<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;ยก&#039;พระมหาชนก&#039;ตั้งใจทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถแล้ว ย่อมไม่เสียใจภายหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอแก้ว ผลิพัฒน์ ว่า มีเพื่อนถามมาว่า How are you? ไม่รู้ทำไม นึกถึงพระมหาชนกขึ้นมาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนั้นนางมณีเมขลา ได้เห็นความอดทนของพระมหาชนกที่กำลังว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร จึงได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ใครหนอ พยายามว่ายน้ำในมหาสมุทร อันแลไม่เห็นฝั่งอยู่เช่นนี้ ท่านเห็นประโยชน์อะไร จึงได้พยายามว่ายอยู่อย่างนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหาชนกตอบว่า&amp;nbsp;
&amp;quot;ดูกรเทพธิดา เราได้พิจารณาเห็นธรรมเนียมของโลก และผลของความพยายาม จึงได้พยายามว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรอันแลไม่เห็นฝั่งนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมณีเมขลาถามอีกว่า&amp;nbsp;
&amp;quot;ฝั่งของมหาสมุทรไม่ปรากฏแก่ท่าน ถึงท่านจะพยายามว่ายน้ำไป ก็จะต้องตายเสียก่อนที่จะถึงฝั่งแน่แท้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหาชนกตอบว่า&amp;nbsp;
&amp;quot;ดูกรเทพธิดา เมื่อบุคคลทำความเพียรอยู่ ถึงจะตายไปก็ได้ชื่อว่าไม่เป็นที่ติเตียนของบิดามารดา วงศาคณาญาติตลอดถึงเทพยดาทั้งหลาย&amp;nbsp;
อีกประการหนึ่ง&amp;nbsp;
เมื่อบุคคลตั้งใจทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถแล้ว&amp;nbsp;
ย่อมจะไม่เสียใจภายหลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เราจะชนะไปด้วยกัน #สำหรับประเทศไทยน้อยกว่านี้ได้ยังไง&amp;nbsp;
#NeverNeverNeverGiveUp #พวกเราทีมไทย
#แด่มดงานเพื่อนร่วมอุดมการณ์ #ศิษย์มีวันนี้เพราะมีครู
#TPWork #TPlife #I_Love_What_I_Do
#ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด #บทเรียนไว้เรียนรู้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105655</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, พระมหาชนก, หมอแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bed041a5787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านโดยพลัน! &#039;หมอแก้ว&#039; สรุปเหตุการณ์สำคัญ 500 วันกับโรคติดเชื้อโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 -นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ 500&amp;nbsp;วันกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การวิ่งมาราธอนที่คนไทยทุกคนต้องวิ่งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันที่ 31&amp;nbsp;ธันวาคม 2562&amp;nbsp;(นับเป็นวันที่ 0 หรือ Day 0) ซึ่งเป็นวันที่เราเริ่มได้ยินข่าวว่ามีโรคอะรูก็ไม่ไร้ (อะไรก็ไม่รู้) เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น มาถึงวันนี้นับได้ 500&amp;nbsp;วันพอดี ประเทศไทยเราได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ขอใช้โอกาสครบรอบ 500 วัน สรุปเหตุการณ์ที่ผมคิดว่าสำคัญที่เกิดขึ้น เพื่อให้หลายท่านได้ทบทวนและเรียนรู้กันพอสังเขปแล้วกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธันวาคม 2562 จีนรายงานการพบผู้ป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุเป็นกลุ่มก้อน ต่อองค์การอนามัยโลก โดยพบผู้ป่วยแล้ว 27 คน ทั้ง 27 คน มีประวัติเกี่ยวข้องกับ Wuhan Huanan Seafood Market และระบุว่าไม่มีการแพร่โรคจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มกราคม 2563&amp;nbsp;ได้แจ้งคำสั่งในเริ่มดำเนินการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคสำหรับโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ และได้แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ท่ามกลางเสียงบ่นเล็กน้อยๆ ของพวกน้องๆ ที่รู้ว่าต้องเร่ิมมาทำงานกันในวันเสาร์อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มกราคม - มีข่าวว่าเชื้อก่อโรคคือ bat SARS-like coronavirus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม &amp;nbsp;- พบผู้ป่วยสงสัยเป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผลการตรวจเบื้องต้นพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มกราคม - ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบเชื้อ bat SARS-like coronavirus ในผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มกราคม - จีนเปิดตัวเชื้อก่อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มกราคม - ไทยรายงานการพบผู้ป่วยรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มกราคม &amp;ndash; ทางการจีนประกาศว่าโรคโควิด 19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มกราคม - จีนเริ่มมาตรการล็อกดาวน์เมือง Wuhan ห้ามประชาชนออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มกราคม - รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มกราคม - องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มกราคม - รายงานผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อในประเทศเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 กุมภาพันธ์ - รับคนไทย 138 คนจากเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศไทย โดยได้รับตัวไว้สังเกตอาการในสถานที่รัฐจัดให้เป็นเวลา 14 วัน พบผู้ติดเชื้อ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 กุมภาพันธ์ - ญี่ปุ่นบริจาค Favipiravir ให้ประเทศไทยจำนวน 200 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ - ยา Favipiravir ล็อตแรก 5,000 เม็ดส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 กุมภาพันธ์ - ยา Remdesivir ล็อตแรกส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 กุมภาพันธ์ - คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย และประเทศไทยรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เสียชีวิตเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - มีข่าวแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้เดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มีนาคม - ประกาศพื้นที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6, 8 มีนาคม - รายการมวยที่สนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม - สำนักนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มีนาคม &amp;ndash; ผู้มีชื่อเสียงที่ทำหน้าที่พิธีกรในสนามมวยประกาศตัวว่าติดเชื้อโควิด 19
13 มีนาคม - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประกาศขอให้คนไทยที่เข้าร่วมงานดาวะห์ และผู้ติดตามใกล้ชิดเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไปพบแพทย์ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม - คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน และให้ปิดมหาวิทยาลัย โรงเรียนนาชาติ สถาบันกวดวิชา ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณและโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และงดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มีนาคม - ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศกิจการและสถานที่เสี่ยงบางประเภททั่วกรุงเทพฯ เป็นเวลา 22 วัน ทำให้ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก และพบการรายงานผู้ป่วยในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มีนาคม - รายงานผู้ป่วยยืนยันสูงสุดของการระบาดในระลอกแรก จำนวน 188 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มีนาคม - ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มีนาคม &amp;ndash; ประกาศให้สิทธิการรับบริการสาธารณสุขกรณีโรคโควิด 19 อยู่ในขอบเขตบริการสาธารณสุขตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เมษายน - ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักร (เคอร์ฟิว) และสั่งห้ามไม่ให้คนต่างชาติและคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศ ห้ามเครื่องบินทุกประเทศและผู้โดยสารเข้าประเทศไทย 3 วัน และได้ห้ามต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน - คณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 63 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เมษายน - กระทรวงวัฒนธรรมออกประกาศห้ามจัดงานสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน - กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดเริ่มประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขรายงานจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 54 คน และหลังจากวันที่ 9 เมษายนเป็นต้นมา จำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีจำนวนน้อยกว่า 100 คนมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เมษายน - ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย ได้พิจารณาออกคำสั่งปิดร้านค้าและสถานประกอบการจำหน่ายสุราเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18-20 เมษายน - เริ่มเกิดกระแสสังคมเกี่ยวกับผู้มีจิตอาสาแจกสิ่งของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน - บางจังหวัดในไทย (นครราชสีมา น่าน) เริ่มผ่อนปรนมาตรการ ปลดล็อคสถานที่ ธุรกิจบางประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - รายงานผู้ป่วยเป็นเลขหลักเดียว (9 ราย) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในเดือนมีนาคมเป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน โดยเริ่มจากกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน และประเมินทุก ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พฤษภาคม - ไทยไม่พบผู้ป่วย (0 ราย) ในรอบเกือบ 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน หรือมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พฤษภาคม - รายงานผู้ติดเชื้อในประเทศคนสุดท้ายของการระบาดระลอกที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิถุนายน - เกิดเหตุการณ์ประชาชน ออกไปเที่ยวหาดบางแสนจนล้นหาด ทำให้เทศบาลเมืองแสนสุข &amp;nbsp;ต้องออกประกาศปิดถนน และห้ามเข้าพื้นที่ชายหาดในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิถุนายน - กระทรวงคมนาคม ได้แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดที่ให้บริการขนส่งสาธารณะทุกระบบสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ 100 % ทั้งรถโดยสารสาธารณะ (รถทัวร์) ทั่วประเทศ รถไฟทางไกลและเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9-10 กรกฎาคม &amp;ndash; คณะผู้บัญชาการทหารบก สหรัฐอเมริกา เดินทางมาประเทศไทย และสามารถเข้ามาปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่ต้องกักกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 กรกฎาคม - ศบค. เห็นชอบมาตรการ ผ่อนคลายผู้ไม่มีสัญชาติไทย เข้ามาในราชอาณาจักรไทย สำหรับกลุ่ม Medical Program (medical quarantine) โดยกำหนดเกณฑ์การเข้ามาและเลือกประเทศที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 กรกฎาคม &amp;ndash; เกิดเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อ ไม่ให้ความร่วมมือตรวจหาเชื้อ และยังออกนอกโรงแรมกักกันโรค ที่จังหวัดระยอง และพบว่ามีการออกไปเดินห้างสรรพสินค้า และเด็กหญิงอายุ 9 ขวบลูกสาวอุปทูตติดเชื้อและเดินทางเข้ามาพักที่คอนโดส่วนตัวใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 - 24 กรกฎาคม - องค์การอนามัยโลกและองค์กรเครือข่ายดำเนินการสรุปบทเรียนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย และดำเนินการถ่ายทำสารคดีสะท้อนความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกที่ 1 ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีที่มีชายชาวญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งการตรวจหาเชื้อของประเทศญี่ปุ่น เป็นการตรวจที่สนามบิน โดยใช้วิธี CLEIA (ChemiLuminescent Enzyme ImmunoAssay) โดยใช้ตัวอย่างน้ำลาย ซึ่งต่อมาเมื่อทำการตรวจยืนยันก็พบว่าผู้เดินทางคนดังกล่าวไม่ได้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีชาวมาเลเซียติดเชื้อโควิด 19 หลังเดินทางกลับจากไทย ในประเทศไทยได้ดำเนินการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัส พบว่าผู้สัมผัสทุกรายไม่มีผู้ใดติดเชื้อ  15 กันยายน - ครม. อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานและ ศบค. อนุมัติให้จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาความต้องการแรงงาน และอนุญาตแรงงานกัมพูชาเป็นชุดแรกจำนวน 500 ราย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรหมู่บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กันยายน - ศบค. มีมติอนุญาตบุคคล 6 กลุ่ม เดินทางเข้าไทย เช่น นักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันกีฬาจักรยานทางไกล นักบินและลูกเรือ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราวประเภทต่างๆ ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่ม long stay &amp;nbsp; ผู้ถือบัตร APEC Card เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ตุลาคม - มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญคือมีท่านปลัดกระทรวง อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมอนามัย และอธิบดีกรมสุขภาพจิต ท่านใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ตุลาคม - กรมควบคุมโรค เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดระลอกใหม่อย่างจริงจัง ด้วยการยกระดับและปรับปรุงสมรรถนะด้านต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งการปรับปรุงแนวทางการควบคุมโรค การจัดสถานกักกันเพิ่มเติม การวางระบบเฝ้าระวังและตรวจจับในหลายระดับ การเพิ่มจำนวนหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค 3 เท่าจากที่มีอยู่ 1,000 ทีม การเตรียมความพร้อมระบบบัญชาการเหตุการณ์ทุกการขยายศักยภาพด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ตุลาคม - เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ตุลาคม - กระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี ประกาศความร่วมมือกับแอสตราเซเนกา และมหาวิทยาอ๊อกฟอร์ดผลิตวัคซีนโควิด-19 เป็นชาติแรกในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ตุลาคม - ผู้ว่าราชการจังหวัดตากประกาศปิดกิจการที่มีความเสี่ยง จำกัดการเดินทางเข้าออกพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความเข้มงวดมาตรการป้องกันควบคุมโรค ปิดด่านขนส่งสินค้า และเข้มงวดป้องกันการเดินทางเข้าออกผ่านทางช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ตุลาคม - พบผู้ติดโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส วัย 57 ปี ซึ่งได้รับการกักตัวครบ 14 วันในสถานกักกันทางเลือกแล้ว คาดว่าอาจจะเป็นการติดเชื้อระหว่างที่กักกันตัวอยู่ในสถานที่กักกันทางเลือก ซึ่งนำไปสู่การเข้มงวดวิธีปฏิบัติในสถานกักกันทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ตุลาคม - สถานการณ์การระบาดที่แม่สอดเริ่มดีขึ้น จังหวัดตากจึงเริ่มมาตรการผ่อนคลาย และให้สามารถกลับมาเปิดด่านแม่สอดได้ภายใต้เงื่อนไขการดำเนินมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ตุลาคม - พบแรงงานเมียนมาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านทางชายแดนไทย-มาเลเซียติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พัทลุง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พฤศจิกายน - กระทรวงสาธารณสุข มีแผนที่จะเริ่มนำร่องการกักตัว 10 วันในกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำหรือใกล้เคียงกับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพศชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันที่เป็นชาวต่างชาติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่โรงแรมสถานกักกันทางเลือก (ASQ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤศจิกายน &amp;ndash; ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ 6,049,723,117 บาท เพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำนวนวัคซีน 26 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ หญิงวัย 29 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการสอบสวนทราบว่าได้เดินทางกลับจากทำงานที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา &amp;nbsp;และลักลอบเดินทางเข้าไทยผ่านทาง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้น ยังคงพบผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามมาจากฝั่งท่าขี้เหล็กอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทางการจัดช่องทางพิเศษให้ผู้เดินทางเข้าพักสังเกตอาการที่ local quarantine จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าประเทศจึงค่อยๆ ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธันวาคม &amp;ndash; ครม. มีมติอนุมัติผ่อนปรนให้ต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa, STV) สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่จำกัดประเทศ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข การขอวีซ่า พร้อมแจ้งสถานที่พำนักในไทยให้ชัดเจน และยินยอมที่จะกักตัวเป็นเวลา 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายแรกในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจากการสอบสวนโรคในระยะต่อมาพบว่าได้มีการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วในสมุทรสาคร การระบาดระลอกใหม่นี้ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดที่มีผู้เดินทางเข้ามายังสมุทรสาครอย่างกว้างขวาง การแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อยืนยันเป็นจำนวนมากจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 43 ของจำนวนตัวอย่างที่ตรวจทั้งหมด และในวันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้ประกาศปิดตลาดกลางกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนหลักร้อยในรอบหลายเดือน โดยได้รายงานผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 576 ราย แบ่งเป็นแรงงานต่างด้าว 516 ราย ติดเชื้อในประเทศ 19 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ในสถานที่กักกันแห่งรัฐ 41 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธันวาคม - กระทรวงสาธารณสุขเปิดโรงพยาบาลสนาม บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มเปิดให้บริการจำนวน 30 เตียง และสามารถขยายศักยภาพให้สามารถมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้สูงสุด 100 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธันวาคม - สมุทรสาครเริ่มปฏิบัติการตรวจเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และควบคุมโรคโรค โดยตั้งเป้าที่จะตรวจโรงงานขนาดใหญ่ให้ได้ทุกแห่งภายใน ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธันวาคม - จังหวัดสมุทรสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งแรก ภายในวันโกรกกราก
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;เริ่มต้นปี 2564&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
4 มกราคม - จังหวัดสมุทราสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ ๒ สนามกีฬา อบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม - อำเภอแม่สอดพบคนไทยติดโควิด 17 คน จาก 40 คน โดยคนไทยทั้ง 40 คนเป็นผู้เดินทางข้ามมาจากเมียนมา และเข้าสู่สถานที่กักกันภายในอำเภอแม่สอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ - ช่วงเวลา 10 วันที่สมุทรสาครรายงานผู้ป่วยอย่างน้อย 733 คน
3 กุมภาพันธ์ - จังหวัดสมุทรสาครเริ่มดำเนินการควบคุมการระบาดและการจำกัดการแพร่ระบาดในโรงงานขนาดใหญ่ ๙ แห่ง โดยมีแผนจะปิดกั้นไม่ให้แรงงานของบริษัทออกมาปะปนกับประชาชนภายนอกเป็นเวลาอย่างน้อย ๔ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 กุมภาพันธ์ - พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดพรพัฒน์ ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กุมภาพันธ์ - &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากยุโรปกลุ่มแรก 59 คน เดินทางถึง จ.ภูเก็ต พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้ากักตัวใน Villa Quarantine ที่โรงแรมศรีพันวา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้มาตรการสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; วัคซีนซิโนแว็ค 200,000 โด๊สแรก ขนส่งถึงประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; ประเทศไทยเริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 254 คน ที่สถาบันบำราศนราดูร 95 คน และที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร 159 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มีนาคม &amp;ndash; กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเริ่มการฉีดวัคซีนเข็มแรกของจังหวัด ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครมีคำสั่งปิดศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 3 โครงการวัฒนาแฟคตอรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - ครม. อนุมัติงบประมาณ 6,387,285,900 บาทเพื่อจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 จำนวน 35 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มีนาคม &amp;ndash; จังหวัดสมุทรสาครออกคำสั่งเรื่อง ผ่อนปรนมาตรการคุมโควิด-19 โดยลดระดับจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มีนาคม &amp;ndash; วัคซีนบริษัทแอสตราเซเนกาส่งถึงไทย จำนวน 117,000 โดส ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครทำการเปิดศูนย์ห่วงใหญ่คนสาคร แห่งที่ 10 ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีเลื่อนฉีดวัคซีน เนื่องจากมีกระแสข่าวกระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์กประกาศระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกาเป็นการชั่วคราว หลังมีรายงานกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีนบางราย ในวันเดียวกัน ในกรุงเทพมหานครได้มีการตรวจพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดบางแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีได้รับการฉีดวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม &amp;ndash; อนุมัติและเริ่มฉีดวัคซีนฉุกเฉินในกลุ่มเสี่ยงที่มีความเกี่ยวข้องกับ Cluster บางแค โดยได้มีการเตรียมวัคซีนรองรับไว้ 6,000 โด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เมษายน - สำนักอนามัย &amp;nbsp;กทม. เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 13 คน ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ 3 แห่ง ได้แก่ Krystal Club, ลาบลาบาร์ และเบียร์เฮ้าส์ย่านทองหล่อ-เอกมัย นับเป็นการระบาดระลอกที่ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งการแพร่ระบาดก่อนช่วงสงกรานต์ ซึ่งต่อมาได้ก่อให้เกิดการระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - เริ่มพบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน - กระทรวงสาธารณสุขเปิดศูนย์แรกรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาคารนิมิตบุตร เพื่อช่วย กทม ในการจัดการผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤษภาคม - เริ่มฉีดวัคซีนเพื่อหวังผลในการควบคุมโรคในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พฤษภาคม - วันที่ 500 - Day 500 - นายกรัฐมนตรีเปิดโรงพยาบาลสนามขนาด 5,200 เตียง ภายในอาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
500 วันผ่านไปแล้ว สถานการณ์เดินมาจนถึงวันนี้ วันที่สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยถือได้ว่า อยู่ในระดับที่ &amp;ldquo;รุนแรงที่สุด&amp;rdquo; เท่าที่เราเผชิญมา ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วครับที่ทุกคนจะต้องลุกขึ้นสู้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่
&amp;hellip;..
