมจะลดจากร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นระดับต่ำลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพร่างกายของเด็ก ขอยืนยันทั้ง 13 คนมีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจสูงมาก เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ทั้ง 13 คนรับทราบภารกิจที่เราจะปฏิบัติแล้ว เขาพร้อมที่จะออกมาด้วย ไม่ว่าจะเผชิญอะไร รวมทั้งครอบครัวทราบแล้วก่อนที่เราจะปฏิบัติภารกิจ ส่วนทีมแพทย์ เราซ้อมติดต่อกันมา 3-4 วัน ซ้อมแม้กระทั่งนำเด็กมาทดสอบความพร้อมว่าจะช่วยอย่างไร เราพร้อมปฏิบัติจริงๆ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการนำสแลนสีเขียวมาล้อมบริเวณหน้าถ้ำ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เพราะเราซ้อมการเข้าถึง ซ้อมภารกิจของแต่ละคน เราจะไม่ยอมให้มีความสับสนแม้แต่นิดเดียว ซึ่งขอยืนยันการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เราพร้อมทุกด้าน เรามีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านถ้ำและสุขภาพชาวออสเตรเลียเข้าไปประเมินโดยตรงเมื่อวันที่ 7 ก.ค. จึงไม่มีวันใดที่เราพร้อมกว่านี้อีกแล้ว หลายจุดถ้ำสามารถเดินได้ ถ้าเราไม่เริ่มปฏิบัติการในเวลาที่เราได้เปรียบที่สุดและพร้อมที่สุด เราอาจเสียโอกาสที่จะทำปฏิบัติการไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้า-ออกถ้ำ เราประเมินว่าอย่างเร็วที่สุดคนแรกน่าจะออกมาประมาณ 21.00 น. ซึ่งการลำเลียงเด็กออกครั้งนี้ เราจะทยอยออกทีละ 1 คน โดยเด็ก 1 คนจะมีคนดูแล 2 คน อาจจะใช้เวลาพอสมควร และไม่ใช่วันนี้จะเสร็จ แต่ภารกิจวันนี้จะต่อเนื่องตลอดจนกระทั่งคนสุดท้ายออกมา โดยผลจะเริ่มออกมาหลัง 21.00 น. และจะมีผลออกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ทีมรวมดาราโลกลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เรามีการซักซ้อมในเรื่องทางออกหลายทาง ซักซ้อมทั้งทางอากาศและบนพื้นดิน เราเลือกแผนที่เหมาะสมที่สุด ณ เวลานั้น เราดูจะสถานการณ์ทุกอย่างประกอบกัน เราเตรียมเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลไว้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนเอาใจช่วยการปฏิบัติการครั้งนี้ ส่งแรงใจให้น้องๆ 13 คน และทีมปฏิบัติการของเราทุกคนประสบความสำเร็จ เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่พวกเราคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมที่เข้าปฏิบัติการครั้งนี้อยากเรียกว่าทีมรวมดาราโลกเลยละกัน เพราะมาจากแทบทุกประเทศที่เชี่ยวชาญ หลายคนพอได้รับการประสานก็แบ็กแพ็ก เอาอุปกรณ์กันมาเลย ซึ่งเขาเป็นทีมที่เจอกันประจำในระดับโลก ซ้อมกันประจำอยู่แล้ว ส่วน 5 คนของเรานั้นมีการคัดพิเศษที่เพอร์เฟกต์และเข้ากับเขาได้&amp;rdquo; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายณรงค์ศักดิ์จะแถลงข่าว ตั้งแต่เวลา 06.45 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ได้แจ้งในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศอร.ว่า จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบริเวณทางเข้าปากถ้ำหลวงฯ โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์คือนายณรงค์ศักดิ์จะมาลงแถลงข่าวที่ อบต.โป่งผา ริมถนนพหลโยธินแทน ซึ่งอยู่ไกลจากบริเวณปากถ้ำหลวงฯ หลายกิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตั้งแต่เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้กางสแลนสีเขียวปิดทางออกจากปากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ยาวไปถึง รพ.สนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย ประกาศในฐานะ ศอร. ขอยึดคืนพื้นที่สื่อมวลชนที่มาเกาะติดรายงานสถานการณ์ช่วยเหลือเด็กและโค้ช จำนวน 13 ชีวิต ภายในวนอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยให้ย้ายมาอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดถนนพหลโยธิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร รวมทั้งยังให้จิตอาสาและเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานออกนอกพื้นที่ไปอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถนนสนามบินเก่า ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่จะนำทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีมารักษาพยาบาลหลังออกจากถ้ำหลวงฯ ในเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และ รปภ.ของโรงพยาบาลได้จัดเตรียมสถานที่ให้กับทางสื่อมวลชนให้มาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางโรงพยาบาล โดยมีการนำแผงเหล็กมาตั้งเรียงรายตามแนวถนน แต่สามารถทำข่าวได้ในช่วงที่มีการนำเด็กทั้ง 13 คนส่งถึงโรงพยาบาล โดยมีการขอร้องไม่ให้ทางสื่อหรือชาวบ้านผ่านเข้า-ออกหน้าห้องฉุกเฉิน นอกจากญาติผู้ป่วยที่เข้ามารักษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับห้องชั้น 8 ที่จะใช้เป็นสถานที่รักษาและดูแลทั้ง 13 คน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเส้นทางขึ้นไว้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบันไดหรือลิฟต์ ในด้านการจราจร ในช่วงเช้ายังอนุญาตให้รถยนต์ผ่านไปมาได้ แต่มีการเตรียมปิดถนนได้ทันทีหากมีการลำเลียงเด็กเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามแผนหลังนำเด็กออกจากถ้ำหลวงฯ จะนำส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์และทางรถยนต์ โดยเฮลิคอปเตอร์จะมาลงที่บริเวณสนามโรงเรียนสันโค้ง (เชียงรายจรูญราษฎร์) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้น 13 ชีวิตถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลจะถูกนำตัวไปยังหอผู้ป่วยสามัญอุบัติเหตุชั้น 8 ซึ่งจะถูกปรับให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจทั้งชั้น ซึ่งภายในจะมีระบบควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐาน คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมโรคให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติ
4 หมูป่าออกมาสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปจะนำ 13 ชีวิตไปตรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นการประเมินภาวะอุณหภูมิของร่างกาย การขาดน้ำ การขาดสารอาหาร ตรวจเอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ปัสสาวะ นำตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาเชื้อ รวมทั้งตรวจพิเศษอื่นๆ ตามคำประเมินของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอผู้ป่วยยังจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ห้องโถงพักญาติแยกชัดเจนจากผู้ป่วย โดยให้ญาติที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดเพียง 52 คนเท่านั้นที่เข้าเยี่ยมได้ และการเยี่ยมจะเกิดขึ้นหลัง 3 ถึง 7 วันที่ได้มีการประเมินอาการของ 13 ชีวิตก่อนตามระเบียบสากล/ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับญาติและทีมแพทย์ก่อนเข้าไปถึงห้องพักของทั้ง 13 คน เสื้อผ้าที่ฆ่าเชื้อแล้วจะถูกจัดไว้ให้เปลี่ยนเพื่อความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระเบียบในการเยี่ยมญาติต้องห่างจาก 13 ชีวิต 2 เมตร ห้ามสัมผัสใกล้ชิด/ห้ามโดนเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากต้องระมัดระวังการแพร่เชื้อที่ไม่มีใครรู้ว่ามีเชื้อโรคอะไรบ้างที่ 13 ชีวิตจะนำติดออกมาจากถ้ำ ขณะที่ในห้องที่ 13 ชีวิตพักรักษาตัวจะมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ได้เกิดฝนตกบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน นานกว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า นายณรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้า หลังจากนักดำน้ำนานาชาติและหน่วยซีลได้เริ่มปฏิบัติการเข้าไปช่วยเหลือนำทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ทุกคนเริ่มปฏิบัติการเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำจากต่างประเทศ จำนวน 13 คน ได้เข้าไปดำน้ำเพื่อกู้ภัยในถ้ำ ในจำนวนนี้ 10 คนได้ไปประจำที่จุด 9 (จุดที่น้องอยู่) และจุด 6 (จุดกลางทางใกล้สามแยก) ตามแผนงาน เพื่อเริ่มกระบวนการนำเด็กออกจากถ้ำ ส่วนอีก 3 คนทำงานสนับสนุนการช่วยเหลือเด็ก โดยได้เริ่มดำน้ำตามแผนตั้งแต่เวลา 14.