<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวารพ.แต่งดำประท้วง คลังปัดเกี่ยวจ้างงานสธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; สั่งปลัด สธ.ถกด่วนคลัง &amp;nbsp;หลัง รพ.ชุมชนทั่วประเทศแต่งดำขึ้นป้ายค้านระเบียบใหม่ &amp;quot;บัญชีกลาง&amp;quot; เต้นแจงไม่กระทบจ้างงานทุกหน่วยของ สธ. ขณะที่แพทย์ชนบทยังไม่ไว้ใจ บี้ รมต.คลังไขก๊อกรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ชมรมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ได้เคลื่อนไหวคัดค้าน
ระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงการคลัง เรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสั่งห้ามโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมถึงโรงเรียนแพทย์และหน่วยบริการรัฐทั้งหมด ทำการจ้างและขึ้นเงินเดือนให้กับลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ หรือหากต้องการจ้าง ต้องขออนุญาตจากกรมบัญชีกลางก่อน ทำให้มีบุคลากรของบางโรงพยาบาลแต่งชุดดำ ติดริบบิ้นดำ และขึ้นป้ายไว้อาลัยต่อระเบียบดังกล่าว อาทิ รพ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก, รพ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา, รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น, รพ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี, รพ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย, รพ.จะนะ จ.สงขลา เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ผ่านระบบวิดีโอคอลกับผู้สื่อข่าวกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเดินทางไปประชุมเวทีสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 71 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่าทราบเรื่องดังกล่าวไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้โทรศัพท์ประสานไปยัง รมช.การคลังถึง 2 ครั้ง ว่าประกาศดังกล่าวจะกระทบกับ สธ.มาก จึงมอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีและปลัด สธ. พร้อมทั้งผู้บริหารเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง ดังนั้นขอให้ลูกจ้างพนักงานกระทรวงทั้งหมดอย่างเพิ่งตกใจ ขอให้ใจเย็นๆ จะหาทางช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ รอการหารือก่อน จะไม่ทำอะไรที่กระทบกับประชาชน และจะไม่ทำอะไรที่ส่งผลต่อขวัญกำลังของบุคลากร ซึ่งจะรีบเดินทางกลับไทยให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยกันแก้ไข คาดว่าน่าจะถึงไทยประมาณวันศุกร์ที่ 25 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการหารือกับกระทรวงการคลังว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของ สธ. เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงได้จ้างงานอย่างถูกต้องตามระบบ มีการเสนอข้อมูลต่อกระทรวงการคลัง และได้ปรึกษากรมบัญชีกลางโดยตลอด รวมทั้งได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีระเบียบว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 อยู่ ดังนั้น สธ.จึงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกอย่าง ณ เวลานี้ จึงขอให้บุคลากร สธ. รวมทั้งหน่วยบริการต่างๆ สบายใจ และทำงานให้เต็มที่ เพราะไม่ได้กระทบกับกระทรวงแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังกระทรวงการคลังออกหนังสือแนบท้ายข้อเท็จจริงดังกล่าว ทาง สธ.จะส่งส่วนแนบท้ายนี้ไปยังหน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า แรงกระเพื่อมครั้งนี้เกิดจากการเผยแพร่ระเบียบดังกล่าวในโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการตีความคลาดเคลื่อน แต่จากการหารือกับกรมบัญชีกลาง ได้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่มีปัญหา ส่วนไหนที่เคยจ้างงานอยู่แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้เหมือนเดิม ไม่ต้องกังวลอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อการว่าจ้างพนักงานหรือลูกจ้างของทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ โดยระเบียบดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1.หน่วยงานที่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น สธ. ซึ่งได้ทำเรื่องขอกำหนดอัตราการจ้างพนักงานและลูกจ้างแบบ 1 ปี จำนวน 7,900 คน และแบบ 4 ปี จำนวน 31,000 คน จึงไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่ 2 หน่วยงานที่ยังไม่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลัง แต่มีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างไปแล้ว ก็ให้ว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างดังกล่าวต่อไปจนสิ้นสุดสัญญา แต่หากจะว่าจ้างในรอบใหม่ ต้องทำเรื่องเสนอข้อตกลงมายังกระทรวงการคลัง โดยให้ทำเรื่องเสนอมาก่อนหมดสัญญาว่าจ้างเพื่อการดำเนินงานต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาไม่ได้มีปัญหาและส่งผลกระทบอะไรเลย แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่ตรงกันมากกว่า โดยระเบียบที่ออกมาเป็นการจัดระเบียบเท่านั้น ซึ่งต่อไปรัฐบาลจะได้รู้ว่ามีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างชั่วคราวของทุกหน่วยงานกี่คน ใช้เงินงบประมาณเท่าไร โดยเฉพาะของ สธ. ไม่ได้รับผลกระทบจากระเบียบดังกล่าวเลย เพราะได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังมาตลอด และยังมีระเบียบการใช้เงินบำรุงซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณของตัวเองกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่งด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กรรมการชมรมแพทย์ชนบท และผู้อำนวยการ รพ.จะนะ จ.สงขลา กล่าวภายหลังทราบผลการหารือกับกระทรวงการคลังว่า เข้าใจว่าจะไม่มีการปลดป้าย แต่อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละโรงพยาบาล แต่เท่าที่ฟังแล้วเป็นการชี้แจงที่แถ เพราะกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักควบคุมทั้งประเทศ แม้ สธ.จะบอกว่ามีระเบียบ แต่ในการจ้างงานต้องแจ้งกระทรวงการคลังอยู่ดี โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีงบประมาณ ประเทศต้องเดินไปสู่การปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิรวบอำนาจไว้ในมือตัวเอง ซึ่ง รมว.การคลังและทีมงานควรรับผิดชอบด้วยการลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการขึ้นป้าย ไม่ใช่ต้องการให้ยกเลิกระเบียบเพียงอย่างเดียว เพราะปัญหามันอยู่ที่วิธีคิดที่จะไม่กระจายอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์ชนบทรับไม่ได้ เพราะหลักการเช่นนี้ปล่อยไม่ได้ ไม่ควรอยู่ในระบบราชการ ดังนั้นการออกมาต่อสู้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้ยกเลิกระเบียบ เดี๋ยวยกเลิกไปก็ต้องมีระเบียบใหม่ออกมาอีก เพราะปัญหามันอยู่ที่วิธีคิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9842</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธวัช สุนทราจารย์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, สธ., สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b056f05bd510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