ตอนที่ไฟไหม้ เราควรจะเร่งรีบดับไฟ ไม่ใช่ไปยืนด่าไฟที่กำลังไหม้&amp;nbsp; หรือกล่าวโทษใครบางคนหรืออะไรบางอย่างที่เราคิดไปเองว่าอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้&amp;nbsp; หากการทะเลาะกัน ทำให้การดับไฟทำได้ช้าลง&amp;nbsp; หยุดทะเลาะกันแล้วหันมาร่วมมือกันดับไฟก่อนดีกว่ามั้ยครับ น้ำลายดับไฟไม่ได้ครับ หยุดพูดแล้วเริ่มลงมือทำ&amp;nbsp;บางคนอาจต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังจดจ่ออยู่ตรงหน้า มาช่วยกันดับไฟก่อนเถอะครับ ละทิ้งตัวตน ละทิ้งอัตตา แล้วมาช่วยกัน
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
จริงๆ แล้วคนไทยทุกคนกำลังอยู่ในช่วงสงคราม และเราก็มีศัตรูตัวเดียวกัน&amp;nbsp; แม้บางคนอาจจะหลงลืมความจริงข้อนี้ไปชั่วขณะ แทนที่จะจัดการศัตรู กลับหันไปส่งเสริมศัตรู-หยุดเถอะครับ จะทำอย่างไรจึงจะจัดการกับศัตรูได้ มาถึงวันนี้ แทบไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้ครับ เหลือแค่ลงมือทำ เริ่มที่ตัวเรา ทำในส่วนที่เราทำได้ ทำให้ดีที่สุด จากนั้น จึงเริ่มสนับสนุนคนอื่นที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ถึงเวลาต้องรวมใจเป็นหนึ่ง ถึงเวลาที่เราต้องรวมแรงร่วมใจกันอีกครั้งครับ
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
ผมมั่นใจเสมอว่าถ้าเราสามัคคีกัน ช่วยกันจริงๆ #เราจะชนะไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102952</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, หมอแก้ว, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;แนะควรดำเนินชีวิตด้วยความรักความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยความเกลียดชัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้
กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาในปัจจุบัน ทำให้บ้านเมืองของเราตกอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ และอาจจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
.
เราควรเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับวิธีที่เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยที่สุด นำความรู้เหล่านี้มาจัดการกับตัวเราและคนในครอบครัวของเราก่อน เราต้องเริ่มที่ตัวเราเอง ที่บ้านของเรา ที่ทำงานของเรา ในชุมชน ในหมู่บ้านของเราก่อน แล้วจึงค่อยขยายวงของการตระหนักรู้และเตรียมตัวออกไปให้กว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราควรจะช่วยเหลือกัน สนับสนุนกันและกัน
.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย....เราจะสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ตรงนี้ไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย
.
ถึงอย่างไร ชีวิตก็จะต้องดำเนินต่อไป &amp;ldquo;life goes on&amp;rdquo;
คำถามที่สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้เราและคนที่เรารักสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุขที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย
.
ในสถานการณ์เช่นนี้
เราจะควรดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่ด้วยความกลัว
ด้วยความรักความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยความเกลียดชัง
เราต้องคิดถึงประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวหรือของพวกพ้อง
ใช้ชีวิตอย่างมีสติ และด้วยปัญญา
.
อีกอย่างครับ เดี๋ยวจะลืม #ผมเป็นแค่หมอนะครับ ไม่ใช่ superman
.
#เราจะชนะไปด้วยกัน
#พวกเราทีมไทย
#NeverNeverNeverGiveUp
#สำหรับประเทศไทยน้อยกว่านี้ได้ยังไง
#แด่มดงานเพื่อนร่วมอุดมการณ์
#ศิษย์มีวันนี้เพราะมีครู
#TPWork
#TPlife
#I_Love_What_I_Do
#ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102051</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ทีมไทยแลนด์, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb84a651b36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;สวนกลับนักวิจารณ์สถานการณ์โควิด&#039;คำพูดของลื้อมันมีแต่ heat ไม่มี light&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 พ.ค.64 -นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้
คำพูดของลื้อมันมีแต่ heat ไม่มี light
.
วันนี้พอมีเวลาได้นั่งอ่านความคิดของนักวิจารณ์สถานการณ์โควิด
อ่านแล้วนึกถึงคำสอนอาจารย์ธาดาที่เคยกล่าวไว้
การวิพากษ์วิจารณ์ควรมี light ไม่ใช่ heat
คำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ควรเป็นคำวิจารณ์ที่ &amp;ldquo;ชี้ทางสว่าง&amp;rdquo; - light
ไม่ใช่เป็นเพียงคำวิจารณ์ที่แค่ &amp;ldquo;เอามัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;สะใจ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สร้างความสับสน&amp;rdquo; - ความร้อนรน - heat
.
มันก็คงมีเหตุจูงใจที่ทำให้นักวิจารณ์สถานการณ์โควิดนำเสนอแต่ heat
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรกก็คือมันทำแล้วดัง มีสำนักข่าวต่างๆ เอาไปตัดแปะ แถมยังเชิญให้มาออกทีวีอีกต่างหาก ยิ่งร้อนแรงยิ่งดูน่ากลัวยิ่งมีถ้อยคำเสียดสียิ่งมีการตั้งชื่อเรียกแปลกๆ - ยิ่งดังมาก ยิ่งสร้างความสับสนก็ยิ่งได้รับความสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองคือมันง่าย บอกแค่ว่ามันมีปัญหาตรงไหน ใครเป็นคนผิด แล้วขยี้แต่งแต้มเติมสีสันลงไป นักวิจารณ์บางคนไม่รับผิดชอบแม้แต่การตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับมา มันถูกต้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด ก็คือ การชี้ทางสว่าง หรือการชี้แนะทางออกที่เป็นไปได้ มันยากครับ ต้องสืบค้นและเข้าถึงข่าวสารที่ถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารหลากหลายมิติที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) ซึ่งงานอย่างนี้ต้องการคนที่มี &amp;ldquo;มันสมอง&amp;rdquo; มาทำงาน
.
นักวิจารณ์แบบเอามันที่สามารถสร้างความสับสนมากๆ มักจะชอบสร้างภาพให้ดูน่าตกใจหรือไม่ก็ใช้ถ้อยคำที่เสียดสี เช่น
* อาจารย์สามแสนห้า-ออกมาบอกว่าถ้าไม่ล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่น สงกรานต์ ๖๓ จะมีผู้ติดเชื้อ ๓๕๐,๐๐๐ แน่ๆ ซึ่งโชคดีมากเลยที่เราไม่เชื่อเขา ไม่ได้ล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่นจริงๆ เพียงแค่ให้ปิดสถานที่เสี่ยงเท่านั้น ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังมีผู้ติดเชื้อรายงานในระบบยังไม่ถึงหนึ่งแสนคนเลย
* อาจารย์สลอธ - ออกมาบอกว่า ช้าแล้ว คุมไม่ได้แล้ว เอาไม่อยู่แล้ว แย่แล้ว ระบาดทั่วประเทศแน่นอน
* อาจารย์มโนฉากทัศน์-ออกมาสร้างฉากทัศน์มากมายพยายามอธิบายภาพอนาคต ทุกฉากทัศน์ &amp;ldquo;เอามัน&amp;rdquo; คือคุมไม่ได้ คุมไม่อยู่ จะระบาดไปทั่วประเทศ
* อาจารย์เทเลทับบี้-ออกมาบอกว่าการระบาดระลอก ๒ ที่สมุทรสาครต้องล็อกดาวน์ (อีกแล้ว) แถมยังบอกอีกว่า ถ้าไม่ล็อกดาวน์ ไม่มีทางที่จะควบคุมโรคได้ วิจารณ์คนทำงานที่ทำงานหนักและทำงานอย่างถูกวิธีว่าใช้ยุทธวิธีเทเลทับบี้ แล้วยังไงครับ การระบาดที่สมุทรสาครเหลือผู้ติดเชื้อหลักเดียวในช่วงต้นเดือนเมษายน
* อาจารย์ระบาดจำเป็น-ออกมาบอกว่าการระบาดสมุทรสาครกับทองหล่อเป็นการระบาดต่อเนื่องกัน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นเชื้อคนละตัวกัน
* อาจารย์วัคซีน - ออกมาวิจารณ์วัคซีนที่ไทยซื้อไม่มีประสิทธิภาพ ทำไมไม่ไปซื้อวัคซีนที่ไทยไม่ได้จอง วัคซีนบริษัทอื่นดีกว่าเยอะ
ฯลฯ
ไปต่อได้เรื่อยๆ ครับ ถ้าอ่านอีก ก็คงจะเจออีก
.