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารข่าวระบุว่า นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกจำนวนหนึ่ง นักประดาน้ำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เชี่ยวชาญการกู้ภัยจากไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีนและยุโรป ประจำการอยู่ที่บริเวณโถงหมายเลข 3 จนถึงปากถ้ำ ทั้งนี้ มีการวางระบบรอก เพื่อสนับสนุนการนำเด็กออกจากถ้ำในบริเวณโถงหมายเลข 2 และ 3 ซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่มีความยากลำบาก เนื่องจากความซับซ้อนและยากลำบากของสภาพภายในถ้ำ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลาเท่าใดที่จะสามารถนำเด็กชุดแรกออกจากถ้ำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยนักประดาน้ำจะทำงานร่วมกับแพทย์ภายในถ้ำ เพื่อประเมินสภาพร่างกายของเด็กๆ และพิจารณาความเหมาะสมว่าเด็กคนไหนจะถูกนำตัวออกมาเป็นชุดแรก เนื่องจากความซับซ้อนของถ้ำและความยากของการปฏิบัติการ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเด็กกี่คนจะสามารถออกจากถ้ำในการดำเนินการครั้งแรก&amp;quot; เอกสารข่าวศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่สามารถพาน้อง 2 คนแรกทีมหมูป่าอะคาเดมีออกถ้ำหลวงฯ มาได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็น ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือน้องมาร์ค และ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม หรือน้องโน้ต และนำไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่นำน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีคนที่ 3 ออกจากถ้ำเดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตามด้วยเวลา 19.50 น. นำน้องคนที่ 4 ออกจากถ้ำ เดินทางด้วยรถพยาบาลไปที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
ไม่เกิน 20 ชม.ลุยอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 21.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย และคณะ ร่วมแถลงข่าวแห่งความสำเร็จปฏิบัติการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีพร้อมผู้ฝึกสอน 4 คนแรกออกมาจากถ้ำหลวงฯ ได้สำเร็จว่า เป็นเวลา 16 วันแห่งการรอคอยที่คุ้มค่าที่สุด หลังจากทุกฝ่ายได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อมทั้งระดับน้ำที่ลดลงไปมาก อากาศที่เอื้ออำนวย สภาพร่างกายและจิตใจของเด็กและพ่อแม่ และทีมบุคลากรที่ทำงาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ภารกิจมีทั้งหมด 3 ระยะ คือ ค้นหา กู้ภัย และส่งกลับ ซึ่งสามารถกู้ภัยและส่งตัวน้องๆ 4 คนแรกถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างปลอดภัยทุกคน ปฏิบัติการดังกล่าวใช้เจ้าหน้าที่เทคนิคดำน้ำ 13 คน โดย 10 คน เป็นนักดำน้ำ อีก 3 คนเป็นฝ่ายเทคนิค มีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลไทย 5 นาย &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดำน้ำกว่า 90 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศกว่า 50 คน และคนไทยกว่า 40 คน โดยใช้วิธีให้เด็กเกาะอยู่ข้างใต้ตัวเทคนิค ใส่หน้ากากกันน้ำเข้า มีระบบหายใจตามปกติ ให้น้องอยู่ข้างใต้และกอดน้องออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิบัติการวันนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาด คนแรกออกมาจากถ้ำเมื่อเวลา 17.40 น. คนที่สองออกมาหลังจากนั้น 20 นาที นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยรถพยาบาลต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนคนที่ 3 และ 4 ออกมาในเวลา 19.40 น.และ 19.50 น.&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการต่อไป จะทำเมื่อมีความพร้อม ทุกอย่างต้องเตรียมใหม่ โดยเฉพาะขวดออกซิเจนที่ใช้หมดแล้ว จะต้องนำไปวางใหม่ โดยปฏิบัติการถัดไปจะเริ่มอีกไม่เกิน 20 ชั่วโมงนับจากนี้ และสภาพจะต้องเหมือนวันนี้ โดยจะมีการประชุม เชิญทุกทีมมาประเมิน ทั้งระบบลำเลียง ยานพาหนะ &amp;nbsp;ทีมแพทย์ ทีมขนส่ง ทีมบริหารจัดการทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ระบบส่งตัวโดยรถพยาบาลไปถึงเฮลิคอปเตอร์ราบรื่นมาก ใช้เวลาเพียง 2 นาทีกว่า &amp;nbsp;เร็วกว่าวันซ้อม 5 เท่า เหนือสิ่งอื่นใดคือพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยและทรงให้กำลังใจทีมงานทุกคน จนภารกิจสำเร็จลงได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจที่เหลือให้สำเร็จลุล่วงเป็นของขวัญแก่ชาวไทยทั้งประเทศ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 22.