<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มิติใหม่&quot;ที่อยู่อาศัย&quot;ผู้สูงอายุ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นความท้าทายสังคมไทยอย่างมากกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คาดว่าในปี 2563-2573 ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุ 11 ล้านคน หรือคิดเป็น 17% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ สวนทางกับอัตราเพิ่มของเด็กเกิดใหม่และคนวัยแรงงานที่ลดลง และไม่เพียงเป็นประเทศที่จะมีประชากรสูงวัยขึ้นเท่านั้น แต่ประชากรที่สูงอายุอยู่แล้วก็จะกลายเป็นสูงวัยมาก หรือเข้าสู่ภาวะชราภาพขึ้นไปด้วย ซึ่งหมายถึงโอกาสการเจ็บป่วย หรือมีภาวะทุพพลภาพก็จะมากขึ้นตามไปด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงวิชาการมีหลายสถาบันการศึกษา กำลังศึกษา คิดหาแผนรับมือกับสังคมสูงวัยของประเทศ แต่ในแง่ของตัวบุคคล ว่ากันตามจริง สถานการณ์ การหาทางหนีทีไล่ และเตรียมตัวรับสังคมผู้สูงอายุ ยังตื่นตัวและกระจุกอยู่ที่ผู้ที่กำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัย หรือเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วจริงๆ เท่านั้น แต่สำหรับผู้อยู่ในวัย 30 กว่าๆ ในวันนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยคิดเรื่องการเตรียมการรับมือกับสภาพสูงวัยของตนเองในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ชีวิตสูงวัยมีความซับซ้อนที่เรื่องราวมากมายที่ต้องบริหารจัดการ เพราะชีวิตสูงวัยก็เหมือนการเข้าสู่วงรอบใหม่ของวัฏจักรชีวิต เหมือนเราก้าวพ้นจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นเป็นวัยหนุ่มสาว จากวัยหนุ่มสาวเป็นวัยทำงาน และจากวัยทำงานก็จะเป็นวัยของผู้สูงวัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า &amp;quot;สูงวัย&amp;quot; ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความเสื่อมถดถอยทางร่างกายเท่านั้น หรือความสามารถบางอย่างที่เคยมีในวัยหนุ่มสาวจะหดหายไป โดยเฉพาะความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง ทั้งการเดินเหิน การออกท่องเที่ยวเดินทาง ที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สังคมรอบตัวอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในแง่กายภาพ &amp;quot;บ้าน&amp;quot; ที่เคยอยู่อาศัยมา 30-40 ปี อาจไม่สามารถตอบโจทย์กับชีวิตในวัยนี้ ยิ่งถ้าเจ็บป่วยถึงขั้นเดินเหินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น ประตู ทางเดิน หรือห้องน้ำของบ้านเดิมที่เคยอยู่ อาจกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดคนดูแลที่หายากขึ้นทุกวันอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงมีภาคธุรกิจหลายรายหันมาจับโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น และจิณณ์ เวล บีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ผุดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ &amp;quot;ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;quot; เมืองแนวคิดใหม่เพื่อคนวัยเกษียณ&amp;quot; ซึ่งจะมีทั้งที่พักอาศัยที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยตรง บนเนื้อที่กว่า 140 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน รังสิต จ.ปทุมธานี พร้อมกับศูนย์สุขภาพ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่งในพื้นที่โครงการเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เตียงสูงระดับเข่า เหมาะแก่การลุกนั่งหรือยืนของผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวโครงการมีทั้งหมด 1,380 ยูนิต เฟสแรกที่มีประมาณ 500 ยูนิต ก่อสร้างเสร็จในเดือน พ.ย.