เรื่องพวกนี้ เห็นชัดๆ ครับว่า บางเรื่องไม่ใช่เป็นการบอกเตือนสังคมด้วยใจที่มี &amp;ldquo;ธรรม&amp;rdquo;
คำวิจารณ์พวกนี้แทบไม่ช่วยสถานการณ์เลยครับ
บางครั้งกลับทำให้คนทำงานทำงานยากขึ้นอีก
จริงๆ แล้วเราต้องเปิดใจนะครับ คนทำงานย่อมมีความผิดพลาดได้
ขนาดนักวิจารณ์ยังผิดพลาดเลย บางคนผิดซ้ำผิดซาก ผิดพลาดมากกว่าคนทำงานซะอีก
.
ผมขอเสนอวิธีการเดินไปข้างหน้าดูนะครับ
.
สำหรับคนที่ชอบวิจารณ์สถานการณ์โควิด ผมคิดว่าท่านควร
๑) ตั้งสติ เอาอคติวางไว้าข้างนอกวงก่อนเริ่มวิจารณ์ คิดประเด็นที่ท่านอยากจะให้ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่คิดถึงสิ่งที่ท่านจะติ
๒) วิเคราะห์สถานการณ์ให้รอบด้าน พิจารณาทุกมิติ
๓) ระบุทิศทางหรือเป้าหมายของการจัดการกับปัญหาให้ชัดเจน (หลายครั้งผู้วิจารณ์มักไม่ค่อยบอกว่าเขาอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งการตัดสินใจทำอย่างหนึ่งย่อมมีผลกระทบต่ออีกด้านหนึ่ง)
๔) วิเคราะห์ทางเลือกด้วยใจที่ไร้อคติ ด้วยความเข้าใจว่าคนไทยมี ๖๐ กว่าล้านคน ไม่ได้มีท่านคนเดียว คนอื่นเขาก็ต้องการจะ &amp;ldquo;รอด&amp;rdquo; ด้วยเหมือนกัน
๕) เสนอ &amp;ldquo;ทางสว่าง&amp;rdquo; อย่างสร้างสรรค์ และด้วยใจที่มีเมตตา
.
สำหรับคนอ่าน ท่านควร
๑) ใช้หลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้านะครับ อย่าเชื่อเพียงเพราะได้รับการแชร์ต่อๆ กันมา อย่าเชื่อเพราะคนพูดได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ อย่าเชื่อเพราะคนพูดเป็นถึงรองศาตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ อย่าเชื่อเพราะผู้พูดเป็นคนที่มีชื่อเสียง อย่าเชื่อเพราะผู้พูดมาจากสถานบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ฯลฯ
๒) อ่านเยอะๆ ฟังให้มาก มองหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (scientic evidence) อย่ามองหาแต่ความเห็น
๓) ค่อยๆ รวบรวมหลักฐาน ค่อยๆ คิดด้วยตรรกะพื้นฐานที่เรามี
๔) หากไม่เข้าใจ ก็ควร &amp;ldquo;ถาม&amp;rdquo; ได้คำตอบมาแล้วนำเข้ามาสู่การคิด วิเคราะห์ต่อ
๕) อย่าลืมจดบางประเด็นที่สำคัญไว้ กันลืม
.
สำหรับสื่อ ผมเสนอเพิ่มเติมจากการเป็นผู้อ่านที่ดีแล้ว
ควรเข้าใจว่านาทีนี้ประเทศอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติครับ
ท่านควรเลือกเสนอความจริง
ท่านควรเลือกนำเสนอ light ให้มากกว่า heat
นำเสนอข้อคิดที่น่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา
ไม่ใช่เพียงแค่นำเสนอคำวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการนำเสนอคำวิพากษ์วิจารณัฐที่ท่านก็รู้ว่าไมีเป็นความจริง
ถามนักวิจารณ์ให้หนักว่า แล้วถ้าเป็นนักวิจารณ์เอง นักวิจารณ์จะแก้ปัญหาอย่างไร
.
ยามนี้ผมอยากเห็น light มากกว่า heat ในสังคมไทย
อยากเห็นคนใช้สมองมากกว่าใช้อารมณ์
อยากเห็นความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการใช้อคติ
อยากเห็นคนที่มองภาพรวมมากกว่ามองแค่จุดที่ตนสนใจ
.
เวลานี้เป็นเวลาที่ไทยต้องเป็นหนึ่งครับ
เสนอความคิดอย่างสร้างสรรค์ ต่อเติมเสริมสร้างความเข้มแข็ง
Share the light, not the heat นะครับ
.