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักขึ้นอีกครั้งบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างมาก โดยมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเพื่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะช่วยน้องๆ ออกมาได้ว่า ตามหลักการจะมีแพทย์หลัก 2 คน เป็นผู้ตรวจ 13 ชีวิต คือ อายุรแพทย์ตรวจผู้ที่มีอายุเกิน 15 ปี 1 คน &amp;nbsp;และกุมารแพทย์สำหรับตรวจผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 1 คน นอกจากนั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ เช่น ด้านโรคติดเชื้อ จักษุแพทย์ ร่วมกันวินิจฉัยอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า มีทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมแล้ว ไม่ต้องขอรับทีมเสริมจากที่อื่น ขณะที่มีเรื่องน่ายินดีว่าถ้าทั้ง 13 คนมีสภาพร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวเร็ว ผลเลือดไม่มีการติดเชื้อ และเมื่อดูอาการภายใน 24 ชั่วโมงไม่พบว่ามีไข้หรืออาการไอ ก็จะสามารถให้ญาติมาเยี่ยมได้ แต่ต้องอยู่ในระยะห่าง 2 เมตรตามหลักสากล&amp;quot; นพ.ธงชัยกล่าว&amp;nbsp;
นายกฯ บินลงเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ จะเดินทางไปถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามภารกิจช่วยเหลือ 13 คนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับฟังจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ และการรายงานของสื่อมวลชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงอยากไปติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 21.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องติดตามปัญหา และสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรที่เสียสละพื้นที่ของตนเป็นที่รับน้ำจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเหล่านี้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้เกษตรจังหวัดเชียงรายและเกษตรอำเภอแม่สายสำรวจพื้นที่ ซึ่งพบว่ามี 3 ตำบลใน อ.แม่สาย ที่ได้รับผลกระทบ คือ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย รวมจำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกรราว 100 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของพื้นที่ที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับอัตราการช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการคือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท, พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท, พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท โดยระหว่างนี้เกษตรกรสามารถไปแจ้งความเสียหายได้ และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายแปลงทุกแปลง คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุปการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ จ.เชียงราย พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หากไม่เพียงพอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบที่มีอยู่ โดยจะโอนเงินผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรง อีกทั้งจะมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ฟื้นฟูสภาพดิน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมหลังน้ำลดแก่เกษตรกรด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ขอบคุณเกษตรกรทั้งหมดที่เสียสละประโยชน์ของตัวเอง และปลาบปลื้มใจที่ทราบว่าทุกคนยินดีให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวงฯ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ให้กำลังใจโค้ชเอก พร้อมทั้งเสนอแนวทางการใช้พุทธจิตวิทยาบำบัดให้กับโค้ชทีมนักเตะหมูป่าว่า พุทธจิตวิทยาบำบัดกับการบำบัดแบบไทยๆ ที่ได้ผลและควรค่าแก่การนำมาใช้กับเด็กๆ ทั้ง 13 คนในถ้ำหลวงน้ำนางนอน ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา โดยจะพบเห็นการจัดปอยส่างลองกันมากที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบน คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมประเพณีนี้ก็สืบเชื้อสายมาจากไทยใหญ่ ซึ่งก็ได้ร่วมกันสืบทอดงานประเพณีนี้มาเป็นเวลาช้านานบนความเชื่อที่ยังคงสืบสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง รวมถึงการเสียชีวิตของจ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการในระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือ หากเด็กทั้ง 13 คนทราบหลังจากผ่านช่วยเหลือออกมาได้แล้ว ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งกระทบจิตใจอย่างรุนแรงของเด็กได้ และอาจนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงเฉียบพลัน หรือชนิดเรื้อรัง และทำร้ายตนเองได้ เพราะความรู้สึกนี้จะรบกวนจิตใจของเด็กตลอดเวลาแบบมิรู้ลืม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดยุติธรรมกล่าวว่า เมื่อประเทศไทยในภาคเหนือตอนบนความยังคงมีเข้มแข็งทางวัฒนธรรมอยู่ ดังนั้น ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา อาจเป็นเครื่องมือจิตบำบัดที่สำคัญของเด็กกลุ่มนี้ ทั้งยังเป็นการบรรพชาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้วีรบุรุษของพวกเขาและโลก คือจ่าแซมไปเสียในคราวเดียวกันด้วย ผมเชื่อว่าวิธีการนี้น่าจะเป็นพุทธจิตวิทยาบำบัด ได้เป็นอย่างดีและทรงประสิทธิภาพครับ ขอให้กำลังใจเด็กและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยหัวใจและความเคารพครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม คณะสงฆ์ได้ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ ขอพรเทวดา และสำรวมจิต เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กำลังใจคนไทย และให้ประเทศ ก้าวผ่านวิกฤติ เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นติดต่อกัน ทั้งเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เครื่องบินกองทัพบกตก และทีมหมูป่าอะคาเดมีติดในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงราย รวมถึงตั้งจิตอธิษฐานให้ทั้ง 13 คนที่ติดถ้ำกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นักประดาน้ำ, ประจักษ์ สุธรรม, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มงคล บุญเปี่ยม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422b76ade6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงชื่นชมช่วย13ชีวิต ในหลวงให้กำลังใจทุกฝ่าย ลุ้นหาโพรงไปช่องนมสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; มีพระราชกระแสชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่พบ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างศรัทธา เชื่อมั่น ให้การช่วยเหลือครั้งนี้สำเร็จลุล่วง &amp;ldquo;ณรงค์ศักดิ์&amp;rdquo; รับห่วงภาวะฝนซ้ำเติม ระบุยังเร่งระบายน้ำเป็นหลัก พร้อมหาช่องโพรงเพื่อไปเนินนมสาว รับได้หากสภาพ 90% ก็พาออกทันที &amp;ldquo;ซีล&amp;rdquo; เผยเด็กๆ กำลังใจดี ถามฟุตบอลโลกไปถึงไหนแล้ว&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม &amp;nbsp;และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี รวม 13 คน โดยทุกคนปลอดภัยดี โดยรับสั่งว่าความสำเร็จของการปฏิบัติในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ความรู้ความสามารถ และความเสียสละของทุกฝ่าย ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า ความสมัครสมานสามัคคี และความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ต่างมีอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงชื่นชมยกย่อง และขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นต่อไปให้สำเร็จลุล่วงอย่างดีที่สุด สมดังความหวังตั้งใจของทุกฝ่าย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
