<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศัลยแพทย์ เตือนสาวเสริมก้น ไม่อยากพัง ต้องระวังดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพราะใกล้จุดขับถ่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ย.62-กรณีบินไปศัลยกรรมเสริมก้นถึงประเทศเกาหลี &amp;nbsp;ของ &amp;ldquo;น้ำเพชร น้ำเพชร ฏีญาภาร์&amp;rdquo;แต่เกิดติดเชื้อมีแผลกว้างกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นิ้ว หนองไหลทะลัก ต้องรักษาแผลนานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยเรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์กับผู้อื่น เกือบเอาชีวิตไม่รอด&amp;nbsp;ในเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด ได้ให้คำแนะนำสำหรับการดูแลตนเองภายหลังการศัลยกรรมอย่างถูกวิธีว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สิ่งสำคัญสำหรับการทำศัลยกรรม คือเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการทำศัลยกรรมให้ปลอดภัยมีอยู่ 3 ส่วนหลัก ข้อแรกคือ ก่อนผ่าตัดควรตรวจวิเคราะห์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการผ่าตัด เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและพอดีกับรูปร่าง ข้อสอง คือ เทคนิคการผ่าตัด แพทย์ต้องมีเทคนิคการผ่าตัดที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนภายหลัง และข้อสุดท้าย เป็นประการสำคัญที่มักจะลืมกันคือ การดูแลตนเองหลังผ่าตัด คนไข้ต้องดูแลตนเองอย่างดีด้วย แม้ก่อนทำการผ่าตัดจะมีการวิเคราะห์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีเทคนิคการผ่าตัดที่ดีแล้ว แต่หลังการผ่าตัดหากคนไข้ดูแลตนเองไม่ดีแล้ว อาจเกิดผลแทรกซ้อนภายหลังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการเสริมสะโพก หรือเสริมก้น ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ควรระวังคือ อาจมีโอกาสติดเชื้อได้สูง เนื่องจากการเสริมสะโพก หรือเสริมก้นด้วยถุงซิลิโคน แผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณร่องก้น และอยู่ใกล้กับรูก้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีการฉีดน้ำชำระล้าง หรือการทำความสะอาดไม่ดี ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ นอกจากนี้ หลังการผ่าตัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แพทย์จะไม่แนะนำให้นั่งหรือนอนทับโดยตรง เนื่องจากในช่วงแรกแผลยังไม่หายดี เมื่อเกิดการกดทับ อาจส่งผลให้แผลเกิดการแยกได้ และอาจตามมาด้วยการติดเชื้อ ทำให้เกิดปัญหาภายหลังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้น การศัลยกรรมเสริมสะโพก หรือเสริมก้น ถือเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับผู้ที่ไม่มีสะโพกหรือก้น เพียงแต่การดูแลหลังผ่าตัด ต้องใช้ความระมัดระวังหลังการผ่าตัดมากกว่าการศัลยกรรมทั่วไป โดยสองข้อห้ามหลักที่ต้องระมัดระวังคือ ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ไม่ควรนั่งทับโดยตรง เพราะแรงกดทับที่เกิดโดยตรง อาจทำให้แผลตึงและแยกได้ แต่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ เช่น การเดิน ส่วนการนอน ควรเป็นท่านอนคว่ำก่อน นอกจากนี้ ต้องทานยาฆ่าเชื้อ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ และข้อสำคัญ งดการใช้สายฉีดชำระ ควรใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาด โดยทิศทางการทำความสะอาดควรมาด้านหน้า ไม่ย้อนไปด้านหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรอยแผลผ่าตัด ทั้งนี้ โดยทั่วไปการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสริมสะโพก หรือเสริมก้น แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตนเองอย่างละเอียด เพื่อไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือผลแทรกซ้อนตามมาภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่อย่างไรก็ตาม หากเกิดการติดเชื้อเพียงแค่บริเวณผิวหนัง วิธีการรักษา คือ การทานยาฆ่าเชื้อ หรือให้ยาฆ่าเชื้อผ่านทางเส้นเลือด ก็สามารถรักษาได้ แต่หากเกิดการติดเชื้อลามเข้าสู่โพรงด้านในที่มีการใส่ซิลิโคน มีหนอง การรักษาที่ถูกต้องคือ การนำถุงซิลิโคนออกและรักษาอาการติดเชื้อให้หาย โดยมากใช้ระยะเวลาในการรักษา 3-6เดือน หลังจากนั้น สามารถเสริมสะโพก หรือเสริมก้น ได้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะปลอดภัยสูงสุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46678</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล, รพ.บางมด, ศัลยกรรมสะโพก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c663f5a153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