#เราจะชนะไปด้วยกัน
#พวกเราทีมไทย
#NeverNeverNeverGiveUp
#สำหรับประเทศไทยน้อยกว่านี้ได้ยังไง
#แด่มดงานเพื่อนร่วมอุดมการณ์
#ศิษย์มีวันนี้เพราะมีครู
#TPWork
#TPlife
#I_Love_What_I_Do
#ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101514</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, มาตรการล็อกดาวน์, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด, หลักกาลามสูตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นซ้ำรอยตปท. ปรับมาตรการเข้ม หลังฝรั่งติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.เผยพบผู้ป่วยใหม่ 7 รายมาจากต่างประเทศ สธ.จ่อปรับมาตรการกักตัวเข้มงวดขึ้น &amp;nbsp;หลังแหม่มฝรั่งเศสติดโควิดในไทย กรมอนามัยสั่งฟิตเนสคุมเข้ม เช็กอินไทยชนะ-เว้นระยะห่าง-เช็ดล้างอุปกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 รายในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,743 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 13 ราย รวมยอดหายป่วยสะสม 3,543 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 141 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 59 ราย สำหรับผู้ป่วยใหม่ รายที่ 1 มาจากบาห์เรน เป็นชายไทย พนักงานนวด อายุ 67 ปี รายที่ 2 มาจากออสเตรีย เป็นหญิงไทย พนักงานนวด อายุ 49 ปี รายที่ 3 มาจากจอร์แดน เป็นชายไทย นักศึกษา อายุ 25 ปี รายที่ 4 &amp;nbsp;มาจากอิรัก เป็นหญิงไทย พนักงานนวด อายุ 39 ปี รายที่ 5 มาจากกาตาร์ เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี &amp;nbsp;รายที่ 6 มาจากตุรกี เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี และรายที่ 7 มาจากคูเวต เป็นชายไทย อาชีพรับจ้าง อายุ &amp;nbsp;49 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดกรณีพบผู้ป่วยหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่าจากการสอบสวนโรคค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นไปได้ว่ามาจากการสัมผัสเชื้อในสถานที่กักกัน Alternative State Quarantine (ASQ) ซึ่งการสอบสวนโรคได้พยายามหาสาเหตุว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นได้อย่างไร หากพบว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นภายในสถานที่กักกันจริงจะต้องมีการทบทวนมาตรการต่างๆ และเข้มงวดในส่วนที่อาจจะก่อให้เกิดการแพร่โรค เพื่อทำให้เกิดความเหมาะสมต่อไป เพราะในหลายประเทศได้เคยเกิดการระบาดในสถานที่กักกัน จนส่งผลให้เกิดการระบาดในที่ชุมชนมาแล้ว เช่น ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นการกำกับให้สถานกักกันสามารถป้องกันและควบคุมโรคได้เต็มที่จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า การสอบสวนเชิงระบาดวิทยากรณีพบเชื้อโควิด-19 ในสิ่งแวดล้อมที่ฟิตเนส &amp;nbsp;โดยเป็นการตรวจในวันที่ 22 ต.ค. ไม่ได้เป็นการบ่งชี้ว่าเป็นเชื้อของหญิงฝรั่งเศส เพราะออกจากสถานที่กักตัวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ฉะนั้นต้องมีการตรวจสอบและค้นหาผู้ป่วยที่เข้าไปใช้บริการและขยายระยะเวลากักตัวเพิ่ม โดยแบ่งการเสี่ยงออกเป็นเสี่ยงสูง เสี่ยงกลาง และเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ประสานให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพทบทวนมาตรการของ ASQ โดยตามมาตรฐานของการควบคุมโรคต้องห้ามผู้มารับการกักตัวออกจากห้องตลอด 14 วันอย่างเด็ดขาด เพื่อลดความเสี่ยงและโอกาสการรับเชื้อหรือแพร่โรคสู่ผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีของหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้มีผู้สัมผัสรวม 120 คน แบ่งเป็นผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง 40 &amp;nbsp;คน ประกอบด้วย คนในครอบครัว, คนในชุมชน, ผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกัน และผู้โดยสารแท็กซี่ ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 28 คน ผลออกมาแล้ว 27 คนไม่พบเชื้อ อีก 1 คนยังอยู่ระหว่างรอผล &amp;nbsp;ส่วนผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำ 80 คนนั้นกำลังอยู่ระหว่างการติดตามให้ครบทุกราย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีใครที่มีอาการ แต่ได้ให้ติดตามอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ที่พบชาวเมียนมาติดเชื้อโควิดที่ อ.แม่สอด จ.ตากนั้น หลังจากที่มีเหตุการณ์คนขับรถส่งของชาวเมียนมา ทำให้มีการตรวจหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งมีการค้นหาเชิงรุกไปแล้วเกือบ 9 พันคน เจอผู้ป่วยติดเชื้อ 6 คน และล่าสุดยังไม่เจอผู้ติดเชื้อในชุมชนอื่นเพิ่มเติม มีแค่เพียง อ.แม่สอดเท่านั้น ดังนั้นถือว่าสถานการณ์ควบคุมโรคที่ อ.แม่สอดค่อนข้างคลี่คลาย ไม่เจอผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีกนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สถานการณ์ของไทยเป็นเพียงการพบผู้ป่วยใหม่เท่านั้น ยังไม่ใช่การระบาดใหม่รอบสอง ซึ่งการเจอผู้ป่วยใหม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าผู้ป่วยจากต่างประเทศตามแนวชายแดน หรือมาจากการเดินทางเข้ามาจากการโดยสารเครื่องบิน สิ่งที่สำคัญคือไม่ใช่การป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้น แต่คือการตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ได้เร็ว และควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง และสนับสนุนให้เปิดประเทศเปิดเศรษฐกิจได้อย่างกว้างขวางมากขึ้นอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะลดจำนวนวันกักตัวว่า การกักตัวด้วยระยะเวลาที่ 14 วันยังมีความเหมาะสม ซึ่งจากข้อมูลทางวิชาการพบว่าผู้ป่วยถึง 99% จะมีการแสดงอาการภายใน 12 วันหลังจากติดเชื้อ และผู้ป่วยถึง 75% จะแสดงอาการภายใน 7 วันเท่านั้น ดังนั้นถ้าไทยสามารถบริหารจัดการการกักกันตัวที่ดี ไม่ปล่อยให้คนที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงออกมาสัมผัสกับคนอื่นนอกสถานกักกัน ในอนาคตก็มีความเป็นได้มากที่จะสามารถลดจำนวนวันกักตัวลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีที่มีหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย และพบเชื้อที่พื้นผิวอุปกรณ์ออกกำลังกายในห้องฟิตเนสภายในสถานที่กักกันนั้น การเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19 ในสถานประกอบการจึงยังคงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย โดยผู้ประกอบการสถานที่ออกกำลังกายหรือฟิตเนสต้องคุมเข้ม ตั้งแต่กำหนดจุดลงทะเบียนคัดกรองผู้เข้าใช้บริการ ส่วนพนักงานและเทรนเนอร์ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร และจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้แออัด รวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย บริเวณที่นั่งและส่วนที่เป็นจุดเสี่ยงที่มีการสัมผัสซ้ำทั้งก่อนและหลังใช้อุปกรณ์ ในส่วนของผู้มาใช้บริการต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อเข้าใช้บริการ โดยขณะที่ออกกำลังกายสามารถถอดออกได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81888</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df7ab4d5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตาก&#039;ผวาหนัก!บี้ปิดด่าน สธ.แจง3เมียนมาติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สธ.