ต่อมาเพจไทยคู่ฟ้า สำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่พระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ความว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้ามีความปลาบปลื้มใจและโล่งใจมาก ที่ได้ทราบว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีรวม 13 คน ซึ่งสูญหายไปในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 แล้ว โดยทุกคนปลอดภัยดี นับเป็นข่าวดีที่เราชาวไทย ตลอดจนชาวต่างประเทศ ที่ได้ติดตามความคืบหน้าของการค้นหามาโดยตลอด ต่างมีความชื่นชมยินดีถ้วนหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จของปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระบบระเบียบ ด้วยความรู้ความสามารถและความเสียสละ อุทิศตนของทุกคนทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากต่างประเทศต่างๆ ที่มีน้ำใจเดินทางมาช่วยเหลือ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุนการปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ ตลอดจน ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่ส่งกำลังใจห่วงใย ให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้โดยเต็มกำลัง และยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนด้วยความเต็มใจยินดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ความสมัครสมานสามัคคี และความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ต่างก็ยังมีอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชมยกย่องต่อท่านทั้งหลายด้วยใจจริง และขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานในชั้นต่อไป ด้วยความมีสติ มีสมาธิ มีปัญญาอันกล้าแข็ง และมีศรัทธาเชื่อมั่นไม่เสื่อมคลาย เพื่อให้ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปอย่างดีที่สุด สมดังความหวังตั้งใจของทุกฝ่าย ตลอดจนประชาชนทั้งหลายที่เอาใจช่วยอย่างเต็มที่เสมอมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า กต.ได้จัดทำหนังสือขอบคุณแก่ประมุขและผู้นำทั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น, ลาว และเมียนมา สำหรับความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมายังถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เพื่อช่วยชีวิตเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ซึ่งล่าสุด นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้ลงนามในหนังสือดังกล่าวและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากภารกิจการช่วยเหลือเสร็จสิ้น ทีมหมูป่าฯ ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย ทางกระทรวงการต่างประเทศจะหารือกันอีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกกลุ่มเจ้าหน้าที่จนกว่าจะเดินทางกลับ ซึ่งกระทรวงรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณสำหรับความห่วงใยและกำลังใจจากทุกประเทศทั่วโลกที่ติดตามข่าวสารนี้ผ่านช่องทางต่างๆ&amp;rdquo; น.ส.บุษฎีกล่าว
รับห่วงฝนถล่มซ้ำเติม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการพาทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงฯ นั้น ตั้งแต่เวลา 08.45 น. นายพูนศักดิ์ วงศ์เสงี่ยม เจ้าหน้าที่กองปฏิบัติการดับเพลิง 3 กทม. ซึ่งร่วมปฏิบัติงาน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในถ้ำ หากใส่ชูชีพไปได้ถึงบริเวณโถง 3 โดยไม่ต้องดำน้ำ แต่จากโถง 3 ไปถึงเนินนมสาว ยังมีระดับน้ำลึก ซึ่งต้องใช้หน้ากากดำน้ำ และเป็นหน้าที่ของชุดประดาน้ำ ส่วนการสูบน้ำจากบริเวณโถง 3 ยังไม่เต็มที่ตามที่ประเมินไว้ เนื่องจากกำลังไฟฟ้าสายไฟลากไปถึง ทำให้กำลังไฟไม่พอ โดยได้ประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อขอกำลังไฟฟ้าเพิ่ม คาดว่าจะเรียบร้อย โดยหากดำเนินการเรียบร้อย จะทำให้การสูบน้ำออกจากถ้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม ก็จะสามารถสูบน้ำออกได้ตามประเมินไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยสภาพอากาศตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันที่ 5 ก.ค. ถึง 06.00 น. วันที่ 6 ก.ค. ภาคเหนือมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.กำแพงเพชร, ตาก, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) แถลงความคืบหน้าการนำตัว 13 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกมาจากถ้ำหลวงฯ ว่า เรากังวลที่สุดคือสภาพอากาศ โดยกำลังให้กรมอุตุฯ ประเมินสถานการณ์ทุกวัน ว่าแต่ละวันจะมีกลุ่มเมฆหรือปริมาณฝนตกบริเวณนี้เท่าไร ก่อนหน้านี้เราทำงานแข่งกับเวลา แต่ตอนนี้เราแข่งกับน้ำ ซึ่งเราสูบเต็มศักยภาพที่เรามีอยู่ แต่ยังมีน้ำเติมเข้ามาได้&amp;nbsp;