ปีนี้ ขนาดของห้องแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 43 ตารางเมตร และ 67ตารางเมตร ขณะนี้มีผู้จองเข้ามาแล้วประมาณกว่า 100 ยูนิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการออกแบบจิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ได้รับรางวัล EFA หรือ Enviroment Design Showcase 2018 จากสหรัฐอเมริกา หนึ่งเดียวในเอเชีย แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นที่ถือว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุยังไม่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากที่นี่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติถึง 50% ความสะดวกและประโยชน์ใช้สอยแต่ละห้องยึดหลัก Universal Design มีประโยชน์กับคนทุกวัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูห้องของเรากว้างไม่ต่ำกว่า 90 ซม. เผื่อไว้สำหรับการให้ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นสามารถเข็นเข้า-ออกได้สะดวก นอกจากนี้ พื้นที่ในห้องจุดที่เคลื่อนตัวยังกว้างไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร เพื่อให้รถวีลแชร์สามารถหมุนกลับตัวได้&amp;quot; นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THG กล่าวแนะนำในโอกาสพาสื่อมวลชนทัวร์ห้องตัวอย่างของโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ กำลังอธิบายขนาดความกว้างของประตูห้องที่ต้องมีไม่น้อยกว่า 90 ซม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหมอธนาธิปยังชี้ชวนให้ดูแต่ละจุดอีกว่า ในส่วนของห้องน้ำยังกว้างกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป มีพื้นที่พอที่รถวีลแชร์เข็นเข้าไปได้ ตำแหน่งที่วางของอ่างล้างมือและชักโครกที่มีราวจับข้างๆ ยังเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นอีกด้วย นอกจากนี้ ความสูงของเตียงที่มีการคิดมาอย่างละเอียดแล้ว ยังไม่สูงเท่าเตียงโรงแรม หรือเตี้ยเกินไป ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุลุกจากเตียงได้ยาก แต่ความสูงประมาณเข่าของผู้สูงอายุทำให้ลุกจากเตียงได้ง่าย ส่วนพื้นก็ใช้วัสดุที่มีความนุ่มในตัวเล็กน้อย ไม่แข็งเกินไป เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากเกิดอุบัติเหตุหกล้มก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างเราคิดไว้แล้ว เรื่องมาตรฐานเพื่อผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่าพื้นห้องจะไม่มีพื้นต่างระดับ เพื่อที่ว่ารถเข็นจะได้เข็นไปได้ทั่ว ซึ่งเราจะทำยังไง ถ้ามีญาติผู้ใหญ่ในบ้านต้องนั่งรถเข็นไปอีก 10-20 ปี ก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนบ้าน ทำห้องน้ำใหม่ เพื่อไม่มีพื้นต่างระดับ ประตูก็ต้องกว้างกว่าเดิม ไม่ต่ำกว่า 90 ซม. มีพื้นที่รถหมุนวงเลี้ยว 1.50 ซม.ได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย แต่ที่นี่เรามีให้ครบครัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่จิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ยังมีระบบ Tracking System หรือระบบติดตามตัวผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในโครงการทุกคน รองรับเหตุไม่คาดฝัน ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว หากเกิดหกล้มภายในห้องพักก็จะมีสัญญาณเตือนภัยไปยังหน่วยพยาบาลฉุกเฉินที่มีอยู่ในโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ให้รีบรุดมาดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เคยได้ยินมั้ยคะว่า ผู้สูงอายุบางคนนอนๆ อยู่แล้วไม่หายใจ คนนอนข้างๆ ก็ไม่รู้ แต่ถ้าใส่ Tracking System ระบบจะเตือนไปที่หน่วยฉุกเฉินทันที หากหัวใจหยุดเต้น หรือหัวใจเต้นอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ ระบบติดตามตัวนี้จะเป็นเหมือนผู้ดูแลสุขภาพไปในตัว เช่น ถ้าเป็นโรคความดัน ก็จะมีระบบเตือนว่าไม่ควรออกกำลังกายประเภทใด หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ เป็นเบาหวาน ระบบก็จะเตือนไม่ให้กินน้ำตาลเกินกี่ช้อน ซึ่งข้อมูลสุขภาพของแต่ละคนจะเป็นความลับ และแทรกกิ้งนี้ยังใส่ได้ตลอดแม้เวลาอาบน้ำ&amp;quot; ฐิตารัตน์ อยู่วิทยา ผู้จัดการด้านการตลาดของโครงการ จิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ห้องน้ำที่กว้างพอกับการหมุนของวงล้อรถวีลแชร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะคลายกังวลในเรื่องเหตุไม่คาดฝัน ทั้งอุบัติเหตุและโรคประจำตัว เพราะที่นี่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเครือโรงพยาบาลธนบุรีตั้งอยู่ในพื้นที่ถึง 2 แห่ง และมี Wellness Center อีก 2 อาคาร เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องอภิบาลได้รับการดูแล แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ ชีวิตจะเหี่ยวเฉา เหมือนนกน้อยในกรงทองหรือไม่ ฐิติรัตน์ยืนยันว่าโครงการมีเจตนาให้ผู้มาอยู่อาศัยมีชีวิตที่เป็นสุข มีชีวิตชีวา ไม่หงอยเหงา โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างของกิจกรรม นอกจากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้สังคมเพื่อนฝูงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการให้ห้องพักมีไว้แค่เป็นที่นอนเท่านั้น เราจะกระตุ้นให้ทุกคนลุกออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการลบภาพบ้านพักคนชราเหมือนที่เคยเห็นกันในอดีตทั้งหมด และที่นี่จะไม่ใช่เมืองผู้สูงอายุที่มีแต่ความห่อเหี่ยว แต่เป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีชีวิตชีวา หรือเป็นการใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตที่น่าภาคภูมิใจที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องค่าใช้จ่ายการอยู่อาศัยที่นี่ แน่นอนว่าต้องมีเงินเก็บ เงินออม หรือรายได้พอสมควร เพราะจะมีค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตร ค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมถึงระบบติดตามตัว ค่าทำกิจกรรมรวมเป็นเดือนละ 1,500 บาท เรียกว่าค่าใช้จ่ายพื้นฐานไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีประมาณ 5,000-6,000 บาท แต่คุณหมอธนาธิปยืนยันว่า ถ้าเป็นคนทำอาหารกินเองก็น่าจะมีค่าใช้จ่ายอีก 1 หมื่นบาท รวมเป็น 15,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ซื้อยูนิต แต่ยังไม่ได้มาอยู่อาศัย ทางโครงการก็มีระบบรับฝากดูแล บริหารห้องให้ มีการปล่อยเช่าเป็นรายวันหรือรายเดือน โดยมีการรับประกันผลตอบแทนปีละไม่ต่ำกว่า 6% ของราคาที่ซื้อที่เริ่มต้นยูนิตละ 4 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี หรือผลตอบแทนของการฝากบริหารจะตกประมาณปีละ 2 แสนบาท รวม 3 ปีเท่ากับ 6 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรับรองได้ว่าคนที่มาอยู่ที่นี่จะได้ทั้งคุณภาพชีวิต คุณภาพสุขภาพ และคุณภาพทางการเงินด้วยอย่างแน่นอน&amp;quot; คุณหมอธนาธิปยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13596</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์, นั่งรถเข็น, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ผู้สูงวัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4de93d5a216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2018 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สังคมผู้สูงอายุ&quot; สร้างจุดเปลี่ยนรพ.