พบคนขับรถเมียนมาเข้าไทยติดโควิดเพิ่มอีก 1รวม 3 ราย เร่งตรวจหาเชื้อผู้สัมผัส วอนอย่าตระหนก ยกเคสทหารอียิปต์ยันสอบสวนโรคไม่ยุ่งยาก ตากสั่งปิดด่านแล้ว ชาวแม่สอดผวาหนักฮือประท้วง บี้ปิดด่านชายแดนทุกจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย คือทหารช่างเฉพาะกิจชายไทยซึ่งไปปฏิบัติภารกิจทางทหารกลับจากซูดานใต้ อายุ 36 ปี กลับถึงประเทศไทยด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา และผู้ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นหญิง สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 36 ปี เดินทางถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ก.ย. จึงมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,636 ราย มีผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่ม 6 ราย ทำให้มียอดสะสมของผู้หายป่วยแล้ว 3,451 ราย มียอดสะสมผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 59 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษา รมช.สาธารณสุข, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในฝั่งประเทศเมียนมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และพบผู้ที่ติดเชื้อบางรายที่ จ.เมียวดีอยู่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองได้ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ขับรถขนส่งสินค้า โดยทาง รพ.แม่สอดแจ้งว่าเริ่มดำเนินการตรวจตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. จำนวน 55 ราย ผลเป็นลบทั้งหมด ขณะที่วันที่ 9 ต.ค. ตรวจ 60 ราย พบผู้ติดเชื้อเป็นพนักงานขับรถชาวเมียนมา 2 ราย แต่ไม่มีอาการป่วย จึงได้ส่งตัวกลับไปรักษาโรคที่ รพ.เมียวดี และวันที่ 10 ต.ค. ทางทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่พบว่าพนักงานขับรถชาวเมียนมา 2 รายที่ติดเชื้อนั้นมีความเกี่ยวข้องกับ 2 โกดังคือ โกดังอารี และโกดังสินรุ่งเรือง จึงทำการตรวจคัดกรองแรงงานในชุมชนดังกล่าว จำนวน 74 ราย พบ 1 รายที่เป็นพนักงานขับรถชาวเมียนมามีผลบวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้สรุปแล้วพบว่ามี 3 รายติดเชื้อ และส่งตัวทั้งหมดไปรักษาที่ รพ.เมียวดีเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้สัมผัสพนักงานขับรถชาวเมียนมาทั้ง 3 รายได้เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักกันของรัฐเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนในพื้นที่ก็ได้รับคำแนะนำว่าจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง&amp;quot; นพ.โสภณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า การตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อนี้เป็นไปตามกระบวนการกลไกควบคุมโรคตามแนวชายแดน โดยผู้ติดเชื้อก็เป็นชาวเมียนมาทั้งหมด 3 คน ซึ่งถือว่ากลไกการตรวจสอบควบคุมโรคทำงานได้อย่างรวดเร็ว จากนี้จะนำรถชีวนิรภัยพระราชทานตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คัน ลงไปตรวจค้นหาผู้ป่วยหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดตามแนวชายแดน โดย 2 คันจะเข้าประจำจุดโกดังอาลี และโกดังสิงห์รุ่งเรือง อีก 1 คัน มอบให้สำนักงานควบคุมโรค จังหวัดตาก บริหารจัดการว่าจะนำลงพื้นที่ใด พร้อมนำชุดน้ำยาตรวจอีก 1,000 ชุดลงไปในพื้นที่ ร่วมกับชุดตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันอีก 2,000 ชุด ลงไปตรวจคัดกรอง ซึ่งหากประชาชนคนใดรู้สึกไม่สบาย สามารถมารับการตรวจได้ฟรี ทั้งนี้ เชื่อว่าการติดเชื้อไม่ต่างจากกรณีทหารอิยิปต์ที่เข้ามาในไทย ซึ่งการสอบสวนโรคไม่ยุ่งยากเหมือนกรณีสนามมวย ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ขณะนี้กำลังเร่งสอบสวนควบคุมโรค ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องปิดพรมแดน หรือล็อกดาวน์พื้นที่ เพราะปิดชายแดนอยู่แล้ว เพียงแต่เปิดให้ขนส่งสินค้าเท่านั้น ซึ่งการปิดพื้นที่จะทำการปิดเฉพาะใน 2 โกดังที่เป็นปัญหา คาดว่าใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ การสอบสวนโรคจะคลี่คลาย ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่างเมื่อเข้าไปในชุมชน ทั้งนี้จากการสอบสวนควบคุมโรคพบว่า พนักงานขับรถจะปฏิบัติงานเป็นเวลา และไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขนส่ง ย้ายสินค้าลงจากรถ ทำงานขับรถ 7 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนิตพลยืนยันว่า สธ.เตรียมความพร้อมรัดกุม ขณะที่การวางนโยบายจะค่อยๆ ยกระดับ สธ.ต้องวางสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการค้าขายในพื้นที่และการควบคุมโรค จากนี้อาจจะกระทบประชาชนบางกลุ่มบ้าง ดังนั้นในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน และทำตามมาตรการของกรมอนามัย อีกทั้งตอนนี้มีประเพณีกฐินและลอยกระทงต่างๆ ขอให้ระมัดระวังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย ซึ่งการตรวจเจอและคุมโรคได้รวดเร็ว สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งปัจจุบัน สธ.มีพร้อมทั้งประสบการณ์ องค์ความรู้ ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะยา ได้สำรองไว้จำนวนมหาศาล สถานการณ์ตอนนี้ แตกต่างจากเมื่อหลายเดือนก่อนอย่างยิ่ง นอกจากนี้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ขอให้ประชาชนคลายความกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดตากรายงานว่า หลังจากตรวจพบคนขับรถขนส่งสินค้าชาวเมียนมาติดเชื้อโควิด-19 สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวแม่สอดเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถเมียนมาส่วนใหญ่จะเข้ามารับสินค้าในบริเวณตลาดสดพาเจริญ เขตเทศบาลนครแม่สอด เป็นตลาดค้าปลีกและส่งใหญ่ที่สุดใน อ.แม่สอด พบว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างสวมหน้ากากป้องกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นชาวเมียนมาที่พักอาศัยในแม่สอดยังการ์ดตกไม่ยอมสวมใส่หน้ากากจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จ.ตาก มีคำสั่งจังหวัดตาก ที่ 2661/2563 เรื่องระงับการเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะและสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวร จังหวัดตาก โดยให้รถยนต์บรรทุกสินค้าจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาข้ามแดนมาส่งสินค้าในเขตไทยตามสถานที่รัฐกำหนดให้ และห้ามเข้าเมืองแม่สอด หากอยู่เกิน 7 ชั่วโมงต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งปิดด่านดังกล่าวของจังหวัดไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอด เนื่องจากยังอนุญาตให้รถขนส่งสินค้าของเมียนมามาส่งบริเวณใกล้หน้าด่าน ซึ่งชาวบ้านกังวลว่ายังทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จากเมียนมา ต่อมาเวลา 15.00 น. ได้มีกลุ่มชาวบ้านกว่า 100 คนใช้ชื่อ &amp;quot;กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนชายแดน&amp;quot; ได้ไปรวมตัวกันประท้วงที่หน้าด่านพรมแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 &amp;nbsp;ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด โดยเรียกร้องให้นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ด่านศุลกากรแม่สอด ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก สั่งการให้ปิดด่านชายแดนจังหวัดตากทุกจุดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งขีดเส้นตายภายใน 3 วัน มิเช่นนั้นจะนำชาวบ้านมาประท้วงมากกว่านี้ ทั้งนี้ นายธวัชชัย อ่อนสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สอด และนางสาวศิริพร สอนไว ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอแม่สอด ได้มารับหนังสือร้องเรียนเพื่อจะส่งต่อให้ผู้ว่าฯ ตาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80195</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8308d67c4d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มารักษาในไทย ปลอดเชื้อ72ชม. จากปท.