สำหรับภารกิจหลักของวันที่ 5 ก.ค.คือ สูบน้ำเหมือนเดิม กับการคำนวณตำแหน่งเนินนมสาวจะเทียบกับพิกัดบนผิวดินกับจุดที่เด็กอยู่ว่าจริงๆ อยู่ตรงไหน เรากำลังหาตำแหน่งที่ตรงหรือใกล้ที่สุดกับจุดที่เด็กอยู่ เอาแบบที่สามารถเข้าไปได้เลย วันนี้จะระดมสรรพกำลังทั้งหมดไปอยู่ตำแหน่งที่คาดว่าตรงกับจุดที่เด็กอยู่ในถ้ำ ซึ่งเรามีอุปกรณ์บนภูเขาอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์เผยว่า การเข้า-ออกจากปากถ้ำไปถึงจุดที่เด็กอยู่ใช้เวลา 11 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้โฟกัสทั้งหมดอยู่ที่ตัวเด็กกับทีมที่จะไปนำเขาออกมา ส่วนเรื่องแผนนั้น เราจะดูสภาพอากาศ ต้องประเมินว่าถ้าปริมาณฝนเติมเข้ามาแล้วน้ำขึ้น เรามีเวลากี่ชั่วโมง กี่วัน เพื่อไม่ให้กลับไปสู่สถานการณ์เดิมคือน้ำเต็มอีก ตอนนี้น้ำลดลงไปมาก ถ้าเราไม่สามารถรักษาความได้เปรียบตรงนี้ได้ น้ำจะไหลเติมเข้าไปอีก ที่น่ากลัวคือ ต้องคำนวณสภาพอากาศทุกวันว่าน้ำจะเติมเข้าไปในถ้ำเท่าไร เราจะมีเวลากี่ชั่วโมง เพราะว่าเราเสี่ยงให้น้ำท่วมไม่ได้ ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในถ้ำหลวงฯ ตอนนี้ลดลงกว่า 1 เซนติเมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp;
เผย 90% รับได้พาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้ให้เตรียมอุปกรณ์ 13 ชุดว่าถ้าต้องออกมาในสภาพที่ความพร้อมไม่ 100% และ ณ กี่เปอร์เซ็นต์ที่เท่าไร เป็นความเสี่ยงที่เราจะรับได้ เช่น ถ้าสภาพทั่วไปโดยรอบนอก 90% เรากู้ได้ ถ้าตกถึงสภาพ 90% &amp;nbsp;เราจะเอาออกเลย อันนี้คือความพร้อมของเรา วันนี้เราประเมินหมดแล้ว เราต้องการตัวเลขอย่างเดียวว่าแต่ละอย่างนั้นต้องการกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเข้าตรงนี้ล็อกปุ๊บเราจะปฏิบัติการ แต่สิ่งที่เป็นตัวเร่งเราคือน้ำจะเติมเข้ามา ผมกังวลเรื่องฝน วันนี้ประเมินหมด เมื่อประเมินแล้วถึงแม้ไม่พร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องมาดูว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เราต้องทำแผนอะไร เช่น อุปกรณ์กี่ชุด คนประกบกี่คน โดยเราจะเช็กลิสต์ทั้งหมดเพื่อประเมินความพร้อมตรงนี้&amp;rdquo; นายณรงค์ศักดิ์ระบุ
เมื่อถามถึงระยะเวลาในการฝึกเด็กดำน้ำต้องใช้เวลาเท่าไร นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เพิ่งผ่านไปวันกว่าๆ คนที่ไม่เคยฝึกดำน้ำมาก่อนเลยคงไม่ง่ายนัก ต้องให้ครูฝึกประมาณว่าเขามีศักยภาพแค่ไหน จึงยืนยันเวลาไม่ได้ ส่วนร่างกายเด็กยังแข็งแรงดีอยู่ ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ยังเล่นกันได้อยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ยังกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าพบว่ามีกลุ่มอาสาสมัครไปขุดเจาะน้ำแล้วอัดน้ำกลับเข้าไป ไม่แน่ใจว่ามีวัตถุประสงค์ใด อาจมองว่ามันเป็นวิธีที่อัดแล้วน้ำจะออกได้อีกทางหรือไม่ ซึ่งเราได้รับรายงานมา และกำลังตรวจสอบอยู่ โดยอยากแจ้งว่าอะไรที่อยู่นอกแผนอยากให้มาคุยกันก่อน อย่าทำโดยพลการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การนำข้อมูลออกมาจากจุดที่เด็กอยู่ใช้เวลา 11 ชั่วโมง โดยหน่วยซีลใช้เวลาดำน้ำขาเข้า 6 ชั่วโมง และขาออกใช้เวลา 5 ชั่วโมง ทั้งนี้ หน่วยซีลที่อยู่ในจุดที่เด็กอยู่จะไปหาข้อมูลให้เราทราบว่าเนินที่เป็นปล่อง หรือจุดที่คาดว่าจะมีอากาศภายนอกเข้ามาอยู่บริเวณไหนอีกทาง และหน่วยบนภูเขาจะไปดูเฉพาะจุดที่หน่วยซีลให้ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การถึงตัวเด็กให้เร็วที่สุด ยืนยันว่าเรายังทำงาน 24 ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า เรื่องการพร่องน้ำขณะนี้เรายังสามารถคุมสถานการณ์ได้ โดยระบายน้ำที่ถ้ำทรายทำได้ 1,600,000 ลิตรต่อ ชม. ส่วนการเจาะบ่อบาดาล มีจำนวน 10 บ่อ ทำได้บ่อละ 200,000 ลิตรต่อ ชม. ส่วนบริเวณหน้าถ้ำหลวงฯ 3 บ่อ บ่อละ 180,000 ลิตรต่อ ชม. เราทำเต็มกำลังทั้งหมด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราสามารถผันได้ประมาณ 128,000,000 ลิตร ที่ผันออกจากใต้ดินไป
นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ภารกิจหลักของเราคือการเดินขึ้นข้างบนภูเขาเพื่อหาจุดที่คิดว่าเราสงสัยที่สุด และจะปูพรมตรงนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บริเวณหน้าถ้ำหลวงฯ นายอาสาน คนขยัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หัวหน้าทีมคนเก็บรังนก กล่าวว่า พอรู้ว่าเจอเด็กแล้ว ทีแรกก็คิดว่าเด็กจะออกทางปากถ้ำได้ จึงได้เดินทางกลับ แต่ว่าเมื่อคืนวันที่ 4 ก.ค. ก่อนเครื่องบินกำลังจะออก 30 นาที ทหารได้โทร.หา จึงยกเลิกตั๋ว จากนั้นทางทหารได้ส่งรถมารับ เพราะก่อนหน้านี้ได้ลงไปในปล่องซึ่งอยู่เลยหาดพัทยาไปแต่ตัน และเจอน้ำไปไม่ได้ ในวันนี้เมื่อรู้จุดแล้ว จึงจะเดินไปตรงปล่องที่เด็กอยู่ เพราะว่าไม่ยากแล้ว เรารู้ว่าเด็กอยู่ตรงนี้ ทำให้ตอนนี้ต้องหาทางลงอย่างเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 13.10 น. หน่วยซีลชุดที่เข้าไปหา 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่บริเวณเนินนมสาว ได้ออกมาจากถ้ำหลวงฯ ซึ่งหน่วยซีลให้ข้อมูลว่า เด็กๆ &amp;nbsp;สบายดี แข็งแรง และยังถามด้วยว่าบอลโลกเป็นอย่างไรบ้าง จึงตอบเด็กๆ ไปว่าทีมใหญ่ตกรอบหมดแล้ว สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ที่อยู่ในถ้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ไปทำกิจกรรมวาดรูปภายในถ้ำเพื่อให้เด็กๆ ได้ผ่อนคลายอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า น้องๆ 13 ชีวิตยังได้แจ้งหน่วยซีลว่าได้ยินเสียงไก่ขันด้วย จึงคิดว่าน่าจะมีโพรงที่สามารถลงไปถึงจุดเนินนมสาวที่น้องๆ อยู่ได้
ปรับสูตรอาหารเหลว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวถึงการดูแลสุขภาพของทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนว่า ได้ปรับสูตรอาหารให้ทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน โดยได้จัดทำน้ำเกลือแร่ เพื่อเพิ่มแร่ธาตุ อาหารเหลวทางการแพทย์ มอบให้หน่วยซีลนำเข้าไปอีกทีหนึ่ง เพื่อร่างกายของทั้ง 13 คนได้รับสารอาหารและแร่ธาตุจำเป็นอย่างเหมาะสม ไม่เกิดปัญหาการได้รับสารอาหารมากจนเกินไปจนทำให้เกิดอันตรายช็อกได้ ซึ่งได้มีกำหนดการบริโภคสารอาหารเหล่านี้วันละ 2,000 ซีซี แบ่งเป็นน้ำเกลือแร่ 1,000 ซีซี สารอาหารเหลวทางการแพทย์อีก 1,000 ซีซี โดยจะให้อาหารในลักษณะนี้ต่อไปอีก 7 วัน เมื่อร่างกายปรับสภาพจึงจะให้อาหารปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อาหารทางการแพทย์ใช่เพาเวอร์เจลที่พูดกันหรือไม่ นพ.ธงชัยยืนยันว่า ไม่ใช่ เพราะจะทำให้ร่างกายได้พลังงานเกินจำเป็น และมีแต่พลังงานอย่างเดียว ส่วนอาหารมื้อแรกที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพาเวอร์เจลนั้น จริงๆ ไม่ใช่ เพียงแต่ติดไป และการบริโภคก็ต้องให้ในปริมาณจำกัด สำหรับคนทั่วไปไม่ควรรับประทาน เพราะเพาเวอร์เจลเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ใช้ในกลุ่มนักกีฬาที่ใช้แรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและเกิดความต่อเนื่องในการดำเนินการช่วยเหลือผู้สูญหายบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จึงมอบหมายให้นายณรงค์ศักดิ์ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.เชียงราย เฉพาะภารกิจอำนวยการ และบริหารจัดการช่วยเหลือผู้สูญหาย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2561 เป็นต้นไป จนกว่าภารกิจดังกล่าวจะแล้วเสร็จ หรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการเร่งนำตัวเด็กและผู้ฝึกสอนฟุตบอล 13 คนออกมาจากถ้ำหลวงฯ ว่าเป็นเรื่องของจังหวัดเชียงรายที่ต้องประเมินหน้างาน เบื้องต้นต้องทำให้เด็กแข็งแรงและว่ายน้ำให้ได้ก่อน หากจะนำเด็กออกทางปากถ้ำ ส่วนถ้าจะออกทางปล่องหรือโพรง ก็ยังไม่รู้ว่าจุดทางออกอยู่บริเวณใดของเขา เพราะอยู่ระหว่างสำรวจโพรงที่ใกล้จุดที่เด็กอยู่ เพื่อให้สามารถนำเด็กขึ้นได้ แต่เชื่อว่าการนำเด็กออกทางปากถ้ำจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุด แต่ขณะนี้เด็กก็ยังว่ายน้ำไม่ได้&amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวเด็ก 13 คน คนละ 1 ล้านบาท ว่าไม่เป็นความจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12834</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ญี่ปุ่น, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, บุษฎี สันติพิทักษ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ลาว, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมูป่าอะคาเดมี, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e2f5060d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