เอกชน/สู่ธุรกิจบ้านพักคนวัยชรา-บริการสุขภาพครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดว่าในปี 2568 ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์&amp;nbsp; ขณะนี้ที่มีการประเมินว่ามีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นปีละ 5แสน &amp;nbsp;ทำให้ในแวดวงธุรกิจด้านสุขภาพ ไม่ว่าโรงพยาบาล รัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวหันมาริเริ่มธุรกิจสถานพักฟื้น หรือบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุกันอย่างคึกคัก และที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ก็คือ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ซึ่งทำโครงการ&amp;quot;Jin Wellbeing Country &amp;quot;ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;quot; เมืองแนวคิดใหม่เพื่อคนวัยเกษียณ&amp;quot;ซึ่งจะมีทั้งบริการทางการแพทย์ครบวงจรผนวกกับที่พักอาศัย ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยตรง บนเนื้อที่กว่า 140ไร่ ย่านรังสิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THGกล่าวว่า โครงการจิณณ์ &amp;nbsp;เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ &amp;nbsp; มีจำนวน 1,380 ยูนิต ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสร้าง อาคารที่พักอาศัย สูง 7 ชั้น ซึ่งเฟสแรกเริ่มก่อสร้างก่อน 5 อาคาร จำนวน 494 ยูนิต &amp;nbsp; มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่แต่ละยูนิตจะมีขนาด 43 ตรม.และ 63 ตรม. ให้เลือก โดยขณะนี้มียอดจองและผ่อนเงินดาวแล้ว 120 ยูนิต &amp;nbsp; ทั้งนี้อาคารทั้ง 5หลังจะแล้วเสร็จเดือนตุลาคมนี้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ในโครงการยังมี Aged Care Center &amp;nbsp;รองรับการบริการผู้สูงอายุที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจากบุคคลากรทางการแพทย์อีกด้วย &amp;nbsp;รวมทั้งมีโรงพยาบาลขนาดประมาณ 50 เตียงอยู่ในพื้นที่โครงการเดียวกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้รับความสนใจ สามารถทำยอดขายพักคนวัยเกษียณแล้ว และคนกำลังจะเกษียณได้ถึง 120 ยูนิตจากการเปิดตัวเฟสแรก 494ยูนิต เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ถือว่าไม่น้อย นพ.ธนาธิป บอกว่า ผู้ที่มาจองโครงการ แบ่งเป็นพวกอายุ 50 อัพ ประมาณ 30%และสูงกว่า 60 ปี ประมาณ 50% &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพวกทำงานบริษัท ธุรกิจเอกชน เป็นพวกไวท์คอลาร์ มีทั้งกลุ่มการเงินและธุรกิจอื่นๆ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ หรือ Board Consult ข้าราชการ มีทั้งคนโสด และแต่งงานแล้วอย่างละครึ่งๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าทำไมคนโสด ถึงมาซื้อโครงการ ก็เพราะการเป็นสังคมผู้สูงอายุจะมีลักษณะเฉพาะ เช่น ผู้สูงอายุจะไม่สะดวกในการไปทัวร์เที่ยวโน่นนี่ กับคนรุ่นหนุ่มสาว หรือถ้าไปก็ต้องมีลูกหลานไปด้วย ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นทัวร์ผู้สูงอายุของฝรั่ง หรือญี่ปุ่น ที่มาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งต่อไปผมเชื่อว่าเมืองไทยต้องมีทัวร์แบบนี้เกิดขึ้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเชื่ออีกว่าจะต้องมีสินค้าที่เป็น ซัพพลาย เชนส์ &amp;nbsp;เพื่อผู้สูงอายุอย่างครบวงจรที่จะตามมาอีกด้วย สำหรับทัวร์ผู้สูงอายุ หากอยู่คนละที่จะรวมตัวกันยาก แต่ถ้ากคนกลุ่มนี้ที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน มาอยู่ในบ้านพักสถานที่เดียวกัน การรวมตัวไปเที่ยวแบบผู้สูงอายุก็จะง่ายขึ้น เพียงเดินไปเคาะห้อง นัดแนะกัน ก็ทำได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วในกลุ่มคนที่มีครอบครัวและมีลูกหลานล่ะ ทำไมถึงเข้ามาเป็นสมาชิกโครงการบ้านพักผู้สูงอายุ นพ.