ต้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไทยพบติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ 2 ราย ชายไทยกลับจากอินเดียและชาวกาตาร์ ขณะที่มาตรการโควิดสำหรับต่างชาติเข้ามารักษาตัวในไทยต้องปลอดเชื้อ 72 ชม.จากประเทศต้นทาง ชี้ฝ่ากักตัวสถานพยาบาลโดนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,397 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,222 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 117 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สถานการณ์ในประเทศไทยยังดีต่อเนื่องไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมาเกือบ 3 เดือน &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากอินเดีย 1 ราย เป็นนักศึกษาชายไทยอายุ 35 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ส.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 20 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และตรวจหาเชื้อเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 21 ส.ค.ผลตรวจพบเชื้อ ให้ประวัติเคยมีอาการป่วย อยู่ระหว่างสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า และอีก 1 รายมาจากกาตาร์ เป็นชายสัญชาติกาตาร์ อายุ 71 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 22 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักกันโรงพยาบาลทางเลือก ที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ตรวจเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 22 ส.ค.ผลตรวจพบเชื้อ ทั้งนี้ ผู้ป่วยเดินทางเข้ามารักษาโรคมะเร็งตับต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเดินทางมาพร้อมกับลูกชาย ผลการตรวจก่อนเดินทางไม่พบเชื้อทั้ง 2 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 23,583,616 ราย รักษาหายแล้ว 16,080,573 ราย เสียชีวิต 812,513 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงถึงมาตรการคัดกรองโควิด-19 ในคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาตามนัดในประเทศไทยว่า หลังจากที่ ศบค.ผ่อนปรนให้ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นต้องเข้ามารักษาที่สถานพยาบาลในประเทศไทย และมีผู้ติดตาม เราจึงได้จัดทำระบบที่ทำให้เกิดความมั่นใจ โดยผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาต้องมีผลตรวจไม่ติดเชื้อโควิด-19 จากต่างประเทศภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ต้องนัดหมายกับโรงพยาบาลก่อนมาทำการรักษา มีเอกสารรับรองสถานะทางการเงิน มีกรมธรรม์ในกรณีที่เกิดเป็นโควิด-19 และต้องติดต่อสถานทูตไทยในประเทศของท่าน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจะได้เข้ามาตามระบบ เมื่อถึงไทยเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ มีรถสถานพยาบาลจัดไปรับโดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนั้นจะเข้าสู่อาคารแยกเฉพาะ หากเป็นผู้ป่วยจะมีระบบติดตามตัวที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้ และเข้ารับการรักษาในโรคประจำตัวนั้น ระหว่างรักษาจะมีการตรวจโควิด-19 อีก 3 ครั้ง และหากโรคที่รักษาหายก่อน 14 วัน ต้องอยู่กักกันจนครบกำหนดถึงจะออกจากสถานพยาบาลได้ ในส่วนค่าใช้จ่ายผู้ป่วยรับผิดชอบทั้งหมด และก่อนกลับประเทศต้องตรวจโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนกลับ&amp;quot; นพ.ธเรศ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้เดินทางเข้ามาแล้ว 166 ราย โดยเป็นผู้ป่วย 90 ราย ผู้ติดตาม 76 ราย ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค.จะมาอีก 3 ราย ส่วนวันที่ 25 ส.ค.จะมาอีก 4 ราย ทั้งนี้เราจะทราบกำหนดการ ล่วงหน้าของผู้ที่จะเดินทางมาทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยที่ยืนความจำนงจะเดินทางมาอีก 423 &amp;nbsp;ราย ผู้ติดตาม 250 ราย รวม 673 ราย ซึ่งจะทยอยเข้ามา ส่วนจำนวนสถานพยาบาลที่สมัครเข้ามาและประกาศไปแล้วมี 98 แห่ง และคลินิกอีก 26 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีผู้ป่วยที่มารักษาในประเทศไทยที่ต้องมีการกักตัวที่สถานพยาบาล แต่หากมีบางคนไม่ยอมกักตัวจะมีมาตรการอย่างไร นพ.ธเรศตอบว่า ในข้อกำหนดต้องกักตัวที่โรงพยาบาล 100% &amp;nbsp;ไม่อนุญาตให้ออกนอกโรงพยาบาล โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่เท่าที่ดำเนินการมา 166 ราย ยืนยันว่ากักตัวที่โรงพยาบาล 100% แต่หากใครละเมิดจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อร้ายแรง รวมทั้ง พ.ร.บ.สถานพยาบาลจะมีโทษสำหรับโรงพยาบาลด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า การผ่อนปรนมาตรการหลังจากนี้จะทำให้มีการปรับมาตรการต่างๆ ใน Alternative &amp;nbsp;Hospital Quarantine อีกหรือไม่ นพ.ธเรศกล่าวว่า ขณะนี้โดยระบบเป็นไปได้อย่างดี และเรายังมีการคุยถึงเรื่อง Wellness Program ว่าอาจจะมีการส่งเสริมสุขภาพ บางที่อาจเรียกว่า Villa Quarantine มีสปา มีนวดในพื้นที่เฉพาะ ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำลังดำเนินการทำโปรแกรมนี้กับสมาพันธ์สปาไทย สมาคมสปาไทย และภาคเอกชนอยู่ ยืนยันว่าจะใช้มาตรการให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเกิดความปลอดภัยกับประชาชนและพื้นที่โดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มาจากกาตาร์ซึ่งพบวันเดียวกันนี้ เป็นผู้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในไทย ถือเป็นรายแรกหรือไม่หลังจากที่เปิดให้เข้ามารับการรักษา หลังพบเคสนี้จะปรับมาตรการอย่างไรหรือไม่ นพ.ธเรศกล่าวว่า โดยระบบตรวจใน 72 ชั่วโมงก่อนมาไทย และเมื่อมาถึงไทยก็ตรวจอีก ก็จะคล้ายกับคนไทยที่มาเข้าพักในสถานที่กักตัวที่ตรวจครั้งแรกไม่เจอและมาเจอครั้งหลัง &amp;nbsp;ตรงนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการฟักตัวของโรค แต่เราได้ให้คนไข้เข้าสู่ระบบปิดของเรา หากมีโรคเราจะสามารถดักจับเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเบื้องต้นในระบบเราถือว่ามีความปลอดภัย ดักจับเชื้อได้ และไม่กระทบใคร แต่ทั้งนี้เราจะต้องไปทบทวนประเทศที่จากเดิมรายงานเราว่าไม่พบเชื้อก่อนเข้ามา ซึ่งขณะนี้กำลังให้กองระบาดวิทยาไปสอบสวนโรค และดูมาตรฐานการตรวจแล็บของประเทศนั้นๆ เพื่อทำให้ระบบมีความปลอดภัยมากขึ้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ติดตามผู้ป่วยรายดังกล่าวก็อยู่ในสถานพยาบาลด้วยแต่แยกกัน ซึ่งผู้ติดตามยังไม่พบเชื้อ&amp;quot; นพ.ธเรศระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ และได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน : (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองผู้โดยสารที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 โดยมีนายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข​ และนายสาธิต​ ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข​ ให้การต้อนรับและพาตรวจเยี่ยมสถานที่ดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75452</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43cb792e0cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