ธนาธิป &amp;nbsp; ให้เหคุผลว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี พวกนี้จะเป็นคนรุ่น Baby Boom &amp;nbsp;หรือคนรุ่นพ่อแม่มีลูกมาก คนรุ่นนี้จะเคยผ่านความยากลำบากในชีวิตมาก่อน บางคนเคยปากกัดตีนถีบ &amp;nbsp;เคยจุดเทียนอ่านหนังสือ ช่วยพ่อแม่ทำงานก่อนไปโรงเรียน มาถึงวันนี้ฐานะมั่นคงแล้ว ลูกเรียนจบ แต่งงานแต่งการไปเรียบร้อย ซึ่งคนกลุ่มนี้ จะเป็นกลุ่มที่คิดว่า สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่อยากคิดพึ่งพาใคร &amp;nbsp;และมีเงินทองพอที่จะใช้ดูแลตัวเองได้ จึงตัดสินใจที่มาอยู่บ้านพักแบบโครงการเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนรุ่นเบบี้ บูม จะเป็นพวกเก็บออมเงิน &amp;nbsp;เพราะเคยผ่านความลำบากมาก่อน ส่วนคนรุ่นเจน วาย เริ่มสบายขึ้น แต่ก็ยังพอมีเงินออม แต่ที่น่าห่วงคือคนรุ่น เจน เอ็กซ์ หรือเด็กรุ่นปัจจุบัน พวกนี้ผมมองว่า จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต เพราะเป็นพวกไม่มีเงินออม ใช้เงินเพื่อความสุข &amp;nbsp;ใช้ชีวิตชิลล์ ๆ ไม่มีเงินเหลือเก็บและอาจจะเป็นหนี้เป็นสินเยอะ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหันมาเปิดธุรกิจบ้านพักอาศัยผู้สูงอายุนับว่าเป็นการปรับตัวเชิงธุรกิจ &amp;nbsp;ซึ่งบริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ปฯ &amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลมา 40ปี &amp;nbsp;มีโรงพยาบาลในเครือได้แก่ รพ.ธนบุรี 1และธนบุรี 2 รพ.ราษฎร์ยินดีหาดใหญ่ รพ.อุบลรัตน์ ธนบุรี ที่จ.อุบลราขธานี &amp;nbsp;รพ.สิริเวช ที่จ จันทบุรี &amp;nbsp;และยังเปิดรพ.ในต่างประเทศ คือ &amp;nbsp;Welly Hospital ในเมืองเวยไห่ ประเทศจีน ขนาด 150 เตียง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 &amp;nbsp;สามารถรองรับคนไข้ 200 คน/ วัน และ 70 เตียง และรพ. Ar Yu International ในเมืองย่างกุ้ง เมียนมา เป็นรพ.อินเตอร์แห่งแรกของพม่า เปิดบริการในเดือนกรกฎาคมปปีนี้ ขนาด 200 เตียง และยังมีมีศูนย์โรคหัวใจ ไตเทียมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังทำธุรกิจฟื้นฟูผู้ป่วย &amp;nbsp;รับจ้างเหมาบริการทางการแพทย์ และให้ความสำคัญกับการบริการในรูปศูนย์แพทย์เฉพาะทางต่าง รวมทั้งยังขยายตัวไปทำธุรกิจจำหน่ายเวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ การให้บริการด้านพัฒนาซอฟแวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล &amp;nbsp;การเปิดศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย บำรุงเมืองเฟสแรก &amp;nbsp;, ศูนย์ผู้มีบุตรยาก , ทันตกรรม เช็คอัพ ศูนย์สุขภาพ เปิดให้บริการในเดือนตุลาคมปีนี้ &amp;nbsp;เรียกว่าเป็นซัพพลายส์ เชนในกลุ่มบริการทางการแพทย์ที่ค่อนข้างจะครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดหลังดำเนินการ 7-8 ปี เราจะถึงจุดคุ้มทุน จากการลงทุนโครงการนี้ 3,500 ล้านบาท ซึ่งเราตั้งเป้าการเติบโตธุรกิจโรงพยาบาลปีนี้ เบื้องต้น 10 % จากปีก่อนที่มีรายได้ธุรกิจเฮลท์แคร์ 6,171 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักส่วนใหญ่ 93 % ของรายได้ทั้งหมด ที่เหลือ 7 % เป็นรายได้บริการและที่ปรึกษา โดยโรงพยาบาลธนบุรี 1 สร้างรายได้อันดับ 1 จากโรงพยาบาลทั้งหมด ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลและที่จอดรถเพิ่มเติม โดยใช้เงินจากการระดมทุนที่ได้มา&amp;quot;นพ.ธนาธิป กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10044</URL_LINK>
                <HASHTAG>Jin Wellbeing Country, THG, นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), รพ.ธนบุรี, สังคมผู้สูงอายุุ, เมืองแนวคิดใหม่เพื่อคนวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b091be15b303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
